107
107
รถของหลินเยว่ชิงออกจากลานจอดรถตอนที่ฟ้ามืดสนิทแล้ว
ก่อนออกจากห้องเธอเพิ่งเห็นข่าวหุ้นของบริษัทบ้านหลินปิดตลาดต่ำลงกว่าวันก่อน ขณะเดียวกันต้นสังกัดของหลินรั่วซินก็ประกาศว่ากำลังพิจารณาความร่วมมือกับเธอใหม่ แต่หลินเยว่ชิงปิดหน้าจอไปโดยไม่ได้อ่านความคิดเห็นต่อ เพราะคืนนี้เธอยังมีนัดกับสือเยี่ยนโจว เรื่องของบ้านหลินจะพังไปถึงไหน ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องเฝ้าดูอีกแล้ว
เมื่อรถมาถึงบ้านสือ คนที่ยืนรออยู่ตรงหน้าประตูกลับเป็นสือเยี่ยนโจวเอง
“เดินทางกลับมาเหนื่อยไม่ใช่หรือคะ ทำไมไม่พัก”
“ผมนั่งเครื่อง ไม่ได้เดินกลับมา”
หลินเยว่ชิงเงยหน้ามองเขา
สือเยี่ยนโจวหลุดยิ้ม “เข้าไปข้างในเถอะครับ พ่อกับแม่รออยู่”
อาการของพ่อแม่ของสือเยี่ยนโจวดีกว่าครั้งก่อนมาก หลินเยว่ชิงตรวจชีพจรและดูสภาพร่างกายอยู่นาน ก่อนยืนยันว่าอิทธิพลที่หลงเหลือจากเรื่องก่อนหน้านี้แทบหมดแล้ว ช่วงนี้เพียงพักผ่อนให้มาก ไม่หักโหม และไม่จำเป็นต้องใช้ยันต์หรือวิธีพิเศษเพิ่มเติม
คนเป็นแม่ฟังจบถึงยอมวางใจ
“ถ้าอย่างนั้นต่อไปจะไม่เป็นอะไรอีกแล้วใช่ไหมจ๊ะ”
“ถ้าไม่มีเหตุใหม่ก็ไม่มีปัญหาค่ะ”
“ได้ยินไหม” เธอหันไปหาสามีทันที “ฉันบอกแล้วว่าช่วงนี้อย่าออกไปไหนเยอะ คุณก็ยังนัดคนนั้นคนนี้ทุกวัน”
อีกฝ่ายหัวเราะ “เมื่อกี้อาจารย์หลินพูดแค่ว่าอย่าหักโหม ไม่ได้บอกให้ผมนอนอยู่บ้าน”
“คุณยังจะเถียงอีก?”
หลินเยว่ชิงเก็บของเงียบ ๆ ปล่อยให้สามีภรรยาคุยกันเอง
สือเยี่ยนโจวซึ่งยืนอยู่ข้างเธอก้มลงเล็กน้อย “แน่ใจนะครับว่าไม่มีอะไรต้องระวังเป็นพิเศษ”
“คุณถามรอบที่สามแล้วค่ะ”
“ผมเพิ่งกลับมา”
“แต่คำตอบยังเหมือนเดิม”
เขาหยุดไปนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า “ครับ”
หลินเยว่ชิงปิดกระเป๋าเรียบร้อย “แล้วค่าตอบแทนที่คุยกันไว้—”
สือเยี่ยนโจวหันมามองทันที
“คุณเพิ่งตรวจพ่อแม่ผมเสร็จ”
“ค่ะ”
“สิ่งแรกที่นึกถึงคือค่าตอบแทน?”
“เมื่อเช้าคุณบอกเองว่าของขวัญในไลฟ์ไม่นับรวม”
“ผมไม่ได้จะเบี้ยว”
“ฉันก็ไม่ได้เร่งค่ะ แค่ยืนยัน”
“พรุ่งนี้โอนให้”
“ได้ค่ะ”
บทสนทนาของทั้งคู่ลอยไปถึงคนบนโซฟา แม่ของสือเยี่ยนโจวหันมามองลูกชายแล้วหลุดขำ แต่ไม่ได้พูดแทรก
กว่าหลินเยว่ชิงจะเตรียมกลับก็เลยเวลาไปมากแล้ว สือเยี่ยนโจวเดินออกมาส่งถึงรถ
ก่อนเธอเปิดประตู เขาถามขึ้นว่า “เรื่องบ้านหลิน คุณจะทำอย่างไรต่อ”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปหาพวกเขาค่ะ”
“ต้องการให้ผมไปด้วยไหม”
“ไม่ต้อง”
คำตอบเร็วเสียจนสือเยี่ยนโจวเลิกคิ้ว
หลินเยว่ชิงจึงอธิบาย “เป็นเรื่องที่ฉันต้องจัดการเอง และไม่ได้ยุ่งยากขนาดนั้น”
เขารู้ฝีมือเธอดีอยู่แล้วจึงไม่ได้ยืนกราน เพียงบอกว่า “ถ้ามีอะไร โทรหาผม”
“ค่ะ”
หลินเยว่ชิงขึ้นรถแล้วจึงนึกบางอย่างขึ้นได้ เธอลดกระจกลง
“ของขวัญในไลฟ์คราวหน้าไม่ต้องส่งเยอะขนาดนั้นนะคะ”
สือเยี่ยนโจวมองเธอ “ยังเสียดายส่วนแบ่งแพลตฟอร์มอยู่?”
“เสียไปตั้งเยอะค่ะ”
“รู้แล้วครับ”
เช้าวันต่อมา เซี่ยจิ่งหาวมาถึงห้องของหลินเยว่ชิงตามเวลาที่นัดไว้ พอประตูเปิด เขาก็เห็นแฟ้มเอกสารวางอยู่บนโต๊ะพร้อมโทรศัพท์ที่เปิดหน้าธนาคารค้างไว้
“อาจารย์จะให้ผมพาไปไหนครับ”
“บ้านหลิน”
“ไปบ้านนั้นอีกทำไมครับ”
“จบเรื่องที่ยังไม่จบ”
หลินเยว่ชิงยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้ดู ในนั้นเป็นยอดค่าใช้จ่ายที่เธอรวบรวมไว้คร่าว ๆ ตั้งแต่เจ้าของร่างเดิมถูกเลี้ยงอยู่ในบ้านหลินจนโต รวมทั้งค่าเรียน ค่าอยู่กิน และค่าใช้จ่ายส่วนอื่น เธอไม่ได้คิดตามจำนวนจริงเพียงอย่างเดียว แต่บวกเผื่อให้อีกมาก สุดท้ายกำหนดไว้ที่สี่ล้าน
เซี่ยจิ่งหาวอ่านตัวเลขแล้วเงยหน้าพรวด
“สี่ล้าน?”
“ค่ะ”
“อาจารย์จะให้พวกเขา?”
“ใช่”
“เมื่อคืนพวกเขาเพิ่งจะทำกับคุณขนาดนั้น!”
“เพราะอย่างนั้นถึงต้องให้ค่ะ”
เซี่ยจิ่งหาวทำหน้าเหมือนฟังผิด “ผมตามไม่ทัน”
หลินเยว่ชิงดึงเอกสารกลับ “บ้านหลินเลี้ยงเจ้าของร่างนี้มาจริง ฉันไม่คิดปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ฉันก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกหยิบมาใช้ผูกฉันไว้อีก”
“ก็เลยคืนให้หมด?”
“มากกว่าที่เคยได้รับด้วย”
“แล้วหลังจากนั้น?”
“ไม่มีหลังจากนั้นค่ะ”
เพียงประโยคเดียว เซี่ยจิ่งหาวก็เข้าใจ
เขายังเสียดายเงินแทนอาจารย์อยู่ดี แต่ไม่ได้ห้ามอีก
“งั้นไปครับ ยิ่งจบเร็วก็ยิ่งดี”
หลินเยว่ชิงเก็บเอกสารใส่กระเป๋า “ก่อนออกไป แวะธนาคาร”
“ทำไมครับ โอนไม่ได้หรือ”
“ฉันจะเอาเงินสด”
“สี่ล้าน?”
“ค่ะ ฉันนัดธนาคารไว้แล้ว”
“อาจารย์...” เขายกมือกุมอก “ผมเริ่มเจ็บแทนแล้ว”
หลินเยว่ชิงเดินผ่านเขาไป “เงินฉันค่ะ”
“นั่นยิ่งเจ็บเลยครับ”
เงินสดจำนวนสี่ล้านถูกจัดใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่หลายใบ หลังจัดการเอกสารที่ธนาคารเรียบร้อย เซี่ยจิ่งหาวเป็นคนช่วยยกขึ้นรถทั้งหมด ระหว่างทางไปบ้านหลินเขามองกระเป๋าด้านหลังอยู่หลายครั้ง ราวกับกลัวเงินจะหายไปต่อหน้าต่อตา
บ้านหลินเงียบผิดปกติ
หลินเจิ้งเหา พ่อบุญธรรมของหลินเยว่ชิงนั่งตัวแข็งอยู่ข้างโซฟา คุณนายหลินผู้เป็นแม่บุญธรรมอยู่ไม่ไกล หลินรั่วซิน น้องสาวบุญธรรมของเธอนั่งอีกด้าน ส่วนนักพรตเหอยังถูกตรึงอยู่ใกล้กับโต๊ะกลาง
ยันต์ที่หลินเยว่ชิงใช้เมื่อคืนยังไม่หมดฤทธิ์
พอเห็นเธอเข้ามา สายตาของหลินเจิ้งเหาก็แข็งกร้าวทันที
เซี่ยจิ่งหาวเห็นแล้วหงุดหงิดก่อนเจ้าตัวเสียอีก
“ยังจะจ้องอีกหรือครับ เมื่อคืนทำอะไรไว้ลืมแล้ว?”
“อ้อ ลืมไป พูดไม่ได้”
เขายิ่งได้ที “งั้นก็ดีครับ ผมจะได้พูดฝ่ายเดียวบ้าง”
“เซี่ยจิ่งหาว”
“ครับอาจารย์”
“ช่วยเอาของเข้ามา”
หลินเยว่ชิงไม่ได้เสียเวลากับการต่อว่า เธอเปิดกระเป๋าทีละใบให้เห็นเงินข้างใน ก่อนวางเอกสารลงตรงหน้าพ่อบุญธรรม
“ทั้งหมดสี่ล้านค่ะ”
“ค่าเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กจนโต ฉันคำนวณสูงกว่าความเป็นจริงไว้แล้ว เงินจำนวนนี้มากพอสำหรับทุกอย่างที่บ้านหลินเคยจ่ายให้”
หลินเยว่ชิงพูดต่อโดยไม่ได้เร่งเสียง
“เมื่อคืนพวกคุณยอมรับต่อหน้าคนดูแล้วว่าต้องการพาฉันกลับมาเพราะอะไร ฉันไม่คิดจะเถียงเรื่องบุญคุณกับใครอีก เพราะฉะนั้นวันนี้ฉันคืนให้หมด”
เซี่ยจิ่งหาววางกระเป๋าใบสุดท้ายลง
“หลังจากเงินนี้ถูกส่งมอบ ฉันไม่ติดหนี้บ้านหลิน และบ้านหลินก็ไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่าเลี้ยงดูมาบังคับฉันอีก”
หลินเยว่ชิงมองพ่อบุญธรรม แม่บุญธรรม แล้วจึงมองน้องสาวบุญธรรมเป็นคนสุดท้าย
“ต่อไปพวกคุณจะเป็นอย่างไร ไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกคุณเช่นกัน”
เจ้าของร่างเดิมเคยต้องการครอบครัว ต้องการคำยอมรับ และเคยพยายามรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้จนตัวเองเจ็บซ้ำแล้วซ้ำอีก
หลินเยว่ชิงไม่ใช่เธอ แต่เมื่อรับร่างนี้มาแล้ว สิ่งที่ติดค้างก็ควรถูกจัดการให้เรียบร้อย
วันนี้จบแล้ว เซี่ยจิ่งหาวยืนเงียบอยู่ข้างหลัง ครั้งนี้ไม่ได้พูดแทรกแม้แต่คำเดียว หลินเยว่ชิงเก็บเอกสารส่วนของตัวเอง ก่อนหันไปทางนักพรตเหอ
ชายคนนั้นมีปฏิกิริยาต่างจากคนบ้านหลินอย่างชัดเจน ทันทีที่เห็นเธอเดินเข้าใกล้ ความโกรธในแววตาก็ถูกความระแวงแทนที่
เมื่อคืนเขายังคิดว่าตัวเองพลาดเพราะประเมินศัตรูต่ำไป แต่หลังถูกยันต์ของหลินเยว่ชิงกดไว้ทั้งคืน เขาคงเข้าใจแล้วว่าระยะห่างระหว่างฝีมือของทั้งสองไม่ได้มีเพียงเล็กน้อย
“คุณรับเงินเพื่อใช้วิชาทำร้ายคน”
“และไม่ใช่ครั้งแรก”
เธอไม่คิดสอบถามว่าเขาเคยทำอะไรกับใครบ้าง ร่องรอยจากการใช้วิชาผิดทางสะสมอยู่ในตัวเขาจนไม่จำเป็นต้องถาม
ปลายนิ้วของหลินเยว่ชิงแตะลงกลางหน้าผาก สีหน้าของนักพรตเหอเปลี่ยนในพริบตา
พลังที่เคยหมุนเวียนอยู่ภายในถูกปิดทีละส่วน เขาพยายามต่อต้าน แต่ร่างกายยังอยู่ภายใต้ฤทธิ์ยันต์ตรึงกาย ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองสิ่งที่ฝึกมาหลายปีถูกตัดขาดไปต่อหน้า
“อาจารย์กำลังทำอะไรครับ”
“ปิดวิชาของเขา”
“หมดเลย?”
“ส่วนที่ใช้เรียกพลังออกมาทำร้ายคนค่ะ”
เซี่ยจิ่งหาวพยักหน้าอย่างพอใจ “สมควร”
หลินเยว่ชิงถอนมือกลับ
“ฉันไม่ได้เอาชีวิตคุณ และไม่ได้ทำให้คุณใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาไม่ได้ ต่อจากนี้จะหาเลี้ยงตัวเองอย่างไรก็เลือกเอา แต่ถ้ายังคิดใช้วิชาหากินด้วยการทำร้ายคนอีก ผลครั้งหน้าจะไม่จบแค่นี้”
เซี่ยจิ่งหาวสังเกตเห็นเหมือนกัน
“อาจารย์ ผมว่าเขาเริ่มไม่พอใจคนจ้างแล้วนะครับ”
“เรื่องของเขาค่ะ”
“เราจะกลับเลย?”
“ค่ะ”
“ไม่รอฟังพวกนั้นพูดหน่อยหรือครับ”
หลินเยว่ชิงเดินออกไปแล้ว “ไม่มีอะไรที่ฉันอยากฟัง”
เซี่ยจิ่งหาวรีบตาม
ก่อนพ้นประตูเขายังหันกลับไปมองอีกครั้ง “เงินอยู่ครบทุกใบครับ อย่ามาบอกทีหลังว่าอาจารย์ผมคืนไม่ครบ!”
หลินเยว่ชิงหยุดเดิน
“เซี่ยจิ่งหาว”
“มาครับ!”
เขารีบตามออกไปทันที ไม่นานหลังรถของทั้งคู่พ้นประตูบ้าน ฤทธิ์ยันต์ที่เหลือก็เริ่มคลาย
หลินรั่วซินเป็นคนแรกที่ขยับนิ้วได้ เธอพยายามอยู่หลายครั้งกว่าจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาได้ หน้าจอเต็มไปด้วยสายไม่ได้รับและข้อความจากผู้จัดการส่วนตัว ยังอ่านไม่ทันครบ สายใหม่ก็โทรเข้ามา
“พี่หลิว?”
“ในที่สุดก็รับสายได้ วันนี้เข้าบริษัทด้วยนะ”
“มีอะไรคะ”
“ผู้บริหารตัดสินใจพักงานคุณทั้งหมดก่อน ส่วนเรื่องสัญญา ฝ่ายกฎหมายจะคุยรายละเอียดอีกที”
หลินรั่วซินลุกพรวด “พักงานทั้งหมด?”
“แบรนด์ถอนตัว รายการเปลี่ยนแขกรับเชิญ งานที่คุยไว้ก็หยุดหมด บริษัทต้องจัดการความเสียหายก่อน”
“แต่เมื่อคืนฉันถูกบังคับให้พูด!”
“รั่วซิน เรื่องนั้นคุณพูดกับฉันมาหลายรอบแล้ว แต่คำถามที่ทุกคนถามเหมือนกันคือ ถ้าสิ่งที่คุณพูดไม่มีมูล ทำไมรายละเอียดถึงตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น”
หลินรั่วซินพูดไม่ออก
“เข้ามาคุยกันที่บริษัทเถอะ”
อีกด้านหนึ่ง หลินเจิ้งเหาเพิ่งขยับแขนได้ โทรศัพท์ของเขาก็ดังตามมาติด ๆ สายจากบริษัททำให้สีหน้าที่แย่อยู่แล้วซีดลงกว่าเดิม
“อะไรนะ?”
“ถอนอีกสองราย?”
เสียงจากปลายสายพูดต่อยาวก