LNCrawler

124

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

124

โทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้นก่อนจิ่งหาวจะได้ถามเรื่องหมอต่อ หลัวจิ่นหลานหยิบขึ้นมาดู เห็นเป็นหมายเลขของสามีก็รับทันที แต่คนที่ตอบกลับมากลับเป็นเสียงผู้หญิงแปลกหน้า

“ขอเรียนสายคุณหลัวจิ่นหลานใช่ไหมคะ ดิฉันโทรจากห้องฉุกเฉินค่ะ คุณเซี่ยเหวินซานประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง ตอนนี้รู้สึกตัวดี ขอให้ใจเย็นก่อนนะคะ”

ถ้วยชาในมือหลัวจิ่นหลานกระทบจานรองดังแกร๊ก จิ่งหาวลุกจากเก้าอี้แทบพร้อมกับเหวินเฉิงที่ขยับเข้ามาใกล้ ส่วนหลัวจิ่นหลานถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น สามีได้รับบาดเจ็บตรงไหน และตอนนี้อยู่กับใคร

พยาบาลบอกเพียงว่าเซี่ยเหวินซานมีแผลถลอกกับรอยกระแทกเล็กน้อย กำลังตรวจเพิ่มเติม ส่วนอีกคนที่มาด้วยไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง จากนั้นเสียงขยับก็ดังจากปลายสาย ก่อนพี่ใหญ่จะรับโทรศัพท์ไป

“แม่ครับ”

“พ่ออยู่ไหน”

“อยู่ข้างผม กำลังทำแผลครับ”

“เอาโทรศัพท์ให้พ่อ”

“มือพ่อมีเลือดอยู่ เดี๋ยวผมเล่าก่อน พ่อไม่ได้เป็นอะไรมากจริง ๆ”

หลัวจิ่นหลานไม่เชื่อคำว่าไม่เป็นอะไรง่าย ๆ อีกแล้ว “นิดหน่อยของผู้ชายบ้านนี้ แม่ฟังมามากพอแล้ว”

พี่ใหญ่หัวเราะแผ่ว ๆ “ผมไม่ได้บอกว่าแผลถากนะครับ”

เหวินเฉิงที่ยืนข้างกันได้ยินเข้าก็พูดใกล้โทรศัพท์ “อย่าพาดพิงคนอื่น”

“พี่สามก็อยู่บ้าน?”

“อยู่”

“งั้นดีเลย เดี๋ยวผมส่งผลตรวจให้พี่ดู แม่จะได้เชื่อสักที”

หลัวจิ่นหลานตัดบทสองพี่น้องเสียก่อน “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

พี่ใหญ่จึงเล่าว่าเขากับพ่อออกจากบ้านด้วยกัน ตั้งใจไปจัดการเอกสารกับพบคู่ค้าตามนัด เมื่อรถใกล้ถึงแยกใหญ่ ทุกอย่างยังดูปกติ รถหลายคันรอไฟอยู่ข้างหน้า ไม่มีป้ายปิดทางหรือเหตุให้ต้องระวัง

ก่อนถึงไฟแดงหนึ่งช่วง เซี่ยเหวินซานกลับร้องขึ้นว่าอกเสื้อร้อนผิดปกติ พี่ใหญ่คิดว่าพ่อไม่สบายจึงให้คนขับชะลอรถ พอเซี่ยเหวินซานหยิบของในกระเป๋าเสื้อออกมา ถึงพบว่าเป็นยันต์ที่หลินเยว่ชิงให้ไว้ก่อนออกจากบ้าน

“กระดาษร้อนจนพ่อจับแทบไม่ได้ครับ พอดีกับไฟข้างหน้าเปลี่ยนเป็นเขียว รถคันอื่นออกกันหมด แต่พ่อบอกให้รอก่อน คนขับเลยไม่ได้เร่งตาม”

หลัวจิ่นหลานกำโทรศัพท์แน่นขึ้น “แล้วหลังจากนั้นล่ะ”

“รถเพิ่งออกจากไฟแดงไปได้ไม่ไกล ถนนกลางแยกก็ยุบครับ”

เสียงของพี่ใหญ่เบาลงเมื่อเล่าถึงตอนนั้น รถสองคันที่อยู่ด้านหน้าตกลงไปก่อน ส่วนรถที่ตามมาต้องเบรกกะทันหัน รถของพวกเขาหยุดก่อนถึงช่วงถนนทรุด แต่คันหลังหยุดไม่ทันจึงชนท้ายเต็มแรง เซี่ยเหวินซานกระแทกกับด้านข้างรถ กระจกแตกจนเศษบาดแขน ส่วนพี่ใหญ่อยู่คนละฝั่งจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ

จิ่งหาวฟังจนจบแล้วถาม “ยันต์ล่ะครับ”

“ไหม้ไปเกือบครึ่ง ยังอยู่กับฉัน”

หลินเยว่ชิงซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลพูดขึ้น “เก็บไว้ก่อนค่ะ อย่าเพิ่งทิ้ง”

พี่ใหญ่จำเสียงได้ทันที “คุณหลินก็อยู่ด้วยหรือครับ”

“ค่ะ”

“งั้นยันต์เมื่อกี้…”

“รับเคราะห์ไปส่วนหนึ่งค่ะ”

หลัวจิ่นหลานถามเวลาเกิดเหตุ พอรู้ว่าเพิ่งผ่านมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ทุกคนก็หันไปทางลานด้านนอกแทบพร้อมกัน ตอนนั้นเป็นช่วงใกล้กับที่กล่องใบสุดท้ายถูกถอนขึ้นจากดินและของที่ฝังรอบบ้านกำลังถูกทำลายพอดี

เธอเงียบไปก่อนถามหลินเยว่ชิง “ถ้าพวกเราไม่เจอกล่องพวกนั้นวันนี้…”

“ตอนนี้คุณลุงกับพี่ใหญ่ปลอดภัยค่ะ”

“แล้วของพวกนั้นยังทำอะไรครอบครัวเราได้อีกไหม”

“ไม่ได้แล้วค่ะ ของที่ฝังรอบบ้านถูกทำลายหมดแล้ว”

หลัวจิ่นหลานค่อยคลายมือที่กำโทรศัพท์ลง จิ่งหาวจึงถามต่อถึงคนที่ลงมือ หลินเยว่ชิงตอบเพียงว่า เมื่อสิ่งที่ใช้ผูกวิชาถูกทำลายพร้อมกัน คนทำย่อมได้รับแรงสะท้อนกลับ แต่จะหนักแค่ไหนต้องดูว่าอีกฝ่ายใช้ตัวเองผูกกับวิชาไว้มากเพียงใด

ในโทรศัพท์มีเสียงพยาบาลเรียกพี่ใหญ่ หลัวจิ่นหลานจึงรีบถามชื่อโรงพยาบาล พอรู้ว่าอยู่ไม่ไกลก็เตรียมจะออกไปทันที แม้ลูกชายจะบอกว่าหมอตรวจเกือบครบแล้วและอีกไม่นานน่าจะกลับบ้านได้

“ส่งห้องมา แม่จะไปดูเอง”

“แม่ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ครับ”

“ลูกพูดว่าไม่เป็นไรมาตั้งแต่รับสาย แม่จะเชื่อเมื่อเห็นเอง”

พี่ใหญ่รู้ว่าห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงรับคำแล้ววางสาย ไม่นานรูปผลตรวจของเซี่ยเหวินซานก็ถูกส่งเข้ามา เหวินเฉิงรับโทรศัพท์จากแม่ไปดู แผลที่แขนไม่ลึก กระดูกไม่มีรอยแตก ผลตรวจศีรษะก็ปกติ มีเพียงรอยฟกช้ำจากแรงกระแทก

“พ่อไม่เป็นอะไรมากครับ”

หลัวจิ่นหลานหยิบกระเป๋าขึ้นมา “เห็นตัวก่อนค่อยว่ากัน”

จิ่งหาวคว้ากุญแจรถตาม “ผมไปด้วย”

“นายอยู่กับอาจารย์ก่อน”

“อาจารย์กลับพร้อมผมได้ครับ”

หลินเยว่ชิงส่ายหน้า “พวกคุณไปเถอะค่ะ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว”

เหวินเฉิงเองก็บอกว่าจะอยู่บ้าน หลัวจิ่นหลานยังลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนหลินเยว่ชิงจะยืนยันอีกครั้งว่าเคราะห์จากของที่ฝังรอบบ้านถูกตัดไปแล้ว เธอจึงยอมไปพร้อมจิ่งหาว

ก่อนออกจากลาน หลัวจิ่นหลานหันกลับมา “วันนี้ถ้าเธอไม่มา…”

“ไปดูคุณลุงก่อนค่ะ” หลินเยว่ชิงพูด

เธอพยักหน้า ไม่พูดต่อ แล้วเดินออกไปกับลูกชาย

หลังรถแล่นออกจากบ้าน ลานข้างโรงเก็บของเหลือเพียงหลินเยว่ชิง เหวินเฉิง และคนสวนสองคนที่กำลังเก็บของ เหวินเฉิงมองเถ้าสีดำบนพื้นก่อนถาม

“ของพวกนี้ฝังมาราวปีหนึ่ง แต่คนในบ้านเพิ่งเริ่มเจอเหตุหนักช่วงหลัง เพราะเคราะห์ไม่ได้ลงพร้อมกันใช่ไหมครับ”

“ค่ะ”

“แล้วคนที่มีดวงชุดที่แปดอยู่ในกล่อง ถ้ามีตัวตนจริง เขาก็โดนของนี่เล่นงานเหมือนกัน?”

หลินเยว่ชิงมองเขา “ถ้าเป็นดวงของคนจริง ก็ใช่ค่ะ”

เหวินเฉิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปที่ถ่ายไว้จากกล่องใบสุดท้าย ปี เดือน และวันเกิดตรงกับจิ่งหาว มีเพียงเวลาเกิดที่ต่างกัน เขายังไม่ถามต่อ เพราะแม้แต่หลินเยว่ชิงก็ยังไม่ฟันธงว่าดวงชุดนั้นเป็นของใคร

สำหรับเธอ ภาพนั้นกลับทำให้นึกถึงความตายของเจ้าของร่างเดิมขึ้นมาอีกครั้ง ช่วงท้ายของชีวิตเดิมไม่ได้มีความทรงจำชัดมากนัก รู้เพียงว่าร่างกายทรุดลงรวดเร็ว ตามด้วยเหตุไม่คาดคิดหลายอย่างจนสุดท้ายเสียชีวิต ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดจะโยงเรื่องนั้นเข้ากับบ้านเซี่ย แต่เมื่อดวงเกิดชุดที่แปดปรากฏขึ้น ความเป็นไปได้นี้ก็ยังไม่ควรถูกตัดทิ้ง

เหวินเฉิงเงยหน้าจากโทรศัพท์ “คุณกำลังคิดถึงเจ้าของดวงชุดสุดท้าย?”

“ค่ะ”

“คิดว่าเป็นคนที่เรารู้จัก?”

“ยังไม่รู้”

เขาพยักหน้าและไม่ซักต่อ

โทรศัพท์ของจิ่งหาวที่ลืมไว้บนโต๊ะสั่นขึ้นติดกันหลายครั้ง เหวินเฉิงจึงหยิบมาดูเผื่อเป็นเรื่องสำคัญ หน้าจอเต็มไปด้วยข้อความจากกลุ่มครอบครัว พี่ใหญ่ส่งรูปแขนของพ่อที่พันผ้าก๊อซมา พร้อมบอกว่าหมอให้กลับบ้านได้แล้ว ส่วนพี่ซือหย่าเพิ่งเห็นรูปกล่องที่จิ่งหาวส่งไว้ก่อนหน้านี้

พี่ซือหย่า: พวกนายขุดของแบบนี้ออกมาจากบ้านเราจริง ๆ เหรอ

ข้อความถัดมาตามมาติด ๆ

พี่ซือหย่า: แล้วพ่อยังรถชนอีก วันนี้จะให้ฉันตกใจให้ครบทุกเรื่องเลยหรือไง

เหวินเฉิงกำลังจะตอบแทนน้องชาย โทรศัพท์ของหลินเยว่ชิงก็ดังขึ้นก่อน เป็นอวี่ถงที่โทรมาจากสนามบิน เสียงประกาศเที่ยวบินดังแทรกอยู่ด้านหลัง

“คุณหลินคะ จิ่งหาวส่งรูปมาให้ฉันดูแล้ว”

“ค่ะ”

“ของที่ฝังไว้จัดการหมดหรือยัง”

“หมดแล้วค่ะ”

อวี่ถงเงียบไป ก่อนบอกว่ากำลังขึ้นเครื่องและจะกลับถึงเมืองช่วงค่ำ เธอเดาได้ว่าแม่คงอยากไปถามหมอที่ทำคลอดทันที จึงฝากให้รอก่อน

“ตอนนี้เรารู้แค่ว่ามีดวงเกิดเกินมาหนึ่งชุด ยังไม่ควรไปกล่าวหาใครค่ะ รอฉันกลับก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปถามเรื่องวันคลอดให้ชัด”

“ได้ค่ะ”

“แล้วพ่อล่ะ”

เหวินเฉิงได้ยินจึงตอบแทนจากข้าง ๆ “ผลตรวจปกติ แผลไม่ลึก”

ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ “พี่สาม?”

“อืม”

“ทำไมพี่ยังอยู่บ้าน”

“กลับมาพัก”

“ยอมพักเป็นด้วย?”

เหวินเฉิงไม่ตอบ อวี่ถงหัวเราะเบา ๆ แล้วบอกว่าอย่างน้อยวันนี้ก็ได้ยินเรื่องน่าแปลกใจที่ไม่ใช่ข่าวร้าย ก่อนวางสายไปขึ้นเครื่อง

คนสวนเข้ามาถามว่าจะจัดการเถ้าบนลานอย่างไร หลินเยว่ชิงให้รวบใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ไม่ต้องแยกเก็บเศษไม้หรือชิ้นส่วนของกล่อง เพราะสิ่งที่ต้องทำลายถูกไฟเผาหมดแล้ว เหวินเฉิงช่วยสั่งคนเรื่องเก็บอุปกรณ์ ก่อนถามว่าเธอจะกลับเลยหรือไม่

“ค่ะ วันนี้พอแล้ว”

“ผมให้คนขับไปส่ง”

หลินเยว่ชิงไม่ได้ปฏิเสธ บ้านเซี่ยมีคนขับอยู่หลายคน และจิ่งหาวคงยังต้องอยู่กับครอบครัวอีกพักใหญ่

ระหว่างเดินกลับเข้าบ้าน โทรศัพท์ของเหวินเฉิงดังขึ้น พี่ใหญ่โทรมาอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงเซี่ยเหวินซานแทรกอยู่ใกล้ ๆ

“แม่ถึงหรือยัง”

“กำลังไปครับ”

“บอกแม่ไม่ต้องรีบ พ่อไม่ได้เป็นอะไร”

เหวินเฉิงตอบทันที “พ่อบอกแม่เองเถอะครับ ผมไม่ช่วยเรื่องนี้”

เสียงพี่ใหญ่หัวเราะดังมาจากปลายสาย ก่อนเซี่ยเหวินซานจะเปลี่ยนไปถามเรื่องกล่องแทน เมื่อรู้ว่าจัดการหมดแล้วจึงขอคุยกับหลินเยว่ชิง

“คุณหลิน ขอบคุณมากครับ ยันต์ที่คุณให้ก่อนออกจากบ้าน ถ้าไม่ได้มัน วันนี้คงไม่ได้จบแค่ทำแผล”

“กลับมาพักก่อนค่ะ แล้วเก็บยันต์ที่ไหม้ไว้ด้วย”

“ได้ครับ”

หลินเยว่ชิงคืนโทรศัพท์ให้เหวินเฉิงแล้วเดินออกไปหน้าบ้าน รถของบ้านเซี่ยมาจอดรออยู่แล้ว ก่อนเธอขึ้นรถ เหวินเฉิงถามถึงเรื่องหมออีกครั้ง

“ถ้าแม่จะไปพรุ่งนี้ คุณไปด้วยได้ไหมครับ”

“โทรมาบอกฉันก่อนค่ะ”

“ได้ครับ”

รถแล่นออกจากบ้านเซี่ยไม่นาน โทรศัพท์ของเหวินเฉิงก็สั่นขึ้นอีกครั้ง เขาเปิดอ่านข้อความจากแม่เพียงบรรทัดเดียว

เจอพ่อแล้ว กำลังพากลับบ้าน