LNCrawler

126

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

126

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเยว่ชิงเพิ่งเปิดดูตารางเรียนก็ได้รับข้อความจากเซี่ยอวี่ถง เธอกลับถึงเมืองเมื่อคืนค่อนข้างดึก จึงไม่ได้โทรมารบกวน เพียงถามว่าวันนี้ช่วงเช้าสะดวกหรือไม่

วันนี้หลินเยว่ชิงมีเรียนช่วงบ่าย จึงตอบตกลง ไม่นานรถของอวี่ถงก็มาจอดรอด้านล่าง

อวี่ถงมารอพร้อมกาแฟหนึ่งแก้ว รอยคล้ำใต้ตายังเห็นชัดว่าเมื่อคืนคงได้นอนไม่มาก พอหลินเยว่ชิงขึ้นรถจึงถาม

“เมื่อคืนได้นอนบ้างไหมคะ”

“สามชั่วโมงค่ะ ถือว่าใช้ได้แล้ว”

“ถ้าหมอเซี่ยได้ยินคงไม่พูดแบบนั้น”

อวี่ถงหัวเราะ “งั้นอย่าบอกพี่สามก็พอค่ะ”

รถเคลื่อนออกจากย่านที่พัก อวี่ถงเล่าเรื่องที่ค้างจากต่างเมืองให้ฟังคร่าว ๆ เรื่องอารามบนเขาถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทั้งหมดแล้ว คนที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายเด็กกับพิธีผิดกฎหมายถูกดำเนินการตามหน้าที่ ส่วนเด็กที่ยังอยู่ในความดูแลได้รับการส่งต่อไปยังครอบครัวหรือหน่วยงานที่เหมาะสม

ข่าวแพร่ออกไปเร็วกว่าที่คาด ช่วงสองวันที่ผ่านมามีสื่อพูดถึงเรื่องนี้ไม่น้อย แต่หลินเยว่ชิงไม่ได้สนใจรายละเอียดมากนัก

“เด็ก ๆ ปลอดภัยก็ดีแล้วค่ะ”

“ตอนนี้ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่แล้ว” อวี่ถงตอบ ก่อนเปลี่ยนมาพูดถึงเรื่องที่กำลังจะไปทำ “เมื่อคืนฉันดูข้อมูลของหมอที่ทำคลอดแม่ไว้คร่าว ๆ ชื่อกู้เหม่ยหลิง อายุห้าสิบแปด ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์สตรีและเด็ก”

หลินเยว่ชิงหันมามอง “อยู่โรงพยาบาลเดิมมาตลอด?”

“เกือบตลอดค่ะ เมื่อก่อนอยู่แผนกสูติฯ แล้วขึ้นเป็นหัวหน้าแผนกค่อนข้างเร็ว ตอนที่ทำคลอดแม่ยังรับเคสเองอยู่ ตอนนี้เหลืองานบริหารเป็นหลัก”

“ครอบครัวล่ะคะ”

“ไม่เคยแต่งงาน ข้อมูลญาติใกล้ชิดแทบไม่มี แต่เรื่องนี้ยังไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เราจะไปถามวันนี้”

หลินเยว่ชิงไม่ได้ถามต่อ เรื่องที่ทั้งคู่ต้องการรู้ไม่อยู่ในประวัติการทำงานของกู้เหม่ยหลิง แต่อยู่ที่วันคลอดเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

เมื่อรถเข้ามาในลานโรงพยาบาล หลัวจิ่นหลานกับลูกชายสองคนมาถึงก่อนแล้ว จิ่งหาวกำลังยืนคุยกับเหวินเฉิงอยู่ใกล้ทางเข้า ส่วนหลัวจิ่นหลานนั่งรอในรถจนเห็นอวี่ถงจึงลงมา

จิ่งหาวเห็นอาจารย์ก็เดินเข้ามาหา “เมื่อคืนพี่สี่กลับถึงกี่โมงครับ ผมนึกว่าจะพุ่งมาหาอาจารย์ตั้งแต่ตีห้า”

อวี่ถงปรายตามอง “ฉันยังรู้จักเวลานอนของคนอื่น”

“บางครั้งครับ”

“อยากกลับไปอยู่กับพ่อไหม”

“ไม่ครับ วันนี้ผมมาแล้ว”

เหวินเฉิงพูดขึ้น “งั้นก็พูดให้น้อยลงหน่อย”

“พี่สาม วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”

หลัวจิ่นหลานเรียกลูกชายไว้ก่อนบทสนทนาจะยาว เธอเดินมาหาหลินเยว่ชิงแล้วจับมือไว้เบา ๆ

“เมื่อคืนป้าพยายามนอนแล้ว แต่พอหลับตาก็เห็นแต่ตัวเลขในกล่อง”

หลินเยว่ชิงไม่ได้บอกว่าดวงเกิดชุดนั้นต้องเป็นของลูกอีกคน เพียงถาม “พร้อมจะไปถามหรือยังคะ”

“พร้อมจ้ะ”

อวี่ถงพาเพียงแม่กับหลินเยว่ชิงขึ้นไป ส่วนจิ่งหาวกับเหวินเฉิงรออยู่ชั้นล่าง เรื่องเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเป็นเรื่องส่วนตัว คนเข้าไปมากเกินความจำเป็นคงไม่ช่วยอะไร

จิ่งหาวทำท่าจะตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนอวี่ถงจะถามว่า

“นายอยากขึ้นไปช่วยแม่ถาม หรือขึ้นไปนั่งฟังเฉย ๆ”

เขาคิดแล้วตอบ “รอข้างล่างก็ได้ครับ”

“ดี”

“แต่มีอะไรโทรหาผมนะ”

“รู้แล้ว”

ชั้นบริหารของโรงพยาบาลอยู่ด้านบน เจ้าหน้าที่หน้าห้องผู้อำนวยการแจ้งว่ากู้เหม่ยหลิงยังไม่กลับจากตรวจงานด้านล่าง หากต้องการพบอาจต้องรออีกสักพัก

อวี่ถงกำลังจะพาแม่ไปนั่งที่ห้องรับรอง เสียงเจ้าหน้าที่ด้านหลังกลับเรียกผู้อำนวยการขึ้นเสียก่อน

ผู้หญิงวัยใกล้หกสิบกำลังเดินมาตามทางพร้อมแพทย์รุ่นน้องสองคน เธอสวมเสื้อกาวน์ทับชุดทำงานเรียบ ๆ ผมสั้นประบ่า มีแฟ้มอยู่ในมือหนึ่งเล่ม ระหว่างเดินยังคุยเรื่องคนไข้กับคนข้าง ๆ ไปด้วย

พอเข้าใกล้ กู้เหม่ยหลิงก็เห็นหลัวจิ่นหลาน เธอหยุดก่อนเป็นฝ่ายเรียกชื่อ

“คุณหลัว?”

หลัวจิ่นหลานมองคนตรงหน้า “หมอกู้ ยังจำฉันได้หรือคะ”

“จำได้สิคะ” กู้เหม่ยหลิงส่งแฟ้มให้แพทย์ที่มาด้วย แล้วเข้ามาใกล้ “ไม่ได้เจอกันนานมาก ลูก ๆ โตหมดแล้วใช่ไหม”

หลัวจิ่นหลานมองคนตรงหน้า เธอฝากครรภ์กับกู้เหม่ยหลิงมาตั้งแต่ลูกชุดแรกจนถึงจิ่งหาว หลายปีผ่านไปใบหน้าเปลี่ยนไปตามวัย แต่เสียงที่เรียก “คุณหลัว” ยังทำให้เธอจำได้ทันที

กู้เหม่ยหลิงมองอวี่ถง “นี่อวี่ถงใช่ไหม ตอนเด็กเจอกันไม่กี่ครั้ง โตจนแทบจำไม่ได้แล้ว”

“ค่ะ”

สายตาของเธอเลื่อนไปทางหลินเยว่ชิง “แล้วคนนี้…”

“คนรู้จักของครอบครัวค่ะ” หลัวจิ่นหลานตอบเอง ก่อนจะนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วถามขึ้นโดยไม่รอให้ใครพาเข้าไปในห้อง “หมอกู้ ตอนฉันคลอดจิ่งหาว ฉันคลอดเด็กกี่คนคะ”

คำถามมาเร็วเสียจนแพทย์สองคนที่ยังยืนอยู่ใกล้ ๆ ชะงักไปด้วย

กู้เหม่ยหลิงมองคนไข้เก่าตรงหน้า “ทำไมจู่ ๆ ถึงถามเรื่องนี้คะ”

“ฉันอยากรู้ว่าหมอยังจำได้ไหม”

กู้เหม่ยหลิงเงียบไปเพียงครู่เดียว “คนเดียวค่ะ ครรภ์สุดท้ายของคุณเป็นครรภ์เดี่ยว”

อวี่ถงจึงบอกแพทย์อีกสองคนว่ามีเรื่องส่วนตัวของครอบครัวอยากคุยกับผู้อำนวยการสักครู่ กู้เหม่ยหลิงได้ยินก็พยักหน้า แล้วพาทั้งสามเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง

เมื่อประตูปิดลง เธอเป็นฝ่ายถามก่อน

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ”

หลัวจิ่นหลานหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดรูปที่ถ่ายก้นกล่องใบสุดท้ายแล้ววางไว้ตรงหน้า

“เมื่อวานเราเจอนี่ค่ะ”

กู้เหม่ยหลิงรับโทรศัพท์ไปดู ภาพในหน้าจอมีรอยสลักดวงเกิดสองชุด ชุดหนึ่งเป็นของจิ่งหาว ส่วนอีกชุดมีปี เดือน และวันเดียวกัน ต่างเพียงเวลาเกิด

“นี่คืออะไรคะ”

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน”

หลัวจิ่นหลานนั่งลงฝั่งตรงข้าม “เจ็ดชุดที่พบก่อนหน้านี้เป็นของฉัน สามี แล้วก็ลูกทุกคน ไม่มีผิดเลยสักชุด เหลือชุดนี้ที่ไม่มีใครในบ้านรู้ว่าเป็นของใคร”

กู้เหม่ยหลิงวางโทรศัพท์ลง “แล้วคุณคิดว่าเกี่ยวกับการคลอดครั้งสุดท้าย?”

“ฉันไม่รู้ ถึงมาถามหมอ”

อวี่ถงนั่งอยู่ข้างแม่ ไม่ได้รีบแทรก

กู้เหม่ยหลิงวางโทรศัพท์ลงตรงหน้า “ถ้าถามเรื่องครรภ์นั้น ฉันยังตอบเหมือนเดิมค่ะ ตั้งแต่ฝากครรภ์จนถึงวันคลอด ตรวจพบเด็กเพียงคนเดียว”

หลัวจิ่นหลานมองหน้าเธอ “หมอยังจำได้หรือคะ ตอนนั้นฉันเคยถามด้วยว่าอาจเป็นแฝด”

“จำได้ค่ะ เพราะคุณเคยมีลูกแฝดมาก่อน แต่ผลตรวจทุกครั้งยืนยันว่าเป็นครรภ์เดี่ยว”

อวี่ถงจึงถามเพียงว่า “ถ้าเวชระเบียนเก่ายังอยู่ พวกเราขอดูภายหลังได้ไหมคะ”

“ได้ค่ะ แต่ต้องให้ฝ่ายเวชระเบียนตรวจว่าข้อมูลส่วนไหนยังเก็บอยู่บ้าง เวลาผ่านมานานแล้ว”

“ไม่มีปัญหาค่ะ เรื่องขั้นตอนฉันจัดการเอง”

กู้เหม่ยหลิงมองอวี่ถง “วันนี้มาคุยในฐานะตำรวจหรือในฐานะลูกสาวคะ”

“วันนี้มาพาแม่มาถามเรื่องที่แม่อยากรู้ค่ะ”

“ถ้าคุณกังวลเพราะตัวเลขชุดนี้ ฉันเข้าใจค่ะ แต่ฉันบอกได้เพียงเรื่องที่เกิดในความดูแลของฉัน ตอนนั้นคุณคลอดเด็กหนึ่งคนจริง ๆ”

“ตอนจิ่งหาวเกิด หมอเป็นคนอุ้มเขาหรือเปล่าคะ”

“ไม่ใช่ค่ะ พยาบาลเด็กเป็นคนรับช่วงหลังคลอด แต่ฉันอยู่ในห้อง”

“แล้วฉันได้เห็นเขาทันทีไหม”

กู้เหม่ยหลิงนิ่งคิด “ไม่นานค่ะ คุณเสียเลือดพอสมควร ทีมต้องดูอาการคุณก่อน เด็กถูกพาไปตรวจแล้วค่อยนำกลับมา”

หลัวจิ่นหลานเงยหน้าขึ้นทันที “ฉันไม่เคยรู้ว่าช่วงนั้นนานแค่ไหน”

“ตอนอยู่ในห้องคลอดคนไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เวลาชัดหรอกค่ะ”

“แล้วช่วงนั้นหมออยู่กับฉัน?”

“อยู่ค่ะ”

อวี่ถงแตะหลังมือแม่เบา ๆ “แม่”

หลัวจิ่นหลานสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนพยักหน้าให้ลูกสาวรู้ว่ายังไหว

หลินเยว่ชิงยังไม่ได้พูดอะไร รูปดวงเกิดบนหน้าจอยังค้างอยู่ตรงกลางโต๊ะ

กู้เหม่ยหลิงถาม “ตัวเลขพวกนี้ได้มาจากไหนคะ”

หลัวจิ่นหลานไม่ได้เล่าเรื่องกล่องทั้งหมด เพียงตอบว่า “จากของที่ถูกฝังไว้รอบบ้านค่ะ”

อีกฝ่ายนิ่งไปเล็กน้อย “ถูกฝัง?”

“ค่ะ”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นดวงเกิดจริง”

คราวนี้อวี่ถงตอบ “ของทั้งเจ็ดคนตรงหมดค่ะ ทั้งวันและเวลา”

กู้เหม่ยหลิงเลื่อนโทรศัพท์กลับไปให้ “ถ้าเป็นอย่างนั้น ลองดูเวชระเบียนเก่าด้วยก็ดีค่ะ ผ่านมานานขนาดนี้ ความจำของฉันอาจไม่ครบทุกอย่าง”

หลัวจิ่นหลานรับโทรศัพท์กลับ แต่ยังไม่ลุก

“เมื่อคืนฉันไม่ได้นอนเลยค่ะ”กู้เหม่ยหลิงมองเธอ

“ฉันพยายามคิดว่ามันอาจเป็นแค่คนที่เกิดวันเดียวกับจิ่งหาวก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี ฉันคงกลับบ้านแล้วหัวเราะว่าตัวเองคิดมากไป”

หลัวจิ่นหลานพูดต่อ “แต่ฉันเคยท้องแฝดมาก่อน พอเห็นดวงเกิดสองชุดที่แทบเหมือนกัน ฉันก็หยุดคิดไม่ได้”

“คุณหลัว…”

“ถ้ามีเด็กอีกคนจริง ๆ ตอนนี้เขาจะอายุเท่าจิ่งหาว ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาโตที่ไหน มีใครเลี้ยงหรือเปล่า เจ็บป่วยไหม หรือยังอยู่ดีหรือไม่”

“แปลกนะคะ เมื่อวานฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาจมีเด็กคนนี้อยู่ วันนี้กลับนั่งคิดว่าเขากินข้าวตรงเวลาหรือเปล่าแล้ว”

อวี่ถงบีบมือแม่ไว้

กู้เหม่ยหลิงถอนสายตาไปทางโต๊ะทำงาน “ฉันเข้าใจว่าคุณรู้สึกยังไง แต่เรื่องที่ฉันจำได้ยังเหมือนเดิมค่ะ คุณคลอดเด็กหนึ่งคน”

อวี่ถงบอกว่าเรื่องเวชระเบียนจะติดต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน แล้วลุกขึ้นพร้อมกู้เหม่ยหลิง แต่หลัวจิ่นหลานยังไม่ได้ขยับตาม

“แม่?” อวี่ถงเรียก

เธอมองหมอตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นอีกครั้ง

“หมอกู้ ฉันขอถามอย่างหนึ่งได้ไหมคะ”

กู้เหม่ยหลิงหยุด “ค่ะ”

“สมมติว่าฉันจำอะไรผิดไปหมด และดวงเกิดนี่ไม่เกี่ยวกับครรภ์ของฉันจริง ๆ เรื่องก็จบ ฉันจะไม่มารบกวนคุณอีก”

เธอเว้นไปนิดหนึ่ง

“แต่ถ้าวันนั้นมีเรื่องอะไรที่ฉันไม่รู้จริง ๆ ฉันไม่อยากถามว่าใครทำ ไม่อยากรู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร”

อวี่ถงหันมามองแม่ แต่ไม่ได้ห้าม หลัวจิ่นหลานลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือหนึ่งยังถือโทรศัพท์ที่เปิดรูปดวงเกิดค้างไว้

“ฉันอยากรู้แค่ว่าเด็กคนนั้นมีอยู่จริงหรือเปล่า”

กู้เหม่ยหลิงสบตาเธอ

“แล้วถ้ามีจริง...” หลัวจิ่นหลานพูดต่อ “บอกฉันแค่ว่าเขาเกิดออกมาปลอดภัยไหมก็พอค่ะ”