127
127
กู้เหม่ยหลิงยังยืนอยู่ข้างประตูห้องฉุกเฉิน ดวงตาจับอยู่ที่คนของโรงพยาบาลซึ่งเดินผ่านไปมาโดยไม่มีใครเหลียวมองเธอ หลินเยว่ชิงจับตาดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ก่อนหยิบจี้หยกออกจากกระเป๋า
“จะอยู่ที่นี่ต่อหรือไปกับฉันคะ”
กู้เหม่ยหลิงหันมา “ไปไหน”
“บ้านเซี่ยค่ะ”
สีหน้าของอีกฝ่ายตึงขึ้นทันที “ฉันไม่ไป”
“ได้ค่ะ”
หลินเยว่ชิงเก็บจี้กลับลงกระเป๋าตามเดิม ไม่มีทั้งคำขู่หรือคำเกลี้ยกล่อม กู้เหม่ยหลิงกลับเป็นฝ่ายมองตามมือเธอ
“แล้วคุณจะปล่อยฉันไว้แบบนี้?”
“คุณเพิ่งบอกว่าไม่ไป”
กู้เหม่ยหลิงพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง จิ่งหาวซึ่งมองไม่เห็นว่าอาจารย์กำลังคุยกับใครเดินเข้ามาใกล้
“หมอกู้อยู่ตรงนี้เหรอครับ”
“ค่ะ”
เขามองพื้นที่ว่างข้างอาจารย์ “ถ้าเธอยังไม่อยากกลับบ้านเรา ก็ให้อยู่ก่อนเถอะครับ เมื่อกี้เพิ่งเกิดเรื่องขนาดนั้น”
ประโยคนี้ทำให้กู้เหม่ยหลิงหันมาทางเขา แม้จิ่งหาวจะยังมองไม่เห็นเธอ
หลินเยว่ชิงไม่ได้เร่ง รอจนอีกฝ่ายถามเองว่าเข้าไปอยู่ในจี้แล้วจะออกมาได้หรือไม่ จึงตอบเพียงว่า “ได้ค่ะ”
คราวนี้กู้เหม่ยหลิงยอมเข้ามาใกล้ จี้ในมือเย็นลงชั่วครู่ ก่อนร่างที่ยืนอยู่ตรงทางเดินจะหายไป
จิ่งหาวเห็นอาจารย์เก็บจี้ก็รู้ผล “ไปด้วย?”
“ค่ะ”
เขายังไม่ทันถามต่อ โทรศัพท์ของอวี่ถงก็ดังขึ้น เธอเดินไปคุยใกล้หน้าต่างไม่ถึงสองนาที พอกลับมาก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาด้วย
“ที่สถานีเรียกฉันกลับค่ะ ข่าวผู้อำนวยการกู้เสียออกไปแล้ว มีคนเอารูปตอนฉันเข้ามาโรงพยาบาลไปลงด้วย”
หลัวจิ่นหลานลุกทันที “แม่ไปด้วย”
“แม่จะไปทำไมคะ”
“ก็ไปบอกว่าแม่เป็นคนมาหาหมอเอง ลูกแค่พาแม่มา”
“เขาเรียกฉันกลับไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้มีใครเอาฉันไปขังเสียหน่อย”
หลัวจิ่นหลานยังไม่ค่อยสบายใจ จิ่งหาวเปิดข่าวให้ดูคร่าว ๆ พาดหัวหลายแห่งใช้ภาพอวี่ถงตอนเดินเข้าอาคารคู่กับเรื่องการเสียชีวิตของผู้อำนวยการ แม้ยังไม่มีใครเขียนตรง ๆ ว่าเธอเกี่ยวข้อง แต่ข้อความด้านล่างก็เดากันไปคนละทางแล้ว
“อย่าอ่านเลยครับแม่” จิ่งหาวปิดหน้าจอ “ตอนนี้คนข้างนอกยังรู้น้อยกว่าพวกเราเยอะ”
อวี่ถงเก็บโทรศัพท์ “ฉันกลับไปคุยก่อน ถ้าต้องให้แม่ไปทีหลังเดี๋ยวฉันโทรมาเอง”
“แต่—”
“อวี่ถงไม่มีเคราะห์ค่ะ” หลินเยว่ชิงพูดขึ้น
หลัวจิ่นหลานหันมาทันที “แน่นะ”
“ค่ะ”
เท่านั้นก็ยอมปล่อยลูกสาว อวี่ถงถอนใจแล้วบอกว่าจะโทรกลับเมื่อเสร็จ ก่อนแยกไปกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอีกทาง
หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ประจำชั้นเข้ามาแจ้งว่าบริเวณหน้าอาคารมีนักข่าวมารอมากขึ้น ทางเข้าเริ่มแน่น ทางโรงพยาบาลจึงแนะนำให้ครอบครัวใช้ทางออกฝั่งอาคารจอดรถแทน
หลัวจิ่นหลานมองออกไปนอกหน้าต่าง “เมื่อเช้ายังไม่มีใครสนใจพวกเราอยู่เลย”
“ตอนนี้เริ่มมีแล้วครับ” จิ่งหาวดูโทรศัพท์อีกครั้ง “มีคนถามแล้วว่าใครอยู่ในห้องกับหมอกู้ก่อนเกิดเรื่อง”
หลินเยว่ชิงเปิดกระเป๋า หยิบกระดาษแผ่นเล็กออกมาสี่แผ่นแล้วแบ่งให้ทุกคน ก่อนเก็บอีกแผ่นไว้กับตัวเอง
“ติดด้านในเสื้อค่ะ”
จิ่งหาวรับไปดู “อะไรครับ”
“ยันต์พรางหน้า”
เขาเงยหน้าขึ้นทันที แต่เห็นหลินเยว่ชิงติดของตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงไม่ได้ถามยาว เพียงทำตาม แล้วเดินเข้าลิฟต์ไปพร้อมทุกคน
ชั้นจอดรถไม่ได้โล่งอย่างที่คิด นักข่าวบางส่วนลงมารอใกล้ทางเชื่อมแล้ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนกันไม่ให้ใครขวางทางออก พอประตูลิฟต์เปิด หลัวจิ่นหลานก็ชะลอไปนิดหนึ่ง
“เดินตามปกติค่ะ”
ทั้งสี่คนเดินออกไป นักข่าวหญิงคนหนึ่งหันมาทางพวกเขาเต็ม ๆ สายตาผ่านเหวินเฉิง จิ่งหาว แล้วเลยไปทางหลัวจิ่นหลาน ก่อนจะถามเจ้าหน้าที่ข้างตัว
“ครอบครัวที่มากับตำรวจหญิงเมื่อกี้ลงมาหรือยังคะ”
จิ่งหาวไม่ได้หันกลับ จนขึ้นรถเรียบร้อยถึงได้ดึงยันต์ออกมาดู
“อันนี้ผมเก็บได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะ”
“เอาให้พี่รองก็คงดี เวลาออกไปข้างนอกจะได้ไม่ต้องหลบคน”
หลัวจิ่นหลานพยักหน้า “เอาไปให้เถอะ ช่วงหลังออกจากบ้านทีหนึ่งวุ่นวายกว่าคนอื่นเขา”
จิ่งหาวเก็บยันต์ลงกระเป๋า เรื่องนั้นจึงจบไป ไม่มีใครถามต่อว่ากระดาษแผ่นเล็กทำอะไรกับใบหน้าของพวกเขาบ้าง เมื่อครู่ทุกคนเห็นผลกับตาแล้ว
ระหว่างทางกลับบ้าน หลัวจิ่นหลานได้รับข้อความจากอวี่ถงเพียงครั้งเดียว ลูกสาวบอกว่าถึงสถานีแล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวล เธออ่านข้อความจบก็วางโทรศัพท์ลง หลังจากนั้นในรถค่อนข้างเงียบ แม้แต่จิ่งหาวก็ไม่ได้ชวนใครคุย
เซี่ยเหวินซานนั่งรออยู่ในห้องรับแขกตอนทุกคนกลับถึงบ้าน แขนยังมีผ้าปิดแผลจากอุบัติเหตุเมื่อวาน ส่วนลูกชายคนโตอยู่ด้วย พอเห็นภรรยาเข้ามาก็ถามทันที
“หมอว่ายังไง”
หลัวจิ่นหลานนั่งลงข้างสามี “ฉันคลอดสองคนจริง ๆ”
มือที่เซี่ยเหวินซานกำลังจะหยิบแก้วน้ำหยุดอยู่ตรงนั้น
“หมอกู้ยอมรับแล้ว?”
“อืม เด็กอีกคนเกิดมามีชีวิต แต่ฉันยังไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น”
ลูกชายคนโตขยับเข้ามาใกล้ “ไม่ได้ถามต่อหรือครับ”
“ยังไม่ทันได้รู้ หมอกู้ก็ออกจากห้อง แล้ว…”
หลัวจิ่นหลานพูดต่อไม่ลง จิ่งหาวจึงบอกเรื่องที่เหลือแทน เมื่อรู้ว่ากู้เหม่ยหลิงเสียชีวิตแล้ว เซี่ยเหวินซานไม่ได้ถามเรื่องข่าวหรือเรื่องตำรวจ สิ่งแรกที่ถามกลับเป็น
“คุณไหวไหม”
หลัวจิ่นหลานมองสามี “ไม่รู้เหมือนกัน”
เขายื่นมือมา เธอจึงวางมือลงไป
จิ่งหาวนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รอจนพ่อมองมาก็บอกเพิ่ม “ผมเกิดก่อนครับ ส่วนอีกคนเกิดทีหลัง”
เซี่ยเหวินซานพยักหน้า แต่ไม่ได้สนใจเรื่องว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้องนัก “แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน”
หลัวจิ่นหลานส่ายหน้า
คำถามนั้นไม่มีใครตอบได้
หลินเยว่ชิงรอให้สามีภรรยาคุยกันจบก่อนจึงหยิบจี้หยกออกมาวางบนโต๊ะ
“กู้เหม่ยหลิงอยู่ในนี้ค่ะ”
เซี่ยเหวินซานหันมามองทันที “วิญญาณ?”
“ค่ะ”
หลัวจิ่นหลานขยับตัวเข้ามา “คุยได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
“ฉันอยากคุย”
หลินเยว่ชิงจึงขอให้ปิดประตูห้องรับแขกไว้ก่อน คนงานในบ้านยังเดินผ่านด้านนอกเป็นระยะ ไม่จำเป็นต้องให้ใครเข้ามาเห็นมากกว่านี้ จากนั้นเธอวางยันต์ไว้ข้างจี้และแตะลงไปเบา ๆ
ความเย็นแผ่ออกมาชั่วครู่ ก่อนกู้เหม่ยหลิงจะปรากฏขึ้นตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม
จิ่งหาวชะงักไปนิดหนึ่ง เขารู้อยู่แล้วว่าอาจารย์พากลับมาด้วย แต่การได้เห็นคนที่เมื่อเช้ายังพูดคุยกันอยู่ยืนอยู่ตรงหน้าในสภาพนี้ก็เป็นอีกเรื่อง เหวินเฉิงเองไม่ได้พูดอะไร ส่วนเซี่ยเหวินซานจับมือภรรยาแน่นขึ้น
กู้เหม่ยหลิงมองไปรอบห้อง พอเห็นหลัวจิ่นหลานกับสามีก็รู้ทันทีว่าที่นี่คือบ้านเซี่ย
“คุณพาฉันมาที่นี่จริง ๆ”
“ค่ะ”
“ฉันไม่อยากมา”
หลัวจิ่นหลานตอบจากข้างสามี “แต่ฉันยังถามไม่จบค่ะ”
กู้เหม่ยหลิงหันมาหาเธอ “ฉันตายแล้วนะคุณหลัว”
“ฉันรู้ค่ะ”
คำตอบนั้นไม่ได้ดัง แต่ทำให้อีกฝ่ายเงียบไป
หลัวจิ่นหลานไม่ได้รีบถามซ้ำทันที เธอก้มมองมือที่เซี่ยเหวินซานจับอยู่ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
“ตอนเช้าหมอบอกว่าเด็กอีกคนเกิดมาปลอดภัย ฉันอยากรู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น”
กู้เหม่ยหลิงเบือนหน้า “ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว”
“สำหรับฉันเพิ่งรู้วันนี้”
หลัวจิ่นหลานหยุดนิดหนึ่ง “ฉันกลับบ้านวันนั้นพร้อมจิ่งหาว แล้วก็เลี้ยงลูกมาตลอดโดยไม่เคยรู้ว่ามีอีกคนอยู่ด้วย หมอจำเรื่องวันนั้นได้มากกว่าฉัน อย่างน้อยช่วยบอกทีว่าเกิดอะไรขึ้น”
กู้เหม่ยหลิงไม่ตอบ
เซี่ยเหวินซานไม่ได้เร่ง เขาเพียงนั่งอยู่ข้างภรรยา ปล่อยให้คนสองคนที่อยู่ในห้องคลอดวันนั้นคุยกันเอง
จิ่งหาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อเห็นพี่สาวยังไม่กลับ เขาเปิดกล้องผ่านกู้เหม่ยหลิง แต่หน้าจอกลับมีเพียงโซฟาว่าง ๆ จึงยื่นเครื่องให้หลินเยว่ชิงโดยไม่ถามอะไร
เธอสอดยันต์แผ่นเล็กไว้ด้านหลังเคสแล้วคืนให้ คราวนี้ร่างของกู้เหม่ยหลิงปรากฏบนหน้าจอ
จิ่งหาวมองแม่ “เก็บไว้ให้อาถงฟังไหมครับ”
หลัวจิ่นหลานหันไปหาสามี เซี่ยเหวินซานไม่ได้ตอบแทน เพียงบีบมือเธอเบา ๆ
“อัดไว้เถอะ”
จิ่งหาวจึงเปิดบันทึกแล้ววางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ถอยกลับไปนั่งตามเดิม
กู้เหม่ยหลิงมองเครื่องที่กำลังบันทึกอยู่เพียงแวบเดียว ก่อนถาม
“ถ้าฉันพูด คุณจะทำอะไรต่อ”
หลัวจิ่นหลานส่ายหน้า “ยังไม่รู้ค่ะ”
อีกฝ่ายมองเธอ
“ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกฉัน”
ห้องรับแขกเงียบลงโดยไม่มีใครตั้งใจ จิ่งหาวเองก็ไม่พูดแทรก
กู้เหม่ยหลิงยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะอีกพักใหญ่ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้
“คุณอยากรู้เรื่องเด็กคนนั้นใช่ไหม”
หลัวจิ่นหลานพยักหน้า
“ค่ะ”
กู้เหม่ยหลิงมองเธอ ก่อนเริ่มพูด
“วันนั้น หลังคุณคลอดเด็กคนที่สอง…”