LNCrawler

16

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

16

คำว่า “ตกงานแล้ว” ทำให้จ้าวหมิงเหอชะงักไปทั้งตัว หลิวเหวินจิ้งมองสามีที่ไม่คิดแก้ต่าง แล้วรู้ว่าสิ่งที่พบในกระเป๋าเป็นความจริง

“คุณรู้แล้วหรือ”

“ถ้าฉันไม่เปิดกระเป๋าคุณ ฉันคงยังไม่รู้” เธอหัวเราะเบา ๆ “ทุกเช้าคุณยังออกจากบ้านเวลาเดิม กลับเวลาเดิม ฉันถามว่างานยุ่งไหม คุณก็ตอบว่าเหมือนเดิม”

“ผมกำลังจะบอก”

“เมื่อไร หลังได้งานใหม่ หรือหลังเงินชดเชยหมด?”

จ้าวหมิงเหอเงียบ เขาอ้างว่าไม่อยากให้ภรรยากังวล แต่คำตอบยิ่งทำให้หลิวเหวินจิ้งเหนื่อยกว่าเดิม เพราะสิ่งที่เธอคิดถึงหลังเจอหนังสือเลิกจ้างไม่ใช่เงินก้อนนั้นเพียงอย่างเดียว

“หมอบอกว่าแม่คุณอาจอยู่ได้อีกสิบปี ยี่สิบปีก็ได้ ฉันไม่ได้กลัวว่าต้องดูแลแม่คุณนาน ฉันกลัวว่าต่อให้อีกสิบปี ชีวิตฉันก็ยังเหมือนวันนี้”

วันพาแม่สามีไปสถานี จ้าวกุ้ยหลานถามอยู่หลายครั้งว่าจะกลับบ้านกี่โมง หลิวเหวินจิ้งยังตอบว่าเดี๋ยวก็กลับ ทั้งที่รู้ว่าตนกำลังทำเรื่องผิด

“ตอนรถออก ฉันคิดอย่างเดียวว่า คืนนี้ฉันจะได้นอนสักคืน”

ความคิดเห็นในไลฟ์เริ่มไหลเร็วอีกครั้ง

หลิวเหวินจิ้งมองข้อความบางส่วนแล้วไม่ได้ขอให้ใครสงสาร เธอบอกเพียงว่า ตัวเองเคยคิดหลายครั้งว่าจะหนีออกจากบ้านเฉย ๆ แต่พอเห็นลูกกับแม่สามีอยู่ตรงหน้า ก็ไม่เคยกล้าทำ จนวันที่เห็นหนังสือเลิกจ้างของสามี ความหวังที่ว่าอีกไม่นานจะมีเงินจ้างคนมาช่วยก็พังลงพร้อมกัน การพาจ้าวกุ้ยหลานขึ้นรถจึงไม่ใช่การตัดสินใจชั่ววูบ หากเป็นความคิดที่สะสมมาหลายคืน และนั่นยิ่งทำให้เธอรู้ว่าตนไม่มีข้ออ้างจะปัดความรับผิดชอบ

ทำงานจนใจพัง: เหนื่อยได้ แต่เอาคนป่วยไปทิ้งไม่ได้จริง ๆ

ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: ผิดก็ส่วนผิด เหนื่อยก็ส่วนเหนื่อย สองอย่างจริงพร้อมกันได้

จ้าวหมิงเหอมองข้อความอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผมผิด” หลิวเหวินจิ้งเงยหน้าขึ้นทันที เขายอมรับว่า วันแม่ล้มในห้องน้ำ เขาเห็นสายที่ภรรยาโทรมาทั้งหกครั้ง แต่คิดว่าเธอคงจัดการได้เหมือนทุกครั้ง

“ใช่ ฉันจัดการได้ทุกครั้ง”

“นั่นแหละ ผมเลยเคยชิน”

คำยอมรับตรงเกินคาดจนหลิวเหวินจิ้งหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง จ้าวหมิงเหอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดค้นหาศูนย์ดูแล

จ้าวหมิงเหอเล่าว่า หลังตกงาน เขาออกจากบ้านทุกเช้าเหมือนเดิมเพราะอับอาย ไม่อยากให้ภรรยารู้ว่าตนพลาด เขาใช้เวลาทั้งวันนั่งสมัครงานตามร้านกาแฟและห้องสมุด ก่อนกลับบ้านเวลาเดิม ทำเหมือนยังมีประชุมและลูกค้า การปิดบังซึ่งคิดว่าเป็นการป้องกันครอบครัว กลับทำให้หลิวเหวินจิ้งเชื่อว่าทุกอย่างจะไม่มีวันดีขึ้น เพราะแม้แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดของบ้าน เธอก็เป็นคนสุดท้ายที่ได้รู้ เขาบอกว่า เงินชดเชยยังเหลือ จะเอาไปจ่ายก่อน หากยังหางานใหม่ไม่ได้ก็รับงานชั่วคราว และเรื่องแม่ควรเป็นหน้าที่ของเขามาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปล่อยให้ภรรยารับอยู่คนเดียว

“แล้วถ้าอีกเดือนคุณเหนื่อยล่ะ”

“ก็เหนื่อย”

“ถ้าเงินไม่พอ?”

“ก็หาทางเพิ่ม”

“ถ้ากลับไปคิดอีกว่าฉันจัดการได้?”

จ้าวหมิงเหอเกือบตอบว่าให้เธอเตือน ก่อนชะงักเอง “ไม่ต้องเตือน ผมจะตั้งเตือนตัวเอง” คนดูหลุดหัวเราะ บรรยากาศจึงเบาลงเล็กน้อย หลิวเหวินจิ้งไม่ได้ยิ้มตาม เธอหันมาถามหลินเยว่ชิง “เขาจะทำจริงไหมคะ” หลินเยว่ชิงดูใบหน้าของทั้งคู่ “เขาจำได้ค่ะ แต่คุณไม่ต้องเชื่อเพราะฉันพูด ดูสิ่งที่เขาทำหลังคืนนี้”

เส้นชะตาของจ้าวหมิงเหอเปลี่ยนไปจากเดิม

หลินเยว่ชิงเห็นเส้นครอบครัวของทั้งคู่ยังไม่ขาด แต่มีรอยแยกชัดเจนอยู่ตรงกลาง การกลับมาอยู่ด้วยกันจึงไม่ใช่เรื่องที่คำทำนายจะตัดสินแทนได้ หากจ้าวหมิงเหอยังกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ต่อให้วันนี้รับปากทุกอย่าง สุดท้ายเส้นนั้นก็จะขาดเอง ส่วนหากหลิวเหวินจิ้งเลือกแยกจาก เขาก็ไม่มีสิทธิ์อ้างว่าคำขอโทษครั้งเดียวควรซื้อเวลาเกือบสิบปีคืนได้ เขาจะได้งานใหม่ซึ่งรายได้น้อยลงและต้องเริ่มแทบทั้งหมด แต่เส้นทางนั้นมีโอกาสพาไปตั้งตัวใหม่ได้ ส่วนแม่จะได้รับการดูแลในสถานที่ที่เหมาะกับโรคมากกว่าอยู่บ้าน

หลิวเหวินจิ้งถามต่อ “ถ้าฉันเลือกหย่าล่ะคะ”

“ก็หย่าได้ค่ะ”

คำตอบทำให้คนดูเงียบ หลินเยว่ชิงไม่ได้สั่งให้ใครอยู่หรือไป เพียงบอกว่า จากเส้นทางปัจจุบัน หากทั้งสองแยกกันแล้วรีบเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ ต่างฝ่ายต่างมีเกณฑ์เจอคนที่นำปัญหาเข้ามา แต่ชะตาเปลี่ยนได้เสมอ หากรู้แล้วไม่เดินไปทางนั้น เหตุการณ์ก็ไม่จำเป็นต้องเกิด

“ดูดวงไม่ใช่คำสั่งค่ะ”

หลิวเหวินจิ้งพยักหน้า “ฉันยังไม่รู้ว่าจะอยู่กับคุณต่อไหม คืนนี้ตอบไม่ได้”

“ผมรู้”

“อย่าเร่งฉัน”

“ไม่เร่ง”

“เรื่องแม่ หลังเจอตัวแล้วเราไปหาตำรวจด้วยกัน ฉันจะเล่าทุกอย่างเอง”

จ้าวหมิงเหอพยักหน้า หลิวเหวินจิ้งจึงถามตำแหน่งแม่อีกครั้ง หลินเยว่ชิงบอกว่า หลังออกจากสถานีหลินโจว จ้าวกุ้ยหลานเดินตามถนนเก่าไปสองช่วงตึก ตอนนี้นั่งอยู่ใต้ต้นหลิวข้างร้านซ่อมจักรยานที่ปิดไปแล้ว มีชายเก็บของเก่าคนหนึ่งเห็นอยู่และกำลังจะพาไปหาตำรวจ

จ้าวหมิงเหอรีบส่งตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่ในหลินโจวและเตรียมออกเดินทางเอง

“ให้ตำรวจไปก่อนค่ะ” หลินเยว่ชิงเตือน “คุณอดนอนมาสองคืน อย่าขับรถ”

เขารับคำทันที ก่อนตัดสาย หลิวเหวินจิ้งมองหน้าจอ “ขอบคุณค่ะ” ไม่มีคำขอโทษยาว ๆ ไม่มีการขอให้ใครเข้าใจ เธอรู้ดีว่าหลังจากนี้ยังต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำและตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ด้วยตัวเอง หน้าจอกลับมาเหลือหลินเยว่ชิงคนเดียว

ห้องไลฟ์ยังถกกันเรื่องเดิม บางคนตำหนิหลิวเหวินจิ้งหนัก บางคนกลับโทษจ้าวหมิงเหอทั้งหมด หลินเยว่ชิงอ่านเพียงครู่เดียวแล้วบอกว่า การเข้าใจสาเหตุไม่เท่ากับยกเลิกผลของการกระทำ หลิวเหวินจิ้งยังต้องไปให้การและรับสิ่งที่ตามมา ส่วนจ้าวหมิงเหอก็ต้องรับผิดชอบในส่วนที่ตนทอดภาระให้คนอื่นมานาน ไม่มีฝ่ายใดใช้ความเหนื่อยของตัวเองลบความเสียหายที่อีกคนได้รับได้

บางคนถามว่า เรื่องพาผู้ป่วยไปทิ้งจะจบแค่นี้หรือ

“เรื่องผิดกฎหมาย ตำรวจจัดการค่ะ ส่วนเรื่องอื่น ต่อให้ไม่มีใครลงโทษ เธอก็ลืมสิ่งที่ทำไม่ได้หรอก”

หลินเยว่ชิงไม่ต่อบทเรียน เธอปล่อยถุงโชคใบที่สองของคืนนี้แทน สิทธิ์ถูกแย่งไปแทบในทันที ชื่อบัญชี คืนนี้ใครกลับก่อนแพ้ เด้งขึ้นมา ทันทีที่รับสาย เสียงดนตรีก็ดังสนั่นจากอีกฝั่ง

คนดูหลายคนพิมพ์พร้อมกันให้ลดเสียง เพราะลำโพงจากห้องวีไอพีดังจนเสียงหลินเยว่ชิงแทบหาย ภาพกวาดผ่านผนังกระจก โคมไฟสีเข้ม และป้ายเมนูของเย่หมี่ ทำให้ผู้ชมในไห่เฉิงจำสถานที่ได้ทันที บางคนบอกว่าค่าห้องคืนหนึ่งเริ่มหลักหมื่น อีกคนตอบกลับว่า ดูจากคนในห้องแล้วเงินซื้อได้ทุกอย่างยกเว้นมารยาท ภาพสั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนเห็นห้องวีไอพีขนาดใหญ่ โต๊ะกลางเต็มไปด้วยขวดสุราและถังน้ำแข็ง คนหนุ่มสาวเกือบสิบคนนั่งกระจายอยู่ตามโซฟา

เจ้าของบัญชีดูเหมือนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากดได้สิทธิ์ โทรศัพท์ถูกเพื่อนแย่งไปก่อน

“เฮ้ย โทรศัพท์มึงมีสาว!”

ชายผมสีทองโผล่เต็มหน้าจอ ใบหน้าแดงเพราะเมา เขาเพ่งมองหลินเยว่ชิงแล้วหัวเราะ

“โห สวยจริง”

เพื่อนด้านหลังโห่ตาม ชายหนุ่มยกโทรศัพท์เข้ามาใกล้ “คนสวย อยู่ไหนอะ” หลินเยว่ชิงไม่ตอบ

“เขาไม่ตอบกูว่ะ”

“มึงเมาจนเขากลัวแล้ว!”

“กูหล่อจะตาย”

เสียงหัวเราะดังลั่นห้อง ชายผมทองยิ่งได้ใจ “มาดื่มด้วยกันดิ เดี๋ยวพี่เลี้ยง มาที่เย่หมี่เลย คืนนี้ไม่ต้องไลฟ์แล้ว” ความคิดเห็นในไลฟ์เริ่มด่าแทนเจ้าของห้อง

ขอกะละมังกับชาม: หลักหมื่นซื้อห้องได้ แต่ซื้อความเกรงใจไม่ได้สินะ

ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: อาจารย์ส่งผีไปดื่มแทนทีค่ะ

ชายผมทองเห็นคำว่า “ผี” ก็หัวเราะ

“ผีไหนวะ เจอก็ดี มาเลย คนยิ่งเยอะยิ่งสนุก”

เพื่อนบางคนหัวเราะตาม บางคนบอกให้หยุดท้า ชายผมทองไม่ได้ฟัง เขาหันกล้องไปรอบห้องแล้วตะโกนเรียกผีเหมือนกำลังท้าคนในวงเหล้า เพื่อนหญิงคนหนึ่งที่นั่งริมโซฟาถึงกับขยับหนีและบอกว่าอย่าเล่นเรื่องแบบนี้ตอนกลางคืน เจ้าตัวกลับยิ่งหัวเราะ บอกว่าถ้ามีจริงก็ให้มานั่งดื่มด้วยกัน จะได้ไม่ต้องเสียค่าเปิดโต๊ะเพิ่ม

สืออันหนิงกับคุณย่าสือไม่ได้อยู่ในไลฟ์คืนนี้ แต่บัญชีคนดูเก่าหลายรายจำหลินเยว่ชิงได้ดีพอจะรู้ว่า เมื่อเธอหยุดมองจุดใดนานกว่าปกติ มักมีบางอย่างผิดปกติจริง ๆ ความเห็นที่เพิ่งหัวเราะเรื่องชายเมาจึงค่อย ๆ ลดลง เหลือเพียงคนถามว่าเธอกำลังเห็นอะไรอยู่หลังโซฟา

หลินเยว่ชิงไม่ได้สนใจพวกเขา ตั้งแต่ภาพเชื่อมขึ้น สายตาของเธอก็หยุดอยู่ตรงกระจกหลังโซฟา ตรงนั้นไม่มีคนยืน แต่ในกระจกมีเงาหญิงสาวผมยาวก้มหน้า คอเอียงผิดมุม และยืนชิดหลังชายผมทองจนแทบแตะไหล่

“ไม่ต้องเรียกค่ะ”

ชายหนุ่มหันกลับมาหากล้อง “อะไรนะ” หลินเยว่ชิงมองผ่านเขาไปยังเงาในกระจก

“เธอยืนอยู่ข้างหลังคุณแล้ว”

ชายผมทองยังไม่ทันหัวเราะต่อ สีหน้าของเพื่อนสองคนด้านหลังก็เริ่มเปลี่ยน เพราะอุณหภูมิในห้องลดลงอย่างไม่มีใครแตะเครื่องปรับอากาศ