17
17
ชายผมทองชะงัก ก่อนหันขวับไปมองด้านหลัง ตรงนั้นมีเพียงโซฟายาวกับหญิงสาวชุดสายเดี่ยวสีดำที่กำลังถือแก้วเหล้า เขากวาดตามองทั่วห้องอีกครั้ง พอไม่เห็นอะไรน่ากลัวก็หัวเราะออกมา “ไหนล่ะ ผีของเธอ” เขาเดินเซไปหยุดข้างหญิงสาวคนนั้น ก่อนพาดแขนลงบนพนักโซฟาด้านหลังเธอ “นี่หรือเปล่า ถ้าใช่ก็ไม่น่ากลัวเท่าไรนะ”
หญิงสาวสะบัดตัวหนี “ไปไกล ๆ เลย นายเมาแล้ว” เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบห้อง เฝิงจี้คุนยิ่งได้ใจ เขาหันกลับมาหากล้องแล้วกางมือออก “เห็นไหม ไม่มีอะไรเลย” หลินเยว่ชิงมองผ่านเขาไปยังมุมมืดหลังโซฟา “ไม่ใช่เธอค่ะ”
“แล้วใคร”
“เด็กผู้หญิงที่คุณทิ้งไว้ในตรอกหลังโรงเรียนเมื่อปีก่อน”
แก้วในมือของเฝิงจี้คุนหยุดอยู่กลางอากาศ ดนตรีในห้องยังดังเหมือนเดิม แต่คนสองสามคนที่อยู่ใกล้โทรศัพท์เริ่มหันมามองเขา ชายหนุ่มวางแก้วลงบนโต๊ะแรงจนเหล้ากระฉอกออกมาติดหลังมือ
“พูดบ้าอะไรของเธอ”
“อายุสิบเจ็ด เป็นเพื่อนร่วมชั้นของคุณ”
“พอเลยนะ”
หลินเยว่ชิงไม่ได้หยุด “คุณตามจีบเธออยู่พักหนึ่ง เธอไม่สนใจ วันนั้นหลังเลิกเรียนคุณเลยตามไปถึงตรอกด้านหลัง”
“กูบอกให้พอ!”
เสียงตวาดดังจนคนที่กำลังร้องเพลงอยู่อีกฝั่งลดไมโครโฟนลง เพื่อนคนหนึ่งมองเขาอย่างงง ๆ “จี้คุน มึงเป็นอะไร” ชื่อที่หลุดออกมาทำให้ช่องความคิดเห็นในไลฟ์คึกคักทันที เฝิงจี้คุนหันไปด่าเพื่อน “เรียกชื่อกูทำไมวะ!”
“กูก็เรียกปกติ”
หลินเยว่ชิงพูดต่อราวกับไม่ได้ยินเสียงเถียงในห้อง “เธอไม่ยอมไปกับคุณ คุณก็ไม่ยอมปล่อยกลับ สุดท้ายเรื่องเลยเกินกว่าที่คุณตั้งใจไว้” ใบหน้าที่แดงเพราะสุราเริ่มซีดลง “ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร”
“จริงหรือคะ”
“เออ!”
หลินเยว่ชิงมองเขานิ่ง ๆ “ถ้าไม่รู้จริง ทำไมพอฉันพูดถึงตรอกหลังโรงเรียน คุณถึงรีบให้ฉันหยุด” เฝิงจี้คุนอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน “ก็เพราะเธอพูดจาไร้สาระไง ถ้ามีหลักฐานก็เอามา ไม่มีอย่ามาปรักปรำคนอื่น”
“หลักฐานที่ควรมี ตอนนี้เหลือไม่มากแล้วค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค้างไปเล็กน้อย หลินเยว่ชิงจึงเอ่ยต่อ “กล้องในซอยบังเอิญเสีย ของบางชิ้นที่ควรอยู่กับศพก็หายไปจากหลักฐาน ส่วนคนที่ถูกจับกลับเป็นชายเร่ร่อนซึ่งแค่เดินผ่านบริเวณนั้น”
คนในห้องเริ่มมองหน้ากัน ชายหนุ่มอีกคนขมวดคิ้ว “เดี๋ยวนะ คดีเด็กผู้หญิงที่เป็นข่าวเมื่อปีที่แล้วหรือเปล่าวะ” ไม่มีใครตอบ แต่ความคิดเห็นในไลฟ์ตอบแทนจนแทบอ่านไม่ทัน
ขอกะละมังกับชาม: ถ้าอาจารย์พูดจริง คนหนึ่งตาย อีกคนติดคุกแทน?
เฝิงจี้คุนเห็นชื่อตัวเองลอยอยู่บนหน้าจอก็สบถเสียงดัง “ใครแม่งเอาชื่อกูไปพิมพ์!” เพื่อนข้างตัวถอยออกนิดหนึ่ง “ก็มึงชื่อเฝิงจี้คุนจริงนี่” เขาหันกลับมาหาหลินเยว่ชิง “เรื่องนั้นตำรวจปิดคดีไปแล้ว ถ้าเธอยังพูดอีก ฉันจะฟ้องให้หมดตัวเลย เชื่อไหม”
“คุณจะฟ้องเรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องที่เธอ…”
เฝิงจี้คุนหยุดไปเอง เพื่อนอีกคนมองหน้ากันอย่างเริ่มไม่สบายใจ เพราะหากเขาไม่เกี่ยวข้องจริง ก็ควรถามเสียมากกว่าว่าเธอกำลังพูดถึงคดีไหน ไม่ใช่รีบบอกว่าตำรวจปิดคดีแล้ว หลินเยว่ชิงหยิบยันต์ใบหนึ่งขึ้นมาจากข้างมือ สอดไว้ใต้โทรศัพท์อย่างไม่ให้ใครสังเกต “เมื่อกี้คุณอยากเห็นผีไม่ใช่หรือคะ”
เฝิงจี้คุนยังพยายามรักษาสีหน้า “ก็เอาสิ”
“ได้ค่ะ”
ไฟตรงมุมห้องกะพริบหนึ่งครั้ง ไม่มีใครสนใจในตอนแรก สถานบันเทิงอย่างเย่หมี่มีแสงสีหมุนวนอยู่ตลอดเวลา กระทั่งชายคนหนึ่งยกมือถูแขน
“ใครลดแอร์วะ”
“ไม่มีใครแตะ”
“ทำไมอยู่ดี ๆ หนาวขนาดนี้”
เฝิงจี้คุนไม่ได้ร่วมวง เขายืนนิ่งเพราะมีลมหายใจเย็นจัดเป่าลงตรงต้นคอ เขาสะบัดมือไปด้านหลัง “ใครเล่นอะไร!” คว้าได้แต่ความว่างเปล่า ลมหายใจนั้นกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิมจนขนตรงต้นแขนลุกชัน “หยุดนะเว้ย!” เพื่อนด้านหลังหัวเราะ “มึงเมาจนหลอนแล้วมั้ง”
“กูไม่ได้เมา!”
เสียงผู้หญิงกระซิบขึ้นข้างหู
“จำฉันไม่ได้จริง ๆ เหรอ”
เฝิงจี้คุนตัวแข็ง ผู้ชมในไลฟ์เห็นเงาหญิงสาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นหลังไหล่ของเขา เส้นผมยาวเปียกชื้นแนบแก้ม ใบหน้าขาวซีด ชุดนักเรียนตรงลำคอยับจนผิดรูป ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองกล้องเลยแม้แต่น้อย มันมองเพียงเฝิงจี้คุน
ขอกะละมังกับชาม: ข้างหลังเขามีคนจริง ๆ!
เฝิงจี้คุนค่อย ๆ หันหน้าไป พอเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างตัว เขาก็ถอยกรูดจนสะโพกชนโต๊ะ
“ไม่…”
หญิงสาวเอียงศีรษะ “เมื่อกี้ยังบอกว่าไม่รู้จักฉันอยู่เลย”
“ไม่ใช่…เป็นไปไม่ได้”
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้”
เฝิงจี้คุนส่ายหน้ารัว “เธอตายแล้ว!” เสียงในห้องเงียบลงราวกับมีคนกดปิดเพลง เพื่อนสองคนหันมามองหน้ากัน เมื่อครู่เขายังยืนยันว่าไม่รู้จักเด็กสาวที่หลินเยว่ชิงพูดถึง แต่ตอนนี้กลับหลุดปากเองว่าอีกฝ่ายตายแล้ว
“จี้คุน” เพื่อนคนหนึ่งเรียกช้า ๆ “มึงเห็นใครวะ”
เฝิงจี้คุนไม่ได้ยิน เขาถอยจนหลังติดประตู “อย่าเข้ามา” วิญญาณหญิงขยับตาม
“วันนั้นฉันก็พูดแบบนี้”
ชายหนุ่มรีบหันไปคว้าลูกบิดประตู หมุนซ้ำแล้วซ้ำอีกจนข้อขาว แต่บานประตูกลับไม่ขยับ “เปิดสิวะ!”
“มึงก็เปิดอยู่นี่ไง” เพื่อนเขาเริ่มเสียงสั่น
“ช่วยกูด้วย!”
“ช่วยอะไร!”
เฝิงจี้คุนสะดุ้ง มือปัดไปด้านหลังอย่างไร้ทิศทาง ก่อนทรุดลงข้างประตู เพื่อนคนหนึ่งกำลังจะหัวเราะเมื่อเห็นว่าเขากลัวจนเสียอาการ แต่พอเห็นใบหน้าซีดเผือดกับร่างที่สั่นไม่หยุดก็หัวเราะไม่ออก
“ช่วยกูด้วย…”
“มึงเป็นอะไร”
“เธออยู่ตรงนี้!”
เขาชี้ไปยังพื้นที่ว่างข้างตัว เพื่อนเริ่มถอย “จี้คุน อย่าเล่นนะ” วิญญาณหญิงยื่นมือแตะไหล่เขา ร่างของเฝิงจี้คุนก็ถูกกระชากออกจากประตู ก่อนกระแทกลงตรงขอบโซฟา โต๊ะกลางสั่นแรง ขวดเหล้าสองใบกลิ้งตกพื้นแตกดังเพล้ง คราวนี้ไม่มีใครหัวเราะอีก
“เมื่อกี้ใครผลักมัน”
“ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น…”
หญิงสาวชุดดำที่ถูกเฝิงจี้คุนกวนก่อนหน้านี้คว้ากระเป๋าของตัวเองทันที “ฉันไปก่อนนะ” เพียงคนแรกวิ่ง ทุกคนก็เหมือนได้สติ พวกเขากรูไปที่ประตูซึ่งเฝิงจี้คุนเปิดแทบตายเมื่อครู่ แต่พอคนอื่นจับ ลูกบิดกลับหมุนได้อย่างง่ายดาย
“ไป ๆๆ!”
“เรียกคนข้างล่างด้วย!”
ไม่มีใครคิดอยู่ช่วยเฝิงจี้คุนอีก ไม่นานห้องวีไอพีที่เคยเต็มไปด้วยคนก็เหลือเพียงชายหนุ่มบนพื้น โทรศัพท์ที่ตกตะแคงอยู่ข้างโต๊ะ และแขกอีกหนึ่งคนที่มีเพียงเขากับผู้ชมในไลฟ์มองเห็น ความคิดเห็นไหลเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้ใช้8831: ฉันอัดหน้าจอไว้แล้ว ส่งตำรวจแล้ว
เฝิงจี้คุนไม่รู้ว่าคนดูเริ่มทำอะไรกัน เขาคลานหนีจนหลังชนผนัง “อย่าฆ่าฉัน…ฉันให้เงินก็ได้” วิญญาณหญิงหยุด
“อยากได้เท่าไร ฉันให้หมดเลย จะให้ที่บ้านเธอก็ได้ จะหาคนทำพิธีให้ด้วย ขอแค่อย่าฆ่าฉัน”
หญิงสาวมองเขาอยู่นาน “ตอนฉันขอให้คุณหยุด คุณหยุดหรือเปล่า” เฝิงจี้คุนหน้าซีดเผือด “เรื่องมันผ่านไปแล้ว…พ่อฉันจัดการหมดแล้ว ตำรวจก็ปิดคดีแล้ว คนที่ถูกจับก็รับไปแล้ว เธอยังจะเอาอะไรอีก!” คำพูดหลุดออกมาเพราะความกลัว ห้องไลฟ์เงียบไปชั่ววินาที ก่อนข้อความจะระเบิดขึ้นแทบเต็มจอ
ขอกะละมังกับชาม: เดี๋ยวนะ พ่อจัดการหมดแล้ว???
ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: ขอบคุณที่สารภาพเองค่ะคุณพี่
ผู้ใช้8831: ส่งคลิปเพิ่มแล้ว ตำรวจช่วยอ่านข้อความฉันด้วย!!!
เฝิงจี้คุนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เขาหันขวับไปมองโทรศัพท์บนพื้น แต่ยังไม่ทันคลานไปถึง ร่างก็ถูกกระชากขึ้นอีกครั้งแล้วโยนกลับลงบนโซฟา เสียงร้องดังลั่นห้อง วิญญาณหญิงตามเข้าไปใกล้ นิ้วซีดขาวค่อย ๆ เลื่อนไปตรงลำคอ เฝิงจี้คุนดิ้นถอยจนหมดทาง “ไม่เอา…ฉันยังไม่อยากตาย”
หญิงสาวหยุด แววตาของเธอเปลี่ยนไปในทันที
“แล้วฉันอยากตายหรือ”
น้ำเสียงไม่ได้ดัง แต่ทำให้ห้องที่ไร้คนกลับยิ่งเงียบ มือของเธอบีบแน่นขึ้น เฝิงจี้คุนไอและพยายามแกะมือซึ่งคนอื่นมองไม่เห็นออกจากลำคอ
“พอค่ะ”
เสียงของหลินเยว่ชิงดังผ่านโทรศัพท์ วิญญาณหญิงไม่ยอมปล่อยทันที
“ฆ่าเขาตอนนี้ เขาก็ตายครั้งเดียว”
นิ้วที่ลำคอชะงัก
“แต่คุณต้องเอาชีวิตเขาติดตัวไปด้วย หลังจากนั้นต่อให้หายแค้นก็ไปไหนไม่ได้แล้ว”
หญิงสาวนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ปล่อยมือ เฝิงจี้คุนทรุดตัวลง ไอจนแทบหายใจไม่ทัน โทรศัพท์ถูกเตะโดยไม่ตั้งใจจนภาพหงายขึ้นไปทางเพดาน คนดูมองเห็นแต่โคมไฟกับแสงสีสลับกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนใบหน้าซีดขาวจะโผล่เข้ามาจากด้านบนแบบกลับหัว
ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: กรี๊ดดดดดดดดด!!!
เงินเดือนยังไม่ออก: คุณพี่ผีคะ เข้ากล้องตรง ๆ ก็ได้ หัวใจฉันไม่ได้อยู่ในประกันนะ
ขอกะละมังกับชาม: โทรศัพท์ฉันหลุดมือจริง เมื่อกี้เกือบแตก
วิญญาณหญิงกะพริบตา ไม่สนใจว่าตัวเองทำคนดูเกือบหัวใจวาย เธอมองหลินเยว่ชิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเหลือบไปยังยันต์ซึ่งสอดอยู่ใต้โทรศัพท์ ถึงตอนนี้จึงเข้าใจว่าทำไมตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ตนได้เพียงตามเฝิงจี้คุนไปทุกแห่งแต่ไม่อาจแตะต้องเขา แต่ในคืนนี้กลับทำได้
“เป็นคุณสินะ”
หลินเยว่ชิงไม่ได้ปฏิเสธ “เดิมทีคุณแตะเขาไม่ได้ค่ะ ฉันเพียงให้ยืม” วิญญาณหญิงหันกลับไปมองชายหนุ่มบนโซฟา เฝิงจี้คุนเห็นสายตานั้นก็รีบขยับหนี ทั้งที่ไม่มีแรงเหลือแล้ว
“ถ้าฉันไม่ฆ่าเขา…” เธอเว้นนิดหนึ่ง “ฉันยังกลับมาหาเขาได้ไหม”
หลินเยว่ชิงมองเธอ “ตราบใดที่ไม่เอาชีวิตเขา และไม่ทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้อง” วิญญาณหญิงเงียบไป จากนั้นมุมปากก็ค่อย ๆ ยกขึ้น เฝิงจี้คุนส่ายหน้าทันที “ไม่ ไม่เอาแบบนั้น”
“เมื่อกี้คุณยังบอกว่าอยากเห็นฉันอยู่เลย”
“กูไม่ได้หมายความแบบนี้!”
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรก “แต่ฉันชอบแบบนี้นะ” เฝิงจี้คุนแทบร้องไห้ หลินเยว่ชิงไม่สนใจเสียงโวยวายอีก เธอยกถ้วยน้ำขึ้นจิบ ปล่อยให้ความคิดเห็นในห้องไลฟ์ไหลผ่านหน้าจอ
ขอกะละมังกับชาม: คืนนี้พี่ผมทองคงเปิดไฟนอนยันเช้า
ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: ถ้าเป็นฉันไม่ใช่แค่เปิดไฟ ฉันย้ายบ้าน
วิญญาณหญิงหันกลับไปหาเฝิงจี้คุนอีกครั้ง คราวนี้ชายหนุ่มไม่เหลือท่าทีกร่างเหมือนตอนเชื่อมสายใหม่ ๆ แล้วแม้แต่น้อย