LNCrawler

1

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

1

ทันทีที่ก้าวออกจากสำนักงานทะเบียนสมรส หลินเยว่ชิงก็สัมผัสได้ว่าเส้นชะตาซึ่งใกล้ขาดของตนมั่นคงขึ้นเล็กน้อย ปราณมงคลสีม่วงจากชายข้างกายไหลผ่านทะเบียนสมรสเข้าสู่เส้นวาสนาของเธอ แม้เส้นวาสนาที่เพิ่งผูกกันยังบาง แต่ปราณที่ไหลผ่านมาเพียงเล็กน้อยก็ช่วยประคองวิญญาณของเธอไว้ได้ หากไม่จดทะเบียนวันนี้ อีกไม่ถึงเจ็ดวันร่างนี้คงไม่มีลมหายใจเหลือให้ยื้อแล้ว

เธอรอดแล้ว อย่างน้อยก็ชั่วคราว สือเยี่ยนโจวไม่รู้ว่าภรรยาที่เพิ่งจดทะเบียนกำลังตรวจดูชะตาชีวิตของตัวเอง เขาปิดแฟ้มเอกสารในมือก่อนพูดถึงข้อตกลงที่ผู้ช่วยร่างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

“การแต่งงานครั้งนี้เกิดจากความต้องการของคุณย่า ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่คงจัดงานแต่งหรือเปิดเผยความสัมพันธ์ไม่ได้ เราแยกกันอยู่ และครบหนึ่งปีค่อยมาจดทะเบียนหย่า”

“ตกลงค่ะ”

คำตอบง่ายเกินกว่าที่เตรียมรับมือไว้ สือเยี่ยนโจวจึงหยุดไปครู่หนึ่ง เมื่อวานคุณย่าสือเรียกเขากลับบ้านและยืนยันให้จดทะเบียนกับหลินเยว่ชิง โดยอ้างบุญคุณเก่าระหว่างสองครอบครัว สือเยี่ยนโจวปฏิเสธอยู่หลายครั้ง จนหญิงชรานั่งอยู่หน้ารูปของลูกชายกับลูกสะใภ้ซึ่งหายไปเมื่อสิบหกปีก่อนและขอให้เขาเชื่อคุณย่าสักครั้ง เขาจึงยอมแต่งภายใต้ข้อตกลงหนึ่งปี แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับรับเงื่อนไขทั้งหมดโดยไม่ต่อรอง

“ในสัญญาระบุว่าจะมีเงินเข้าบัญชีคุณเดือนละห้าแสนหยวน ส่วนบ้านที่อ่าวอวิ๋นซี ผมโอนชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้ช่วยจะนำกุญแจไปให้ภายในวันนี้”

“ฉันไม่รับบ้าน ส่วนเงินก็ลดเหลือเท่าที่จำเป็นเถอะค่ะ”

“คุณไม่ต้องการอะไรเลยหรือ”

หลินเยว่ชิงหันไปมองชายที่เพิ่งกลายเป็นสามีตามกฎหมายเป็นครั้งแรก เธอมองชะตาของเขา เหนือหว่างคิ้วเขามีปราณมงคลสีม่วงเข้มซึ่งหาได้ยาก ส่วนวังบิดามารดากลับมีเงาหม่นปกคลุม เรื่องการหายตัวที่ทุกคนคิดว่าจบไปแล้วจึงอาจยังมีสิ่งซ่อนอยู่ สำหรับเธอ ปราณที่ช่วยประคองชีวิตสำคัญกว่าบ้านหรือเงินที่เขาเสนอมากนัก

“ฉันรับสิ่งที่จำเป็นไปแล้วค่ะ”

สือเยี่ยนโจวไม่เข้าใจคำตอบนั้น แต่หลินเยว่ชิงไม่ได้คิดอธิบาย เธอเก็บสมุดทะเบียนลงในกระเป๋าผ้าใบเล็ก ก่อนขอตัวกลับที่พัก

รถมายบัคของบ้านสือจอดรออยู่ริมถนน เกาเหวินเต๋อ คนขับที่ทำงานกับตระกูลมานาน เป็นคนเปิดประตูให้ สือเยี่ยนโจวบอกให้พาเธอไปบ้านอ่าวอวิ๋นซีที่เตรียมไว้ แต่หลินเยว่ชิงยังยืนยันจะกลับห้องเช่าแถวถนนซีเหอ แม้จะอยู่ไกลและเดินทางไม่สะดวก เขาก็ไม่ได้รั้ง เพราะความสัมพันธ์ครั้งนี้ตั้งใจให้ต่างคนต่างอยู่ตั้งแต่ต้น

หลินเยว่ชิงขึ้นรถไปพร้อมเกาเหวินเต๋อ ส่วนสือเยี่ยนโจวแยกไปบริษัท คนที่โทรมาคือฉินจื่อเฉิน เพื่อนสนิทซึ่งรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม

“นายอยู่ไหน”

เสียงจากปลายสายแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “คำแรกก็เย็นชาเลยนะ ประธานสือ เช้าวันแต่งงานไม่ควรอารมณ์ดีกว่านี้หน่อยหรือ” สือเยี่ยนโจวเปิดแท็บเล็ตดูเอกสาร “ถ้าว่างมาก ฉันจะส่งโครงการที่หลานโจวให้นายดูแล”

“เดี๋ยวก่อน ฉันโทรมาแสดงความยินดี คุณย่าสือเพิ่งประกาศข่าวดี คนทั้งกลุ่มรู้กันหมดแล้ว แต่นายกลับไม่บอกเพื่อนสักคำ ภรรยานายเป็นใคร ฉันเคยพบหรือเปล่า”

ปลายนิ้วของเขาหยุดอยู่เหนือหน้าจอ สือเยี่ยนโจวแปลกใจที่ฉินจื่อเฉินรู้ข่าวเร็ว จนเปิดเวยซิ่นแล้วพบว่าคุณย่าสือโพสต์ภาพทะเบียนสมรสไว้บนหน้าโมเมนต์ พร้อมข้อความประกาศว่าหลานชายแต่งงานแล้ว แม้หญิงชราจะยืนยันว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่รายชื่อเพื่อนของเธอมีคนรู้จักในวงการธุรกิจอยู่มาก เขาจึงตัดสายจากเพื่อนและให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ตอบสื่อเพียงว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

คุณย่าสือยังส่งข้อความเสียงกลับมาว่าไม่ได้ประกาศกับสื่อ เพียงโพสต์ให้คนรู้จักไม่กี่คนเห็น แต่รายชื่อเพื่อนในเวยซิ่นของหญิงชรามีอยู่มากกว่าสามพันคน ฉินจื่อเฉินหัวเราะไม่หยุด ส่วนสือเยี่ยนโจวได้แต่สั่งฝ่ายประชาสัมพันธ์เตรียมคำตอบหากมีสื่อโทรมาถาม

ก่อนเก็บโทรศัพท์ เขามองภาพหลินเยว่ชิงในทะเบียนอีกครั้ง เธอไม่รับบ้าน ไม่สนเงิน และหลังจดทะเบียนก็แยกกลับที่พักโดยไม่ขอช่องทางติดต่อส่วนตัว หลินเยว่ชิงยอมแต่งงานกับเขาเพื่ออะไรกันแน่

ระหว่างนั่งรถ หลินเยว่ชิงใช้เวลาจัดระเบียบความทรงจำของทั้งสองชีวิต เดิมเธอเป็นลูกครึ่งไทย–จีน เติบโตกับแม่ที่เชียงใหม่ ก่อนเรียนศาสตร์จีนกับตาผู้เป็นซินแสในยูนนานและศึกษาวิชาเกี่ยวกับดวงชะตา ฮวงจุ้ย อักขระ และวิญญาณต่อหลังตาเสียชีวิต กระทั่งเกิดเหตุระหว่างช่วยคนบนภูเขา วิญญาณจึงถูกกระจกทองแดงของตาดึงมายังร่างหญิงสาวชื่อเดียวกันในไห่เฉิง

เจ้าของร่างนี้เติบโตในตระกูลหลิน ก่อนรู้ว่าตนถูกสลับตัวตั้งแต่โรงพยาบาลและไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ คืนที่วิญญาณทั้งสองสัมผัสกัน อีกฝ่ายทิ้งความทรงจำกับความต้องการไว้ว่าอยากรู้ว่าการตกบันไดของตนเป็นอุบัติเหตุจริงหรือไม่ แล้วจึงจากไป

ร่างหยุดหายใจนานเกินไปจนเส้นชะตาขาดไปกว่าครึ่ง หากไม่มีปราณมงคลหล่อเลี้ยง วิญญาณของหลินเยว่ชิงจะถูกผลักออกภายในเจ็ดวัน คุณย่าสือมาหาเธอพร้อมหยกของตาและจดหมายที่ฝากให้ขอความช่วยเหลือจากผู้สืบสายตระกูลสือ เธอจึงตรวจดวงของสือเยี่ยนโจวและพบว่าเขามีปราณซึ่งช่วยประคองชีวิตได้พอดี

การจดทะเบียนจึงเป็นการผูกเส้นวาสนาอย่างถูกต้องโดยไม่ทำร้ายดวงของทั้งคู่ เมื่อครบหนึ่งปี หากเธอสะสมบุญและฟื้นร่างได้พอ การหย่าก็จะไม่เป็นอันตราย รถหยุดหน้าทางเข้าถนนซีเหอ เกาเหวินเต๋อไม่ยอมปล่อยให้เธอลงตรงปากตรอก เพราะคุณย่ากำชับว่าต้องส่งถึงบ้าน แต่ถนนข้างในแคบเกินกว่ารถคันใหญ่จะผ่านได้

“ผมช่วยถือของเข้าไปให้เถอะครับ”

“ไม่ต้องค่ะ ฉันมีแค่กระเป๋าใบเดียว”

เขายังรู้สึกลำบากใจ หลินเยว่ชิงจึงรับปากว่าจะโทรบอกคุณย่าสือเมื่อถึงบ้าน คนขับถึงยอมเปิดประตูให้ ก่อนลงจากรถ หลินเยว่ชิงเห็นเงาดำพาดอยู่ระหว่างคิ้วของเขา และเมื่อมองให้ชัดก็พบเงาหม่นในวังบุตรของเกาเหวินเต๋อ เคราะห์ไม่ได้ตกที่เขา แต่พาดไปถึงลูกสาวเพียงคนเดียวซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยการเงินไห่เฉิง และจะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่นาน

“โทรหาลูกสาวตอนนี้ค่ะ ถ้าติดต่อไม่ได้ให้แจ้งตำรวจ แล้วไปที่อาคารจอดรถเก่าหลังมหาวิทยาลัย”

เกาเหวินเต๋อยังไม่ทันเชื่อเต็มที่ แต่เมื่อโทรติดกันสองครั้งไม่มีคนรับ ความมั่นใจก็เริ่มหายไป สายที่สามจึงมีคนรับก่อนตัดเพียงไม่กี่วินาที ปลายสายมีเสียงลมแรงและเสียงร้องไห้ของเกาเสี่ยวอวี่

หลินเยว่ชิงให้เขาคุยกับลูกต่อเนื่องและบอกให้เด็กถอยจากขอบตึก นั่งลง และรอจนเจ้าหน้าที่ไปถึง เกาเหวินเต๋อทำตามพร้อมโทรแจ้งตำรวจจากระบบในรถ เด็กสาวจึงยอมบอกว่าตนอยู่บนดาดฟ้า หลังถูกแฟนหนุ่มหลอกเอาเงินและข่มขู่เรื่องภาพส่วนตัว

เกาเหวินเต๋อไม่ซักว่าลูกไปอยู่บนดาดฟ้าได้อย่างไร เขาเพียงบอกให้เสี่ยวอวี่จับโทรศัพท์ไว้ จะโกรธ จะร้อง หรือยังไม่อยากกลับบ้านก็ได้ แต่ต้องรอให้เขาไปถึงก่อน เสียงสะอื้นที่ปลายสายจึงค่อย ๆ เบาลง เด็กสาวยอมถอยจากขอบตึกตามคำที่พ่อพูดซ้ำอยู่หลายครั้ง

คนขับรีบออกไปทันที ก่อนรถเคลื่อนยังลดกระจกลงมาขอบคุณ หลินเยว่ชิงเพียงเร่งให้เขาไปหาลูก เงาดำบนชะตาค่อย ๆ จางลงเมื่อเหตุร้ายถูกเบี่ยงออก เธอได้รับปราณบุญกลับมาเล็กน้อย หากต้องการมีชีวิตต่อไปโดยไม่พึ่งสือเยี่ยนโจวตลอดเวลา เธอจำเป็นต้องช่วยผู้คนให้มากกว่านี้

หลินเยว่ชิงเดินเข้าไปในถนนซีเหอ ร้านค้าสองข้างทางยังคงหน้าตาแบบเมืองเก่า มีทั้งร้านขายกระดาษเซ่นไหว้ ร้านเครื่องหอม และแผงรับดูดวงซึ่งเจ้าของกำลังนอนพัดอยู่หลังโต๊ะ

อาคารสองข้างทางสูงเพียงไม่กี่ชั้น ป้ายไม้เก่าแขวนสลับกับร้านขายของเซ่นไหว้และเครื่องหอม ที่พักของเธออยู่เหนือร้านขายของเก่าเกือบสุดถนน ถึงจะเล็กและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก แต่เจ้าของร่างเดิมเลือกที่นี่เพราะค่าเช่าไม่แพงและไม่มีใครสนใจว่าเธอจะกลับกี่โมง

โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นก่อนเธอเดินถึงบันได ข้อความมาจากหมายเลขที่ไม่เคยบันทึกชื่อ มีเพียงประโยคสั้น ๆ

‘ผมสือเยี่ยนโจว บันทึกเบอร์ไว้ หากคุณย่าถามเรื่องที่พัก ติดต่อผู้ช่วยผมได้’

หลินเยว่ชิงอ่านจบแล้วกดบันทึกชื่อ ผู้มีปราณมงคล เธอมองชื่อที่เพิ่งบันทึกอยู่ครู่หนึ่งแล้วเก็บโทรศัพท์ สำหรับคนอื่น ชายคนนั้นคือประธานสือผู้มีชื่อเสียง แต่สำหรับหลินเยว่ชิงตอนนี้ ความสำคัญที่สุดของเขาคือปราณซึ่งช่วยพยุงชีวิต และเธอไม่คิดเข้าใกล้เกินกว่าที่จำเป็น

สือเยี่ยนโจวมองข้อความแจ้งเตือนว่าภรรยาเพิ่มเขาเป็นผู้ติดต่อ รออยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่มีคำตอบกลับมา เขาไม่รู้เลยว่าในโทรศัพท์ของภรรยาคนใหม่ ตนไม่ได้ถูกบันทึกว่า “สามี” หรือแม้แต่ชื่อจริง สำหรับหลินเยว่ชิง เขาเป็นยารักษาชีวิตที่เดินได้ และเป็นยาชนิดเดียวในโลกซึ่งเธอต้องรักษาระยะห่างให้เหมาะสม

เพราะถ้าพัวพันมากเกินไป เมื่อถึงวันครบสัญญา คนที่ตัดเส้นวาสนาไม่ขาดอาจไม่ใช่เธอ