20
20
สืออันหนิงขยับกล้องเข้าใกล้แนวพุ่มไม้อีกเล็กน้อย วิญญาณสองร่างในเครื่องแบบนักบินยังยื้อคอเสื้อกันอยู่ คนหนึ่งมีแถบบนบ่ามากกว่าอีกคน เห็นได้ชัดว่าเป็นกัปตันกับผู้ช่วยกัปตัน
“ถ้านายไม่บ้าขึ้นมาตอนนั้น เครื่องจะเป็นแบบนี้ไหม!”
หลัวอี้ฟานผลักอีกฝ่ายออก “มึงเอาเมียกูไปนอนด้วย แล้วจะให้กูนั่งยิ้มข้างมึงทั้งเที่ยวหรือไง!” สืออันหนิงหันไปมองหน้าจอในมือเหมือนอยากแน่ใจว่าคนดูได้ยินเหมือนกัน
ขอกะละมังกับชาม: เดี๋ยว เรื่องไม่ได้จบที่เครื่องมีปัญหาแล้วสิ
หวังจิ้งเฉิงหน้าเปลี่ยน “อย่าพูดเหมือนเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะฉันคนเดียว คนที่ชกก่อนคือนาย” หมัดของหลัวอี้ฟานยกขึ้นอีกครั้ง แต่เสียงหลินเยว่ชิงดังจากโทรศัพท์ก่อน
“พอค่ะ”
สองคนหยุด สืออันหนิงกอดแขนตัวเอง “ถ้าจะทะเลาะต่อ ช่วยเล่าก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นได้ไหมคะ คนเป็นตามเรื่องไม่ทันแล้ว” หลัวอี้ฟานหัวเราะออกมาสั้น ๆ “ก่อนขึ้นบินไม่กี่ชั่วโมง มีคนส่งคลิปมาให้ผม” ในคลิป หวังจิ้งเฉิงเดินออกจากโรงแรมพร้อมภรรยาของเขา ระยะห่างของคนสองคนใกล้เกินกว่าจะอธิบายด้วยเรื่องงาน ภาพนั้นถ่ายไม่กี่วันก่อนหน้า และคนส่งใช้หมายเลขที่ตามกลับไม่ได้
หวังจิ้งเฉิงไม่ได้ปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์อีก เขารู้จักภรรยาของหลัวอี้ฟานมานานเพราะครอบครัวสนิทกัน อีกฝ่ายทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ทั้งคู่มีโอกาสพบกันตามต่างเมืองอยู่บ่อย ความสัมพันธ์เริ่มจากคืนหนึ่งที่นั่งคุยเรื่องครอบครัวหลังเลิกงาน ก่อนจะเลยเส้นที่ไม่ควรข้าม
“ผมคิดว่าจะหยุด” หวังจิ้งเฉิงพูด
หลัวอี้ฟานแค่นหัวเราะ “เอาไว้พูดกับตัวเองเถอะ” เรื่องยิ่งเลวร้ายเพราะหวังจิ้งเฉิงไม่ควรอยู่บนเที่ยวบินนี้ด้วยซ้ำ กัปตันที่ถูกจัดตารางไว้เดิมป่วยกะทันหัน เขาจึงถูกเรียกมาทำหน้าที่แทนในวันหยุด หลัวอี้ฟานเห็นคนในคลิปเดินเข้าห้องนักบินต่อหน้า แต่เลือกไม่พูด เขาคิดว่าตัวเองจะจบเที่ยวบินให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยถาม
“แล้วทำไมไม่พูดก่อนเครื่องออกคะ” สืออันหนิงถาม
“ผมยังคิดว่าคุมตัวเองได้”
หวังจิ้งเฉิงสวน “ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเห็นคลิปแล้ว” หลังเครื่องออก ทั้งคู่ยังทำงานร่วมกันได้ช่วงหนึ่ง จนหวังจิ้งเฉิงหลุดพูดว่าหลังจบเที่ยวคงต้องกลับไปจัดการเรื่องหย่าเสียที เขาหมายถึงการแต่งงานของตัวเอง แต่คนข้าง ๆ ได้ยินแล้วกลับคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะหย่าเพื่อไปอยู่กับภรรยาของตน
“มึงบอกกูว่าอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน!” หลัวอี้ฟานตะโกน
“เพราะตอนนั้นเราอยู่บนเครื่อง!”
“แล้วตอนมึงเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเมียกู ทำไมไม่คิด!”
หลัวอี้ฟานยอมรับเองว่าเป็นฝ่ายต่อยก่อน หวังจิ้งเฉิงผลักกลับ สิ่งที่ควรจบในไม่กี่วินาทีกลับกินความสนใจของคนสองคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตทั้งลำ เสียงเตือนดังขึ้นตอนพวกเขายังยื้อกัน กว่าจะกลับไปมองเครื่องมือ สถานการณ์ก็ผ่านจุดที่แก้ได้ง่ายไปแล้ว
ทั้งคู่พยายามกู้เครื่องกลับมา แต่การทำงานร่วมกันที่ควรเป็นหนึ่งเดียวกลับเต็มไปด้วยการตะโกนและแย่งกันตัดสินใจ วินาทีที่เสียไปสะสมจนไม่เหลือเวลา สืออันหนิงมองทั้งสองคนอยู่นาน “เมื่อกี้ฉันช่วยจดคำฝากของคนบนเครื่อง มีคนห่วงภรรยาจะหารหัสบัตรไม่เจอ มีคนเพิ่งทะเลาะกับแม่ตอนเช้า คุณตาคนหนึ่งยังฝากเรื่องอาหารแมว”
เธอเว้นนิดหนึ่ง
“ไม่มีใครสักคนอยากตายเพราะพวกคุณรอไม่ถึงพื้นแล้วค่อยทะเลาะกัน”
หลัวอี้ฟานก้มหน้า หวังจิ้งเฉิงหลับตา คำขอโทษดังขึ้นเบามาก แต่ไม่มีใครในไลฟ์ตอบว่าพอแล้ว หลินเยว่ชิงมองไอหม่นที่พันอยู่รอบตัวนักบินทั้งสอง “คนอื่นไปต่อได้ แต่พวกคุณยังไม่ได้ค่ะ” หวังจิ้งเฉิงเงยหน้า “หมายความว่าอะไร”
“สิ่งที่ทำไว้ยังต้องมีคนตัดสิน”
หลัวอี้ฟานพยักหน้าช้า ๆ “สมควรแล้ว” หลินเยว่ชิงแตะยันต์ แสงจาง ๆ ไหลผ่านตัวอักษร เงาใต้เท้าของทั้งคู่เข้มขึ้น ก่อนร่างจะค่อย ๆ เลือนจากพื้นที่นั้น หวังจิ้งเฉิงหันกลับไปมองกลุ่มผู้โดยสารเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไม่ได้ฝากคำขอโทษให้ครอบครัวใคร เพราะเจ้าตัวคงรู้แล้วว่าไม่มีประโยคไหนทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นเบาลง
“กลับได้แล้วค่ะ” หลินเยว่ชิงบอกสืออันหนิง “ที่เหลือให้เจ้าหน้าที่จัดการ”
เธอกำชับให้เก็บไฟล์ต้นฉบับทั้งหมดที่บันทึกไว้ ส่งต่อผ่านตำรวจ และไม่ตัดช่วงคำพูดของวิญญาณไปสรุปเป็นสาเหตุทางการ
“เข้าใจค่ะ” สืออันหนิงเก็บโทรศัพท์อีกเครื่อง “ไม่ใช่พรุ่งนี้พาดหัวว่า ‘ผีบอกสาเหตุเครื่องตก’ แล้วจบ”
“ใช่ค่ะ”
คลิปจากไลฟ์ถูกแชร์ออกไปก่อนสืออันหนิงเดินพ้นพื้นที่เสียอีก บางคนตัดช่วงคำฝากของผู้โดยสาร บางคนตัดช่วงนักบินทะเลาะกัน ส่วนชื่ออาจารย์หลินขึ้นหัวข้อค้นหาอย่างรวดเร็ว หลินเยว่ชิงปิดไลฟ์ทันทีเมื่อส่งวิญญาณคนสุดท้ายเสร็จ เธอเพิ่งเก็บยันต์ลงกล่อง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ตำรวจสองนายยืนอยู่ด้านนอก คนหนึ่งแสดงบัตรก่อนพูดว่า “คุณหลินเยว่ชิงใช่ไหมครับ รบกวนไปให้ข้อมูลกับเราหน่อย คืนนี้มีทั้งเรื่องเฝิงจี้คุนและเหตุเที่ยวบิน หลายส่วนต้องสอบถามจากคุณโดยตรง”
ก่อนออกจากห้อง หลินเยว่ชิงตรวจไฟล์ในโทรศัพท์อีกครั้ง ทั้งคลิปจากเย่หมี่และช่วงที่สืออันหนิงช่วยรับคำฝากถูกบันทึกไว้ครบ เธอแยกไฟล์ต้นฉบับไว้ต่างหาก ไม่ใช้คลิปที่คนอื่นดาวน์โหลดหรือผ่านการตัดต่อ เพราะรู้ดีว่าเรื่องที่พูดผ่านไลฟ์คืนนี้จะถูกตรวจทุกวินาทีภายหลัง
ตำรวจไม่ได้ถามเรื่องวิชาของเธอหน้าประตู เพียงขอให้เก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไปด้วยหากสะดวก หลินเยว่ชิงจึงหยิบโทรศัพท์เครื่องสำรองและยันต์ที่ใช้เปิดตากล้องใส่กระเป๋า ส่วนของอื่นยังวางไว้ตามเดิม ก่อนปิดห้องและตามเจ้าหน้าที่ลงไป
อีกคนรีบเสริม “เชิญไปให้ข้อมูลครับ ไม่ได้มาจับ” หลินเยว่ชิงพยักหน้า เธอเก็บโทรศัพท์กับหลักฐานที่มีแล้วออกไปพร้อมเจ้าหน้าที่ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ หากไม่มีใครมาถามเลยต่างหากที่ผิดปกติ เวลาไล่เลี่ยกัน สืออันหนิงกำลังนั่งรถกลับสนามบินเพื่อรับกระเป๋า โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“พี่!”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง “อยู่ไหน”
“กำลังกลับสนามบินค่ะ ยังอยู่ดี”
เสียงของสือเยี่ยนโจวผ่อนลง “ไม่ได้ขึ้นเที่ยวบินนั้น?”
“ไม่ได้ขึ้น ถ้าขึ้นไปพี่คงไม่ได้ยินฉันพูดอยู่ตอนนี้แล้ว”
คราวนี้ไม่มีใครหัวเราะกับมุก สืออันหนิงจึงรีบเล่าต่อ ตั้งแต่ถูกห้ามขึ้นเครื่อง ไปจนถึงการช่วยผู้เสียชีวิตฝากข้อความกับครอบครัว พอเล่าจบยังย้ำอีกครั้ง
“พี่ ฉันเห็นผีจริง ๆ”
“อืม”
“อืม?”
“ได้ยินแล้ว”
“ฉันบอกว่าเห็นผีนะ ไม่ใช่เห็นแมวข้างถนน”
“ช่วงนี้ได้ยินเรื่องแบบนี้บ่อย”
สืออันหนิงชะงัก “ใครอีก”
“ฉินจื่อเฉิน”
“เขาก็รู้จักอาจารย์หลิน?”
“รู้จัก”
น้ำเสียงเรียบเกินไปจนเธอจับพิรุธได้ “เดี๋ยวนะ พี่ก็รู้จักเธอ?” สือเยี่ยนโจวไม่ตอบคำถามนั้น “ส่งบัญชีมาให้ฉัน”
“ทำไมไม่ตอบก่อน”
“ส่งมา”
“ค่ะ ๆ”
ลิงก์ถูกส่งเข้าโทรศัพท์เขาไม่ถึงนาที เมื่อกดเปิด สือเยี่ยนโจวจำใบหน้าในรูปได้ทันที หลินเยว่ชิง ภรรยาที่เขาเพิ่งจดทะเบียนด้วย ก่อนหน้านี้ฉินจื่อเฉินบอกเพียงว่าเธอแซ่หลิน ใช้ชื่อเยว่ในเวยซิ่น สือเยี่ยนโจวเพิ่งเชื่อมโยงเรื่องทั้งหมดได้เมื่อเห็นรูปในบัญชีนี้ สิ่งที่ไม่คิดมาก่อนคือบัญชีไลฟ์มีผู้ติดตามมากขนาดนี้ และน้องสาวของเขายังบังเอิญกดได้สิทธิ์จากคนดูจำนวนมากเสียเอง
“เห็นหรือยัง” สืออันหนิงถาม “ตัวจริงน่าจะสวยกว่าในกล้องอีกนะ ฉันกลับไปอยากขอบคุณเธอต่อหน้า”
“อืม”
“พี่เป็นอะไรกับคำว่าอืมมากไหม”
สือเยี่ยนโจวมองรูปในหน้าจอ “ฉันรู้จักเธอ” ปลายสายเงียบไป
“รู้จักแบบไหน”
“รู้จัก”
“ตอบเหมือนไม่ตอบเลย”
เขาไม่อธิบายเพิ่ม สืออันหนิงเองก็เพิ่งนึกได้ว่าอีกครึ่งวันจะกลับถึงไห่เฉิง จึงบอกให้ส่งรถไปรับ พอคุยเรื่องนั้นจบ ความตั้งใจเดิมก่อนขึ้นไลฟ์ก็ย้อนกลับมา
“แล้วเรื่องพี่สะใภ้...”
“ไม่ต้องยุ่ง”
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย!”
“รู้ว่าเธอจะพูดอะไร”
สืออันหนิงถอนหายใจ “คุณย่าให้พี่แต่งกับคนที่แทบไม่รู้จักกัน จะให้ฉันไม่ดูเลยได้ยังไง ถ้าเธอเป็นคนดีฉันก็ไม่ว่า แต่ถ้าเข้าหาพี่เพราะเงิน—” สือเยี่ยนโจวนึกถึงวันที่จดทะเบียน หลินเยว่ชิงปฏิเสธทั้งบ้านและเงิน แถมดูเหมือนอยากกลับห้องเช่าของตัวเองให้เร็วที่สุด
“ไม่ต้องช่วย”
“พี่ไม่กล้าพูดเองใช่ไหม”
“พูดอะไร”
“เรื่องหย่าไง”
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง สืออันหนิงยิ่งมั่นใจว่าตัวเองเดาถูก “ไม่ต้องห่วง ถ้าพี่สะใภ้ไม่ยอม ฉันช่วยคุยให้”
“สืออันหนิง”
“อย่าเรียกชื่อเต็มสิ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“งั้นก็อย่าทำ”
“กลับไปฉันขอดูก่อนค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาก็จบ”
สือเยี่ยนโจวกำลังจะตอบ เธอกลับพูดรวดเดียวว่า “สัญญาณไม่ดีแล้วค่ะพี่ ได้ยินไม่ชัด บ๊ายบาย” แล้วตัดสายทันที ชายหนุ่มลดโทรศัพท์ลง หลัวเฉิงซึ่งยืนรอหน้าโต๊ะทำงานก้มมองแฟ้มในมืออย่างตั้งใจ
“นายได้ยินหรือเปล่า”
“ไม่ได้ยินครับ”
“ดี”
สือเยี่ยนโจวเปิดบัญชีหลินเยว่ชิงอีกครั้ง คลิปย้อนหลังยังอยู่หน้าแรก หญิงสาวนั่งหลังโต๊ะเล็ก สีหน้าสงบไม่ต่างจากวันที่สำนักงานทะเบียน พรุ่งนี้สืออันหนิงจะกลับมา แค่คิดก็รู้ว่าบ้านคงไม่เงียบอีกหลายวัน