LNCrawler

2

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

2

หลังบันทึกหมายเลขของสือเยี่ยนโจวเป็น “ผู้มีปราณมงคล” หลินเยว่ชิงก็ส่งข้อความสั้น ๆ กลับไปว่าได้รับแล้ว จากนั้นจึงเก็บโทรศัพท์และเดินต่อเข้าไปในถนนซีเหอ

เธอยังกลับห้องไม่ได้ เพราะอุปกรณ์ติดตัวจากโลกเดิมแทบไม่เหลือ กระจกทองแดงของตาตามมาด้วยก็จริง แต่กระดาษ ชาด และพู่กันที่ใช้เขียนยันต์ต้องหาใหม่ หลินเยว่ชิงจึงเดินผ่านร้านเครื่องเซ่นไหว้หลายแห่งในถนนซีเหอ ก่อนหยุดที่ร้านเก่าเล็ก ๆ ซึ่งของถูกจัดแยกเป็นระเบียบและไม่พยายามเรียกลูกค้า

เจ้าของร้านเป็นชายชราร่างผอม เขาบอกให้เลือกเองและไม่ต่อราคา หลินเยว่ชิงหยิบกระดาษขึ้นส่องกับแสง เลือกชาดแท้กับพู่กันน้ำหนักพอดีมือ แม้ของเพียงไม่กี่ชิ้นจะกินเงินที่เจ้าของร่างเดิมเหลืออยู่เกือบหมด ชายชราก็ไม่ถามมาก หลังรู้ว่าเธอจะเอาไปเขียนยันต์ เพียงแถมด้ายแดงเก่าให้อีกม้วน

เงินจากสือเยี่ยนโจวจะเข้าบัญชีต้นเดือนหน้า แต่เธอไม่ตั้งใจพึ่งเขาเกินจำเป็น การแต่งงานครั้งนี้ช่วยชีวิตเธอก็จริง แต่การรับเงินโดยไม่ตอบแทนก็ทำให้เกิดหนี้ระหว่างกัน ภายในหนึ่งปีนี้ หลินเยว่ชิงจึงตั้งใจสะสมบุญและคอยดูเคราะห์ของคนตระกูลสือเท่าที่ทำได้

ชายชรามองของบนโต๊ะแล้วถามว่าอายุเท่านี้มีอาจารย์แล้วหรือ หลินเยว่ชิงตอบเพียงว่าเคยมี คำตอบสั้นพอให้เขาไม่ซักต่อ หลังห่อของเสร็จ เขายังเตือนว่าชาดแท้เก็บไม่ดีจะเสียเร็ว เธอจึงซื้อกล่องไม้เล็กเพิ่มอีกใบ แม้รู้ดีว่าเงินในกระเป๋าจะเหลือพอใช้ได้อีกไม่กี่วัน

หลินเยว่ชิงไม่ได้กังวลเรื่องจนอยู่ได้นานนัก สิ่งสำคัญกว่าคือทำอย่างไรให้ร่างนี้อยู่รอดโดยไม่ต้องเกาะปราณของสือเยี่ยนโจวไปตลอด หากช่วยคนได้มากพอ เส้นชีวิตก็จะค่อย ๆ ฟื้น และเมื่อครบหนึ่งปีเธอจะไม่ต้องติดค้างเขามากกว่าที่จำเป็น

ออกจากร้านได้ไม่ไกล หมอดูริมทางก็เรียกเธอไว้ ชายวัยห้าสิบกว่าในชุดคลุมสีเทาสวมแว่นดำ ตั้งโต๊ะใต้ต้นไหวและประกาศว่าตนรู้ฟ้าดิน เขามองหน้าหลินเยว่ชิงแล้วบอกว่าหว่างคิ้วมีเงาเลือด หากจ่ายเงินแก้เคราะห์วันนี้ เรื่องหนักจะกลายเป็นเบา

หลินเยว่ชิงมองใบหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่งกลับตอบว่า หากจะเอาตัวรอดควรเก็บของแล้วหนีไปทางหลังร้านภายในสามนาที เพราะคนที่ถูกหลอกกำลังตามมาทวงเงิน ชายคนนั้นหน้าเสีย แต่ยังยกป้ายราคาแก้เคราะห์ขึ้นมาพยายามขายของต่อและหาว่าเธอพูดเป็นลาง

ยังไม่ครบสามนาที ผู้หญิงวัยกลางคนสองคนก็พาญาติมาถึง คนหนึ่งถือยันต์ที่เขาให้ต้มดื่ม ทั้งที่ลูกชายเพียงอาหารเป็นพิษ อีกคนยึดกล่องเงินไว้เป็นหลักฐาน เมื่อแว่นดำหลุด ทุกคนจึงเห็นว่าชายซึ่งอ้างว่าตาบอดมีดวงตาปกติ ผู้เสียหายรายอื่นเริ่มเข้ามาสมทบและโทรแจ้งตำรวจ

หลินเยว่ชิงไม่ได้คิดยืนเถียงเรื่องวิชากับชายชุดเทา เธอยังไม่ทันเดินพ้นแผง เสียงผู้เสียหายคนหนึ่งก็ดังขึ้นเหนือผู้คน หมอดูเก๊รีบยกเสียงกลบ บอกว่าเด็กสาวทำให้ร้านเสียชื่อ แล้วพยายามชี้ทางให้เธอเดินออกไป สีหน้าเขากลับซีดลงทุกครั้งที่มีคนใหม่เดินเข้ามา

ตอนผู้เสียหายโยนยันต์ไหม้ครึ่งแผ่นลงบนโต๊ะ หมอดูเก๊ยังพยายามอ้างว่าคนป่วยไม่ศรัทธาเอง ชายร่างใหญ่ที่มาด้วยจึงไม่ลงมือ เพียงยืนขวางทางและบอกว่าจะรอตำรวจ คำพูดนั้นทำให้คนแถวนั้นกล้าเข้ามาเล่าเรื่องที่เคยเสียเงินให้เขามากขึ้น

ชายหนุ่มซึ่งยืนดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นขยับมาขวางทาง เขาสวมเสื้อเชิ้ตลำลองกับแว่นกันแดดราคาแพง ท่าทางไม่เหมือนคนในย่านเก่า หลินเยว่ชิงจำได้ว่าเขาคือฉินจื่อเฉิน เพื่อนสนิทของสือเยี่ยนโจว แม้เจ้าตัวยังไม่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือภรรยาที่เพื่อนเพิ่งจดทะเบียนด้วย

ฉินจื่อเฉินถามว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าคนพวกนั้นกำลังมา พอได้คำตอบว่าอ่านจากใบหน้า เขาก็ยื่นหน้ามาให้ดูบ้าง พร้อมพูดอย่างมั่นใจว่าถ้าจ้องนานกว่านี้เขาจะคิดว่าเธอชมหน้าตา

หลินเยว่ชิงไม่ได้รับมุก เคราะห์ของเขาชัดจนแทบไม่ต้องเพ่ง วังชีวิตมีรอยหม่นและไอสีเทาเกาะอยู่ตรงบ่า ภายในวันนี้มีเกณฑ์เกี่ยวกับโลหะ ของหนัก และทางลาด หากพลาดอาจถึงชีวิต เธอจึงเตือนว่าอย่าขับรถลงทางลาดหรืออยู่ใกล้ทางเข้าอาคารโดยไม่จำเป็น และถ้าได้กลิ่นไหม้ให้หยุดอยู่ในรถ อย่าเปิดประตูออกไป

ฉินจื่อเฉินยังไม่ถึงกับเชื่อ แต่ก็ถามว่ามีวิธีแก้หรือไม่ หลินเยว่ชิงเพิ่งซื้ออุปกรณ์มา จึงขอใช้โต๊ะไม้ใต้ชายคาร้านข้างทาง เขียนยันต์คุ้มภัยหนึ่งแผ่น เส้นชาดสีแดงต่อกันโดยไม่ขาดจนจบอักขระ ร่างปัจจุบันยังอ่อน การเขียนเพียงแผ่นเดียวก็ทำให้สีหน้าเธอซีดลงเล็กน้อย

เธอพับยันต์ส่งให้และกำชับให้เก็บใกล้หัวใจ พอเห็นมืออีกข้างยื่นมา ฉินจื่อเฉินกลับวางยันต์คืนเพราะคิดว่าเธอขอคืนของ

“ไม่ได้ให้คืนค่ะ ค่ายันต์หนึ่งร้อยหยวน”

เขาหลุดหัวเราะ นึกว่าตนได้รับความช่วยเหลือเพราะถูกชะตาเสียอีก สุดท้ายจึงเพิ่มเวยซิ่นเพื่อโอนเงินให้ หลินเยว่ชิงรับเงินแล้วเตือนซ้ำว่า หากยันต์ร้อนขึ้นมาอย่าลงจากรถ ส่วนฉินจื่อเฉินยังคิดว่ากระดาษบาง ๆ คงช่วยได้มากที่สุดแค่ทำให้สบายใจ

ฉินจื่อเฉินยังไม่วายแซวว่าถ้าเธอจะมองหน้าเขานานถึงเพียงนี้ ควรบอกก่อนว่าเก็บค่าอะไรเพิ่มหรือเปล่า หลินเยว่ชิงไม่รับมุก เธอชี้ให้เขาเก็บยันต์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ ไม่ใช่พับใส่กระเป๋าสตางค์ แล้วจึงแยกกัน

เงินหนึ่งร้อยหยวนเข้าบัญชีพร้อมชื่อผู้โอน หลินเยว่ชิงมองเพียงแวบเดียวแล้วเก็บโทรศัพท์ เธอยังเห็นเคราะห์เล็กอื่นเกาะรอบตัวเขาอยู่ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกทุกอย่างในครั้งเดียว คนแบบฉินจื่อเฉินต่อให้ไม่เชื่อวันนี้ ก็คงมีเหตุให้กลับมาเจอเธออีกอยู่ดี

หลังแยกกัน ฉินจื่อเฉินขับรถออกจากถนนซีเหอไปยังสำนักงานใหญ่สือกรุ๊ป เขายังอยากรู้เรื่องเจ้าสาวของเพื่อน จึงตั้งใจขึ้นไปถามสือเยี่ยนโจวถึงห้องทำงาน คำเตือนเรื่องทางลาดถูกลืมไปเกือบหมด จนรถเลี้ยวลงลานจอดใต้ตึก เขาถึงนึกขึ้นมาและพึมพำว่าคงบังเอิญแม่นเกินไปเท่านั้น

ชั้นใต้ดินกำลังปรับปรุงร้านค้า รถบรรทุกคันหนึ่งจอดบนทางลาดด้านข้าง คนงานกำลังขนแผ่นกระจกนิรภัยออกจากท้ายรถ ฉินจื่อเฉินลดความเร็วเพราะพื้นที่แคบ แล้วได้กลิ่นไหม้จาง ๆ ลอยเข้ามาทางช่องปรับอากาศ เขานึกว่าเป็นกลิ่นจากรถบรรทุก จึงปลดเข็มขัดและแตะคันเปิดประตูเพื่อจะลงไปบอกคนงาน ในจังหวะนั้นหน้าอกกลับร้อนวาบเหมือนมีถ่านซ่อนอยู่ใต้เสื้อ ยันต์คุ้มภัยกำลังร้อนขึ้น

ฉินจื่อเฉินชักมือกลับทันที เสียงโลหะขาดก็ดังมาจากทางลาด สายรัดที่ยึดแผ่นกระจกหลายสิบแผ่นหลุดออก โครงเหล็กทั้งชุดเอียงลงมา กระจกแผ่นแรกแตกกระจายและที่เหลือไหลตามกันเหมือนกำแพงใสพังลงบนทางลาด

เขาหักพวงมาลัยหลบจนรถชนเสาปูน ถุงลมนิรภัยกางออก ขณะเดียวกันปลายโครงเหล็กชิ้นหนึ่งพุ่งผ่านตำแหน่งที่เขาเกือบเปิดประตูลงไปและเจาะทะลุกระจกด้านคนขับ หยุดห่างจากเบาะเพียงฝ่ามือ รถอีกคันที่ตามหลังถอยไม่ทันถูกกระจกฟาดฝากระโปรง คนงานกระโจนหลบกันอลหม่าน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบกั้นทางและโทรเรียกรถพยาบาล หากฉินจื่อเฉินเปิดประตูลงไปเมื่อครู่ โครงเหล็กคงปักเข้ากลางตัวเขาแทน

ฉินจื่อเฉินนั่งนิ่งหลังถุงลมนิรภัยกางอยู่หลายอึดใจ เมื่อแน่ใจว่าโครงเหล็กไม่ขยับอีก เขาจึงสำรวจตัวเอง พบเพียงรอยถลอกตรงข้อมือ ยันต์ในกระเป๋าเสื้อกลับดำเกรียม เขาแตะมันเบา ๆ กระดาษก็แตกเป็นผงร่วงเต็มฝ่ามือ ตลอดทางที่ผ่านมาเขายังหัวเราะใส่คำทำนาย แต่ตอนนี้ทั้งกลิ่นไหม้ ทางลาด และเหล็กที่พุ่งผ่านประตู ล้วนตรงกับสิ่งที่หลินเยว่ชิงเตือนไว้ เขาต้องใช้มืออีกข้างประคองโทรศัพท์กว่าจะโทรหาเธอติด พอได้ยินเสียงอีกฝ่ายก็เล่าเหตุการณ์รวดเดียว ก่อนขอไปพบเธอทันที หลินเยว่ชิงให้เขาอยู่รอเจ้าหน้าที่และเตือนว่าอย่าไปยืนด้านหลังรถพยาบาลคันแรกที่มาถึง

ฉินจื่อเฉินไม่คิดแย้งอีก เขาขยับจากทางลาดไปยืนข้างเสาปูนก่อนรถพยาบาลมาถึง ไม่นานประตูท้ายรถกลับดีดเปิดเพราะสลักชำรุด กระแทกรถเข็นอุปกรณ์ให้ไหลผ่านจุดที่เขาเคยยืนอยู่พอดี คนงานคนหนึ่งร้องให้ระวัง ส่วนฉินจื่อเฉินได้แต่จ้องล้อรถเข็นที่ไหลห่างออกไป หากไม่ได้รับคำเตือนเพิ่ม เขาคงยืนอยู่ตรงนั้น เขากดโทรศัพท์แนบหูแน่นขึ้น ครั้งนี้ไม่มีคำว่าเรื่องบังเอิญหลุดจากปากอีกแล้ว

พยาบาลคนหนึ่งเรียกฉินจื่อเฉินไปตรวจอาการ เขาปฏิเสธในตอนแรกเพราะรู้สึกว่าแค่ข้อมือถลอก แต่เมื่อถูกถามว่าถุงลมนิรภัยกระแทกหน้าอกหรือไม่ เขาจึงยอมเดินตามไปอย่างว่าง่าย ระหว่างรอ เขาส่งภาพรถที่เสียหายให้หลินเยว่ชิงดูอีกภาพ ไม่มีคำว่าอาจารย์ปลอมปนอยู่ในข้อความ มีเพียงคำขอบคุณสั้น ๆ ที่พิมพ์แล้วลบอยู่หลายรอบ สุดท้ายเขาเก็บโทรศัพท์ก่อนคิดได้ว่าพรุ่งนี้ค่อยพูดต่อหน้าก็คงไม่สาย

“อาจารย์หลิน พรุ่งนี้คุณว่างไหมครับ”

“ช่วงบ่ายค่ะ”

“ผมจะไปหา”

หลังวางสาย หลินเยว่ชิงมองเงินหนึ่งร้อยหยวนกับอุปกรณ์บนโต๊ะ ยันต์คุ้มภัยหนึ่งแผ่นใช้ชาดไม่มาก แต่กินกำลังของเธอเกือบครึ่ง หากจะตามหาเคราะห์ตามถนนทีละคน ร่างกายคงทรุดก่อนสะสมบุญได้พอ

โทรศัพท์ของเจ้าของร่างเดิมมีบัญชีโต้วอินซึ่งแทบไม่มีผู้ติดตาม คลิปเก่าส่วนใหญ่เป็นภาพถนนกับร้านอาหาร หลินเยว่ชิงจึงเปลี่ยนชื่อบัญชีเป็น “เยว่ชิงพยากรณ์” และตั้งเวลาไลฟ์ครั้งแรกไว้สองทุ่มของวันรุ่งขึ้น การถ่ายทอดสดอาจทำให้เธอเข้าถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือได้มากกว่าการรอเดินสวนกัน

ฉินจื่อเฉินเองเกือบส่งข้อมูลของแม่หมอสาวให้สือเยี่ยนโจว แต่เมื่อนึกว่าเพื่อนไม่เชื่อเรื่องดวงและยันต์ เขาก็เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน โดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวที่ตั้งใจไปพบในวันรุ่งขึ้นคือภรรยาคนใหม่ของเพื่อน

ก่อนเก็บโทรศัพท์ หลินเยว่ชิงลองตั้งมันพิงกล่องไม้ข้างโต๊ะเพื่อดูว่ากล้องจับใบหน้าได้ชัดเพียงใด แสงจากหน้าต่างแรงเกินไป เธอจึงย้ายโคมไฟมาวางอีกด้าน แล้วเขียนรายการสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับวันพรุ่งนี้ลงบนกระดาษแผ่นเล็ก ทั้งยันต์สำรองและวิธีให้ผู้ชมส่งคำขอ หากช่วยคนผ่านจอได้โดยไม่ต้องเดินหาเคราะห์ทีละราย เธอก็อาจสะสมบุญได้ทันก่อนวันที่เส้นชะตาเดิมจะกลับมาสั่นคลอน