LNCrawler

31

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

31

เมื่อคืนหลังวางโทรศัพท์ลง หลินเยว่ชิงส่งข้อความไปยังนายหน้าหลายราย ระบุเพียงว่าต้องการอาคารที่มีหน้าร้าน พื้นที่พักอาศัยแยกชัดเจน และไม่เกี่ยงว่าจะเป็นบ้านเก่าหากโครงสร้างยังใช้ได้

เช้าวันถัดมา ข้อความตอบกลับก็มาถึงตั้งแต่เธอยังไม่ทันเก็บพู่กันลงจากโต๊ะ โจวอี้เฉิน นายหน้าที่เคยส่งข้อมูลบ้านให้ก่อนหน้านี้ บอกว่ามีทรัพย์หนึ่งหลังในเขตเมืองเก่าฝั่งตะวันตก เจ้าของเพิ่งยอมลดราคาอย่างหนักเพราะต้องการขายให้จบภายในเดือนนี้ จากราคาประเมินเกือบสี่สิบล้าน เหลือเพียงยี่สิบล้าน หากเธอสนใจ เขาพร้อมพาไปดูได้ทันที

หลินเยว่ชิงอ่านตัวเลขซ้ำอีกครั้ง ลดเกือบครึ่งโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ยิ่งเป็นอาคารพร้อมหน้าร้านในย่านเก่า ราคานี้ก็ยิ่งผิดปกติ เธอตอบตกลงไปดู

เขตเมืองเก่าฝั่งตะวันตกของไห่เฉิงยังรักษาแนวอาคารเดิมไว้เกือบทั้งหมด แม้รอบนอกจะเต็มไปด้วยตึกสูง แต่พอรถเลี้ยวผ่านซุ้มประตูหิน บรรยากาศก็เปลี่ยนทันที ถนนด้านในแคบลง ป้ายไม้แขวนเรียงใต้ชายคา ร้านชากับร้านของเก่าตั้งสลับกันไป กลิ่นอาหารจากแผงริมทางปะปนกับกลิ่นกำยานจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะของย่านนี้

โจวอี้เฉินรออยู่ตรงหัวมุมถนน เขาไม่ได้พาเธอเข้าถนนหลัก แต่เลี้ยวลึกเข้าไปในตรอกที่คนเดินบางตากว่าเดิม ร้านค้าสองข้างทางเปิดอยู่ไม่กี่ร้าน ป้ายบางแห่งซีดจนอ่านชื่อแทบไม่ออก

“ตรงนี้คนไม่หนาแน่นเท่าหน้าถนนใหญ่ แต่ถ้าจะเปิดร้านที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็เหมาะครับ”

หลินเยว่ชิงไม่ได้ตอบ เธอมองเลยไปยังอาคารปลายตรอกซึ่งปิดประตูเงียบอยู่หลังแนวต้นไผ่เตี้ย ๆ ยังไม่ทันเข้าใกล้ ความเย็นก็ไหลผ่านหลังมือ โจวอี้เฉินหยิบกุญแจออกมาเปิดประตูไม้ เขาพยายามพูดถึงพื้นที่กับทำเลต่อ แต่ทันทีที่บานประตูขยับ เสียงบางอย่างจากด้านในก็ดังครูดผ่านพื้นเบา ๆ เหมือนมีของหนักถูกลากออกไปไกล ๆ

นายหน้าชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนทำเหมือนไม่ได้ยิน หลินเยว่ชิงก้าวข้ามธรณีประตู พื้นที่หน้าร้านกว้างกว่าที่เห็นจากรูป ฝุ่นเกาะบนตู้ไม้เก่าเป็นชั้น แต่ตัวอาคารยังแข็งแรง หน้าต่างด้านข้างรับแสงได้ดี หากปรับปรุงเล็กน้อยก็ใช้เป็นพื้นที่รับลูกค้าได้ทันที

เธอเดินผ่านประตูวงเดือนด้านในโดยไม่ต้องให้ใครนำ พอเข้าสู่ลานหลังบ้าน ความเย็นเมื่อครู่ก็ชัดขึ้นทันที ไม่ได้มาจากอากาศ เงาดำบาง ๆ เกาะอยู่ใต้ชายคาเรือนทิศเหนือ ก่อนไหลลงตามเสาไม้เหมือนคราบน้ำ บนพื้นใกล้ธรณีประตูมีเศษกระดาษยันต์เก่าติดอยู่ครึ่งแผ่น หมึกแดงซีดจนแทบกลืนไปกับฝุ่น

หลินเยว่ชิงหยุดมองเพียงครู่เดียว ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังมุมลาน บ่อน้ำเก่าถูกปิดด้วยแผ่นหินหนา โซ่เหล็กหลายเส้นพันทับกันจนแทบมองไม่เห็นฝาเดิม เส้นส่วนใหญ่ขึ้นสนิม แต่หนึ่งในนั้นยังใหม่กว่าชัดเจน ลมในลานหยุดลง ตรงข้างบ่อมีเงาร่างผู้หญิงยืนหันหลัง เสื้อสีเทายาวถึงข้อเท้า เส้นผมตกลงมาปิดแผ่นหลังเกือบหมด พอหลินเยว่ชิงกะพริบตา ร่างนั้นก็หายไป เหลือเพียงเงาต้นไม้สั่นบนผนัง

โจวอี้เฉินยังพยายามชี้ให้ดูชายคากับห้องด้านข้าง แต่เธอถามขึ้นก่อน

“เจ้าของตั้งไว้ยี่สิบล้านใช่ไหมคะ”

“ครับ ราคานี้จริง ๆ ต่ำกว่าตลาดมากแล้ว ถ้าดูพื้นที่”

“สิบล้านค่ะ”

คำที่เหลือค้างอยู่ตรงริมฝีปากนายหน้า เขาหันมามองเธอเต็ม ๆ “สิบล้านคงไม่ได้ครับคุณหลิน ต่อให้ต้องซ่อม บ้านแบบนี้ในเขตเก่าไม่มีใครขายราคานั้น” หลินเยว่ชิงก้มมองเศษยันต์ตรงพื้น

“ถ้าเป็นบ้านธรรมดาก็จริงค่ะ”

โจวอี้เฉินเงียบลง

“เรือนเหนือเคยมีคนตาย คนที่ย้ายเข้ามาอยู่หลังจากนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน ส่วนบ่อน้ำคงไม่ได้ถูกล่ามโซ่ไว้เพียงเพราะกลัวเด็กตกลงไป”

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย หลินเยว่ชิงไม่ได้ไล่ถามประวัติบ้านต่อ เพียงพูดเหมือนบอกเงื่อนไขซื้อขาย

“สิบล้าน รับตามสภาพ ไม่ขอให้ซ่อมอะไรเพิ่ม แต่เจ้าของต้องมาคุยเอง”

โจวอี้เฉินเม้มปากอยู่พักหนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมา

“ผมจะลองคุยให้ครับ แต่ราคานี้...”

“บอกเขาอีกอย่างค่ะ”

นายหน้าชะงัก

“ถ้าช่วงนี้ยังฝันเห็นผู้หญิงชุดสีเทายืนข้างบ่อน้ำ ฉันช่วยจัดการได้”

คราวนี้เขาไม่ต่อรองอีก สายถูกโทรออกตรงนั้นเอง คนปลายทางนิ่งไปนานเมื่อได้ยินประโยคเรื่องผู้หญิงชุดสีเทา จากนั้นจึงบอกว่าจะมาพบด้วยตัวเอง ขอเวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง หลินเยว่ชิงไม่คิดรออยู่ในลาน เธอฝากให้โจวอี้เฉินโทรเมื่อเจ้าของใกล้ถึง แล้วออกไปเดินดูบริเวณรอบ ๆ

ถ้าจะเปิดร้านจริง ทำเลสำคัญพอ ๆ กับตัวบ้าน ถนนหลักห่างออกไปไม่มาก นักท่องเที่ยวผ่านต่อเนื่อง ร้านส่วนใหญ่ขายของเก่า งานฝีมือ หยก เครื่องหอม และของสะสมราคาไม่สูงนัก ส่วนตรอกที่บ้านตั้งอยู่เงียบกว่า แต่ไม่ถึงกับร้าง หากรับลูกค้าตามนัดกลับเหมาะกว่าหน้าถนนเสียอีก

เธอเดินไปจนถึงลานเล็กข้างร้านของเก่าแห่งหนึ่ง ขณะนั้นคนงานสองคนกำลังช่วยกันขนกระสอบหินดิบลงจากรถกระบะ ก้อนหนึ่งกลิ้งหลุดจากผ้าใบ กระแทกพื้นแล้วหมุนมาหยุดแทบชนปลายรองเท้าเธอ หลินเยว่ชิงก้มลงจับมันขึ้น หินก้อนนั้นสีดำเกือบทั้งก้อน ผิวหยาบและไม่สวย แต่ทันทีที่ปลายนิ้วแตะลง ความเย็นบาง ๆ ก็ไหลกลับขึ้นมาตามฝ่ามือ

เธอมองก้อนหินนิ่งไปครู่หนึ่ง คนขายที่กำลังนับของอยู่ข้างรถหัวเราะ “ชอบก้อนนั้นหรือครับ ถ้าชอบก็เลือกดูได้ วันนี้เพิ่งเอาล็อตใหม่ลง” หลินเยว่ชิงวางก้อนแรกลงบนผ้าใบ แล้วหยิบอีกก้อนขึ้นมาลอง เงียบสนิท ก้อนถัดไปก็เหมือนกัน พอแตะหินสีแดงคล้ำก้อนหนึ่ง กระแสเย็นกลับตอบรับชัดกว่าเดิม คราวนี้ไม่ใช่เพียงสัมผัสบาง ๆ แต่เหมือนมีแรงสะท้อนจากข้างใน

เธอเปลี่ยนไปจับก้อนอื่นอีกสองสามก้อน บางก้อนหนักแน่นแต่ไม่มีอะไรตอบกลับ บางก้อนมีเพียงไอเย็นจางจนเกือบจับไม่ได้ คนขายมองเธออยู่พักหนึ่ง “คุณเลือกหินเป็นหรือครับ”

“แค่ลองสัมผัสดูค่ะ”

คำตอบสั้นจนเขาไม่รู้จะถามต่ออย่างไร หลินเยว่ชิงกลับไปหยิบก้อนดำก้อนแรก แล้วเลือกเพิ่มอีกสองก้อน ก้อนหนึ่งสีแดงคล้ำ อีกก้อนสีเทามีรอยแตกยาวตรงขอบ ชายสูงวัยจากร้านข้าง ๆ เดินผ่านมาเห็นพอดี เขาก้มมองก้อนสีเทาแล้วเตือนว่าเปลือกแตกแบบนั้นมีโอกาสเสียเนื้อด้านในสูง หลินเยว่ชิงขอบคุณ แต่ไม่ได้วางคืน

ทั้งสามก้อนรวมราคาหนึ่งหมื่นสามพันแปดร้อยหยวน คนขายรับเงินแล้วยังชี้ไปทางร้านตัดหินด้านข้าง “ถ้าจะเปิดดู ไปตรงนั้นได้ครับ วันนี้ช่างอยู่” หลินเยว่ชิงไม่ได้ตั้งใจมาหาเงินจากหินตั้งแต่แรก แต่เมื่อสัมผัสได้ชัดถึงสามก้อนก็อยากรู้ว่าตัวเองเข้าใจไม่ผิด

ก้อนดำถูกเปิดก่อน ช่างเฉือนเปลือกออกเพียงชั้นบาง สีเขียวด้านในก็โผล่ขึ้นมา คนที่ยืนดูอยู่ใกล้ ๆ ขยับเข้ามาโดยไม่ได้นัดหมาย พอเจียรเพิ่มอีกนิด เนื้อหยกก็เห็นชัดจนคนจากร้านข้างทางเดินเข้ามาถามว่าจะขายหรือไม่ หลินเยว่ชิงยังไม่ตอบ ให้ช่างเปิดก้อนที่สองต่อ

หินสีแดงคล้ำให้เนื้อเขียวอมฟ้า สีสม่ำเสมอกว่าก้อนแรก หลายคนเริ่มหันไปมองกองหินบนผ้าใบของคนขายด้วยสายตาเปลี่ยนไป เจ้าของแผงเองยืนเงียบกว่าเดิม เขาคงเริ่มคิดแล้วว่าหินที่เพิ่งขายไปหนึ่งหมื่นกว่านั้นอาจทำเงินได้มากกว่าหลายสิบเท่า

เหลือก้อนสีเทาที่มีรอยแตก ช่างเสนอให้ตัดตามแนวเดิมเพื่อกันเสียเนื้อ แต่หลินเยว่ชิงชี้อีกด้านหนึ่ง

“เริ่มตรงนี้ค่ะ”

ใบตัดกินผ่านเปลือกอย่างช้า ๆ รอยสีขาวนวลปรากฏก่อน ตามด้วยสีเขียวอ่อนสะอาดตรงกลาง รอยแตกจากด้านนอกเฉียดเนื้อหยกไปเพียงเล็กน้อย ไม่ได้กินลึกอย่างที่เห็น คราวนี้เสียงรอบโต๊ะดังขึ้นพร้อมกัน คนจากร้านหยกสองแห่งเสนอราคาทันที ก้อนแรกกับก้อนที่สองถูกไล่ราคาขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนก้อนสุดท้ายกลับมีคนเสนอสูงที่สุด

หลินเยว่ชิงมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า ก้อนนี้พลังสะอาดกว่าสองก้อนแรก เธอตั้งใจเก็บไว้ทำของคุ้มครอง สุดท้ายจึงขายเพียงสองก้อน เงินที่ได้มากกว่าทุนหลายสิบเท่า โอนเข้าบัญชีแทบจะทันทีหลังตกลงราคา คนมุงยังไม่ทันแยกย้าย หลายคนก็รีบกลับไปเลือกหินดิบจากกองเดิม ก้อนที่เมื่อครู่แทบไม่มีใครสนใจถูกหยิบขึ้นมาพลิกดูทีละก้อน จนเจ้าของแผงรับมือแทบไม่ทัน

“ก้อนนี้เท่าไหร่ครับ”

“ผมเอาห้าก้อน ขอเลือกเองได้ไหม”

“เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นหยิบก้อนที่มีหยกจากตรงไหนนะ”

เจ้าของแผงไม่ทันตอบทุกคน เสียงจ่ายเงินก็ดังต่อกันแล้ว ครึ่งชั่วโมงต่อมา ลานตัดหินกลับเต็มไปด้วยเสียงบ่น ก้อนหนึ่งเปิดออกมาเป็นเนื้อขุ่น อีกก้อนมีเพียงเส้นสีเล็ก ๆ ที่ไม่พอทำอะไร บางคนซื้อไปหลายก้อนแต่ไม่เจอหยกเลยสักก้อน หลินเยว่ชิงไม่ได้อยู่ดูจนจบ เธอรับถุงผ้าซึ่งใส่ก้อนสีขาวอมเขียวไว้ แล้วเดินออกจากวงก่อนคนอื่นจะเริ่มหันมาหาเธอ

โทรศัพท์สั่นขึ้นพอดี โจวอี้เฉินส่งข้อความมาว่าเจ้าของบ้านใกล้ถึงแล้ว หลินเยว่ชิงเหลือบมองยอดเงินใหม่ในบัญชี ก่อนเก็บโทรศัพท์ลง เมื่อเช้ายังคิดว่าการหาเงินก้อนสำหรับซื้อบ้านคงต้องใช้เวลาไม่น้อย ตอนนี้กลับมีทางเลือกเพิ่มขึ้นโดยไม่ทันตั้งใจ

เธอเดินกลับเข้าไปในตรอกเดิม ไกลออกไปตรงปลายทาง ประตูบ้านที่เพิ่งดูเมื่อครู่เปิดค้างอยู่ และมีรถสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ด้านหน้าแล้ว