LNCrawler

34

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

34

พอเดินพ้นประตูเรือนด้านใน หานอวี้เหยาก็ชะงักอยู่ใต้ชายคา แสงแดดช่วงบ่ายทอดเข้ามาถึงครึ่งลาน ร่างของเธอซึ่งเมื่อครู่ยังเห็นชัดเริ่มบางลงตรงปลายแขน หลินเยว่ชิงจึงหยิบก้อนหยกสีขาวอมเขียวที่เก็บไว้จากครั้งเลือกหินออกจากถุงผ้า วางนิ้วลงบนผิวเย็นแล้วพยักหน้าให้เธอเข้ามาใกล้

“พักอยู่ในนี้ก่อนค่ะ”

หานอวี้เหยามองหยกในมือเธอเพียงครู่เดียว ก่อนร่างจะค่อย ๆ จางลงและหายเข้าไปตามสีเขียวอ่อนกลางก้อนหิน ความเย็นรอบบ่อน้ำลดลงทันที เหลือเพียงกลิ่นไม้ชื้นกับลมที่พัดผ่านหญ้ารก โจวอี้เฉินยืนอยู่หน้าประตูวงเดือน มองก้อนหยกแล้วขยับออกห่างโดยไม่รู้ตัว พอหลินเยว่ชิงเหลือบตามอง เขาก็รีบก้มหน้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแทน

“ผมกลับไปเตรียมสัญญาก่อนนะครับ พรุ่งนี้น่าจะจัดเรื่องโอนได้”

เถาเหวินเซิ่งพยักหน้า ส่วนตัวเองโทรตามหาที่อยู่ของหลัวซูเจินจากคนรู้จักเก่า ระหว่างที่เดินออกจากย่านเมืองเก่า เขาคุยอยู่หลายสายกว่าจะได้ข่าวว่าหญิงชราย้ายจากที่เดิมมาหลายปี ปัจจุบันเช่าห้องเล็กอยู่หลังตลาดทางเหนือของเมือง

รถเข้าไปได้เพียงปากซอย ที่เหลือต้องเดินผ่านทางแคบระหว่างอาคารเก่า กลิ่นของทอดจากตลาดลอยปะปนกับกลิ่นอับชื้นจากกำแพงที่แทบไม่ได้รับแดด หลินเยว่ชิงยังไม่ทันเห็นหมายเลขห้อง ก้อนหยกในมือก็เย็นขึ้นอีกครั้ง

ตรงมุมกำแพงมีหญิงชราคนหนึ่งนั่งพับกล่องกระดาษบนเก้าอี้เตี้ย ร่างผอมจนเสื้อแขนยาวดูโคร่ง หลังค่อมเล็กน้อย ทุกครั้งที่ก้มลงผูกเชือกจะต้องหยุดไออยู่พักหนึ่ง ข้างเท้ามีกระสอบใส่ขวดพลาสติกกับกระดาษลังพิงไว้เต็มสองใบ เถาเหวินเซิ่งเรียกอยู่สองครั้ง หญิงชรายังคงก้มหน้าพับกล่อง กระทั่งเขาเดินอ้อมเข้าไปในระยะสายตา เธอจึงเงยหน้าขึ้น แล้วทำมือถามว่าพวกเขามาหาใคร

หลินเยว่ชิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นพิมพ์ชื่อหนึ่งชื่อแล้วยื่นให้ดู หานอวี้เหยา นิ้วของหลัวซูเจินค้างอยู่เหนือหน้าจอ เธอเงยหน้ามองคนทั้งสามสลับกัน มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มสั่น ก่อนจะรีบทำภาษามือถามเร็วเสียจนเถาเหวินเซิ่งตามไม่ทัน หลินเยว่ชิงแตะปลายนิ้วลงบนหยก อักขระบาง ๆ สว่างวาบบนผิวหิน แล้วร่างของหานอวี้เหยาก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นข้างเธอ

คราวนี้ไม่ใช่ชุดสีเทาเปียกฝน ไม่มีคราบน้ำหรือไอเย็นคลุมร่าง หานอวี้เหยากลับมาอยู่ในเสื้อผ้าธรรมดาเหมือนหญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ คนหนึ่ง หลัวซูเจินนิ่งอยู่ตรงนั้นนานมาก หานอวี้เหยาเองก็ไม่กล้าเข้าไปก่อน สุดท้ายหญิงชราจึงยื่นมือออกช้า ๆ ปลายนิ้วแตะข้างแก้มหลานสาว แล้วเลื่อนไปแตะเส้นผมเหมือนต้องการแน่ใจว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ภาพในฝัน

หานอวี้เหยาทรุดลงคุกเข่า กอดเอวเธอแน่น ก่อนเงยหน้าขึ้นทำภาษามือด้วยมือที่สั่นไม่แพ้กัน ย่า หนูกลับมาแล้ว หลัวซูเจินอ้าปากเหมือนอยากเรียกชื่อ แต่มีเพียงเสียงแหบเบา ๆ หลุดจากลำคอ เธอลูบศีรษะหลานสาวซ้ำ ๆ แล้วดึงเข้าไปกอดจนทั้งตัวสั่น

ข้อมือเสื้อของหญิงชรามีรอยปะด้วยด้ายคนละสี หานอวี้เหยามองมันอยู่นาน ตอนเด็กเสื้อของเธอก็ถูกซ่อมแบบนี้เสมอ เงินที่ควรซื้อเสื้อใหม่มักถูกเก็บไว้เป็นค่าเรียน ส่วนเธอเคยสัญญาเสียมั่นเหมาะว่าโตขึ้นเมื่อไร จะไม่ให้ย่าต้องประหยัดกับตัวเองอีก

หลัวซูเจินไอขึ้นกะทันหัน คราวนี้ไอจนตัวงอและหายใจไม่ทัน หานอวี้เหยารีบประคองไว้ หลินเยว่ชิงจับชีพจรเพียงครู่เดียวก็หันไปหาเถาเหวินเซิ่ง

“พาไปโรงพยาบาลค่ะ”

หญิงชรามองสีหน้าทุกคนแล้วเหมือนจะเข้าใจ เธอส่ายหน้า ก่อนหยิบกระเป๋าผ้าเก่ามาเปิดให้ดู ด้านในมีธนบัตรยับ ๆ ไม่กี่ใบกับใบเสร็จค่ายาที่พับซ้อนกันหลายชั้น เถาเหวินเซิ่งเห็นแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ค่ารักษาผมออกให้ครับ

หลัวซูเจินยังมองเขาอย่างระแวง หานอวี้เหยาจึงจับมือเธอแล้วทำภาษามือช้า ๆ ไปหาหมอก่อนนะย่า หนูอยากอยู่กับย่าอีกนาน ๆ คราวนี้หญิงชราไม่ส่ายหน้าอีก

เมื่อหลัวซูเจินถูกพาเข้าห้องตรวจ เถาเหวินเซิ่งวางบัตรไว้หน้าเคาน์เตอร์แล้วบอกเจ้าหน้าที่ให้แจ้งค่าใช้จ่ายมาที่เขาทั้งหมด โจวอี้เฉินเห็นว่าทางนี้ไม่มีอะไรให้ช่วยแล้วจึงกลับไปจัดการเอกสารบ้านต่อ ส่วนหานอวี้เหยานั่งรออยู่หน้าห้อง ไม่ยอมละสายตาจากประตูแม้แต่น้อย

กว่าหลัวซูเจินจะถูกย้ายมานอนในห้องพักก็เย็นมากแล้ว สายน้ำเกลือพาดอยู่หลังมือ หญิงชราหลับสนิทเพราะอ่อนเพลีย หานอวี้เหยานั่งชิดเตียง มือวางทาบอยู่ใกล้มือของเธอโดยไม่กล้าจับนานนัก เงาดำรอบตัววิญญาณเริ่มหนาขึ้นอีกครั้ง หลินเยว่ชิงเรียกชื่อเธอเบา ๆ

หานอวี้เหยามองลงที่มือของตัวเอง ก่อนขยับเก้าอี้ถอยออกมานิดหนึ่ง

“สองคนนั้นอยู่ที่ไหน”

หลินเยว่ชิงหยิบก้อนหยกขึ้นมา ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนลืมตา

“หูจื้อหยวนกับกัวหมิงอวี่ ตอนนี้อยู่เรือนจำไห่เฉิงตะวันตกค่ะ ถูกขังจากคดีปล้นทำร้าย”

หานอวี้เหยาทวนชื่อทั้งสองช้า ๆ เหมือนต้องการจำให้ลึกที่สุด

“คืนนี้ฉันจะไป”

หลินเยว่ชิงไม่ได้ห้าม เธอมองอีกฝ่ายตรง ๆ

“คืนนี้เธอเลือกทางของตัวเองแล้ว เรื่องหลังจากนี้ฉันช่วยรับแทนไม่ได้ค่ะ”

หานอวี้เหยาหันไปมองคุณย่าบนเตียง

“ฉันเตรียมใจไว้แล้ว ขอแค่ได้อยู่กับย่าอีกหน่อยก็พอ”

หลังเที่ยงคืน ฝนเริ่มตกเหนือเขตตะวันตกของเมือง ในห้องควบคุมของเรือนจำ เจ้าหน้าที่เวรสองคนกำลังนั่งดูจอมอนิเตอร์ จู่ ๆ กล้องตรงอาคารสามก็ขึ้นเส้นรบกวน ภาพทางเดินว่างเปล่ากะพริบอยู่หลายครั้ง ก่อนเสียงเคาะสามครั้งจะลอดออกมาจากลำโพง

กึก...กึก...กึก... เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเงยหน้าขึ้น แต่ภาพกลับคืนเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาจดเวลาไว้ในสมุดเวรแล้วหันกลับไปดูจออื่น ในห้องขัง หูจื้อหยวนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเดียวกัน ตอนแรกเขาคิดว่าเพื่อนร่วมห้องขยับตัว แต่พอลืมตาขึ้น รอบข้างกลับเงียบผิดปกติ อากาศเย็นจนลมหายใจเป็นไอ ทั้งที่หน้าต่างปิดสนิท

เสียงเคาะดังอีกครั้ง คราวนี้อยู่ข้างเตียง พื้นปูนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นถนนเปียกฝน แสงไฟจากร้านค้าเก่าปรากฏบนผนัง กลิ่นดินชื้นกับเสียงฝีเท้าฝ่าสายฝนดังขึ้นรอบตัว

“ช่วยฉันด้วย...”

หูจื้อหยวนลุกพรวด เสียงนั้นดังอยู่หลังประตู หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงปลายเตียง เสื้อสีเทาแนบลำตัว ผมเปียกตกข้างแก้ม ใบหน้าที่เขาคิดว่าลืมไปแล้วกลับชัดขึ้นทีละน้อย

“ไม่ใช่...”

หานอวี้เหยาเดินเข้ามา

“จำได้แล้วหรือ”

เขาถอยจนหลังชนกำแพง ปากตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่ แต่เสียงกลับไม่ออกไปนอกห้อง ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นคืนเดิมที่เขาพยายามฝังไว้หลายปี เสียงขอความช่วยเหลือดังซ้ำอยู่ข้างหูครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีใครรู้ว่าภายในห้องเกิดอะไรขึ้นต่อ

ก่อนรุ่งเช้า สัญญาณฉุกเฉินดังจากอาคารสาม ตามด้วยอีกอาคารในเวลาไม่ห่างกัน เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดห้องเข้าไป หูจื้อหยวนกับกัวหมิงอวี่ก็ไม่มีลมหายใจแล้ว ประตูยังล็อกตามปกติ กล้องทางเดินไม่มีภาพใครเข้าไป มีเพียงคราบน้ำข้างเตียงซึ่งค่อย ๆ แห้งเมื่อฟ้าสว่าง

หานอวี้เหยากลับมาถึงโรงพยาบาลก่อนแสงเช้าจะส่องผ่านม่านหน้าต่าง หลัวซูเจินยังหลับอยู่ เธอลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง แล้วก้มศีรษะลงแตะขอบฟูกอยู่นาน มือเหี่ยวย่นของหญิงชราอยู่ห่างจากนิ้วเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร หลินเยว่ชิงยืนอยู่ใกล้หน้าต่าง

หานอวี้เหยาเงยหน้าขึ้นในที่สุด

“ฉันต้องไปแล้วใช่ไหม”

“ถ้ายังไม่อยากไป ก็อยู่ต่อได้ค่ะ”

เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง

“อยู่กับย่า?”

“จนกว่าจะถึงเวลาของคุณย่า”

หานอวี้เหยาลุกพรวดแล้วเข้ามากอดหลินเยว่ชิงเต็มแรง หลินเยว่ชิงถอยไปครึ่งก้าว ก่อนยกมือดันหน้าผากอีกฝ่ายออก

“พอค่ะ หายใจไม่ออก”

หานอวี้เหยารีบปล่อยมือทันที หลินเยว่ชิงหยิบก้อนหยกขึ้นมา อักขระบาง ๆ ปรากฏวาบบนผิวก่อนจางลง

“อยู่ในหยกตอนกลางวันนะคะ ฉันจะช่วยให้เธอออกมาอยู่กับคุณย่าได้วันละประมาณสองชั่วโมง ส่วนคนอื่น อย่าให้เห็นเธอโดยไม่จำเป็น”

หานอวี้เหยาพยักหน้ารับ หลินเยว่ชิงเก็บหยกลงถุงผ้า ก่อนพูดต่อ

“คืนนี้เธอเอาชีวิตคนไปสองคน เรื่องนั้นไม่ได้หายไปพร้อมกับความแค้นค่ะ”

หานอวี้เหยามองหญิงชราบนเตียงอยู่ครู่หนึ่ง

“ฉันรู้ค่ะ ขอแค่ได้อยู่กับย่าอีกสักพักก็พอ”

หลินเยว่ชิงมองสองคนอยู่เงียบ ๆ ก่อนถอยออกไปใกล้ประตู เวลาที่เหลือของหานอวี้เหยาในแต่ละวันมีไม่มาก เธอจึงไม่คิดเอาคำถามหรือคำเตือนอื่นมาขัดช่วงที่ทั้งคู่เพิ่งได้กลับมาอยู่ด้วยกัน บนเตียง หลัวซูเจินขยับตัวเบา ๆ หานอวี้เหยาหันกลับไปทันที เธอขยับเก้าอี้ที่กีดทางพยาบาลออกไปชิดผนัง แล้วปล่อยให้สองย่าหลานมีที่นั่งคุยกันโดยไม่ต้องคอยหลบคนเข้าออก

หญิงชราค่อย ๆ ลืมตา พอเห็นหลานสาวยังนั่งอยู่ข้างกัน มือเหี่ยวย่นก็ยื่นออกมาหา หานอวี้เหยารีบจับไว้ หลัวซูเจินกำมือเธอแน่น ก่อนขยับตัวเปิดที่ว่างข้างเตียงเล็กน้อย เหมือนเมื่อหลายปีก่อน เวลาหลานสาวกลับจากโรงเรียนแล้วชอบมานั่งเบียดอยู่ข้างกัน

หานอวี้เหยาจึงลากเก้าอี้เข้าไปชิดกว่าเดิม วางแขนบนขอบเตียงให้หญิงชราจับไว้ตามเดิม แสงเช้าเริ่มลอดผ่านขอบม่านเข้ามา เธอก้มมองมือที่ถูกจับอยู่ แล้วไม่ขยับไปไหนอีก