37
37
ถังเหวินอวี่ยังคงมองชายหนุ่มในรูปเรียนจบตรงหน้า เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนเรียกชื่อตัวเองออกมาอีกครั้ง
“ถังเหวินอวี่”
ควันตรงมุมยันต์บิดเป็นเกลียวแล้วขาดวูบ เสียงแผ่วคล้ายเส้นด้ายถูกดีดดังอยู่ใกล้หู เขาสะดุ้ง หลับตาแน่น ความร้อนแล่นจากท้ายทอยลงมาถึงต้นคอ ก่อนกระจายออกตามกรามและหัวไหล่ หลินเยว่ชิงไม่แตะต้องเขา กระดาษยันต์ในมือไหม้ต่ออีกเพียงนิดเดียวแล้วหยุดเอง
บนหน้าจออีกฝั่ง ลั่วซือเฉิงที่กำลังอยู่กลางรายการ เที่ยวให้รอด ยกโทรศัพท์ขึ้นรับจากแฟนคลับคนหนึ่งตามโจทย์ของรายการ กล้องหน้าหาใบหน้าเขาไม่เจอ กรอบโฟกัสกระโดดไปจับผู้ช่วยด้านหลังแทน หญิงสาวคิดว่าโทรศัพท์รวนจึงหัวเราะ แต่พอยื่นให้อีกคนลอง อาการเดิมก็เกิดซ้ำ
ลั่วซือเฉิงหันมองจอแอลอีดีด้านหลังเวทีพอดี ภาพสดบนจอสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเผยใบหน้าที่ดูไม่เหมือนเขาเสียทีเดียว แก้มหนาขึ้น แนวคางหายไปบางส่วน รอยยิ้มบนใบหน้าของนักแสดงหนุ่มค้างอยู่เช่นนั้น เขายกมือแตะข้างแก้ม ผู้ช่วยที่ยืนใกล้ที่สุดรีบเปิดกล้องหน้าให้ดู
เพียงไม่กี่วินาที ความเปลี่ยนแปลงก็ชัดขึ้นจนปิดไม่มิด รูปคิ้วลดต่ำ จมูกกลับคืนเค้าเดิม แก้มและลำคอหนาขึ้นพร้อมกัน เสื้อยืดสีขาวซึ่งเมื่อครู่ยังพอดีตัวเริ่มตึงตรงเอว
“หยุดถ่าย”
พิธีกรภาคสนามไม่ทันได้ยิน เขาจึงคว้าแขนผู้ช่วยแน่นกว่าเดิม
“ปิดกล้องเดี๋ยวนี้!”
ทีมรายการตัดภาพออกอย่างรวดเร็ว แต่รอบลานมีโทรศัพท์ของผู้ชมยกอยู่ทุกทิศ คนที่ยืนใกล้เห็นตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีใครทันเตรียมใจว่าจะเห็นคนคนหนึ่งเปลี่ยนรูปลักษณ์ต่อหน้าต่อตา
ทำงานจนใจพัง: ฝั่งรายการตัดแล้ว แต่ฉันเห็นก่อนตัดจริง ๆ
เกลียดคนโลกสวย: คนในลานถ่ายไว้เต็มเลย ไม่ใช่เอฟเฟกต์ของรายการแน่
บ้านลั่วซือเฉิงอันดับหนึ่ง: ขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งสรุป รอต้นสังกัดก่อนค่ะ
หลินเยว่ชิงยังไม่สนใจแชต เธอมองถังเหวินอวี่จนเงาสีเทาตรงหางตาขาดออกเป็นเส้นสุดท้ายของวิชาที่ขโมยรูปลักษณ์
“ลืมตาได้ค่ะ”
ถังเหวินอวี่เปิดตาช้า ๆ แล้วมองตัวเองผ่านหน้าจอไลฟ์ก่อนสิ่งอื่น เขาไม่จำเป็นต้องหยิบกระจกขึ้นมา ใบหน้าบนจอไม่เหมือนคนเมื่อครู่แล้ว น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตลอดหลายเดือนไม่ได้หายวับ แต่สิ่งที่ผิดจากธรรมชาติเริ่มถอยออก แนวกรามกลับมา ดวงตาเปิดกว้างขึ้น สัดส่วนของคิ้วและจมูกค่อย ๆ คืนเค้าเดิม เขาเอื้อมไปหยิบรูปเรียนจบมาวางข้างจอแล้วมองสลับกันอยู่พักใหญ่
“ผมจำได้แล้ว”
เสียงนั้นเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงแจ้งเตือนในไลฟ์ เขาเคยคิดว่าตัวเองคงรับไม่ได้แค่เรื่องน้ำหนัก แต่ช่วงหลังเขาเลิกเปิดกล้องประชุม เลี่ยงงานที่ต้องขึ้นเวที และหาเหตุผลปฏิเสธเพื่อนทุกครั้งที่มีคนชวนถ่ายรูป พอเค้าเดิมกลับมา เขาถึงเห็นชัดว่าที่หลบมาตลอดไม่ใช่เพราะอยากผอมอย่างเดียว
ถังเหวินอวี่ยกมือขึ้นเหมือนจะบังหน้า ก่อนชะงักแล้วปล่อยลง
“อย่างน้อยคราวนี้คนในกล้องก็คือผมจริง ๆ”
หลินเยว่ชิงพยักหน้า “ส่วนร่างกายให้เวลามันค่ะ”
ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: แบบนี้ดีแล้วพี่ ไม่ต้องผอมในห้าวินาที เดี๋ยวฉันกลัวกว่าเดิม
ขอกะละมังกับชาม: เห็นด้วย ฉันรับเรื่องหน้าคนเปลี่ยนกลางไลฟ์ทีเดียวก็พอแล้ว 555
ถังเหวินอวี่หลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่เชื่อมสาย อีกฝั่งหนึ่ง ลั่วซือเฉิงไม่ได้หัวเราะ ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าบนโทรศัพท์ปฏิเสธเขาซ้ำ ๆ จนต้องกดรหัสเอง พอเดินผ่านกระจกหน้าร้าน เขาหยุดกะทันหัน
คนในกระจกเตี้ยและหนากว่าภาพที่อยู่บนป้ายโฆษณาด้านหลังอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้ากลม มีรอยผิวเก่าซึ่งเครื่องสำอางปิดไม่อยู่ และไม่มีส่วนไหนเหลือเค้าของนักแสดงหนุ่มหน้าคมที่คนดูคุ้นตาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แฟนคลับหญิงที่ยืนข้างแนวกั้นมองเขานานเกินไป
“พี่ซือเฉิง...ใช่ไหมคะ”
ลั่วซือเฉิงหน้าซีด เขากระชากหมวกจากมือผู้ช่วยมาปิดหน้าแล้วเร่งเดินออกจากพื้นที่ แต่ยังไม่ถึงรถก็ต้องหยุด มือหนึ่งกุมหน้าอก อีกมือปิดดวงตาไว้แน่น คนที่หันมามองเขาเริ่มเปลี่ยนไปในสายตา หญิงสาวที่เพิ่งถามชื่อเมื่อครู่มีสีหน้าเหมือนรังเกียจ ผู้ช่วยที่กำลังประคองดูเหมือนขบฟันด้วยความเกลียดชัง แม้แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เพียงแค่ขอให้คนถอยออก ก็กลายเป็นคนจ้องเขาราวกับพร้อมจะพุ่งเข้ามา
“อย่ามองฉัน!”
ผู้ช่วยชะงัก “ไม่มีใครทำอะไรนาย”
“บอกให้พวกเขาหันไป!”
เสียงของลั่วซือเฉิงดังจนคนใกล้รถถอยออกโดยไม่รู้สาเหตุ เขากลับยิ่งหอบแรงกว่าเดิม เพราะยิ่งคนถอย สีหน้าที่เขาเห็นก็ยิ่งบิดเบี้ยว ถังเหวินอวี่เห็นเพียงคลิปสั้น ๆ ที่มีคนส่งเข้ามา เขาไม่ได้กดเล่นต่อ หลินเยว่ชิงมองดวงตาของเขา เงาหม่นยังเหลือบางส่วน แม้วิชาขโมยรูปลักษณ์จะขาดไปแล้ว
“คืนนี้ทำตามที่ฉันบอกไว้ให้ครบค่ะ ส่วนนี้ยังอยู่”
ถังเหวินอวี่เห็นเสื้อแจ็กเก็ตที่เตรียมไว้ข้างเก้าอี้ก็รู้ทันทีว่าเธอหมายถึงอะไร เขาทำหน้าเหมือนอยากพูด แต่สุดท้ายได้เพียงถอนใจ
“ครับ”
คลิปของลั่วซือเฉิงหลุดออกจากลานเร็วกว่าที่ต้นสังกัดจะตามลบ ช่วงแรกยังมีคนเถียงว่าเป็นเทคนิคของรายการ บางคนกล่าวหาว่าคลิปถูกตัดต่อ กระทั่งบัญชีศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งนำโพสต์กิจกรรมเก่าเมื่อหลายปีก่อนกลับมาแชร์
ในภาพหมู่มีลั่วซือเฉิงยืนอยู่ตรงขอบเฟรม รูปร่างและใบหน้าตรงกับคนที่เพิ่งถูกพาออกจากลานแทบทุกส่วน โพสต์นั้นมีวันที่ชัดเจนและถูกเผยแพร่มานานก่อนเขาเข้าวงการ ไม่มีทางเพิ่งสร้างขึ้นเพราะเหตุคืนนี้ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ใต้โพสต์เก่าก็เต็มไปด้วยคนที่ตามมาจากคลิปสด
เฉิงเฉิงคือแสงของฉัน: ฉันตามเขามาสองปี ไม่เคยเห็นรูปนี้มาก่อน ขอรอฟังเขาเองก่อนนะ
บ้านลั่วซือเฉิงอันดับหนึ่ง: ฉันไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ต้นสังกัดช่วยออกมาชี้แจงที
ทำงานจนใจพัง: อย่าไปลากเพื่อนในรูปคนอื่นมาด้วยนะ เรื่องของใครก็เอาแค่คนนั้น
ถังเหวินอวี่อ่านประโยคสุดท้ายแล้วรีบพูดเสริม
“ใช่ครับ คนอื่นในรูปไม่เกี่ยว อย่าไปค้นชื่อหรือรบกวนพวกเขา”
มีคนถามว่าเขาจะเอาเรื่องลั่วซือเฉิงหรือไม่ ชายหนุ่มมองรูปเรียนจบตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ตอบทันทีเหมือนตอนที่ถามเรื่องเอารูปลักษณ์คืน
“เรื่องทางกฎหมาย ผมจะคุยกับทนายก่อนครับ อะไรมีหลักฐานก็ทำตามนั้น ผมไม่อยากให้ใครไปตามด่าแทน”
ข้อความในแชตไหลผ่านไปหลายบรรทัด มีทั้งคนเห็นด้วยและคนที่ยังคุยเรื่องคลิปจากศูนย์การค้า ถังเหวินอวี่ไม่ได้ตอบเพิ่ม หลินเยว่ชิงเก็บพู่กันลง ไม่พูดแทรก ไม่กี่นาทีต่อมา ต้นสังกัดของลั่วซือเฉิงออกข้อความสั้นว่าเจ้าตัวเกิดอาการป่วยกะทันหันและถูกส่งโรงพยาบาล รายการ เที่ยวให้รอด ระงับการเผยแพร่ช่วงเหตุการณ์ชั่วคราว แต่คลิปจากโทรศัพท์คนดูยังคงอยู่
คลิปหนึ่งถ่ายติดตอนลั่วซือเฉิงขึ้นรถพยาบาล เขานั่งงอตัว มือปิดตาทั้งสองข้างและพยายามหลบทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่หันมาหา ทั้งที่คนรอบตัวไม่มีใครเข้าใกล้เกินจำเป็น ถังเหวินอวี่ดูเพียงครู่เดียวแล้วปิด
“คำสาปที่ผมเห็นว่าทุกคนเกลียดผม...กลับไปหาเขาแล้วใช่ไหมครับ”
“ค่ะ”
“แล้วจะหนักแค่ไหน”
หลินเยว่ชิงไม่ได้มองคลิป เธอมองรอยที่เหลืออยู่ตรงหางตาของคนตรงหน้าแทน
“ของที่ส่งออกไปไม่ได้ย้อนกลับเท่าเดิม”
ถังเหวินอวี่เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนถามต่ออย่างลังเล
“เขาจะตายไหมครับ”
“อายุขัยเสียไปมากค่ะ”
ถังเหวินอวี่ก้มมองมือของตัวเอง
“ผมไม่ได้อยากให้เขาตาย”
เขาหยุด ก่อนยกหน้าขึ้น
“แต่ถ้าให้ผมคืนของของผมเพื่อช่วยเขา ผมก็ไม่คืน”
“ไม่มีอะไรต้องคืนค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า ไม่พูดเรื่องลั่วซือเฉิงอีก เขาหยิบแจ็กเก็ตเก่ามาพาดแขน เตรียมออกจากห้อง ความเห็นที่เครียดอยู่พักใหญ่เริ่มมีคนดึงกลับไปเรื่องค้างจากก่อนหน้า
ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: เดี๋ยวพี่ อย่าเพิ่งหล่อแล้วหนี ยังมีด่านร้อยคน!
ขอกะละมังกับชาม: ฉันเตือนก่อนนะ อย่าเลือกเสื้อตัวโปรด เดี๋ยวตอนทิ้งร้องไห้
ทำงานจนใจพัง: ขอให้เจอคนใจดีครบไว ๆ ฉันนึกภาพตอนอธิบายเหตุผลให้คนที่ 73 แล้วเหนื่อยแทน
ถังเหวินอวี่ก้มดูแจ็กเก็ตตัวเอง
“ตัวนี้ซื้อตอนลดราคา”
ขอกะละมังกับชาม: อารมณ์ฉันลงพื้นเลย
เสียงหัวเราะดังจากเจ้าของสาย
“ผมไปแล้วครับ ถ้าพรุ่งนี้หายดีจะกลับมาบอก แต่ไม่ต้องขอหลักฐานตอนทำ ใครขอคลิป ผมบล็อกจริง”
ก่อนตัดสาย เขาหันกลับมามองหลินเยว่ชิงอีกครั้ง
“ขอบคุณครับ”
หน้าจอกลับมาเหลือหลินเยว่ชิงเพียงคนเดียว ผู้ชมใหม่จากเวยป๋อยังเข้ามาต่อเนื่อง บางคนถามหาคลิปย้อนหลัง บางคนสงสัยว่าทำไมคนทั้งห้องถึงพูดเรื่องเสื้อกับน้ำลายร้อยคน แต่ข้อความหนึ่งโผล่ซ้ำขึ้นมาหลายครั้งจนต่างจากข้อความอื่น ผู้จัดการกู้แห่งเย่หมี่ ขอเชื่อมสาย
ครั้งแรกหลินเยว่ชิงปล่อยผ่านเพราะกำลังอ่านคำถาม อีกไม่ถึงนาทีชื่อเดิมก็ปรากฏขึ้นอีก ครั้งที่สาม เธอกดรับ ภาพสั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจับชายวัยสามสิบกว่าในเสื้อเชิ้ตสีดำ เขายืนอยู่ในทางเดินด้านหลังของสถานบันเทิง สีหน้าไม่สู้ดีนัก มือที่ถือโทรศัพท์เกร็งแน่นจนกล้องไหวเล็กน้อย
“อาจารย์หลิน ผมกู้เจ๋อหยางครับ ผู้จัดการของเย่หมี่”
เขาเหลียวไปทางด้านหลังหนึ่งครั้ง ก่อนหันกลับมาหากล้อง
“ช่วยผมหน่อยครับ”