LNCrawler

3

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

3

ฉินจื่อเฉินออกจากลานจอดรถของสือกรุ๊ปไม่ได้ทันที ตำรวจขอให้เขาอยู่ให้ปากคำ ส่วนรถสปอร์ตที่ถูกโครงเหล็กเจาะกระจกต้องทิ้งไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จก็ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง แทนที่จะกลับบ้านพัก เขากลับเรียกรถขึ้นมาที่หน้าอาคารอีกครั้ง

เรื่องซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเหลือเชื่อเกินกว่าจะเก็บไว้คนเดียว ตอนฉินจื่อเฉินผลักประตูห้องทำงานเข้าไป สือเยี่ยนโจวกำลังอ่านรายงานอุบัติเหตุจากฝ่ายอาคาร ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นแผ่นกระจกไหลลงมาตามทางลาด โครงเหล็กชิ้นหนึ่งเจาะเข้าไปถึงเบาะคนขับ ส่วนเจ้าของรถรอดมาได้ด้วยรอยถลอกตรงข้อมือเท่านั้น

“นายยังไม่ไปโรงพยาบาลอีกหรือ”

“ไปมาแล้ว หมอบอกว่าฉันยังไม่ตาย”

ฉินจื่อเฉินทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ เขาหยิบถุงใส่เถ้ากระดาษออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนเล่าทุกอย่างตั้งแต่พบหลินเยว่ชิงที่ถนนซีเหอ เธอเตือนว่าเขาจะมีเคราะห์จากโลหะกับของหนัก ห้ามลงจากรถเมื่อได้กลิ่นไหม้ เขาไม่เชื่อ แต่ก็ยอมจ่ายเงินหนึ่งร้อยหยวนซื้อยันต์ติดตัวไว้ พอถึงลานจอดรถ ยันต์แผ่นนั้นกลับร้อนขึ้นมาตอนเขากำลังเปิดประตู

ถ้าชักมือกลับช้ากว่านั้นเพียงไม่กี่วินาที โครงเหล็กคงไม่ได้เสียบอยู่ข้างเบาะ แต่น่าจะเสียบอยู่กลางตัวเขาแทน

“ยันต์ไหม้เป็นเถ้าทันทีที่อันตรายผ่านไป” ฉินจื่อเฉินเลื่อนคลิปจากโทรศัพท์ให้เพื่อนดู “แล้วเธอยังรู้ด้วยว่าประตูท้ายรถพยาบาลจะเปิดเอง ถ้าฉันไม่หลบ รถเข็นคงชนฉันตกทางลาดไปแล้ว”

สือเยี่ยนโจวดูคลิปจนจบ สีหน้าไม่เปลี่ยนไปมากนัก

“ฝ่ายอาคารตรวจพบว่าสายรัดกระจกไม่ได้มาตรฐาน ส่วนประตูรถพยาบาลชำรุดมาก่อน ทั้งสองเรื่องมีสาเหตุ”

“ฉันไม่ได้บอกว่ามันไม่มีสาเหตุ ฉันถามว่าเธอรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร”

สือเยี่ยนโจววางสายตาไว้ที่คลิปอีกครั้ง เขาไม่เชื่อเรื่องดวงหรือยันต์ แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้ปฏิเสธได้ยากว่า คำเตือนของหญิงแปลกหน้าช่วยชีวิตฉินจื่อเฉินไว้จริง

“เธอชื่ออะไร”

“แซ่หลิน ฉันเรียกอาจารย์หลิน ในเวยซิ่นใช้ชื่อว่าเยว่”

ฉินจื่อเฉินเปิดหน้าบัญชีให้ดู รูปประจำตัวเป็นกระจกทองแดง ไม่มีรูปใบหน้า และไม่มีข้อความเก่าให้ค้นต่อ เมืองไห่เฉิงมีคนแซ่หลินอยู่ไม่น้อย สือเยี่ยนโจวจึงไม่ได้คิดถึงภรรยาที่เพิ่งจดทะเบียน ถึงจะสะดุดใจกับคำว่าเยว่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ

“ฉันนัดเธอไว้พรุ่งนี้บ่าย นายจะไปด้วยไหม”

“ไม่ว่าง”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ ฉันจะขอซื้อยันต์มาเผื่อนายสักแผ่น”

“ไม่จำเป็น”

ฉินจื่อเฉินรู้ว่าเถียงต่อไปก็เสียเวลา จึงเปลี่ยนไปถามเรื่องที่ตั้งใจมาถามตั้งแต่เช้า

“นายยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าคุณนายสือเป็นใคร ขอเห็นรูปหน่อยไม่ได้หรือ”

สือเยี่ยนโจวหยิบปากกาขึ้นมาอ่านเอกสารต่อ ใบหน้าของหลินเยว่ชิงผุดขึ้นมาในความคิด เธอไม่ถามถึงงานแต่ง ไม่รับบ้าน และไม่สนใจเงินที่เขาเสนอให้ หลังจดทะเบียนเสร็จก็แยกย้ายกันราวกับเพิ่งทำสัญญาธุรกิจฉบับหนึ่ง

“ไม่เกี่ยวกับนาย”

“ฉันเป็นเพื่อนนายมาตั้งกี่ปี ให้เห็นหน้าพี่สะใภ้สักครั้งจะเป็นอะไรไป”

สือเยี่ยนโจววางปากกาแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “คุณอาฉินฝากถามว่าช่วงนี้นายว่างมากใช่ไหม ถ้ายังไม่ยอมเข้าบริษัท ฉันจะโทรตอบให้” ฉินจื่อเฉินลุกขึ้นทันที พ่อกำลังหาทางดึงเขากลับไปช่วยงานครอบครัว หากสือเยี่ยนโจวสนับสนุนอีกเสียง ชีวิตสบาย ๆ ของเขาคงจบในวันนี้

“ไม่ต้องโทร ฉันเพิ่งรอดตาย ยังต้องพักฟื้นทั้งกายและใจ”

เขาเก็บถุงเถ้ากระดาษแล้วเดินออกจากห้อง ก่อนปิดประตูยังไม่ลืมกำชับว่า หากวันหนึ่งสือเยี่ยนโจวเปลี่ยนใจอยากดูดวง ให้มาขอร้องตนดี ๆ ประตูปิดลงได้ไม่นาน โทรศัพท์ส่วนตัวของสือเยี่ยนโจวก็ดังขึ้น คนที่โทรมาคือคุณย่าสือ

“พาหลานสะใภ้กลับมากินข้าวเมื่อไร”

คำถามสั้น ๆ ทำให้เขาวางเอกสารลง

“ผมยังไม่ได้ถามเธอครับ”

“จดทะเบียนกันแล้วก็จริง แต่เยว่ชิงยังไม่เคยเข้าบ้านสือ ย่ายอมไม่จัดงานแต่งตามที่หลานขอ มื้ออาหารของคนในครอบครัวคงไม่รบกวนงานของหลานมากเกินไปหรอกมั้ง”

สือเยี่ยนโจวรู้ว่าคุณย่าตั้งใจประชด จึงบอกว่าจะติดต่อหลินเยว่ชิงเอง ก่อนวางสาย หญิงชรายังกำชับไม่ให้ใช้ผู้ช่วยเป็นคนโทร ภรรยาเพิ่งแต่งเข้าบ้าน หากสามีไม่แม้แต่จะเชิญกลับไปกินข้าวด้วยตนเองก็ไร้มารยาทเกินไป หมายเลขของหลินเยว่ชิงยังอยู่ในประวัติข้อความ สือเยี่ยนโจวกดโทรออกโดยไม่เสียเวลาคิดนาน

หลินเยว่ชิงกำลังตรวจดูกระจกทองแดงอยู่ในห้องเช่า รอยร้าวใต้กรอบกระจกยังคงเหมือนเดิม แม้ได้รับผลบุญจากการช่วยคนสองครั้ง พลังที่สะสมได้ก็ยังน้อยเกินกว่าจะซ่อมมัน เมื่อโทรศัพท์ดัง ชื่อ “ผู้มีปราณมงคล” ปรากฏบนหน้าจอ

“คุณย่าอยากให้เราไปกินข้าวที่บ้านเก่า” สือเยี่ยนโจวพูด “มะรืนนี้ตอนหนึ่งทุ่ม คุณสะดวกไหม”

หลินเยว่ชิงนึกถึงตารางของตน คืนพรุ่งนี้เธอจะเปิดไลฟ์ ส่วนมะรืนยังไม่มีนัดอื่น

“สะดวกค่ะ”

“ผมจะให้รถไปรับตอนห้าโมง”

“ส่งที่อยู่มาเถอะค่ะ ฉันไปเองได้”

ถนนซีเหออยู่ห่างจากบ้านเก่าตระกูลสือมาก การเดินทางด้วยรถสาธารณะไม่สะดวกนัก สือเยี่ยนโจวเกือบย้ำเรื่องรถรับส่ง แต่พอนึกว่าเธอปฏิเสธมาแล้วสองครั้งก็ไม่ได้บังคับ

“ถ้าเปลี่ยนใจให้บอกผมล่วงหน้า”

หลังวางสาย พิกัดบ้านเก่าก็ถูกส่งเข้ามา หลินเยว่ชิงจดเวลาไว้ในปฏิทิน แล้วกลับมาสนใจงานตรงหน้า ผลบุญจากการช่วยเกาเสี่ยวอวี่และยันต์ที่รับเคราะห์แทนฉินจื่อเฉินทำให้เส้นชีวิตดีขึ้นเพียงเล็กน้อย หลินเยว่ชิงจึงยิ่งแน่ใจว่าการเดินตามหาเคราะห์บนถนนทีละคนไม่ทันกับเวลาที่เหลือ

วันรุ่งขึ้นเธอเปิดบัญชีโต้วอิน “เยว่ชิงพยากรณ์” ที่ตั้งชื่อไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อตรวจการแจ้งเตือนและยืนยันเวลาไลฟ์สองทุ่มอีกครั้ง ส่วนฉินจื่อเฉินที่นัดไว้ช่วงบ่ายยอมเลื่อนไปวันถัดไป แม้จะส่งข้อความขอซื้อยันต์ให้คนทั้งครอบครัวก็ตาม หลินเยว่ชิงตอบว่า ยันต์ไม่ใช่ของที่พกยิ่งมากยิ่งดี ต้องดูชะตาก่อนว่ามีเคราะห์หรือไม่ คำปฏิเสธลูกค้าที่พร้อมจ่ายกลับทำให้ฉินจื่อเฉินเชื่อในตัวเธอมากขึ้น

หัวข้อไลฟ์เขียนไว้ว่า วันละสามดวง ดูชะตา เตือนเคราะห์ และตามหาคนหาย เมื่อถึงเวลา หลินเยว่ชิงกดเริ่มถ่ายทอดสด นาทีแรกไม่มีผู้ชม นาทีต่อมา ตัวเลขขยับขึ้นเป็นสาม คนหนึ่งส่งเครื่องหมายคำถามแล้วออกจากห้องไป เหลือผู้ชมเพียงสองคนซึ่งไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร

หลินเยว่ชิงไม่ได้ร้อนใจ เธอหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนยันต์ชำระล้างระหว่างรอ ยันต์ชนิดนี้ใช้ติดเหนือประตูเพื่อขจัดไอหม่นในบ้าน ไม่กินกำลังมากเท่ายันต์คุ้มภัย ไม่นานระบบก็เริ่มส่งไลฟ์ให้ผู้ใช้กลุ่มใหม่ จำนวนผู้ชมค่อย ๆ เพิ่มจากหลักหน่วยเป็นยี่สิบ แล้วขึ้นไปถึงหกสิบกว่า

ความคิดเห็นเริ่มไหลผ่านหน้าจอ

อยากลาออกทุกวัน: เข้ามาเพราะหน้าปก นึกว่าไลฟ์แต่งหน้า ที่แท้กำลังเขียนอะไรอยู่

ถ้วยบะหมี่ไม่มีไข่: ชื่อห้องบอกว่าดูดวง อ่านกันบ้างไหม

หลินเยว่ชิงเขียนเส้นสุดท้ายจบแล้ววางพู่กัน กระแสอุ่นจาง ๆ ไหลผ่านแผ่นกระดาษ แต่กล้องโทรศัพท์จับภาพนั้นไม่ได้

“นี่คือยันต์ชำระล้าง ใช้กับบ้านที่มีไอหม่นสะสม ไม่ใช่ยารักษาโรค ถ้าป่วยต้องไปโรงพยาบาลค่ะ”

ชานมหวานศูนย์: อย่างน้อยแม่หมอก็ไม่บอกให้เอายันต์ไปต้มกิน

“คืนนี้ไม่ขายค่ะ ฉันเปิดไลฟ์เพื่อดูดวง วันหนึ่งรับสามคนเท่านั้น”

จำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นถึงหลักร้อย บางคนเข้ามาเพราะหน้าตาของเธอ บางคนอยู่รอดูว่าแม่หมอหน้าใหม่จะหลอกอย่างไร แม้จะมีความคิดเห็นไม่ดีอยู่บ้าง แต่ไม่มีข้อความใดรุนแรงพอให้เธอต้องสนใจ เมื่อมีคนถามราคาหลายครั้ง หลินเยว่ชิงจึงบอกกติกา

“คืนนี้เป็นวันแรก ฉันไม่คิดค่าดูดวง คนที่ต้องการรับสายให้ส่งของขวัญราคาหนึ่งหยวนเพื่อยืนยันตัวตน แล้วกดขอเชื่อมสาย ฉันจะรับตามลำดับค่ะ”

แตงโมหวานแต่ชีวิตขม: หนึ่งหยวนเองหรือ ถูกจนเริ่มไม่กล้าเชื่อ

นอนราบแล้วรวยเมื่อไร: แม่หมอช่วยดูที เมื่อไรฉันจะไม่ต้องทำงานแต่ยังมีเงินใช้

เจ้าแม่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป: ชาติหน้าจ้ะ คนต่อไป

นอนราบแล้วรวยเมื่อไร: ฉันถามแม่หมอ ไม่ได้ถามเจ้ากรรมนายเวร!

ลูกชิ้นปลาหนีหม้อไฟ: ฉันมีหนึ่งหยวนกับชีวิตที่ยุ่งเหยิง เลือกฉันเถอะ

ของขวัญรูปโคมไฟเริ่มปรากฏบนหน้าจอ คำขอเชื่อมสายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคนไม่ได้เชื่อเรื่องดวง เพียงเห็นว่าค่าใช้จ่ายน้อยจึงอยากลองสนุก คำขอแรกมาจากบัญชีชื่อ ดอกเหมยรอฤดูหนาว เจ้าของบัญชีส่งของขวัญเป็นคนแรกและเปิดกล้องไว้ หลินเยว่ชิงจึงกดรับ

หน้าจอแบ่งเป็นสองฝั่ง อีกด้านหนึ่งปรากฏหญิงวัยสามสิบต้น ๆ นั่งอยู่ในห้องรับแขกซึ่งตกแต่งอย่างดี เครื่องสำอางปิดรอยบวมรอบดวงตาไว้ไม่มิด เธอเหลือบไปทางประตูหลายครั้งก่อนลดเสียงลง

“ฉันอยากรู้ว่าสามีมีผู้หญิงอื่นหรือเปล่า ช่วงสองเดือนนี้เขากลับบ้านดึก โทรศัพท์ก็ไม่ยอมให้แตะ แต่ฉันยังหาหลักฐานไม่ได้”

ช่องความคิดเห็นเริ่มคึกคัก บางคนแนะนำให้ตรวจรถ บางคนบอกให้ค้นโทรศัพท์ อีกกลุ่มเตือนว่าสามีกลับบ้านดึกไม่ได้แปลว่านอกใจ หลินเยว่ชิงมองใบหน้าของหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่ง ร่องรอยของบุคคลที่สามไม่ได้อยู่ไกลออกไป กลับอยู่ใกล้กับครอบครัวของเธอมาก

“ช่วยหมุนกล้องให้เห็นด้านหลังหน่อยค่ะ”

หญิงสาวทำตาม ภาพจากโทรศัพท์ผ่านโถงรับแขก ตู้เก็บของ ห้องครัว และบันไดขึ้นชั้นสอง หลินเยว่ชิงเห็นเงาสีแดงบาง ๆ พาดอยู่ตรงทางเดินด้านบน

“ตอนนี้ในบ้านมีใครบ้างคะ”

“มีฉัน แม่สามี แล้วก็คนดูแลคุณแม่ สามีออกไปบริษัท ส่วนลูกอยู่โรงเรียนค่ะ”

หลินเยว่ชิงหันกลับมามองเธอ

“สามีคุณมีผู้หญิงอื่นจริงค่ะ”

ความคิดเห็นในไลฟ์ไหลเร็วขึ้นทันที หญิงสาวกำโทรศัพท์แน่น ก่อนฝืนถามสิ่งที่กลัวที่สุดออกมา

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

หลินเยว่ชิงมองไปยังบันไดซึ่งอยู่ด้านหลังเจ้าของสาย

“คุณไม่ต้องออกไปตามหาที่ไหนค่ะ”

หญิงสาวชะงัก

“เพราะตอนนี้เธออยู่ในบ้านของคุณ”