LNCrawler

41

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

41

นิ้วของหลินเยว่ชิงแตะอยู่เหนือปุ่มปิดไลฟ์แล้ว เมื่อภาพตรงมุมจอสั่นไหวขึ้นมาเบา ๆ เงาร่างที่หายไปก่อนหน้านี้กลับมายืนอยู่ตรงเดิม เจียงเหวินซี ปลายผมของเธอยังเปียกชื้น แต่ไม่มีหยดน้ำไหลลงมาตามชายเสื้อเหมือนตอนออกไป ใบหน้าซีดขาวดูสงบกว่าก่อนหน้านี้มาก

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

หลินเยว่ชิงละมือจากหน้าจอ “สองคนนั้นยอมพูดแล้วหรือคะ”

“ค่ะ”

เจียงเหวินซีเงียบไปนิดหนึ่งจึงพูดต่อ “ฉันไม่ได้ฆ่าใคร โทรศัพท์ของพวกเขามีสิ่งที่ควรให้ตำรวจเห็น ต่อให้พรุ่งนี้อยากกลับคำ ก็คงไม่ง่ายแล้ว” หลินเยว่ชิงไม่ได้ถามว่าวิญญาณสาวใช้วิธีใดทำให้คนสองคนยอมรับสารภาพ สีหน้าของเจียงเหวินซีในตอนนี้บอกชัดว่าเธอได้คำตอบที่ต้องการกลับมาแล้ว

ช่องความเห็นด้านข้างยังไหลไม่หยุด คนที่ตามดูมาตั้งแต่ต้นต่างถามว่าสองคนนั้นเป็นอย่างไร บ้างก็อยากรู้ว่าเจียงเหวินซีไปทำอะไรมา แต่วิญญาณสาวเพียงมองข้อความเหล่านั้นผ่าน ๆ ความอาฆาตที่เคยพันรอบร่างจางลงไปมาก

“พอแล้วค่ะ”

เธอเอ่ยเพียงเท่านั้น ร่างตรงมุมจอค่อย ๆ จางลงตั้งแต่ปลายเท้า กระทั่งเหลือเพียงเงาบาง ๆ แล้วหายไป หลินเยว่ชิงมองตำแหน่งนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาบอกคนในห้องไลฟ์ว่า คืนนี้จะจบเพียงเท่านี้ จากนั้นหน้าจอก็ดับลง ทันทีที่ห้องเงียบ โทรศัพท์ซึ่งวางคว่ำอยู่ข้างมือก็ถูกหยิบขึ้นมา

ข้อความจากกู้เจ๋อหยางส่งมาตั้งแต่หัวค่ำพร้อมพิกัดทางเข้าพนักงานของเย่หมี่ หลินเยว่ชิงดูเวลาแล้วออกจากบ้าน เกือบเที่ยงคืนเธอมาถึงด้านข้างอาคารซึ่งผู้จัดการยืนรออยู่

กู้เจ๋อหยางพาเธอผ่าน B1 ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บไวน์และทางพนักงาน ก่อนหยุดหน้าประตูเหล็กลง B2 เขาเปิดคลิปกล้องวงจรปิดให้ดู เวลาในมุมภาพคือ 01:47 น. พนักงานถือถาดมาหยุดหน้าห้อง B207 แล้วเหมือนพูดกับใครบางคน ทั้งที่ทางเดินมีเพียงเขา แต่บนผนังกลับมีเงาคนสองเงา

ใบสั่งเครื่องดื่มในระบบจากคืนเกิดเหตุระบุเวลาเดียวกัน—วิสกี้หนึ่งขวด น้ำแข็งหนึ่งถัง แก้วสองใบ กู้เจ๋อหยางเล่าว่าคืนนั้นมีผู้หญิงสองคนอยู่ใน B207 ก่อนหนึ่งคนเสียชีวิตและตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ หลังจากนั้นไมโครโฟน เพลง เครื่องรับออร์เดอร์ และอินเตอร์คอมของห้องก็ทำงานเองเป็นระยะ จนเขาต้องปิด B2 ทั้งชั้น

ของใน B207 ยังอยู่เกือบเดิมหลังตำรวจนำหลักฐานที่จำเป็นออกไป ไม่มีพนักงานคนใดยอมเข้าไปจัดห้องอีก กู้เจ๋อหยางจึงเก็บกุญแจไว้กับตัวและปิดสิทธิ์บัตรผ่านเอง เขากำลังจะเสียบกุญแจ เสียงประตูจากอีกด้านของโถงก็ดังขึ้น ฉินจื่อเฉินเดินออกมาจากห้องเก็บไวน์พร้อมน้ำเปล่าขวดหนึ่ง เขาเห็นหลินเยว่ชิงก่อน จากนั้นสายตาจึงเลื่อนไปยังประตูเหล็กและพวงกุญแจในมือกู้เจ๋อหยาง

ฝีเท้าหยุดลงทันที

“อย่าบอกนะครับว่าข้างล่างมีเรื่อง”

กู้เจ๋อหยางยังไม่ทันตอบ ฉินจื่อเฉินก็ยกมือขึ้น

“ไม่ต้องบอกแล้วครับ ผมไม่อยากรู้”

หลินเยว่ชิงมองเขา “จะลงไปด้วยกันไหมคะ”

“ไม่ครับ”

คำตอบเร็วเสียจนกู้เจ๋อหยางหลุดหัวเราะ ฉินจื่อเฉินไม่สนใจ เขาขยับหลบทางให้ทั้งสองคน “ผมกำลังจะขึ้นไปข้างบนพอดี ถ้ามีอะไรโทรหาได้ แต่ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็อย่าเรียกผมลงไปนะครับ”

“ค่ะ”

หลินเยว่ชิงเดินผ่านเขาไปพร้อมกู้เจ๋อหยาง ฉินจื่อเฉินยืนมองจนประตูเหล็กปิดตามหลังทั้งคู่ ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาใครบางคน ปลายสายรับไม่นาน

“ถึงหรือยัง”

อีกฝ่ายตอบกลับสั้น ๆ ฉินจื่อเฉินกดปุ่มเรียกลิฟต์ “ฉันเจอภรรยานายแล้ว”

“ที่ไหน”

“เย่หมี่”

สือเยี่ยนโจวเงียบไปนิดหนึ่ง

“เธอไปทำอะไรที่นั่น”

“งานของเธอนั่นแหละ ตอนนี้ลง B2 ไปกับผู้จัดการแล้ว”

เสียงจากปลายสายเปลี่ยนไปทันที “B2?”

“นายมาถึงค่อยว่ากัน” ฉินจื่อเฉินมองตัวเลขลิฟต์ที่กำลังเลื่อนขึ้น “อย่างเดียวที่ฉันบอกได้คือ ฉันไม่ลงตามไปแน่นอน”

ประตูลิฟต์เปิด เกือบเวลาเดียวกัน รถสีดำคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอดตรงทางเข้าหลักของเย่หมี่ ด้านล่าง กู้เจ๋อหยางเพิ่งไขกุญแจดอกสุดท้ายเสร็จ เขาผลักประตู B2 เข้าไปได้ไม่ถึงหนึ่งคืบ ไฟเล็ก ๆ บนเครื่องรับออร์เดอร์ที่ติดอยู่ข้างผนังก็ติดขึ้น

กู้เจ๋อหยางหยุดมือ

“ผมยังไม่ได้เปิดระบบเลยนะครับ”

เครื่องพิมพ์ด้านล่างส่งเสียงครืด กระดาษสีขาวค่อย ๆ เลื่อนออกมาทีละน้อย ไม่มีใครแตะเครื่อง เมื่อกระดาษหยุด หลินเยว่ชิงจึงดึงขึ้นมาดู B207 — วิสกี้ 1 / น้ำแข็ง 1 / แก้ว 2 เวลาใต้รายการคือ

01:47

กู้เจ๋อหยางมองตัวเลขนั้นแล้วสีหน้าเปลี่ยน “ผมเพิ่งเปลี่ยนม้วนกระดาษเมื่อเย็น ไม่มีทางเป็นรายการเก่าที่ค้างอยู่” ไฟบนหน้าจอเล็กด้านบนเปลี่ยนตาม ห้องทั้งหมดใน B2 เป็นสีเทา ยกเว้น B207 ตรงช่องสถานะปรากฏคำว่า มีแขก กู้เจ๋อหยางหยิบบัตรพนักงานขึ้นมาแตะเพื่อปิดห้อง

เสียงปฏิเสธดังขึ้นทันที ห้องกำลังใช้งาน เขาขมวดคิ้ว “ผมเป็นคนปิดสิทธิ์ห้องนี้เองกับมือ” เสียงซ่าแทรกออกมาจากอินเตอร์คอม กู้เจ๋อหยางเงียบ ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงผู้หญิงก็ดังลอดออกมา

“คุณกู้”

สีหน้าเขาแข็งไปทันที เสียงนั้นเรียกซ้ำ คราวนี้ลากยาวกว่าเดิม

“คุณกู้...”

มีเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ปะปนอยู่ปลายคำ

“เอาเข้ามาสิ”

กู้เจ๋อหยางถอยออกจากเครื่องโดยไม่รู้ตัว หลินเยว่ชิงวางใบออร์เดอร์ลงบนเคาน์เตอร์

“คุณรออยู่ตรงนี้ค่ะ”

“ครับ”

คราวนี้เขาไม่คิดถามด้วยซ้ำว่าทำไม ลำโพงเหนือศีรษะเริ่มเล่นเพลงช้าเก่า ๆ ซึ่งกู้เจ๋อหยางยืนยันว่าเป็นเพลงเดิมที่ดังทุกครั้งเมื่อ B2 มีเรื่อง หลินเยว่ชิงให้เขารอหลังประตูเหล็ก หากต้องการความช่วยเหลือเธอจะโทรเอง ก่อนเดินไปยัง B207 เพียงลำพัง

ประตู B207 แง้มอยู่ทั้งที่ปิดสิทธิ์ห้องแล้ว แสงสีน้ำเงินจากจอคาราโอเกะทอดออกมาบนพรม เมื่อเธอหยุดตรงธรณี จอด้านในขึ้นคำว่า “กลับไป” ขณะเดียวกันเสียงร้องในเพลงหายไป เหลือเพียงดนตรีวนซ้ำ หลินเยว่ชิงก้าวเข้าไป ห้องยังมีโต๊ะหินอ่อนกลางห้อง โซฟาคลุมผ้า และร่องรอยการใช้งานเก่าที่ไม่มีใครเก็บหมด บนพรมมีรอยลากซ้ำตรงทางเข้า ใต้ขาโต๊ะมีรอยขูดยาว บนผิวโต๊ะเหลือวงแก้วสองวงอยู่คนละด้าน

ตรงใต้โซฟามีต่างหูเม็ดเล็กตกอยู่ เธอใช้ปลายรองเท้าเขี่ยออกมา พอมันกระทบพื้น จอคาราโอเกะก็วาบเป็นภาพผู้หญิงสองคนยืนคนละฝั่งโต๊ะ คนหนึ่งยื่นมือไปหาอีกคน ภาพปรากฏเพียงพริบตาแล้วดับ หลินเยว่ชิงมองตำแหน่งโต๊ะอีกครั้ง รอยลากบอกว่ามันเคยถูกขยับอย่างแรง ส่วนมุมหนึ่งถูกซ่อมด้วยวัสดุสีใกล้ของเดิมจนแทบมองไม่เห็น หากไม่สังเกตใต้แสงจากหน้าจอ

ภาพวิวเมืองบนจอค่อย ๆ มืดลง เงาผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหลังตัวหนังสือ ผมยาวตกปิดแก้มไปครึ่งหนึ่ง ชุดสีเขียวเข้มแนบอยู่กับร่างซีดขาว ตรงขมับด้านหนึ่งมีรอยคล้ำดำกินพื้นที่กว้าง เสียงที่ดังจากลำโพงไม่ใช่เสียงนักร้องอีกแล้ว

“ออกไป”

หลินเยว่ชิงมองเงาบนจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบยันต์ออกมาเพียงแผ่นเดียว แล้ววางลงบนโต๊ะหิน

“ออกมาคุยกันตรงนี้ดีกว่าค่ะ”

ภาพบนจอกระตุกแรง เสียงแหลมบาดหูระเบิดออกจากลำโพงจนแก้วบนชั้นสั่นกระทบกัน เงาของหญิงสาวพุ่งเข้าหาหน้าจออย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังจะทะลุผ่านกระจกออกมา ทันทีที่เธอข้ามแนวโต๊ะ แสงจากยันต์วาบขึ้น ตุบ! มีบางอย่างกระแทกพื้นข้างโซฟา

หญิงสาวในชุดเขียวปรากฏตัวขึ้นจริง ๆ มือข้างหนึ่งยันพรมไว้ อีกข้างคว้าขอบจอราวกับต้องการดึงตัวเองกลับเข้าไป แต่เงาดำใต้ร่างกลับถูกตรึงอยู่กับพื้น ไม่ว่าดิ้นอย่างไรก็ไม่ขยับตาม

“เอามันออก!”

หลินเยว่ชิงไม่ได้ขยับ “หยุดก่อนค่ะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ “ฉันอยู่ของฉัน พวกแกต่างหากที่เข้ามายุ่ง!” เธอกระชากแขนอีกครั้ง เงาบนพื้นยังไม่ขยับ ความโกรธทำให้เสียงที่เปล่งออกมาขาดเป็นช่วง

“พวกมันปิดห้อง ปิดทางลง คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะขังฉันได้หรือ อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวฉันก็ออกไปได้แล้ว”

ปลายเล็บจิกลงบนพรม

“ฉันจะไปหาเธอ”

หลินเยว่ชิงไม่พูดแทรก หญิงสาวกัดฟันแน่น

“ฉันจะให้เธอชดใช้!”

เมื่อเสียงเงียบลง หลินเยว่ชิงจึงมองรอยคล้ำตรงขมับของอีกฝ่าย แล้วเลื่อนสายตาไปยังโต๊ะหินกลางห้อง ตรงมุมหนึ่งของโต๊ะสีใหม่กว่าบริเวณอื่นเล็กน้อย วัสดุที่ซ่อมใช้สีใกล้เคียงของเดิมมาก หากไม่ตั้งใจมองแทบแยกไม่ออก แต่ใต้แสงจากหน้าจอ รอยต่อยังปรากฏเป็นเส้นบาง ๆ

หลินเยว่ชิงเดินเข้าไปแตะตรงนั้น หญิงสาวชุดเขียวพุ่งตัวตามทันที

“อย่าแตะ!”

มือของหลินเยว่ชิงหยุดอยู่บนมุมโต๊ะ เธอหันกลับมามอง หญิงสาวรู้ตัวช้าไปว่าคำห้ามนั้นหลุดออกมาเร็วเกินไป

“ตรงนี้สินะคะ”

อีกฝ่ายเม้มปากแน่น หลินเยว่ชิงลูบผ่านรอยต่อเพียงครั้งเดียว

“คืนนั้นคุณมาหาเธอที่ B207”

หญิงสาวไม่ตอบ

“ตอนแรกยังคุยกันอยู่ แต่ไม่นานก็มีเรื่อง”

“ไม่จริง”

“คุณเป็นฝ่ายเข้าไปหา อีกฝ่ายปัดมือคุณออก”

หญิงสาวส่ายหน้า “หยุดพูด!”

“ตอนยื้อกัน คุณเสียหลัก”

“ฉันบอกให้หยุด!”

หลินเยว่ชิงมองมุมโต๊ะ

“ศีรษะของคุณกระแทกตรงนี้”

หญิงสาวชุดเขียวนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนเสียงจะดังขึ้นอีกครั้ง

“เธอฆ่าฉัน!”

หลินเยว่ชิงละมือจากโต๊ะ

“ไม่ค่ะ”

แสงจากจอคาราโอเกะกะพริบผ่านใบหน้าซีดขาวของหญิงสาว รอยคล้ำตรงขมับยิ่งเห็นชัด

“คุณไม่ได้ถูกฆ่า”

หญิงสาวแข็งค้างอยู่ตรงนั้น ริมฝีปากขยับเหมือนต้องการเถียง แต่คราวนี้กลับไม่มีเสียงใดหลุดออกมา