44
44
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเยว่ชิงเปลี่ยนรองเท้าเสร็จพอดีกับที่โทรศัพท์ดัง ชื่อฉินจื่อเฉินขึ้นอยู่บนหน้าจอ เธอกดรับพลางหยิบกระเป๋าที่วางไว้บนตู้ข้างประตู
“อาจารย์หลิน ช่วยผมเพิ่มอีกงานได้ไหมครับ”
“วันนี้ฉันมีนัดเก้าโมง”
“งั้นหลังจากนั้นก็ได้ ญาติฝั่งแม่ผมมีเด็กคนหนึ่งไม่ค่อยดีมาหลายวันแล้ว โรงพยาบาลตรวจไม่เจอสาเหตุ เมื่อคืนอาการหนักกว่าเดิม ยายผมโทรเร่งตั้งแต่เช้า”
หลินเยว่ชิงเปิดประตูออกจากห้อง “ส่งที่อยู่มาให้ฉันค่ะ” ไม่ถึงครึ่งนาทีพิกัดก็เด้งเข้ามา เธอแตะเปิดแล้วหยุดอยู่ตรงหัวบันได บ้านเลขที่ ถนน และชื่อเขตตรงกับข้อความของคุณย่าสือที่เธอบันทึกไว้เมื่อคืน
“คุณฉิน”
“ครับ?”
“ฉันกำลังไปบ้านนั้นอยู่แล้วค่ะ”
เสียงอีกฝั่งหายไปชั่วครู่ ก่อนฉินจื่อเฉินจะถามเร็วขึ้น “ยายผมไปเชิญคุณผ่านใครอีกครับ”
“ไว้เจอกันค่อยคุยค่ะ ฉันกำลังลงบันได”
เธอวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า มือหนึ่งจับราวบันไดขณะเดินลงไปยังชั้นล่าง บ้านตระกูลฟางเช้านั้นเงียบผิดกับจำนวนคนที่อยู่ในบ้าน อาหารเช้าบนโต๊ะถูกยกมาแล้วเกือบชั่วโมง ขนมปังแข็งตรงขอบ ไข่ต้มเย็นสนิท ส่วนกาแฟของพ่อเด็กถูกเติมใหม่เป็นแก้วที่สองโดยเจ้าตัวยังแทบไม่ได้แตะ แม่ของฟางเจียอินลงมาจากชั้นสองพร้อมชามโจ๊ก เธอวางมันไว้ข้างแฟ้มผลตรวจแล้วนั่งลงเหมือนหมดแรง
“กินไปนิดเดียวค่ะ หลับต่อแล้ว”
สามีเอื้อมมือไปแตะขอบชาม “ยังอุ่นอยู่ เดี๋ยวตื่นค่อยลองใหม่”
“ถ้าตื่นแล้วร้องอีกล่ะ”
คุณยายฟางที่นั่งหัวโต๊ะยกสายตาไปทางบันได ทุกคนจึงหยุดคุยและตั้งใจฟังเสียงจากชั้นบน รถของฉินจื่อเฉินแล่นเข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน เขาเดินเข้าประตูพร้อมถุงอาหารในมือ เห็นของบนโต๊ะก็วางของตัวเองซ้อนเข้าไปโดยไม่พูดเรื่องกิน
“อินอินยังหลับ?”
แม่เด็กพยักหน้า
“ปล่อยให้นอนเถอะครับ เมื่อคืนคงหมดแรง”
คุณยายฟางมองหลานชาย “คนที่เธอโทรหาแน่ใจว่าจะมา?”
“มาแน่ครับ แต่...” ฉินจื่อเฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูข้อความที่เพิ่งคุยกัน “ยายไปขอให้ใครช่วยไว้ก่อนผมหรือเปล่า”
“คุณย่าสือ”
เขาหัวเราะออกมาสั้น ๆ จนผู้ใหญ่บนโต๊ะมองพร้อมกัน
“ขำอะไร”
“ไม่มีอะไรครับ ยายเลือกคนเก่ง”
“ฉันรู้ว่าเพื่อนฉันเลือกคนเก่ง ไม่ต้องมาทำหน้าเหมือนตัวเองรู้มาก”
ฉินจื่อเฉินนั่งลงข้างแม่ ยื่นมือหยิบขนมชิ้นหนึ่งจากถุงที่เพิ่งซื้อมา แล้วตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “ผมก็เลือกคนเดียวกับยายนั่นแหละครับ” แม่ของเขาขยับถุงขนมออกจากแฟ้มตรวจแล้วมองหน้าลูกชาย “เมื่อคืนกลับกี่โมง”
“จำไม่ได้ครับ”
“กลิ่นเหล้ายังติดเสื้ออยู่เลย”
“ผมเปลี่ยนเสื้อแล้วนะ”
“งั้นติดตัว”
คุณยายฟางส่ายหน้า “ถ้าจะมาช่วยแล้วมาหลับคาโซฟาเสียเอง ฉันจะให้คนลากเธอกลับไปนอนที่บ้าน”
“ผมไหวครับยาย” ฉินจื่อเฉินเทชาให้ตัวเองครึ่งถ้วย “อาจารย์หลินมาถึงเมื่อไร ผมตื่นเต็มตาแน่นอน”
แม่เขามองแล้วไม่ได้ว่าอะไรต่อ เพียงดันจานขนมไปให้ใกล้มือขึ้น เสียงโทรศัพท์บ้านดังจากเคาน์เตอร์ด้านนอก แม่บ้านรับสายแล้วเข้ามาบอกว่ารถจากบ้านสือผ่านประตูหน้าแล้ว คุณยายฟางจึงลุกออกไปรับเพื่อน ส่วนฉินจื่อเฉินนั่งแกะซองขนมต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สืออันหนิงลงจากรถก่อนคุณย่าสือเหมือนทุกครั้ง เธอเปิดประตูอีกฝั่งแล้วส่งมือเข้าไป คุณย่าสือมองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนยอมจับ
“ย่าบอกว่าเดินเองได้”
“หนูรู้ค่ะ แต่ถ้าคุณย่าลงผิดจังหวะแล้วเข่าเจ็บ ตอนกลับบ้านคนที่โดนบ่นก็หนู”
“ย่ายังเดินเองไหว”
“หนูรู้ค่ะ แต่ถ้าคุณย่าล้มขึ้นมา คนที่โดนบ่นทีหลังก็หนูอยู่ดี”
คุณยายฟางยืนรออยู่หน้าประตู พอได้ยินก็อดยิ้มไม่ได้ “มาถึงบ้านฉันแล้วยังเถียงกันไม่หยุด”
“หลานเธอไม่มาคุมยายตัวเองบ้าง ฉันเลยต้องทนกับเด็กคนนี้คนเดียว”
สืออันหนิงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วเข้าไปทักผู้ใหญ่ในบ้าน คุณย่าสือนั่งลงข้างเพื่อน สายตาไปหยุดที่ชามโจ๊กซึ่งเหลือเกือบเต็ม
“หลับอยู่ใช่ไหม”
“เพิ่งหลับตอนเช้า” คุณยายฟางตอบ “ฉันเลยยังไม่ให้ใครขึ้นไปกวน”
“งั้นก็รอก่อน เยว่ชิงกำลังมา”
ฉินจื่อเฉินที่นั่งอยู่อีกฝั่งยกถ้วยชาขึ้นบังยิ้ม คุณย่าสือเห็นเข้าก็เลิกคิ้ว
“เธอเป็นอะไร”
“เปล่าครับ”
“เมื่อคืนดื่มมากไป?”
“นิดเดียวครับ”
สืออันหนิงมองเขาแล้วนึกถึงเรื่องเมื่อคืน “พี่จื่อเฉินกลับกี่โมงคะ”
“อย่าถาม”
“แปลว่าดึก”
“เธอเองก็ยังไม่นอนไม่ใช่หรือ ฉันเห็นชื่อบัญชีเธออยู่ในไลฟ์”
คุณย่าสือซึ่งกำลังยกชาขึ้นดื่มหยุดกลางทาง สืออันหนิงเห็นทันทีแล้วหัวเราะ
“คุณย่าไม่ต้องทำเป็นไม่ได้ยินค่ะ เมื่อคืนชื่อบัญชีดอกโบตั๋นขึ้นของขวัญสามรอบ หนูเห็นหมด”
“คนใช้รูปดอกโบตั๋นมีตั้งเยอะ”
“แต่บัญชีนั้นหนูเป็นคนสมัครให้”
คุณยายฟางมองเพื่อน “เธอยังนั่งดูทุกคืนจริง ๆ หรือ”
“นอนไม่หลับก็เปิดดูบ้าง”
“เมื่อคืนใครบอกฉันว่าจะนอนแต่หัวค่ำ”
“ฉันก็เข้านอนเร็ว เพียงแต่ไลฟ์ยังไม่จบ”
“แล้วต่างกันตรงไหน”
สืออันหนิงก้มหน้าอมยิ้ม คุณย่าสือหันไปเห็นก็ใช้นิ้วเคาะหลังมือหลานหนึ่งที
“เงียบเลย ตัวเองก็ใช่ว่าจะนอน”
“หนูไม่ได้บอกว่าจะนอนนี่คะ”
แม่ของเจียอินยกชามโจ๊กไปให้แม่บ้านอุ่นใหม่ เผื่อเด็กตื่นขึ้นมา ส่วนพ่อของเด็กพับใบนัดโรงพยาบาลเก็บกลับเข้าแฟ้ม ก่อนจะยกชาที่วางทิ้งไว้นานขึ้นดื่มเป็นครั้งแรก เสียงบางอย่างดังมาจากชั้นบน แม่ของเจียอินเงยหน้าทันที แต่ครู่เดียวแม่บ้านก็โผล่ตรงหัวบันไดพร้อมตะกร้าผ้า บอกว่าเป็นเสียงประตูห้องซักผ้า เธอจึงนั่งลงตามเดิม มือยังวางอยู่ข้างโทรศัพท์ เผื่อลูกสาวเรียกเมื่อไรก็จะได้ยิน
ฉินจื่อเฉินฟังสองย่าหลานเถียงกันเรื่องไลฟ์อยู่พักหนึ่งจึงแทรกขึ้นมา
“ยายครับ เช้านี้ผมก็โทรหาอาจารย์หลิน”
คุณย่าสือมองเขา “โทรหาเยว่ชิงทำไม”
“ก็ยายผมเร่งให้หาคนมาดูอินอิน ผมเลยโทรไป พอส่งที่อยู่ให้เธอก็บอกว่ากำลังมาที่นี่”
คุณยายฟางนิ่งไปครู่หนึ่ง “อาจารย์หลินของเธอคือเยว่ชิง?”
“ครับ”
หญิงชราหันไปหาเพื่อน “แล้วเธอไม่เคยบอกฉันเลยว่าอาจารย์หลินในไลฟ์คือหลานสะใภ้ตัวเอง” คุณย่าสือหัวเราะ “ฉันพูดถึงเยว่ชิงต่อหน้าเธอตั้งกี่ครั้ง”
“เธอพูดว่า ‘หลานสะใภ้ฉัน’ ทีหนึ่ง แล้วอีกห้านาทีก็ ‘อาจารย์หลินเก่งอย่างนั้นอย่างนี้’ ใครจะเอามาต่อกันถูก”
สืออันหนิงพยักหน้า “เรื่องนี้หนูอยู่ฝั่งคุณยายฟางค่ะ”
“อันหนิง”
“หนูพูดความจริงนี่คะ”
คุณย่าสือหันไปทางฉินจื่อเฉิน “ส่วนเธอ เชิญคนซ้ำแล้วยังนั่งยิ้มอีก”
“ผมไม่รู้จริง ๆ ครับ ถ้ารู้ว่าเธอรับปากคุณย่าไว้แล้ว ผมคงไม่โทรตั้งแต่เช้า”
แม่ของเจียอินกลับเข้ามาพร้อมชามโจ๊กที่อุ่นใหม่ วางไว้ตรงเดิมแล้วบอกว่า “เรื่องอื่นไว้คุยทีหลังเถอะค่ะ ขอให้เจียอินดีขึ้นก่อน” ฉินจื่อเฉินพยักหน้าแล้วเลื่อนถุงขนมออกจากทางให้เธอ สืออันหนิงนั่งได้ไม่นานก็เริ่มอยู่ไม่สุข เธอมองชั้นสองเป็นระยะ แต่ไม่ขึ้นไป คุณย่าสือเห็นจึงถามว่าอยากเข้าห้องน้ำหรืออย่างไร
“เปล่าค่ะ หนูแค่อยากรู้ว่าอินอินเป็นยังไง”
“อยากรู้ก็รอ”
“หนูรออยู่”
ฉินจื่อเฉินเหลือบมอง “เมื่อคืนใครส่งข้อความมาถามฉันว่า B207 ยังเปิดอยู่ไหม อยากไปดูด้วยตาตัวเอง” สืออันหนิงหันไปทันที “พี่พูดเรื่องนั้นทำไม!”
“ก็เห็นเธอบอกว่ารอเป็น”
คุณย่าสือวางถ้วยชาลง “B207 คืออะไร”
“ไม่มีอะไรค่ะคุณย่า”
“อันหนิง”
“หนูแค่ถามพี่จื่อเฉินเฉย ๆ ไม่ได้ไปจริงนะคะ”
“เธอคิดจะไปสถานที่มีผีตอนกลางคืน แล้วยังเรียกว่าไม่มีอะไร?”
“ตอนนั้นเรื่องจบแล้วนี่คะ”
ฉินจื่อเฉินหัวเราะเสียงดัง สืออันหนิงจึงส่งสายตาคาดโทษไปให้ ก่อนขยับไปนั่งใกล้แม่ของเจียอินเหมือนหวังใช้คนอื่นเป็นกำบัง
“พี่คะ อินอินชอบกินอะไร เดี๋ยวตอนตื่นหนูออกไปซื้อให้”
แม่เด็กยิ้มบาง ๆ “ช่วงนี้ชอบพุดดิ้งนม แต่สองวันนี้แทบไม่แตะของหวานเลย”
“งั้นเดี๋ยวหนูลองซื้อแบบร้านใกล้บ้านสือมา เผื่อยอมกิน”
คุณย่าสือมองหลานสาว “กลับบ้านแล้วค่อยคุยเรื่อง B207” สืออันหนิงทำหน้าเจื่อน “หนูรู้แล้วค่ะ” ผ่านไปครู่หนึ่ง โทรศัพท์ของฉินจื่อเฉินสั่น เขาเปิดอ่านข้อความแล้ววางหน้าจอลงบนโต๊ะ ถึงหน้าบ้านแล้วค่ะ
“อาจารย์หลินมาแล้ว”
สืออันหนิงลุกทันที “หนูไปรับพี่สะใภ้”
“เดินช้า ๆ”
“รู้แล้วค่ะ”
เสียงเธอหายไปพร้อมประตูห้องรับแขก รถรับจ้างจอดอยู่หน้าประตูรั้ว หลินเยว่ชิงจ่ายค่าโดยสารแล้วเพิ่งเดินผ่านแนวต้นไม้เข้ามา สืออันหนิงก็โผล่พ้นประตูบ้าน
“พี่สะใภ้!”
หลินเยว่ชิงหยุดรอให้เธอเดินมาถึง “อันหนิงก็มาด้วยหรือ”
“คุณย่าจะมาคนเดียวได้ยังไงคะ หนูเลยตามมาด้วย แล้วก็อยากเจอพี่ด้วย”
“เมื่อคืนยังดูไลฟ์ไม่พออีกหรือคะ”
สืออันหนิงหัวเราะ “ดูผ่านจอกับเจอตัวจริงไม่เหมือนกันนี่” เธอคล้องแขนหลินเยว่ชิงแล้วพาเข้าบ้าน พอถึงห้องรับแขก ฉินจื่อเฉินลุกจากที่นั่งก่อน
“อาจารย์หลิน”
“คุณฉิน”
คุณย่าสือเรียกเธอให้มานั่งข้าง ๆ แต่สืออันหนิงไปถึงเก้าอี้ก่อน มือหนึ่งดึงออก อีกมือยังเกาะแขนคนไว้
“พี่สะใภ้ นั่งตรงนี้ค่ะ ใกล้คุณย่า”
แม่ของเจียอินที่กำลังรินชาหยุดมือ คุณยายฟางเรียกหลานสาวบ้านสือไว้
“อันหนิง”
“คะ?”
“เมื่อกี้หนูเรียกอาจารย์หลินว่าอะไรนะ?”