LNCrawler

47

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

47

อีกไม่กี่นาทีจะหกโมง สือเยี่ยนโจวกำลังเซ็นเอกสารหน้าสุดท้ายของวัน โทรศัพท์ที่วางคว่ำอยู่ข้างแฟ้มสั่นขึ้น ชื่อฉินจื่อเฉินปรากฏบนหน้าจอ เขาปล่อยให้ดังอยู่สองครั้งจึงกดรับ

“หายเมาแล้ว?”

“ฉันไม่ได้เมา เมื่อกี้แค่เตือนให้นายกลับบ้านเร็วหน่อย” ฉินจื่อเฉินหัวเราะ “เช้านี้ฉันโทรหาอาจารย์หลิน ปรากฏว่าคุณย่านายเรียกเธอไปบ้านฟางก่อนฉันแล้ว”

“แล้ว?”

“แล้วอันหนิงก็ทำเหมือนฉันจะขโมยพี่สะใภ้กลับบ้าน ฉันไม่เคยเห็นน้องนายเข้าข้างใครขนาดนั้น”

สือเยี่ยนโจวปิดฝาปากกา “นายโทรมาเพื่อรายงานเรื่องอันหนิง?”

“เปล่า แค่สงสัยว่านายสองคนยังต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า”

“อืม”

“ทั้งที่คนในบ้านนายสนิทกับเธอหมดแล้ว?”

“เกี่ยวกันตรงไหน”

ฉินจื่อเฉินหัวเราะอีก “ช่างเถอะ ข้อตกลงหนึ่งปีของพวกนายยังอยู่สินะ”

“ยังอยู่”

คราวนี้ปลายสายเว้นไปพักหนึ่ง

“งั้นถึงวันนั้นนายไปคุยกับคุณย่าเอง ฉันไม่เกี่ยว”

“ดี”

“แล้วก็อย่าเอาเรื่องโครงการทางใต้ไปบอกพ่อฉัน”

“ขึ้นอยู่กับว่านายจะว่างแค่ไหน”

“วางแล้ว”

สายถูกตัดทันที ประตูห้องทำงานถูกเคาะ หลัวเฉิงเข้ามาแจ้งว่ารถรออยู่ด้านล่างแล้ว สือเยี่ยนโจวเก็บเอกสารที่เหลือลงกระเป๋า ก่อนออกจากบริษัทเร็วกว่าหลายวันที่ผ่านมาเกือบชั่วโมง รถถึงบ้านใหญ่หลังหกโมงเล็กน้อย เขาส่งกระเป๋างานให้คนรับใช้ตรงโถงด้านข้าง แล้วเดินอ้อมสวนกลับเข้าตัวเรือนตามทางที่ใช้ประจำ

ลมเย็นพัดผ่านแนวไม้ กระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งปลิวครูดพื้นหินผ่านปลายรองเท้าไปเกือบถึงบ่อน้ำ เขาก้มเก็บตรงมุม กระดาษมีเส้นหมึกดำอยู่เพียงครึ่งแผ่น บางส่วนยังมันวาว เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาเห็นอีกสองแผ่นกำลังยกตัวอยู่บนโต๊ะหินในศาลาไม่ไกลออกไป

หลินเยว่ชิงใช้กล่องไม้ทับกองกระดาษไว้ มืออีกข้างยังถือพู่กัน พอเห็นแผ่นที่หลุดมาอยู่ในมือเขา เธอก็วางพู่กันลง

“ของฉันค่ะ”

สือเยี่ยนโจวเดินเข้าไป “เกือบตกน้ำ”

“ขอบคุณค่ะ จับตรงขอบไว้นะคะ หมึกยังไม่แห้ง”

เขาวางกระดาษลงตรงพื้นที่ว่าง หลินเยว่ชิงใช้ก้อนหินเล็กทับมุมไว้ ก่อนกลับไปจุ่มพู่กันลงหมึก

“ของในห้องหนังสือ?”

“ค่ะ แม่บ้านเอามาให้เลือกหลายด้าม อันนี้น้ำหนักพอดีมือ”

บนโต๊ะมีทั้งกระดาษที่เขียนเสร็จแล้วและแผ่นทดลองที่ยังเว้นว่าง สือเยี่ยนโจวมองอยู่พักหนึ่ง

“คืนนี้ต้องใช้เยอะขนาดนี้?”

“เขียนไว้หลายแผ่นค่ะ เผื่อใช้ไม่พอ”

โทรศัพท์บนโต๊ะสั่น หลินเยว่ชิงเปิดดูข้อความจากเฉินม่านอวี้ รูปชามโจ๊กที่พร่องไปเกือบครึ่งถูกส่งมาพร้อมข้อความว่าเจียอินตื่นมาคุยได้ตามปกติแล้ว เธอตอบให้เด็กพักต่อ และกำชับอีกครั้งว่าอย่าเปิดหน้าต่างหากได้ยินเสียงแมวจากข้างนอก

“เด็กดีขึ้นแล้ว?”

“ตอนนี้ค่ะ ต้องรอดูคืนนี้อีกที”

“ฉินบอกว่าเกี่ยวกับแม่แมว”

หลินเยว่ชิงเงยหน้าขึ้น “เขาเล่าถึงตรงนั้นแล้วหรือคะ”

“พอสมควร”

“เขาพูดเก่งจริง ๆ”

“เรื่องนี้ผมเห็นด้วย”

ลมพัดมุมกระดาษตรงหน้าเธอเปิดขึ้น หลินเยว่ชิงใช้ข้อมือซ้ายกดไว้ พู่กันในมือขวาจึงลากต่อได้ไม่ถนัด สือเยี่ยนโจวมองอยู่สองครั้ง ก่อนนั่งลงฝั่งตรงข้าม

“ให้ช่วยตรงไหน”

“มุมซ้ายค่ะ อย่าโดนหมึก”

เขาแตะขอบกระดาษไว้ตามที่บอก หลินเยว่ชิงจึงเขียนต่อ ใบไม้ด้านนอกศาลาไหวตามลม ปลายพู่กันลากผ่านกระดาษเป็นเสียงเบา ๆ สือเยี่ยนโจวมองเส้นหมึกที่ค่อย ๆ ต่อกัน ก่อนสายตาจะเลยขึ้นไป แสงเย็นตกอยู่ข้างแก้มและปลายผมของเธอที่ไหวตามแรงลม

“เบามืออีกนิดค่ะ”

เขากะพริบตาแล้วลดแรงที่นิ้วลง หลินเยว่ชิงลากเส้นสุดท้ายจบ ดึงกระดาษออกไปวางผึ่งด้านข้าง

“ขอบคุณค่ะ”

“ผมกดแรง?”

“นิดหนึ่ง แต่ยังใช้ได้”

“ถ้าใช้ไม่ได้ล่ะ”

“เขียนใหม่ค่ะ”

สือเยี่ยนโจวมองแผ่นยันต์ “นึกว่าจะมีผลร้ายกว่านั้น” หลินเยว่ชิงเงยหน้าขึ้น “คุณฉินเล่าเรื่องงานของฉันให้ฟังเยอะไหมคะ”

“ก็พอสมควร”

“ถ้าอย่างนั้นอย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมดนะคะ”

มุมปากของเขาขยับเล็กน้อย เสียงฝีเท้าดังมาจากทางตัวบ้าน สืออันหนิงเดินออกมาพร้อมจานผลไม้ พอเห็นพี่ชายอยู่ในศาลาก็ยื่นจานให้ทันที

“มาพอดี ช่วยถือหน่อยค่ะ”

สือเยี่ยนโจวรับจานมา สืออันหนิงก้มลงช่วยหลินเยว่ชิงเก็บกระดาษที่แห้งแล้วใส่กล่อง องุ่นลูกโตวางอยู่ด้านบน เขาหยิบขึ้นมาหนึ่งลูก สืออันหนิงเคาะหลังมือเขา “หนูให้ถือค่ะ” เขามององุ่นในมือ “ถือแล้วห้ามกิน?”

“จานนี้ล้างมาให้พี่สะใภ้”

“ฉันกินลูกเดียว”

“ในครัวมีอีกสองพวงค่ะ”

หลินเยว่ชิงหันมา “กินด้วยกันเถอะค่ะ ฉันกินไม่หมด” สืออันหนิงรับจานกลับไปวางกลางโต๊ะ แล้วเลื่อนพวงองุ่นไปทางหลินเยว่ชิงก่อน

“พี่สะใภ้เลือกก่อนค่ะ”

สือเยี่ยนโจวมองน้องสาว “กลับบ้านตัวเองยังต้องรอคิวกินองุ่นด้วย?”

“ก็พี่กลับมาช้าทุกวันเองนี่คะ”

“เกี่ยวอะไรกับองุ่น”

“ไม่เกี่ยวค่ะ หนูแค่อยากพูด”

หลินเยว่ชิงหยิบองุ่นขึ้นมาชิมหนึ่งลูก “หวานดีค่ะ”

“หนูชิมก่อนยกมาแล้ว”

“ล้างเองจริง?”

สืออันหนิงหันมาทางพี่ชาย “จริงสิคะ”

“เมื่อก่อนให้หยิบแก้วน้ำยังบ่น”

“เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อน”

สือเยี่ยนโจววางองุ่นในมือลงบนจาน “ตอนแรกได้ยินเรื่องแต่งงาน เธอยังไม่ยอมเรียกพี่สะใภ้”

“ตอนนั้นหนูยังไม่รู้จักพี่สะใภ้ดี”

“ตอนนี้รู้แล้ว?”

“มากกว่าพี่แน่นอน”

สืออันหนิงหยิบก้อนหินเล็กบนโต๊ะไปทับกระดาษแผ่นที่ลมกำลังยกขึ้นโดยไม่ต้องถามเจ้าของ

“อย่างน้อยหนูก็รู้ว่าหมึกยังไม่แห้งห้ามจับกลางแผ่น แล้วคืนนี้พี่สะใภ้ต้องออกจากบ้านประมาณสี่ทุ่มครึ่ง” เธอมองพี่ชาย “พี่รู้ไหม”

“ตอนนี้รู้แล้ว”

“เพิ่งรู้จากหนูต่างหาก”

“ผลเหมือนกัน”

“ไม่เหมือนค่ะ”

หลินเยว่ชิงปล่อยให้สองพี่น้องเถียงกันต่อ แล้วเก็บพู่กันลงกล่อง สืออันหนิงหยิบลูกแพร์ขึ้นมากิน ก่อนถามพี่ชายว่า “แล้วพี่รู้หรือยังว่าคุณย่าดูไลฟ์พี่สะใภ้ทุกคืน”

“ยัง”

“เมื่อคืนโดนหนูจับได้คาหนังคาเขาเลยค่ะ ส่งของขวัญสามครั้งติด”

“อันหนิง”

เสียงคุณย่าสือดังจากระเบียงตัวบ้าน เด็กสาวหันกลับทันที

“จะนินทาย่าก็พูดให้เบากว่านี้หน่อย!”

“คุณย่าตื่นตั้งแต่เมื่อไรคะ”

“ทันได้ยินตั้งแต่สามครั้ง”

สืออันหนิงหัวเราะแล้วรีบหลบหลังหลินเยว่ชิง คุณย่าสือชี้ไม้เท้ามาทางหลานสาว

“เยว่ชิงอย่าไปฟังเด็กนี่ ย่าแค่กดผิด”

“กดผิดสามรอบนะคะ”

“สืออันหนิง!”

“ค่ะ หนูหยุดแล้ว”

หลินเยว่ชิงก้มเก็บฝากล่อง คุณย่าสือจึงเปลี่ยนเรื่องเสียเอง

“เก็บของแล้วเข้ามา อาหารใกล้เสร็จ เยี่ยนโจวก็เหมือนกัน กลับมาแล้วหายอยู่ในสวน”

“กำลังช่วยถือกระดาษครับ”

คุณย่าสือมองมือหลานชายที่อยู่ใกล้กองยันต์ ก่อนหมุนตัวกลับเข้าบ้าน สืออันหนิงหยิบผลไม้ขึ้นมาอีกชิ้น “พี่ชาย วันนี้กลับเร็วจริงนะ”

“คุณย่าเรียก”

“อ้อ”

“ทำไม”

“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่ะ”

สือเยี่ยนโจวมองน้องสาว แล้วหันไปเก็บกระดาษแผ่นที่แห้งแล้วเข้าหากันแทน หลินเยว่ชิงปิดกล่องพู่กันเรียบร้อย ยันต์ทั้งหมดที่ต้องใช้คืนนี้อยู่ในกล่องไม้อีกใบ เธอยกขึ้น แต่สือเยี่ยนโจวเอื้อมมือมารับก่อน

“ส่งมาเถอะครับ”

“ไม่หนักนะคะ”

“ผมถือได้”

หลินเยว่ชิงจึงปล่อยมือ สืออันหนิงมองกล่องในมือพี่ชาย แล้วหยิบจานผลไม้ขึ้นเอง

“คืนนี้พี่จะไปบ้านฟางด้วยไหม”

“ไม่ไป”

“ถามเฉย ๆ”

“แล้วทำหน้าแบบนั้นทำไม”

“หน้าไหนคะ”

“อันหนิง”

“หนูไม่ได้พูดอะไรจริง ๆ”

เธอเดินนำออกจากศาลา หลินเยว่ชิงตามไปข้าง ๆ ส่วนสือเยี่ยนโจวถือกล่องยันต์เดินตามหลัง ก่อนถึงระเบียง โทรศัพท์ของหลินเยว่ชิงสั่นอีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความจากฟางเหวินเฉา คนที่ไปดูบริเวณเกิดเหตุส่งรูปกลับมาให้แล้ว ใต้ต้นไม้ข้างทางมีผ้าเก่าที่เปื้อนดินติดอยู่กับเศษขนสีเทาขาว ส่วนพื้นรอบ ๆ มีรอยถูกคุ้ยจนดินใหม่กว่าบริเวณอื่น

เธอเปิดภาพดูแล้วตอบกลับสั้น ๆ อย่าแตะค่ะ รอฉันกลับไป สืออันหนิงชะลอฝีเท้า “เจออะไรหรือคะ”

“ของที่แม่เจียอินทิ้งไว้วันนั้น”

“เจอลูกแมวไหม”

“ยังค่ะ”

หลินเยว่ชิงเก็บโทรศัพท์ “คืนนี้คงได้รู้” คุณย่าสือเรียกจากด้านในอีกครั้ง สืออันหนิงจึงรีบพาจานผลไม้เข้าครัวก่อน ตรงโถง หลินเยว่ชิงชี้โต๊ะข้างประตู “วางกล่องตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปเก็บหลังอาหาร” สือเยี่ยนโจววางลงตามที่บอก

“สี่ทุ่มครึ่งออก?”

“ประมาณนั้นค่ะ”

“รถบ้านไปส่ง?”

“คุณย่าจัดไว้แล้ว”

เขาพยักหน้า หลินเยว่ชิงกำลังจะเดินตามเข้าไปในห้องอาหาร สือเยี่ยนโจวเรียกไว้

“หลินเยว่ชิง”

เธอหันมา

“เมื่อคืนที่เย่หมี่ แล้วคืนนี้ที่บ้านฟาง งานแบบนี้เกิดติดกันบ่อยหรือ”

“ช่วงนี้บ่อยค่ะ”

“อันตรายไหม”

หลินเยว่ชิงมองเขาครู่หนึ่ง “ถ้าเป็นสิ่งที่ฉันจัดการไม่ได้ ฉันก็ไม่เข้าไปค่ะ”

“แน่ใจ?”

“ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่อีกนานค่ะ”

เขาพยักหน้า “ก็ดีครับ” หลินเยว่ชิงเดินเข้าห้องอาหาร คุณย่าสือกำลังบ่นสืออันหนิงเรื่องแอบชิมกับข้าวจากครัว ส่วนคนถูกบ่นยังถือจานผลไม้หลบแม่บ้านอยู่ข้างโต๊ะ

“เยี่ยนโจว ยืนอะไรอยู่ มานั่งสิ”

สือเยี่ยนโจวเดินเข้าไปตามเสียงเรียก เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามถูกเลื่อนออกแล้ว หลินเยว่ชิงนั่งอยู่ข้างคุณย่าสือ ส่วนกล่องยันต์ของเธอวางอยู่บนโต๊ะเล็กใกล้ประตู