LNCrawler

4

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

4

เหอซินหรานหันไปมองบันไดโดยไม่รู้ตัว ภายในบ้านเงียบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาบนผนัง คนที่ควรอยู่ชั้นบนมีเพียงแม่สามีซึ่งกำลังพักฟื้นกับแม่ของเธอที่ย้ายมาช่วยดูแลชั่วคราว ส่วนพยาบาลซึ่งเคยมาดูอาการลาออกไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ความคิดเห็นในห้องไลฟ์ไหลเร็วขึ้นทันที

แตงโมหวานแต่ชีวิตขม: เปิดไลฟ์ครั้งแรกก็เจอเรื่องใหญ่เลยหรือ คนที่สามซ่อนอยู่ชั้นบนใช่ไหม

ถ้วยบะหมี่ไม่มีไข่: เมื่อกี้บอกว่าสามีไปบริษัทไม่ใช่หรือ แม่หมอเดาสุ่มแล้วมั้ง

ตอนแรกเสื้อคลุมตัวหลวมบดบังหน้าท้องของเหอซินหรานไว้ จนเธอขยับตัวและยกมือประคองหน้าท้อง ผู้ชมจึงรู้ว่าหญิงวัยสามสิบเอ็ดปีกำลังตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน คำหยอกล้อซึ่งมีอยู่ก่อนหน้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“แม่หมอหมายถึงพยาบาลที่เคยมาดูแลคุณแม่หรือคะ แต่เธอไม่ได้มาที่นี่แล้ว”

“ไม่ใช่ค่ะ”

เหอซินหรานนึกชื่อคนอื่นไม่ออก บ้านหลังนี้มีอยู่เพียงเท่านี้ หลินเยว่ชิงยังไม่เฉลย เธอมองรอยหม่นบริเวณชีวิตคู่ซึ่งทอดไปเชื่อมกับเส้นครอบครัวบนใบหน้าของหญิงสาว หากพูดชื่อนั้นออกไปต่อหน้าผู้ชมนับร้อย ผลกระทบคงไม่จบแค่การหย่าร้าง

“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนในครอบครัวคุณโดยตรง ถ้าคุณต้องการ ฉันจะส่งคำตอบให้หลังจบไลฟ์”

ยังไม่ทันที่เหอซินหรานจะตอบ บางคนก็เริ่มกล่าวหาว่าหลินเยว่ชิงกำลังหาทางลง เพราะไม่สามารถระบุตัวคนที่สามได้จริง

แมวอ้วนไม่ใช่หมู: แม่หมออาจอยากปกป้องเจ้าของสายก็ได้ เรื่องในครอบครัวไม่ใช่ของสนุกนะ

เหอซินหรานไม่ได้สนใจว่าคนดูจะเชื่อหรือไม่ ครึ่งเดือนที่ผ่านมา ความสงสัยกัดกินเธอจนแทบนอนไม่หลับ ลั่วหมิงเจ๋อกลับบ้านดึกขึ้น โทรศัพท์ไม่เคยห่างมือ และทุกครั้งที่เธอถาม เขาจะอ้างว่างานมีปัญหา เธอตรวจทั้งใบเสร็จ ประวัติการเดินทาง และเสื้อผ้าของเขาแล้ว แต่ไม่พบหลักฐานใด ยิ่งหาไม่เจอ ความกังวลกลับยิ่งหนักขึ้น

“บอกตรงนี้เถอะค่ะ ฉันเป็นคนเปิดกล้องเอง ไม่ว่าเป็นใคร ฉันอยากรู้ความจริง”

หลินเยว่ชิงเตือนเป็นครั้งสุดท้าย “หลังรู้คำตอบแล้ว ชีวิตคุณจะกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้อีก”

“ตอนนี้มันก็ไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ”

เมื่อเจ้าตัวยืนยัน เธอจึงไม่ห้ามต่อ

“ผู้หญิงคนนั้นรู้จักคุณมาตั้งแต่เกิด เป็นคนเลี้ยงคุณมา และเป็นคนแนะนำให้คุณรู้จักสามี”

เหอซินหรานนิ่งค้าง คนที่ตรงกับคำบอกทั้งหมดมีเพียงเถียนซูเฟิน แม่ของเธอ

“ไม่จริง...”

คำปฏิเสธแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เธอส่ายหน้าแล้วถอยไปจนแผ่นหลังติดพนักเก้าอี้

“แม่ฉันอายุห้าสิบกว่าแล้ว แม่เป็นคนพาฉันไปดูตัวกับหมิงเจ๋อเอง จะเป็นไปได้ยังไง”

ความคิดเห็นในไลฟ์เงียบไปชั่วขณะ ก่อนพุ่งขึ้นเร็วจนแทบอ่านไม่ทัน เหอซินหรานไม่ได้อ่านต่อ ความทรงจำหลายอย่างย้อนกลับมาเอง เถียนซูเฟินเป็นคนแนะนำลั่วหมิงเจ๋อให้ลูกสาวรู้จักเมื่อสามปีก่อน หลังแต่งงาน เหอซินหรานทำงานนอกบ้าน ส่วนสามีทำงานจากห้องหนังสือ แม่จึงแวะมาช่วยเรื่องอาหารและงานบ้านถี่ขึ้นจนแทบทุกวัน

เดือนก่อน เมื่อแม่สามีผ่าตัดหัวเข่า เถียนซูเฟินย้ายมาอยู่ชั่วคราวโดยอ้างว่าจะช่วยดูแลผู้ป่วยและแบ่งเบาภาระลูกสาว ตอนนั้นเหอซินหรานยังคิดว่าตัวเองโชคดีที่แม่กับสามีเข้ากันได้ดี แต่เมื่อรู้คำตอบของหลินเยว่ชิง ภาพเดิมทั้งหมดกลับมีความหมายอีกแบบ

“คุณมีหลักฐานหรือคะ”

“ฉันเห็นจากดวงของคุณ ส่วนหลักฐานที่จับต้องได้ ลองเปิดภาพจากกล้องหน้าประตูในคืนวันที่สิบสองของเดือนก่อน ช่วงประมาณห้าทุ่มครึ่งค่ะ”

ข้อมูลจากกล้องหน้าประตูจะถูกเขียนทับภายในสามสิบวัน ภาพของคืนนั้นจึงยังอยู่ในระบบ คืนนั้นเหอซินหรานไปดูงานต่างเมือง ลั่วหมิงเจ๋อบอกว่าจะนอนเร็ว ส่วนเถียนซูเฟินอ้างว่ากลับอพาร์ตเมนต์แล้ว มือของเหอซินหรานเริ่มสั่นขณะเปิดแอปกล้องวงจรปิด

ภาพกลับแสดงให้เห็นเถียนซูเฟินออกจากบ้านตอนเกือบเที่ยงคืน เธอไม่ได้เดินมาจากห้องพักของแม่สามีซึ่งอยู่ใกล้บันได แต่ลงมาจากฝั่งห้องหนังสือ เสื้อคลุมถูกสวมกลับด้านและเส้นผมยุ่งกว่าตอนเข้าบ้าน

ลั่วหมิงเจ๋อเดินตามมาส่งถึงประตู ก่อนแยกกัน เถียนซูเฟินหันไปจัดคอเสื้อให้เขา ชายหนุ่มจับมือเธอไว้แล้วก้มลงพูดบางอย่างใกล้หู แม้ภาพไม่ชัดพอจะเห็นสีหน้า แต่ท่าทีใกล้ชิดนั้นไม่อาจอธิบายด้วยความสัมพันธ์ระหว่างแม่ยายกับลูกเขย

โทรศัพท์แทบหลุดจากมือเหอซินหราน ภาพก่อนหน้านั้นเผยว่าเถียนซูเฟินเข้าบ้านตอนสองทุ่มพร้อมถุงอาหาร จากนั้นไม่มีใครเข้าออกจนเกือบเที่ยงคืน ขณะที่แม่สามีรับประทานยานอนหลับและไม่เคยออกจากห้องหลังสามทุ่ม คนทั้งสองจึงอยู่ตามลำพังเกือบสี่ชั่วโมง

“แม่อาจเอาอาหารไปให้เขา หมิงเจ๋อชอบทำงานดึก...”

ข้อแก้ตัวนั้นเบาจนเหมือนเธอกำลังพยายามโน้มน้าวตัวเองมากกว่าใคร หลินเยว่ชิงไม่โต้แย้ง เพียงบอกให้ตรวจอีกจุด

“ข้างห้องหนังสือมีห้องเก็บของ ด้านในมีตู้ลิ้นชักสีขาว ลิ้นชักล่างสุดใส่แม่กุญแจไว้ ส่วนกุญแจซ่อนอยู่หลังกรอบรูปแต่งงานบนโต๊ะทำงานของสามีคุณ”

เหอซินหรานมองบันไดอีกครั้ง ใจหนึ่งไม่อยากขึ้นไป แต่อีกใจก็รู้ว่าหากหยุดตรงนี้ เธอจะต้องอยู่กับความสงสัยไปทุกวัน

“แม่หมอ อย่าเพิ่งตัดสายนะคะ”

เธอถือโทรศัพท์ขึ้นชั้นสอง ภาพในไลฟ์สั่นตามฝีเท้า คนดูซึ่งเคยแสดงความคิดเห็นสนุกสนานเงียบลง ไม่มีใครรู้ว่าลิ้นชักนั้นซ่อนอะไรไว้ ห้องหนังสือล็อกอยู่ แต่เหอซินหรานรู้รหัสผ่าน ด้านในเป็นระเบียบผิดกับห้องทำงานของคนที่กำลังเร่งส่งหลายโครงการ

กรอบรูปแต่งงานตั้งอยู่ริมโต๊ะ เมื่อพลิกดู กุญแจดอกเล็กติดอยู่ด้านหลังด้วยเทปใสจริง ๆ เหอซินหรานต้องจับขอบโต๊ะไว้ สิ่งนี้ไม่ใช่รายละเอียดซึ่งคนแปลกหน้าจะเดาถูกได้โดยบังเอิญ ในห้องเก็บของข้างกันมีตู้ลิ้นชักสีขาวถูกชั้นเอกสารบังไว้ครึ่งหนึ่ง ลิ้นชักล่างติดแม่กุญแจตรงตามคำบอก

เมื่อไขออก ด้านในไม่มีเงินหรือเอกสารลับ มีเพียงกล่องกำมะหยี่ ถุงยาจากคลินิก และโทรศัพท์เครื่องเก่า ในกล่องคือกำไลหยกสีเขียววงหนึ่ง เหอซินหรานจำได้ว่าแม่สวมมันในวันเกิดปีที่ผ่านมา ตอนนั้นเถียนซูเฟินบอกว่าซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเองเพราะอยากได้มานาน แต่ใบรับประกันในกล่องกลับระบุชื่อผู้ซื้อเป็นลั่วหมิงเจ๋อ

ถุงยาเป็นของคลินิกสุขภาพสตรี ฉลากด้านหน้ามีชื่อเถียนซูเฟิน วันที่รับยาตรงกับช่วงซึ่งเหอซินหรานไปดูงานต่างเมืองอีกครั้ง เหลือเพียงโทรศัพท์เครื่องเก่าซึ่งเธอยังไม่กล้าเปิด

“โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของใครคะ”

“สามีคุณซื้อไว้ใช้ติดต่อกับแม่คุณโดยเฉพาะ รหัสผ่านคือวันเกิดของเธอค่ะ”

เหอซินหรานกดตัวเลขลงไป หน้าจอปลดล็อกในครั้งเดียว ในเครื่องมีแอปสนทนาเพียงแอปเดียว ผู้ติดต่อถูกตั้งชื่อด้วยตัวอักษรสองตัว ไม่มีรูปประจำตัว ประวัติการโทรกับข้อความถูกลบจนหมด แต่ในถังเก็บไฟล์ซึ่งเพิ่งลบยังเหลือภาพอยู่หลายรูป

ภาพแรกถ่ายในร้านอาหารนอกเมือง ลั่วหมิงเจ๋อนั่งตรงข้ามเถียนซูเฟิน วันที่บนรูปตรงกับวันที่เขาบอกภรรยาว่าต้องไปพบลูกค้า อีกภาพเป็นกำไลหยกในกล่อง พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า ‘คราวหน้าห้ามบอกว่าผมไม่เคยซื้อของให้’ ภาพสุดท้ายถ่ายในห้องหนังสือแห่งนี้ เงาของคนสองคนสะท้อนอยู่บนกระจกหน้าต่าง แม้มองไม่เห็นใบหน้า แต่เหอซินหรานจำเสื้อของสามีกับผ้าพันคอของแม่ได้

เพียงเท่านี้ก็เกินพอแล้ว

ถ้วยบะหมี่ไม่มีไข่: มีทั้งภาพจากกล้อง กำไล ยา และโทรศัพท์ลับ แบบนี้แก้ตัวไม่ได้แล้ว

แมวอ้วนไม่ใช่หมู: เจ้าของสายกำลังตั้งครรภ์ หยุดแซวกันก่อนเถอะ

เหอซินหรานวางโทรศัพท์เครื่องเก่าลง มืออีกข้างกดหน้าท้องโดยไม่รู้ตัว เด็กในครรภ์ขยับแรงจนเธอต้องหยุดนิ่ง หลินเยว่ชิงเห็นสีหน้าผิดปกติจึงเตือนให้นั่งลงก่อน

“อย่าเพิ่งไปเผชิญหน้ากับใครค่ะ ถ้าปวดท้องหรือมีเลือดออก โทรเรียกรถพยาบาลทันที”

เหอซินหรานนั่งบนเก้าอี้ในห้องหนังสือ สูดลมหายใจช้า ๆ ตามคำแนะนำ กว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้ก็ผ่านไปพักใหญ่

“ทำไมแม่ต้องทำกับฉันแบบนี้”

หลินเยว่ชิงไม่มีคำตอบ ชะตาบอกสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ไม่มีเหตุผลใดทำให้ความเห็นแก่ตัวของคนสองคนกลายเป็นสิ่งที่ผู้ถูกกระทำควรยอมรับ

“ความผิดของพวกเขาไม่ได้เกิดจากสิ่งที่คุณขาด และการรักษาคำว่าครอบครัวไว้ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องอยู่กับคนที่ทำร้ายคุณค่ะ”

น้ำตาไหลลงจากหางตาของเหอซินหราน เธอเติบโตมากับแม่เพียงสองคน พ่อจากไปตั้งแต่ยังจำหน้าไม่ได้ ตลอดวัยเด็กเคยถูกเพื่อนล้อว่าไม่มีพ่อ จึงสัญญากับตัวเองว่าหากมีลูก จะสร้างครอบครัวที่พร้อมหน้าให้ได้ เพราะกลัวลูกต้องพบประสบการณ์เดียวกัน เธอจึงพยายามมองข้ามพฤติกรรมผิดปกติของสามี ถึงขั้นคิดว่าหากพบมือที่สามก็จะขอให้อีกฝ่ายถอย แล้วประคองชีวิตคู่ไว้เพื่อลูก

แต่คนที่ทำลายครอบครัวกลับเป็นแม่ซึ่งรู้ดีที่สุดว่าอดีตนั้นสร้างบาดแผลให้เธอเพียงใด เสียงเปิดประตูบ้านดังมาจากชั้นล่าง เหอซินหรานเงยหน้าขึ้น ตามเวลานี้ลั่วหมิงเจ๋อควรอยู่ที่บริษัท ส่วนเถียนซูเฟินบอกว่าจะออกไปซื้อยาให้แม่สามีและกลับช่วงค่ำ

เสียงพูดคุยของคนสองคนลอยขึ้นมาตามบันได หญิงวัยกลางคนกำลังบ่นที่ชายหนุ่มกลับบ้านโดยไม่บอกล่วงหน้า น้ำเสียงสนิทสนมจนไม่เหลือระยะห่าง ส่วนเขาหัวเราะแล้วบอกว่าการประชุมถูกยกเลิก จึงแวะไปรับเธอกลับมาด้วยกัน เหอซินหรานจำเสียงทั้งคู่ได้ทันที

แม่กับสามีของเธอกลับมาพร้อมกัน ความคิดเห็นในไลฟ์หยุดลงราวกับผู้ชมพร้อมใจกันกลั้นหายใจ ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นบนบันได ทั้งสองคงเห็นประตูห้องหนังสือเปิดอยู่ จึงเดินตรงมาทางนี้โดยไม่แยกไปห้องอื่น เหอซินหรานยกโทรศัพท์ขึ้น กล้องหันไปทางประตูพอดี

ลูกบิดค่อย ๆ เลื่อนลง เถียนซูเฟินก้าวเข้ามาเป็นคนแรก ด้านหลังคือลั่วหมิงเจ๋อซึ่งยังถือกุญแจรถอยู่ในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคู่หายไปเมื่อเห็นลิ้นชักเปิดค้าง โทรศัพท์เครื่องเก่าบนโต๊ะ และกำไลหยกในมือลูกสาว เถียนซูเฟินมองเหอซินหราน ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหยุดตรงหน้าจอซึ่งยังถ่ายทอดสดอยู่

“ซินหราน นี่ลูกกำลังทำอะไร”