52
52
สายวันเดียวกับที่สือเยี่ยนโจวนำหลักฐานคดีเก่าไปส่งให้เจ้าหน้าที่ หลินเยว่ชิงเพิ่งตื่นหลังได้นอนไม่ถึงสี่ชั่วโมง โทรศัพท์มีข้อความค้างอยู่หลายรายการ เฉินม่านอวี้บอกว่าอินอินตรวจร่างกายแล้ว กระดูกไม่เป็นอะไร มีเพียงรอยช้ำที่หลังกับข้อศอก หมอให้กลับไปพักที่บ้านและเฝ้าดูอาการอีกสองวัน
ถัดลงมาเป็นข้อความจากฟางเหวินเฉา เขาส่งหลักฐานการโอนค่าตอบแทนเมื่อคืน พร้อมยืนยันว่าจุดช่วยเหลือสัตว์ที่เฉินม่านอวี้รับปากไว้จะให้คนจัดการต่อเอง หลินเยว่ชิงตอบรับ ก่อนแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายกับของที่ใช้ทำยันต์ ที่เหลือทยอยโอนไปยังกองทุนและศูนย์ช่วยเหลือที่เธอเคยตรวจสอบข้อมูลแล้ว เมื่อจัดการเสร็จเธอก็ปิดแอป ไม่คิดจะบอกใคร
ช่วงบ่าย หลินเยว่ชิงไปเรียนตามตารางตามปกติ ระหว่างที่เธอนั่งฟังอาจารย์อยู่ในห้อง ชื่อของตัวเองกลับเริ่มวิ่งขึ้นเวยป๋อโดยเจ้าตัวยังไม่รู้เรื่อง ต้นทางมาจากบัญชีข่าวบันเทิงที่นำภาพสมัยเรียนของหลินเยว่ชิงมาวางเทียบกับภาพปัจจุบันของหลินรั่วซิน พร้อมภาพจากไลฟ์ “เยว่ชิงพยากรณ์”
หัวข้อเขียนว่า
“แม่หมอหน้าใหม่ที่กำลังเป็นกระแส คืออดีตคุณหนูบ้านหลินหรือไม่?”
เนื้อหาเล่าย้อนว่า หลินเยว่ชิงเติบโตในตระกูลหลินมาเกือบยี่สิบปี ก่อนครอบครัวจะรู้เรื่องเด็กถูกสลับตัวและตามหลินรั่วซิน ลูกสาวแท้กลับมา
โพสต์แรกมีเพียงคำถาม แต่ไม่ถึงชั่วโมง บัญชีชื่อ “วงในโรงเรียนเซิ่งอัน” ก็โพสต์ข้อความยาว อ้างว่าเคยเรียนรุ่นเดียวกับหลินเยว่ชิง แล้วบอกว่าหลังหลินรั่วซินกลับบ้าน บรรยากาศในตระกูลหลินก็มีปัญหา หลินเยว่ชิงเข้ากับอีกฝ่ายไม่ได้ ทะเลาะกับคนในบ้านอยู่หลายครั้ง ก่อนจะย้ายออกมาเอง
หลักฐานมีเพียงรูปงานโรงเรียนเก่าสามรูปกับประโยคว่า
“คนรุ่นนั้นรู้กันไม่น้อย”
ไม่มีชื่อคน ไม่มีวันเกิดเหตุ แต่คนอ่านเริ่มเติมส่วนที่หายไปเอง บ้างว่าเธออิจฉาหลินรั่วซิน บ้างว่าเคยขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายเข้าบ้าน ข่าวบริจาคที่เคยเป็นกระแสก่อนหน้านี้ก็ถูกลากกลับมารวมด้วย ครั้งนั้นศูนย์เด็กเปิดเผยเพียงว่าผู้บริจาคเป็นหญิงสาวแซ่หลินจากไห่เฉิง สื่อจึงเดาไปถึงหลินรั่วซิน และเจ้าตัวก็ไม่ได้แก้ความเข้าใจผิดให้ชัด
พอเรื่องใหม่เกิดขึ้น จึงมีคนตั้งข้อสงสัยว่า หลินเยว่ชิงเห็นหลินรั่วซินได้รับคำชมเรื่องการกุศล เลยหันมาเปิดไลฟ์หาเงินและสร้างชื่อแข่ง คลิปช่วงที่เธอรับค่าดูดวงถูกตัดเหลือไม่กี่วินาที พร้อมคำบรรยายว่า
“จากคุณหนูบ้านใหญ่ สู่แม่หมอออนไลน์ รับเงินแลกคำทำนาย”
กลับถึงห้องเช่าหลังหกโมง โทรศัพท์มีแจ้งเตือนค้างอยู่มากผิดปกติ เธอคิดว่าเป็นข้อความจากคนดูหลังเรื่องบ้านฟางจึงไม่ได้เปิดดู สองทุ่มตรง เธอกดเปิดไลฟ์ตามเวลา
ขอกะละมังกับชาม: วันนี้ตรงเวลานะ ฉันเตรียมขนมมาแล้ว
กินหม้อไฟแล้วค่อยลดน้ำหนัก: ขอคดีผีที่กินเสร็จแล้วเก็บกวาดเองอีกได้ไหม
ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: อาจารย์หลินหน้าเหมือนคนนอนน้อย ไปทำอะไรมาอีก
หลินเยว่ชิงกำลังจะตอบ จำนวนผู้ชมก็เพิ่มเร็วผิดปกติ จากห้าหมื่นขึ้นแปดหมื่น ก่อนทะลุหนึ่งแสนในเวลาไม่กี่นาที ข้อความชุดใหม่ไหลเข้ามาจนคนดูเก่าแทบหายไปจากหน้าจอ
คืนรั่วซินของเรา: ยังมีหน้าเปิดไลฟ์อีกเหรอ
บ้านรั่วซินตลอดไป: ออกจากบ้านหลินแล้วก็ยังเอาชื่อเขามาหากิน?
ดอกไม้ของซินซิน: ก่อนดูดวงคนอื่น ขอโทษรั่วซินก่อนเถอะ
หลินเยว่ชิงหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมาเปิดเวยป๋อ ชื่อของเธออยู่บนอันดับค้นหาจริง #อดีตคุณหนูหลินเปิดไลฟ์ดูดวง #หลินเยว่ชิงหลินรั่วซิน เธออ่านโพสต์ต้นทางจนจบแล้ววางโทรศัพท์ลง
“วันนี้ยังรับสามสายเหมือนเดิมค่ะ ใครเข้ามาเพราะข่าวอย่างเดียว ไม่อยากดูต่อก็ออกได้เลย”
คนที่รอคำแก้ตัวกลับยิ่งไม่พอใจ ไม่นาน บัญชีหนึ่งส่งของขวัญมูลค่าสูงติดกันหลายครั้งจนข้อความถูกดันขึ้นมาอยู่ด้านบน
เฉิงเหวินหาว: ถ้าเรื่องในข่าวไม่จริง กล้าต่อสายกับคนที่เคยเรียนด้วยกันไหม?
เขาเคยเรียนห้องเดียวกับเธอช่วงมัธยมปลาย ไม่ได้สนิทกัน คำขอเชื่อมสายเด้งขึ้น หลินเยว่ชิงกดรับ ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นนั่งอยู่ในร้านกาแฟ ด้านหลังมีเพื่อนอีกสองคน พอรู้ว่าตัวเองติดกล้องก็รีบขยับออก
“นึกว่าจะไม่รับเสียอีก”
หลินเยว่ชิงมองยอดของขวัญ “เงินที่ส่งมา เดี๋ยวคืนให้นะคะ สายนี้ไม่ได้ดูดวง”
“ยังเหมือนเดิมเลยนะ ทำเหมือนไม่สนอะไรสักอย่าง”
เธอไม่รับคำ เฉิงเหวินหาวจึงเล่าเรื่องตามที่เวยป๋อกำลังแชร์ บ้านหลินเลี้ยงหลินเยว่ชิงมาเกือบยี่สิบปี แต่พอหลินรั่วซินกลับมา เธอกลับรับไม่ได้ มีปัญหากับอีกฝ่ายและคนในบ้าน สุดท้ายก็ย้ายออกมาเอง หลินเยว่ชิงรอจนเขาหยุด
“ตอนฉันมีเรื่องกับหลินรั่วซิน คุณอยู่ด้วยหรือคะ”
เฉิงเหวินหาวชะงัก “ใครจะไปอยู่บ้านคุณ”
“งั้นเคยเห็นด้วยตาตัวเองกี่ครั้ง”
“เรื่องแบบนี้คนในกลุ่มก็รู้กัน”
“ฉันถามว่าคุณเห็นกี่ครั้งค่ะ”
เขาเงียบไป ก่อนพูดว่า “ไม่จำเป็นต้องเห็นทุกเรื่อง คนในบ้านคุณเองยังพูด—”
“งั้นก็คือไม่เคยเห็น”
ข้อความในห้องช้าลงนิดหนึ่ง
“ส่วนที่บอกว่าฉันด่าคนในบ้าน คุณได้ยินเองไหม”
“ก็มีคนพูดกันเยอะ”
“ใครพูดกับคุณ”
สีหน้าของเฉิงเหวินหาวเริ่มตึง “คุณจะให้ผมไล่บอกชื่อทุกคนเลยหรือไง”
“คุณกำลังเล่าเรื่องของฉันให้คนเป็นแสนฟัง ฉันก็แค่อยากรู้ว่าเรื่องนั้นมาจากไหน”
คนที่เข้ามาตามข่าวบางส่วนเริ่มพิมพ์ถามเหมือนกัน เฉิงเหวินหาวจึงเปลี่ยนไปจับเรื่องย้ายออกจากบ้าน
“แล้วคุณจะบอกไหมว่าทำไมต้องออกจากบ้านหลังรั่วซินกลับมา”
“เธอกลับบ้านประมาณหนึ่งปีก่อนค่ะ”
“แล้ว?”
“ฉันเพิ่งย้ายออกมาเมื่อไม่นานนี้”
เขาเงียบไป ช่วงเวลาที่ห่างกันเกือบหนึ่งปีทำให้คำว่า “ลูกสาวแท้กลับมาแล้วเธอก็หนีออกจากบ้านทันที” เริ่มฟังไม่ตรงอย่างที่เคย เฉิงเหวินหาวถามต่อ “งั้นเรื่องที่รั่วซินร้องไห้เพราะคุณล่ะ” หลินเยว่ชิงมองเขา “คุณเห็นตอนเธอร้องหรือคะ”
“เรื่องนั้นใคร ๆ ก็รู้”
“งั้นคุณก็ยังไม่ได้เห็นอยู่ดี”
“แต่เธอร้องไห้เพราะคุณไม่ใช่หรือ”
“ฉันเคยเห็นเธอร้องค่ะ แต่คุณรู้หรือว่าเธอร้องเพราะอะไร”
เฉิงเหวินหาวตอบไม่ได้ คนดูบางส่วนเริ่มถามหาหลักฐาน ขณะที่แฟนคลับพิมพ์คำว่า “ขอโทษ” จนเต็มจอ ระบบแพลตฟอร์มจึงส่งคำเตือนว่าห้องถูกกดรายงานจำนวนมาก หลินเยว่ชิงจึงปิดความคิดเห็นจากบัญชีที่เพิ่งสมัครภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงชั่วคราว
หน้าจอโล่งขึ้นทันที
“ถ้าจะถามเรื่องบ้านหลิน ถามจากสิ่งที่ตัวเองรู้ก็พอค่ะ เรื่องที่ผ่านมาหลายทอดแล้ว ฉันคงตอบไม่ถูกว่าใครเติมอะไรเข้าไปบ้าง”
เฉิงเหวินหาวหัวเราะ “งั้นเรื่องดูดวงล่ะ ผมเรียนกับคุณมาตั้งกี่ปี ไม่เคยรู้ว่าคุณทำพวกนี้เป็น”
“คุณรู้ทุกเรื่องของฉันหรือคะ”
“อย่างน้อยเรื่องใหญ่ขนาดนี้ก็ควรรู้”
หลินเยว่ชิงมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะเลื่อนไปทางซ้ายของภาพ
“ถ้าไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งเปิดประตูห้องเก็บของข้างหลัง”
เฉิงเหวินหาวหันกลับไป “จะเริ่มเรื่องผีแล้วหรือ ห้องนั้นล็อก—” เสียงของหนักกระแทกดังปังจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงผู้หญิงตะโกน
“มีใครอยู่ไหม ช่วยเปิดที!”
เพื่อนของเฉิงเหวินหาวลุกขึ้น ผู้จัดการร้านรีบวิ่งผ่านกล้องไปพร้อมกุญแจ พอเปิดประตูจึงพบพนักงานหญิงติดอยู่ด้านใน ชั้นเหล็กสำหรับวางวัตถุดิบเอียงล้มขวางทางออก โทรศัพท์ของเธอหล่นไปใต้ชั้นและหยิบไม่ถึง ไม่มีผีอยู่ในห้องนั้น หลินเยว่ชิงเพียงเห็นจากชะตาของเฉิงเหวินหาวว่า เขากำลังจะได้ยินเสียงคนขอความช่วยเหลือจากด้านหลังซ้าย และหากช้าไปของบนชั้นอาจร่วงซ้ำ
หลังพนักงานถูกช่วยออกมา เฉิงเหวินหาวกลับมานั่งหน้ากล้อง สีหน้าไม่เหมือนตอนเริ่มสายแล้ว
ขอกะละมังกับชาม: เมื่อกี้ใครบอกเรียนด้วยกันเลยรู้ว่าอาจารย์ทำอะไรไม่เป็นนะ
คนดูเงียบ ๆ: เรื่องบ้านหลินฉันยังไม่ออกความเห็น แต่เรื่องดูดวงขอถอนเสียงหัวเราะก่อน
คืนรั่วซินของเรา: จัดฉากก็ได้ ร้านอาจร่วมมือกัน!
เฉิงเหวินหาวเม้มปาก “เรื่องเมื่อกี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับรั่วซิน”
“ค่ะ ไม่เกี่ยว”
เขาชะงัก
“เรื่องของหลินรั่วซินก็เอาเรื่องนั้นมาคุย เรื่องดูดวงก็อีกเรื่องหนึ่ง คุณอยากพิสูจน์อะไรก็พิสูจน์เป็นเรื่อง ๆ ไปเถอะค่ะ”
หลินเยว่ชิงกดคืนของขวัญทั้งหมด แล้วจบการเชื่อมสาย แต่กระแสด้านนอกไม่ได้จบตาม คลิปช่วงที่เฉิงเหวินหาวถามเรื่องหลินรั่วซินถูกตัดออกไปแล้ว คนตัดเอาคำถามก่อนหน้าทิ้ง เหลือเพียงหลินเยว่ชิงพูดว่า
“ฉันเคยเห็นเธอร้องค่ะ แต่คุณรู้หรือว่าเธอร้องเพราะอะไร”
ไม่ถึงสิบนาที พาดหัวใหม่ก็ขึ้นบนเวยป๋อ
“อดีตคุณหนูบ้านหลินย้อนถามปมหลินรั่วซินกลางไลฟ์ แฟนคลับเดือด”
คนกลุ่มใหม่หลั่งเข้าห้องอีกระลอก คำว่า “ขอโทษหลินรั่วซิน” กลับมาเต็มหน้าจอ หลินเยว่ชิงมองอยู่ไม่กี่วินาที แล้วกดเปิดถุงโชคสำหรับผู้ขอดูดวงคนแรก
“เรื่องเมื่อกี้พอแค่นั้นนะคะ ต่อไปดูดวง”
มีคนยังด่าไม่หยุด เธออ่านผ่าน ๆ แล้วพูดขึ้น
“ถ้าจะพิมพ์ต่อ พิมพ์ช้าหน่อยค่ะ”
หน้าจอชะงักไปครู่หนึ่ง
“ฉันอ่านไม่ทัน”
คนดูเก่าหัวเราะกันยาว ส่วนแฟนคลับยิ่งหงุดหงิด อีกมุมหนึ่งของไห่เฉิง โทรศัพท์ของสืออันหนิงสั่นติดกันหลายครั้ง เพื่อนในมหาวิทยาลัยส่งลิงก์เดียวกันมาเกือบสิบข้อความ ตอนแรกเธอเปิดอย่างรำคาญ แต่พอเห็นใบหน้าพี่สะใภ้บนจอ เห็นคำว่า “ขอโทษหลินรั่วซิน” ไหลเต็มห้อง สีหน้าก็เปลี่ยนทันที
สืออันหนิงกดเพิ่มเสียง