LNCrawler

55

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

55

“อยู่ค่ะ”

เสียงผู้ขอเชื่อมสายคนสุดท้ายดังกลับมาพร้อมเสียงถอนใจเบา ๆ เหมือนเจ้าตัวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังค้างอยู่ในห้องไลฟ์ หลังจากกระแสเรื่องเงินบริจาคกับบ้านหลินไหลผ่านหน้าจอไปหลายรอบ คนดูเกือบทั้งหมดก็หลุดไปตามข่าวจนลืมคิวนี้เหมือนกัน

หญิงสาวปลายสายเปิดร้านขนมกับเพื่อนมาสองปี ช่วงหลังยอดเงินในบัญชีไม่ตรงกับยอดขาย เธอไม่กล้าถามหุ้นส่วนตรง ๆ เพราะกลัวว่าถ้าตัวเองเข้าใจผิด ความสัมพันธ์ที่สร้างมานานจะพังเสียก่อน หลินเยว่ชิงขอให้เธอหยิบสัญญาชุดล่าสุดขึ้นมาดู

“หน้าที่เซ็นกลางเดือนก่อนยังอยู่ไหมคะ”

หญิงสาวรื้อแฟ้มอยู่พักหนึ่ง ก่อนยกกระดาษขึ้นให้กล้อง “อยู่ค่ะ แต่ฉันอ่านไม่หมด วันนั้นรีบไปส่งเค้ก เพื่อนแปะสติ๊กเกอร์ตรงที่ต้องเซ็นไว้ให้”

“กลับไปขอฉบับเต็มจากร้านก่อนค่ะ โดยเฉพาะเอกสารแนบด้านหลัง ถ้าตัวเลขยังไม่ตรงค่อยคุยกับเขา อย่าเพิ่งเริ่มด้วยคำว่าใครโกงใคร”

ขอกะละมังกับชาม: ดีแล้ว เรื่องบ้านหลินพักไว้ก่อน คนนี้รอคิวมาตั้งนาน

กินหม้อไฟแล้วค่อยลดน้ำหนัก: ฉันชอบแบบนี้นะ ตรวจของตัวเองก่อน ไม่ใช่เปิดศึกก่อนแล้วค่อยหาหลักฐาน

หญิงสาวหัวเราะออกมา “ถ้าฉันหน้าแตกจะกลับมารายงานค่ะ”

“ถ้าตัวเลขตรงก็ถือว่าเป็นเรื่องดีค่ะ”

สายสุดท้ายจบลงตรงนั้น หลินเยว่ชิงปิดไลฟ์ตามเวลาปกติ ไม่ตอบคำถามเพิ่มเรื่องประกาศของบ้านหลิน และไม่แตะประโยคที่ครอบครัวบอกว่าจะชี้แจง “รายละเอียดภายใน” ภายหลังอีก หลักฐานจากครอบครัวเฉียวทำให้เรื่องที่มาของเงินหนึ่งล้านจบลงแล้ว รายการโอนกลับบ้านหลินก็ชัดว่าเป็นสิ่งที่หลินเยว่ชิงตั้งขึ้นเอง ใต้ข่าวจึงเหลือคำถามใหม่แทน

ใครเป็นคนทำให้แฟนคลับเชื่อว่าเงินนั้นเป็นของหลินรั่วซิน ชื่อบัญชี ดาวเหนือของรั่วซิน เริ่มโผล่ซ้ำใต้โพสต์ข่าวหลายแห่ง จางเหมยถิงเห็นแจ้งเตือนตอนกำลังปิดคอมพิวเตอร์ โพสต์เก่าที่เธอเคยเขียนถูกแคปไปวางคู่กับข่าวจากศูนย์เด็ก

บางความดีไม่จำเป็นต้องประกาศ คนได้รับความช่วยเหลือรู้ก็พอ พวกเรารู้ว่ารั่วซินเป็นคนแบบไหน ตอนนั้นเธอเขียนด้วยความมั่นใจเต็มที่ คืนนี้ใต้โพสต์เดียวกันกลับเต็มไปด้วยคำถาม

คนดูเงียบ ๆ: แอดมินรู้จากไหนคะว่ารั่วซินเป็นคนบริจาค

ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: ถ้ามีแชตทีมงานก็เปิดเลย จะได้จบว่าต้นทางมาจากใคร

บ้านรั่วซินตลอดไป: อย่าเพิ่งไล่บี้แอดมินค่ะ วันนั้นแฟนคลับเกือบทุกคนก็เชื่อเหมือนกัน

จางเหมยถิงไม่ได้ตอบ กลุ่มประสานงานเก่าถูกเปิดขึ้นมาแทน ข้อความในวันที่ข่าวบริจาคเริ่มแพร่ยังอยู่ครบ เธอเป็นคนส่งลิงก์ข่าวเข้าไปก่อน พี่คะ เงินของศูนย์เด็กเป็นของรั่วซินจริงไหม ถ้าไม่ใช่ฉันจะได้ห้ามทุกคนแชร์ ผู้ช่วยของหลินรั่วซินตอบกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน

ยังไม่ต้องขยายว่าใครบริจาคค่ะ ให้พูดเรื่องเด็กได้รับความช่วยเหลือก็พอ วันนั้นจางเหมยถิงเข้าใจว่า ทีมงานไม่อยากให้ศิลปินรับความดีต่อหน้าสื่อ จึงตอบกลับไปว่า เข้าใจแล้วค่ะ งั้นพวกเราจะไม่พูดเรื่องจำนวนเงิน เน้นว่ารั่วซินทำดีเงียบ ๆ ก็พอ

ไม่มีใครจากทีมแก้ประโยคนั้น คืนนั้นภาพประชาสัมพันธ์ชุดแรกจึงถูกปล่อยจากกลุ่มแฟนคลับ จางเหมยถิงอ่านข้อความเก่าจบหนึ่งรอบ ก่อนพิมพ์เข้าไปในกลุ่มซึ่งยังมีผู้ช่วยกับคนของต้นสังกัดอยู่ ทีมจะชี้แจงยังไงคะ ถ้าจะบอกว่าแฟนคลับเข้าใจเองทั้งหมด ฉันไม่รับนะคะ วันนั้นฉันถามก่อนแล้ว

สถานะอ่านแล้วขึ้นทีละคน คำตอบแรกมาจากผู้ช่วย รอประกาศจากต้นสังกัดก่อนนะคะ ตอนนี้อย่าโพสต์อะไรเพิ่ม จางเหมยถิงวางมือจากแป้นพิมพ์ คำว่า อย่าโพสต์อะไรเพิ่ม ไม่ใช่คำตอบสำหรับสิ่งที่เธอถาม กองถ่ายอีกฝั่งยังไม่เลิกงาน หลินรั่วซินเพิ่งออกจากฉากกลางคืน ผู้จัดการรออยู่หลังมอนิเตอร์พร้อมโทรศัพท์สองเครื่อง เครื่องหนึ่งเปิดข่าวเรื่องเงินบริจาค อีกเครื่องเปิดข้อความของจางเหมยถิง

“ตอนนี้คนกำลังตามหาว่าใครพูดก่อนว่าเงินเป็นของเธอ”

หลินรั่วซินรับโทรศัพท์ไปอ่าน ผู้ช่วยเลื่อนแชตย้อนหลังขึ้นไปหลายบรรทัดให้ดู ไม่มีคำว่า ใช่ เงินเป็นของรั่วซิน จากทีมแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่มีใครตอบว่า ไม่ใช่ ผู้จัดการพิงขอบโต๊ะ “ถ้าจางเหมยถิงปล่อยแค่ประโยคที่เราบอกว่าไม่ต้องขยาย คนจะมองว่าเราเป็นคนให้สัญญาณ”

หลินรั่วซินอ่านตั้งแต่ต้นจนจบอีกครั้ง ประโยคที่ว่า รั่วซินทำดีเงียบ ๆ เป็นคำของจางเหมยถิงเอง แต่ทีมก็เห็น และปล่อยผ่าน

“คำชี้แจงเขียนไว้แล้วหรือยังคะ”

ผู้จัดการส่งร่างให้ดู ในนั้นระบุเพียงว่า หลินรั่วซินไม่เคยยืนยันว่าตนเป็นผู้บริจาค และข่าวทั้งหมดเกิดจากการตีความของบุคคลภายนอก เธออ่านถึงคำว่า บุคคลภายนอก แล้วคืนโทรศัพท์

“ตัดคำนี้ออกค่ะ”

“ถ้าไม่เขียน คนก็ยังโยงมาที่ทีม”

“เขียนตามที่เกิดขึ้นจริงก็พอ”

หลินรั่วซินให้ผู้ช่วยเปิดแชตทั้งช่วง

“เอาตั้งแต่พี่เหมยถิงส่งข่าวเข้ามา จนถึงข้อความที่เธอบอกว่าจะเขียนว่าฉันทำดีเงียบ ๆ เปิดทั้งหมด”

ผู้ช่วยยังลังเล “คนก็จะเห็นว่าเรารู้ว่าข่าวกำลังวิ่งนะคะ”

“ตอนนี้เขาก็รู้อยู่แล้ว”

หลินรั่วซินคืนโทรศัพท์ให้ผู้จัดการ

“อันไหนเราไม่ได้ทำก็อย่ารับ แต่อันไหนปล่อยให้คนเข้าใจผิด ก็รับตรงนั้นค่ะ ถ้าเราเลือกเปิดแค่ข้อความของพี่เหมยถิง แล้วเธอเอาฉบับเต็มออกมาทีหลัง เราจะหนักกว่าเดิม”

ร่างเดิมจึงถูกทิ้ง ประกาศใหม่ขึ้นบนบัญชีทางการไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา ทีมยืนยันว่าหลินรั่วซินไม่เคยบอกว่าเงินบริจาคเป็นของตนเอง พร้อมแนบภาพสนทนาทั้งช่วงโดยไม่ตัดข้อความของฝ่ายใดออก ส่วนท้ายยอมรับว่า หลังเห็นกระแสแล้ว ทีมควรแก้ความเข้าใจผิดให้ชัดกว่านี้ แต่กลับเลือกตอบคลุมเครือจนแฟนคลับตีความต่อไปเอง

คอมเมนต์ใต้ประกาศแตกออกเป็นหลายทาง

บ้านรั่วซินตลอดไป: ประโยค “รั่วซินทำดีเงียบ ๆ” แอดมินพิมพ์เองจริง ๆ

คนดูเงียบ ๆ: จริงค่ะ แต่ทีมก็เห็นแล้วไม่ได้แก้ สรุปผิดคนละส่วน

ซินซินคือแสงแดด: อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่รั่วซินสั่งแฟนคลับให้ประกาศว่าเงินเป็นของเธอ

ถั่วที่ชอบทุเรียนกับเต้าหู้เหม็น: แฟนคลับเติมเองหนึ่งชั้น ทีมปล่อยเลยอีกหนึ่งชั้น ถึงได้เละขนาดนี้

โทรศัพท์ของจางเหมยถิงดังถี่กว่าเดิม เธอเปิดภาพแชตที่ทีมเพิ่งปล่อย ไม่มีบรรทัดไหนถูกตัดออก รวมถึงข้อความที่ตัวเองเป็นคนพิมพ์ว่า รั่วซินทำดีเงียบ ๆ หลักฐานที่คิดว่าจะใช้ยืนยันว่าทีมเป็นคนส่งข่าว กลับมีคำของเธอเองอยู่กลางภาพ

บัญชี ดาวเหนือของรั่วซิน มีโพสต์ใหม่หลังจากนั้นไม่นาน วันนั้นฉันถามทีมก่อนว่าเงินเป็นของรั่วซินหรือไม่ แต่คำตอบที่ได้ไม่ได้ยืนยันตรง ๆ ฉันเป็นคนตีความเองว่าทีมต้องการให้เงียบเพราะรั่วซินไม่อยากรับคำชม และเป็นคนเขียนโพสต์ว่าเธอทำดีเงียบ ๆ ตรงนี้ฉันรับผิดค่ะ

เธอเว้นไปหนึ่งบรรทัด แต่ทีมเห็นว่าพวกเราเข้าใจอย่างไรแล้วไม่ได้แก้ เรื่องนี้ก็เป็นอีกส่วนที่ฉันคิดว่าทีมควรรับผิดเหมือนกัน หลังจากวันนี้ฉันจะพักงานแอดมิน และจะไม่ใช้ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันไปตอบโต้ใครอีก ข้อกล่าวหาว่าหลินรั่วซินเป็นคนสั่งแฟนคลับให้แอบอ้างเงินบริจาคจึงเริ่มเถียงกันไม่จบเหมือนก่อน

บนโทรศัพท์ของผู้จัดการ ข้อความจากแบรนด์ที่เคยขอทบทวนสัญญาเข้ามาใหม่ ขอชะลอการตัดสินใจและติดตามสถานการณ์ต่อ ผู้จัดการส่งหน้าจอให้หลินรั่วซินดู

“ยังไม่ถอนงาน”

เธออ่านแล้วถามถึงกลุ่มแฟนคลับแทน

“มีใครไปต่อว่าพี่เหมยถิงหรือยังคะ”

“เริ่มมีแล้ว”

“บอกแอดมินทุกกลุ่มว่าอย่าไปยุ่งกับเธอ”

ผู้จัดการทำหน้าไม่เห็นด้วย “เธอก็โยนความผิดกลับมาหาเราเหมือนกัน”

“ถ้าคนของเราไปตามด่าเธอ คืนนี้ทุกอย่างก็เริ่มใหม่อีกค่ะ”

ข้อความห้ามแฟนคลับทางการเข้าไปโจมตีจางเหมยถิงจึงถูกส่งลงกลุ่มประสานงาน ยังไม่ทันคืนโทรศัพท์ สายจากบ้านก็ดังขึ้น หลินเจิ้งเหาโทรมา

“ทางต้นสังกัดจัดการข่าวแล้วหรือ”

“กำลังจัดการค่ะ”

“แล้วเยว่ชิงล่ะ”

หลินรั่วซินเงียบไปเล็กน้อย “เรื่องของพี่เยว่ชิงไม่เกี่ยวกับคำชี้แจงของฉันนะคะ”

“ตอนนี้ชื่อบ้านหลินถูกลากไปทุกโพสต์ คนเอาเรื่องที่เธอย้ายออกกับเงินที่โอนกลับมาถามกันเหมือนรู้เรื่องในบ้านดีกว่าเรา”

น้ำเสียงของพ่อไม่ได้ดัง แต่เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบให้เรื่องในครอบครัวหลุดไปอยู่ในมือคนอื่น

“พ่ออย่าเพิ่งออกอะไรตอนนี้เลยค่ะ ยิ่งพูด คนยิ่งขุด”

“เรื่องลูกให้ต้นสังกัดดูไป เรื่องเยว่ชิงพ่อจัดการเอง”

สายตัดก่อนเธอจะถามต่อ หลินรั่วซินปิดหน้าจอแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้ผู้ช่วย

“ถ้าบ้านจะออกอะไร ขอให้บอกฉันก่อนนะคะ”

ผู้จัดการมองมา “กลัวคุณพ่อพูดแรง?”

“ฉันไม่อยากเริ่มแก้ข่าวกันใหม่อีกครั้งค่ะ”

โต๊ะเล็กในห้องของหลินเยว่ชิงกลับเงียบกว่าบนเวยป๋อมาก หลังปิดไลฟ์ เธอยังเหลือยันต์ที่เขียนค้างไว้อีกสองแผ่น หมึกบนแผ่นแรกเพิ่งแห้งดี โทรศัพท์ส่วนตัวก็มีข้อความใหม่เข้ามา ชื่อผู้ส่งทำให้เธอหยุดอ่านอยู่ครู่หนึ่ง

เฉิงเหวินหาว: พรุ่งนี้แม่ผมมีคิวที่ร้านคุณ ผมเพิ่งรู้ว่าเป็นร้านของคุณ ถ้าคุณไม่สะดวก ผมจะพาแม่ไปที่อื่น

หลินเยว่ชิงตอบกลับ มาตามเวลาที่จองไว้ได้ค่ะ ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้วแทบจะทันที แต่ไม่มีคำตอบอีก เธอวางโทรศัพท์ข้างกล่องหมึก ก่อนดึงยันต์แผ่นใหม่เข้ามาตรงหน้า รุ่งเช้า คุณนายเฉิงจะมาตามนัด