LNCrawler

56

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

56

เก้าโมงครึ่งเช้าวันถัดมา กระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นหนึ่งครั้ง ก่อนประตูกระจกจะเปิดออก เฉิงเหวินหาวเข้ามาพร้อมหญิงวัยกลางคนในเสื้อคลุมสีอ่อน คนเป็นแม่ดูแข็งแรงกว่าที่หลินเยว่ชิงคาดจากข้อความเมื่อคืน เพียงผอมลงจนเสื้อช่วงไหล่หลวม และใต้ดวงตามีรอยคล้ำจาง ๆ

เขาเป็นฝ่ายเอ่ยก่อน

“เรื่องวันนั้น ผมพูดจากสิ่งที่ได้ยินมาเอง ตรงนั้นผมยอมรับว่าพูดเกินไปครับ”

หลินเยว่ชิงไม่ได้รื้อขึ้นมาซ้ำ “คุณนายเฉิงจองไว้ว่าจะมาดูเรื่องห้องนอนใช่ไหมคะ”

“ค่ะ” คุณนายเฉิงนั่งลงตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะ “ห้องเดิมมีปัญหาเรื่องท่อน้ำ ฉันเลยย้ายไปอีกฝั่งของบ้าน ช่วงนั้นก็เริ่มนอนไม่ค่อยหลับพอดี เลยคิดว่าอาจเกี่ยวกัน”

“กลางคืนตื่นบ่อย?”

“สองสามรอบค่ะ บางคืนใจเต้นเร็วด้วย”

เฉิงเหวินหาวหันมามองแม่ “แม่ไม่เคยบอกผมเรื่องนี้”

“เรื่องแค่นี้จะให้โทรรายงานทุกคืนหรือไง”

หลินเยว่ชิงไม่แตะรูปห้องที่อีกฝ่ายเตรียมมา เธอมองสีหน้าและเส้นชะตาตรงหว่างคิ้วอีกครู่

“ช่วงนี้กินข้าวได้น้อยลงด้วยหรือเปล่าคะ”

คุณนายเฉิงหัวเราะ “อากาศร้อน ใคร ๆ ก็กินได้น้อย”

“แต่น้ำหนักลงเยอะครับ” ลูกชายพูดแทรก “เดือนเดียวเกือบห้ากิโล”

หลินเยว่ชิงจึงถามถึงของที่เริ่มใช้ในช่วงเวลาเดียวกัน ยาประจำ อาหารเสริม หรือของบำรุงที่ไม่เคยกินมาก่อน คุณนายเฉิงนึกอยู่พักหนึ่ง

“ญาติเอาน้ำบำรุงมาให้ขวดหนึ่งค่ะ เขาบอกว่าดื่มแล้วหลับดี ช่วยเลือดลม ฉันกินก่อนนอนเกือบทุกวัน”

“มีฉลากไหมคะ”

“ไม่มี เป็นขวดแก้วสีน้ำตาล เขาแบ่งมาให้”

เฉิงเหวินหาวขยับตัว “ใครให้แม่มา?”

“ญาติฝั่งยายของแกนั่นแหละ เขากินกันมานานแล้ว ไม่ใช่ของแปลกอะไร”

หลินเยว่ชิงมองเส้นสุขภาพบนใบหน้าคนตรงหน้าอีกครั้ง เงาหม่นที่ควรบางกลับกินลึกขึ้นตรงช่วงปลาย หากดูเพียงฮวงจุ้ยของห้องคงไม่มีทางอธิบายสิ่งนี้ได้

“วันนี้อย่าดื่มอีกนะคะ แล้วไปโรงพยาบาลตรวจให้ละเอียด เอาขวดนั้นไปด้วย”

เฉิงเหวินหาวนิ่งไปชั่วครู่

“แม่ผมมาถามเรื่องห้อง คุณกลับบอกให้เข้าโรงพยาบาล?”

“เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ห้องค่ะ”

“คุณเห็นจากหน้าแม่ผมอย่างเดียว?”

น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้น คุณนายเฉิงเรียกลูกชายเบา ๆ แต่เขายังมองหลินเยว่ชิง

“ถ้าแค่ให้ตรวจสุขภาพ ผมไม่ว่า แต่เมื่อกี้คุณมองแม่ผมเหมือนกำลังจะพูดว่าอาการหนักมาก”

หลินเยว่ชิงไม่ได้เลี่ยง

“ถ้ายังปล่อยไว้อย่างนี้ อาการจะทรุดเร็วค่ะ ฉันไม่แนะนำให้รอดูอีกหลายวัน”

“คุณหมายความว่าอะไร”

“หมายความว่าวันนี้ควรไปโรงพยาบาล”

“แล้วถ้าไม่ไป?”

คำถามนั้นทำให้คุณนายเฉิงหันมาดุ “เหวินหาว” แต่หลินเยว่ชิงตอบตรง ๆ

“ฉันไม่รู้ว่าจะเกิดถึงขั้นไหน แต่ดวงสุขภาพของคุณนายตกเร็วเกินปกติ ถ้าร่างกายมีปัญหาอยู่จริง รอจนแสดงอาการหนักค่อยรักษาก็อาจช้าไป”

เฉิงเหวินหาวหน้าแข็ง

“แม่ผมยังนั่งคุยกับคุณอยู่ดี ๆ คุณพูดเหมือนแม่ผมกำลังจะเป็นอะไรในไม่กี่วัน แบบนี้ไม่แรงไปหรือครับ”

“คุณไม่ต้องเชื่อเรื่องดวงค่ะ แต่เรื่องเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ใจสั่น กับของบำรุงที่ไม่รู้ส่วนผสม เอาไปบอกหมอได้ทั้งหมด”

คุณนายเฉิงเก็บรูปลงกระเป๋า

“ไปก็ไป แม่เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผอมเพราะอะไร”

“แม่—”

“แกจะพาไหม ถ้าไม่พาแม่เรียกรถเอง”

ตอนลุกจากเก้าอี้ คุณนายเฉิงต้องจับขอบโต๊ะเพราะหน้ามืดเพียงวูบเดียว เฉิงเหวินหาวรีบประคองไว้ สีหน้าที่เมื่อครู่ยังขุ่นอยู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้พูดว่าตัวเองเชื่อแล้ว ตรงหน้าประตู เขาหันกลับมา

“ผมจะพาแม่ไปตรวจ เพราะแม่อยากไปครับ ไม่ใช่เพราะผมเชื่อว่าคุณมองหน้าแล้วรู้ทุกอย่าง”

“ได้ค่ะ”

หลินเยว่ชิงตอบเท่านั้น

“พาไปถึงโรงพยาบาลก็พอ”

ช่วงเย็น โทรศัพท์ของเธอมีข้อความจากเฉิงเหวินหาว โรงพยาบาลรับคุณนายเฉิงไว้ดูอาการ ผลเลือดหลายค่าผิดปกติ ส่วนขวดน้ำบำรุงถูกส่งตรวจ เขาไม่ได้กล่าวขอโทษเพิ่ม เพียงทิ้งท้ายว่า หากผลออกแล้วจะบอกอีกครั้ง หลินเยว่ชิงตอบให้เก็บยากับอาหารเสริมทั้งหมดไว้ให้แพทย์ดู แล้วเตรียมเปิดไลฟ์ตามเวลาเดิม

คืนนี้คนยังถามเรื่องบ้านหลินไม่ขาด แต่เธอไม่ตอบเพิ่ม ผู้ได้ถุงโชคคนถัดมาเชื่อมสายจากอาคารสำนักงานซึ่งคนเกือบกลับหมดแล้ว ชื่อบัญชีขึ้นว่า อยากมีห้องทำงานก่อนสามสิบ

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อซูอี้หนิง อยากถามเรื่องห้องที่กำลังจะเช่าค่ะ”

ด้านหลังเธอเป็นโถงทางเดินสีเทา ไฟเปิดเพียงครึ่งแนว ประตูกระจกของพื้นที่ชั้นสี่ติดป้ายให้เช่าไว้ตรงมุม เจ้าของเร่งให้ตัดสินใจคืนนี้ เพราะอ้างว่ามีผู้เช่ารายอื่นรอวางมัดจำ

“ยังอยู่ที่อาคารหรือคะ”

“ค่ะ แฟนฉันทำงานแถวนี้ เขาเลยมาช่วยดูระบบให้ แต่ตอนนี้ขึ้นไปข้างบนแล้ว”

หลินเยว่ชิงให้เธอพากล้องดูห้อง ถามทั้งแสง จุดล้างอุปกรณ์ และทางระบายอากาศ ซูอี้หนิงเปิดประตูห้องเล็กด้านใน กลิ่นชื้นอ่อน ๆ ลอยออกมาแม้พื้นที่เพิ่งทาสีใหม่

“เจ้าของบอกว่าเปิดแอร์ไปสักพักก็หายค่ะ”

“ถ้าจะเช่า ให้เขาแก้ตรงนี้ก่อน และเขียนในสัญญาว่าความชื้นเดิมไม่ใช่ความเสียหายจากผู้เช่า”

“งั้นห้องไม่ได้แย่มากใช่ไหมคะ”

“ถ้าซ่อมเรียบร้อยก็ใช้ได้ค่ะ”

ซูอี้หนิงเพิ่งยิ้มออก เสียงโลหะกระทบกันก็ดังผ่านโทรศัพท์มา เคร้ง! เสียงไม่ดังมาก แต่แหลมพอให้เธอหันไปทางประตู

“ชั้นบนยังทำงานกันอยู่หรือคะ”

“น่าจะใช่ค่ะ คืนนี้ทีมแฟนฉันทดสอบลิฟต์ขนของ”

หลินเยว่ชิงมองกลับมาที่ใบหน้าบนจอ เมื่อครู่เส้นคู่ครองยังไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เงาหม่นกลับแตะขึ้นตรงปลายเส้นในจังหวะเดียวกับเสียงนั้น ราวกับภัยกำลังเข้ามาใกล้คนซึ่งไม่ได้อยู่ตรงหน้ากล้อง

“แฟนคุณอยู่แถวลิฟต์หรือเปล่าคะ”

ซูอี้หนิงชะงัก “น่าจะอยู่ชั้นสิบเจ็ดค่ะ เขาบอกว่าจะยืนดูการทดสอบรอบสุดท้าย”

“โทรหาเขาก่อนค่ะ บอกให้หยุดการทดสอบ แล้วออกจากแนวหน้าประตูลิฟต์จนกว่าช่างจะตรวจด้านบน”

“มีอะไรจะตกหรือคะ”

“ฉันเห็นได้แค่ว่าเคราะห์มาจากด้านบนและอยู่ใกล้เขามากกว่าปกติค่ะ รายละเอียดต้องให้คนหน้างานตรวจเอง”

ซูอี้หนิงไม่ถามต่อ เธอใช้โทรศัพท์อีกเครื่องโทรหาแฟนทันที

“เจ๋ออัน หยุดก่อนนะ...ไม่ ฉันไม่ได้ล้อ นายช่วยออกจากหน้าลิฟต์ก่อนแล้วให้หัวหน้าช่างเช็กด้านบนอีกทีได้ไหม”

คนปลายสายคงไม่เข้าใจ เพราะซูอี้หนิงต้องย้ำอีกครั้ง

“ถือว่าทำให้ฉันสบายใจก็ได้ แค่หยุดไม่กี่นาที”

เธอวางสายแล้วกลับมานั่งหน้ากล้อง

“เขาบอกว่าจะลองคุยกับหัวหน้าทีมค่ะ”

ขอกะละมังกับชาม: เมื่อกี้เสียงเหล็กดังจริงนะ ฉันได้ยิน

กินหม้อไฟแล้วค่อยลดน้ำหนัก: ถ้าหยุดตรวจห้านาทีแล้วไม่เจออะไรก็แค่เสียเวลา ดีกว่าเสี่ยง

ซูอี้หนิงอ่านคอมเมนต์ไปได้ไม่กี่บรรทัด โทรศัพท์อีกเครื่องก็สั่น เธอกดรับทันที

“เจ๋ออัน?”

สีหน้าซูอี้หนิงเปลี่ยนไปทันที

“เจออะไร...อยู่ตรงเหนือประตูจริงเหรอ?”

เสียงผู้ชายลอดออกมาจาง ๆ หัวหน้าช่างให้กั้นพื้นที่และยกเลิกการทดสอบคืนนี้แล้ว ซูอี้หนิงกลับมานั่งอีกครั้ง

“เขาบอกว่าแผ่นปิดตรงเหนือประตูขยับค่ะ ตอนตรวจใกล้ ๆ ถึงเห็นว่าจุดยึดด้านหนึ่งคลอน ถ้าไม่หยุด เขากับช่างอีกสองคนก็ยืนอยู่ข้างล่างตรงนั้นพอดี”

หลินเยว่ชิงกลับถามเรื่องเดิม

“เจ้าของห้องให้คุณโอนมัดจำภายในกี่โมงคะ”

ซูอี้หนิงอึ้งไป ก่อนหลุดหัวเราะ “ฉันเกือบลืมห้องไปแล้วค่ะ”

“คืนนี้ยังไม่ต้องโอนค่ะ ให้เขาแก้ปัญหาความชื้นก่อน แล้วค่อยตัดสินใจหลังคุณกับแฟนได้ดูอีกครั้ง”

“หลังเรื่องนี้ ต่อให้เจ้าของโทรมาสิบสายฉันก็ไม่โอนแล้วค่ะ”

ขอกะละมังกับชาม: แฟนก็ต้องรักษา เงินมัดจำก็ต้องรักษา ครบ

ซูอี้หนิงขอบคุณอีกหลายครั้ง ก่อนถามว่าจะส่งของขวัญเพิ่มได้ไหม

“ไม่ต้องค่ะ คุณจ่ายค่าดูดวงแล้ว”

“งั้นพรุ่งนี้ถ้ารู้ผลตรวจละเอียด ฉันกลับมาบอกนะคะ”

“ได้ค่ะ”

หลังตัดสาย เผิงเจ๋ออันอ่านข้อความจากแฟนซ้ำอีกรอบระหว่างรอหัวหน้าทีมคุยกับฝ่ายอาคาร อย่าหัวเราะนะ ฉันกำลังดูไลฟ์หมอดูอยู่ เขาเป็นคนบอกให้หยุด ข้อความถัดมาตามมา ถ้านายหัวเราะ ฉันโกรธจริงด้วย เขาพิมพ์ตอบไปว่า ยังไม่หัวเราะ เพราะของเหนือหัวเกือบหล่นใส่จริง

ก่อนจะส่งสติกเกอร์กลับ ผู้จัดการอาคารก็เรียกไปให้ข้อมูลเหตุที่เกิดขึ้น เผิงเจ๋ออันบอกชื่อคนแจ้งตามที่แฟนส่งมา

“หลินเยว่ชิงครับ”

ผู้จัดการพิมพ์ชื่อลงไป ก่อนส่งข้อมูลเข้าระบบของบริษัทบริหารอาคารในเครือสือกรุ๊ป เกือบสี่ทุ่ม หลัวเฉิงได้รับแจ้งเรื่องปิดลิฟต์ฝั่งหนึ่งของอาคารเจียงไห่ ชื่อผู้แจ้งเหตุทำให้เขาเปิดรายละเอียดซ้ำ สือเยี่ยนโจวยังอยู่ในห้องทำงานเมื่อหลัวเฉิงนำเรื่องเข้ามา

“อาคารเจียงไห่หยุดทดสอบลิฟต์คืนนี้ครับ ไม่มีคนเจ็บ”

“มีปัญหาอะไร”

“ชิ้นส่วนด้านบนคลอน ทีมเจอก่อนเดินระบบรอบสุดท้าย”

หลัวเฉิงวางโทรศัพท์ไว้ตรงขอบโต๊ะ

“คนที่เตือนให้หยุดคือคุณหลินครับ”

สายตาของสือเยี่ยนโจวลงไปที่ชื่อในรายงาน หลินเยว่ชิง

“เธออยู่ที่อาคาร?”

“ไม่ได้อยู่ครับ เธอเห็นผ่านไลฟ์ของผู้หญิงที่กำลังจะเช่าห้องชั้นสี่”

คราวนี้เขาอ่านรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ

“เก็บภาพกล้องไว้ แล้วพรุ่งนี้ขอรายงานฉบับเต็มจากอาคารด้วยครับ”

หลัวเฉิงรับคำและออกไป หน้าจอยังเปิดอยู่บนชื่อผู้แจ้งเหตุคนเดิม ชื่อที่สือเยี่ยนโจวเคยเห็นในทะเบียนสมรส วันนี้กลับมาอยู่ในรายงานความปลอดภัยของบริษัทอีกครั้ง