5
5
เถียนซูเฟินยืนค้างอยู่ตรงประตูห้องเก็บของ ลั่วหมิงเจ๋อตามเข้ามาด้านหลัง กุญแจรถยังอยู่ในมือเขา ทั้งสองมองลิ้นชักที่เปิดอ้า ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังกำไลหยก ถุงยา และโทรศัพท์เครื่องเก่าบนโต๊ะ รอยยิ้มที่ติดมาจากชั้นล่างหายไปในพริบตา
เหอซินหรานไม่ตอบ เธอกำโทรศัพท์ของตัวเองแน่น กล้องยังหันไปทางประตู ผู้ชมในห้องไลฟ์จึงเห็นสีหน้าของคนทั้งคู่เต็มตา หลินเยว่ชิงมองลั่วหมิงเจ๋ออยู่ครู่เดียวก็รู้ว่า เขาไม่ได้กลัวภรรยาเสียใจ สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มหน้าซีดคือโทรศัพท์ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดต่างหาก
เธอส่งคำขอแบ่งปันตำแหน่งไปให้เหอซินหราน
“กดยืนยันไว้ค่ะ อย่าตัดสาย”
เหอซินหรานก้มมองหน้าจอแล้วแตะรับ การขยับเพียงเล็กน้อยไม่สะดุดตาคนตรงประตู พิกัดบ้านจึงส่งมาถึงหลินเยว่ชิงโดยไม่มีใครทันระวัง ลั่วหมิงเจ๋อตั้งสติได้ก่อน เขาก้าวเข้ามาปิดประตูห้อง น้ำเสียงยังนุ่มนวลเหมือนยามปลอบภรรยา แต่แววตาไม่เหลือความอ่อนโยน
“ใครอนุญาตให้คุณรื้อของในห้องทำงานผม”
เหอซินหรานหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าขึ้นมา “ถ้าไม่รื้อ ฉันจะรู้ไหมว่าคุณมีโทรศัพท์ไว้คุยกับแม่ฉันโดยเฉพาะ” เถียนซูเฟินรีบเดินเข้าหาลูกสาว “ฟังแม่ก่อน เรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่ลูกคิด”
“ถ้าอย่างนั้นกำไลวงนี้ใครซื้อให้ แล้วรูปที่แม่ถ่ายกับเขาตอนฉันไปทำงานต่างเมืองคืออะไร”
คนเป็นแม่อ้าปาก แต่ไม่มีคำแก้ตัวหลุดออกมา ลั่วหมิงเจ๋อขยับเข้ามาอีกก้าว สายตาจับอยู่ที่โทรศัพท์ในมือภรรยา “คุณกำลังคุยกับใคร”
“ไม่ใช่แค่คนเดียวหรอกค่ะ ตอนนี้มีคนหลายร้อยคนกำลังดูพวกคุณอยู่”
ใบหน้าของเขาซีดลง ก่อนความตกใจจะกลายเป็นความโกรธ “คุณเอาเรื่องในบ้านไปถ่ายทอดสดหรือ ปิดเดี๋ยวนี้!” มือของชายหนุ่มพุ่งเข้ามา เหอซินหรานรีบถอยและกอดโทรศัพท์ไว้กับอก เถียนซูเฟินดึงแขนเขาไม่ให้แย่งของจากหญิงตั้งครรภ์ แล้วหันมาเกลี้ยกล่อมลูกสาวแทน
“แม่รู้ว่าลูกกำลังเสียใจ แต่เรื่องนี้ให้คนนอกรู้ไม่ได้ ปิดกล้องก่อน แล้วเราค่อยคุยกัน”
“คุยกันในครอบครัวหรือ” เหอซินหรานหัวเราะทั้งที่น้ำตาไหล “แม่ให้ฉันแต่งงานกับผู้ชายของตัวเอง แล้วแอบอยู่กินกันลับหลังฉันมาตลอด ยังกล้าใช้คำว่าครอบครัวอีกหรือ”
เถียนซูเฟินหน้าชา ส่วนลั่วหมิงเจ๋อหลบสายตาไปทางอื่น แต่ไม่มีใครปฏิเสธ ท่าทีของทั้งคู่ทำให้คำถามซึ่งเหอซินหรานไม่อยากเชื่อที่สุดมีคำตอบ
“พวกแม่คบกันก่อนที่ฉันจะรู้จักเขา ใช่ไหม”
เถียนซูเฟินเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่มีทางเลี่ยง ความหวังเส้นสุดท้ายขาดลงตรงนั้น จนถึงเมื่อครู่เหอซินหรานยังแอบหวังว่าแม่หมออาจทำนายผิด แต่การยอมรับของแม่ดับความหวังทั้งหมด
“ทำไมต้องเป็นฉัน”
เถียนซูเฟินก้มหน้า ไม่กล้าสบตาลูก “ตอนนั้นแม่เกือบห้าสิบ ส่วนเขายังหนุ่ม ถ้าเปิดเผยออกไป คนรอบข้างจะมองเราอย่างไร งานของหมิงเจ๋อก็กำลังไปได้ดี แม่แค่อยากอยู่ใกล้เขาโดยไม่ให้ใครสงสัย”
“ก็เลยเอาฉันมาบังหน้า?”
“แม่ไม่ได้คิดร้ายกับลูกนะ” เธอรีบแก้ตัว “ลูกอยากมีครอบครัวมาตลอด หมิงเจ๋อก็ดูแลคนได้ดี แม่คิดว่าถ้าลูกแต่งกับเขา เราสามคนจะได้อยู่ด้วยกัน ลูกมีสามี ส่วนแม่ก็ยังได้ดูแลลูกเหมือนเดิม”
ความคิดเห็นในไลฟ์พุ่งขึ้นจนแทบมองไม่เห็นภาพ
อยากลาออกทุกวัน: นี่เรียกว่าไม่คิดร้ายหรือ เอาลูกสาวแต่งกับชู้ของตัวเองเนี่ยนะ
ดาบยาวสามสิบเมตร: ใครจับฉันไว้ที ดาบในมืออยากออกไปทำงานแล้ว
แมวอ้วนไม่ใช่หมู: แจ้งตำรวจหรือยัง คนท้องอยู่กับพวกเขาตามลำพัง อันตรายมาก
หลินเยว่ชิงบันทึกหน้าจอไว้ตั้งแต่พบโทรศัพท์ลับ เมื่อได้รับพิกัด เธอก็ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องแจ้งตำรวจและหน่วยฉุกเฉิน แต่กว่าความช่วยเหลือจะมาถึงยังต้องใช้เวลา เธอไม่พูดเรื่องตำรวจในไลฟ์ หากลั่วหมิงเจ๋อรู้ตัว เขาอาจชิงทำลายหลักฐานหรือพาเหอซินหรานออกไปเสียก่อน
ด้านเหอซินหรานเริ่มปวดตึงที่ท้อง แต่ยังฝืนยืนประจันหน้ากับคนทั้งสอง
“ถ้าแม่รักเขา แม่บอกฉันตรง ๆ ก็ได้ ฉันไม่เคยห้ามแม่เริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่แม่กลับผลักฉันให้แต่งงานกับเขา แล้วปล่อยให้ฉันโง่อยู่ตั้งสามปี”
เธอหันไปหาชายซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสามี “แล้วคุณล่ะ เคยคิดจะใช้ชีวิตกับฉันจริง ๆ บ้างไหม” ลั่วหมิงเจ๋อเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบราวกับกำลังทวงความดีความชอบ “ผมไม่เคยปล่อยให้คุณลำบาก เงินเดือนก็โอนเข้าบัญชีทุกเดือน บ้านที่อยากได้ผมก็ซื้อให้ คุณอยากมีลูก ผมก็ไม่ได้ห้าม ยังต้องการอะไรอีก”
“ฉันต้องการความจริง”
“รู้แล้วมีใครได้ประโยชน์บ้าง นอกจากทำให้ทุกคนเดือดร้อน”
คำตอบเย็นชาจนความผูกพันสามปีไม่เหลือค่าให้เสียดาย ตั้งแต่ต้นเธอเป็นเพียงฉากบังหน้า แม้แต่ลูกในท้องก็เกิดขึ้นในคืนที่เขาเมาจนขาดสติ ไม่ใช่เด็กที่คนทั้งคู่ต้องการ
“ฉันจะหย่า” เธอพูดชัดทีละคำ “บ้าน เงินเก็บ และทรัพย์สินทั้งหมดต้องจัดการตามกฎหมาย ส่วนหลักฐานในโทรศัพท์ ฉันจะส่งให้ทนาย”
เถียนซูเฟินหน้าซีด “ลูกจะทำให้เรื่องของแม่เป็นข่าวหรือ แม่อยู่ที่นี่มาหลายสิบปี ถ้าคนในชุมชนรู้ ต่อไปแม่จะออกไปพบใครได้”
“แล้วตอนทำ ทำไมไม่กลัวคนรู้บ้าง”
“แม่ขอโทษ แต่ลูกจะทำลายชีวิตแม่เพราะความผิดครั้งเดียวไม่ได้”
“ครั้งเดียวของแม่กินเวลาสามปีค่ะ”
ลั่วหมิงเจ๋อหมดความอดทน เขาพุ่งเข้าคว้าโทรศัพท์ เหอซินหรานเบี่ยงตัวหลบ แต่ข้อมืออีกข้างถูกกำไว้แน่น
“ส่งมา!”
“ปล่อยฉัน!”
เถียนซูเฟินรีบเข้ามาห้าม แต่กลับยึดไหล่ลูกสาวไว้แทนที่จะดึงชายหนุ่มออก เหอซินหรานถูกขวางอยู่ในพื้นที่แคบ พอฝืนถอย เท้าก็เหยียบกล่องกระดาษจนเสียหลัก จังหวะเดียวกันนั้นลั่วหมิงเจ๋อปล่อยมือ ร่างของหญิงสาวกระแทกมุมตู้เตี้ยด้านหลัง หน้าท้องรับแรงเต็ม ๆ ก่อนเธอจะทรุดลงข้างโต๊ะ โทรศัพท์หลุดจากมือ ภาพในไลฟ์หมุนคว้างแล้วหยุดเอียงอยู่บนพื้น กล้องยังจับภาพทั้งสามได้ไม่ครบ แต่เสียงทุกอย่างดังชัดเจน
เหอซินหรานกุมท้อง ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนหายใจไม่ออก ไม่นานเลือดก็ซึมผ่านกางเกง
“ซินหราน!”
เถียนซูเฟินตัวแข็งไปชั่วขณะ ก่อนทรุดลงข้างลูกสาว “ได้ยินแม่ไหม อดทนไว้นะ แม่จะเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้” เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ ลั่วหมิงเจ๋อกลับคว้าข้อมือไว้
“อย่าเพิ่งโทร”
“ลูกฉันกำลังเลือดออก!”
“ถ้ารถพยาบาลมา ตำรวจก็อาจตามมาด้วย ไลฟ์นั่นถ่ายหน้าพวกเราไว้หมดแล้ว”
“แต่เธอกำลังท้องนะ!”
ลั่วหมิงเจ๋อมองภรรยาซึ่งนอนงอตัวอยู่บนพื้น แทนที่จะช่วย เขากลับเดินไปเก็บโทรศัพท์ พอเห็นว่ายังเชื่อมต่ออยู่ก็พยายามปิดไลฟ์ หลินเยว่ชิงล็อกการเชื่อมต่อจากฝั่งของตนไว้ก่อนแล้ว ภาพจึงไม่ดับ เขาหงุดหงิดจนคว่ำโทรศัพท์ลงกับพื้น โดยไม่รู้ว่าเสียงยังถูกส่งออกไปครบทุกคำ
“ถ้าเธอถึงโรงพยาบาล เธอจะส่งหลักฐานให้ทนาย เรื่องของเราจะกระจายไปถึงบริษัท ผมเพิ่งได้โครงการใหม่ ถ้ามีข่าวฉาว ทุกอย่างที่สร้างมาก็จบหมด”
เถียนซูเฟินมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา “แล้วจะให้ทำอย่างไร ปล่อยลูกฉันนอนอยู่อย่างนี้หรือ”
“เธอล้มเอง ไม่มีใครผลัก เราแค่บอกว่าเพิ่งกลับมาเจอทีหลัง ทุกคนก็จะคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ”
“ซินหรานอาจตาย”
เขาเงียบไปเพียงอึดใจ “ถ้าเธอฟื้นขึ้นมา ชีวิตเราก็จบเหมือนกัน” ความคิดเห็นในไลฟ์ระเบิดขึ้นพร้อมกัน
ดาบยาวสามสิบเมตร: เปิดประตูมา ฉันจะไปจัดการมันเอง!
ถ้วยบะหมี่ไม่มีไข่: เขาคิดจะปล่อยคนท้องตาย นี่ไม่ใช่แค่นอกใจแล้ว
แมวอ้วนไม่ใช่หมู: บอกทีว่าตำรวจกำลังไป ฉันจะร้องไห้แล้ว
เถียนซูเฟินนั่งร้องไห้อยู่ข้างลูก มือยังกุมมือเหอซินหรานไว้ แต่กลับไม่ยอมโทรขอความช่วยเหลือ ลั่วหมิงเจ๋อคุกเข่าลงข้างเธอ น้ำเสียงอ่อนลงอีกครั้ง “คุณกลัวคนในชุมชนรู้เรื่องของเรามาตลอดไม่ใช่หรือ ถ้าซินหรานพูดออกไป ทุกคนจะชี้หน้าคุณ แม่ผมก็จะไล่คุณออกจากบ้าน แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร”
“แต่เธอเป็นลูกฉัน...”
“แล้วผมไม่ใช่คนที่คุณรักหรือ”
เถียนซูเฟินนิ่งงัน เขาอาศัยความลังเลนั้นกล่อมให้เธอรอ หากอาการของเหอซินหรานหนักเกินช่วย ค่อยอ้างว่าพวกตนกลับมาพบช้าไป สุดท้ายคนเป็นแม่ก็หลับตาแล้วพยักหน้า เสียงทุบประตูบ้านดังสนั่นจากชั้นล่างในจังหวะเดียวกัน ลั่วหมิงเจ๋อสะดุ้งลุก “ใครมา!”
เสียงด้านนอกประกาศว่าเป็นตำรวจและสั่งให้เปิดประตู เขาเพิ่งเข้าใจว่าคนในไลฟ์แจ้งเหตุไปแล้วจึงรีบล็อกห้อง แต่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านเปิดประตูใหญ่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเสียก่อน เสียงฝีเท้าหลายคู่เร่งขึ้นบันได ตำรวจสองนายเข้าควบคุมลั่วหมิงเจ๋อ ตำรวจหญิงแยกเถียนซูเฟินออกเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินนำเหอซินหรานขึ้นเปล
“ภรรยาผมลื่นล้มเอง ผมกำลังจะโทรเรียกรถพยาบาล!” ลั่วหมิงเจ๋อพยายามแก้ตัว
ไม่มีใครสนใจ เพราะบทสนทนาก่อนหน้านี้ถูกบันทึกไว้ทั้งหมด เถียนซูเฟินร้องไห้ขอตามลูกไปโรงพยาบาล แต่ตำรวจพาเธอออกไปพร้อมลั่วหมิงเจ๋อ ทั้งคู่ต้องให้ปากคำเรื่องการทำร้ายร่างกายและเจตนาไม่ช่วยผู้บาดเจ็บ หลังเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินพาเหอซินหรานออกไป ตำรวจหญิงคนหนึ่งเก็บโทรศัพท์ที่ยังเชื่อมไลฟ์ขึ้นมา รูปหน้าและดวงตาของเธอคล้ายหลินเยว่ชิงอย่างเห็นได้ชัดจนคนดูเริ่มทัก แต่เจ้าตัวสนใจเพียงเรื่องคดี
หลินเยว่ชิงยืนยันว่าเป็นคนแจ้งเหตุและมีไฟล์ต้นฉบับทั้งหมด ตำรวจหญิงจึงขอให้เก็บไว้เพื่อส่งเป็นหลักฐาน ก่อนแนะนำตัวว่าชื่อเซี่ยอวี่ถงและตัดการเชื่อมต่อจากโทรศัพท์ของเหอซินหราน หน้าจอกลับมาเหลือหลินเยว่ชิงเพียงคนเดียว
ผู้ชมทะลุสามพันและถามกันไม่หยุดว่าเหอซินหรานกับเด็กจะรอดหรือไม่ เธอตอบเพียงว่าผู้บาดเจ็บถึงมือแพทย์ทันเวลา ส่วนคดีต้องรอผลสอบสวนและจะไม่ใช้คำทำนายแทนคำตัดสินของศาล
การตรวจชะตาผ่านหน้าจอใช้พลังมากกว่าที่คาด แต่เมื่อช่วยชีวิตไว้ได้ เส้นชีวิตตรงข้อมือก็ดีขึ้นเล็กน้อย หลินเยว่ชิงปิดระบบรับของขวัญชั่วคราว ก่อนประกาศว่าเรื่องแรกจบแล้วและจะรับดวงต่อไปตามลำดับ ไลฟ์แรกยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ชื่อ “เยว่ชิงพยากรณ์” ถูกส่งต่อออกไปนอกห้องแล้ว