LNCrawler

59

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

59

รถจอดหน้าอาคารผู้ป่วยในหลังหลินเยว่ชิงออกจากมหาวิทยาลัยมาได้ไม่นาน เฉิงเหวินหาวรออยู่ตรงโถงหน้าลิฟต์ ไม่ใช่หน้าห้องอย่างที่บอกในโทรศัพท์ เสื้อเชิ้ตที่เคยเรียบจนแทบไม่มีรอยยับวันนี้พับแขนขึ้นถึงข้อศอก ผมด้านหน้ายุ่งเหมือนเจ้าตัวเอามือลูบผ่านมาหลายรอบ

“ทางนี้ครับ”

คำพูดแรกไม่มีทั้งคำขอโทษหรือคำอธิบาย หลินเยว่ชิงเดินตามไปจนถึงชั้นผู้ป่วยพิเศษ ประตูห้องพักเปิดแง้มอยู่ พยาบาลเพิ่งออกมาพร้อมถาดยา ข้างใน คุณนายเฉิงนอนหลับอยู่บนเตียง ผิวหน้าซีดกว่าตอนที่มาร้านเมื่อวาน รอยช้ำบริเวณท้องแขนเห็นชัดแม้ไม่ได้เปิดแขนเสื้อขึ้นมาก

“เช้านี้แม่จำผมเป็นลูกพี่สาวตัวเองอยู่พักหนึ่งครับ”

เฉิงเหวินหาวพูดตรงหน้าประตู ไม่ได้พาเธอเข้าไปทันที

“หมอบอกว่าอาจเกิดจากความผิดปกติในร่างกาย ตอนนี้กำลังติดตามค่าตับกับการแข็งตัวของเลือด แล้วก็ส่งของในขวดไปตรวจเพิ่ม”

“คุณแม่รู้ตัวดีบ้างไหมคะ”

“เป็นช่วง ๆ ครับ พอตื่นดี ๆ ก็พูดรู้เรื่อง แต่บางครั้งเหมือนจำเวลาไม่ได้”

เขาเงียบไปก่อนพูดต่อ

“ที่ผมโทรหาคุณ เพราะเมื่อเช้าแม่พูดเรื่องเมื่อคืนอีก”

“ผู้หญิงปลายเตียง?”

“ครับ แต่หมอบอกว่าไม่แปลก คนไข้ที่สับสนอาจเห็นหรือได้ยินอะไรที่ไม่มีจริง”

หลินเยว่ชิงไม่ได้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เฉิงเหวินหาวเปิดประตูให้

“ผมอยากให้คุณดูเอง”

คำว่า “ดูเอง” ยังมีความแข็งอยู่ในน้ำเสียง เฉิงเหวินหาวไม่ยอมรับเต็มปากว่ากำลังขอความช่วยเหลือ หลินเยว่ชิงมองคนบนเตียงก่อนเป็นอันดับแรก ห้องนี้ไม่มีวิญญาณหรือรอยคำสาปให้ต้องจัดการทันที

เส้นสุขภาพของคุณนายเฉิงหม่นลงกว่าวันก่อน แต่ร่องรอยไม่เหมือนถูกผีเล่นงาน หลินเยว่ชิงจึงยังรอผลตรวจจากแพทย์

“คุณเห็นอะไรไหมครับ”

เฉิงเหวินหาวถามทันที

“เห็นว่าอาการทรุดค่ะ”

“แค่นั้น?”

หลินเยว่ชิงหันมามอง เขารู้ตัวช้าไปนิดว่าคำถามฟังอย่างไร จึงแก้ใหม่

“ผมหมายถึง...มีอย่างอื่นอีกไหม อย่างที่คุณพูดเรื่องดวงเมื่อวาน”

“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่ฉันควรบอกให้คุณหยุดการรักษาหรือทำอย่างอื่นแทนค่ะ”

“ผมไม่ได้จะหยุดหมอ”

“ก็ดีแล้วค่ะ”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้เขาไปต่อไม่ถูก ข้างหน้าต่างมีโต๊ะเล็กสำหรับญาติ บนนั้นวางถุงของใช้กับกล่องยาหลายชุด เฉิงเหวินหาวยกถุงใสซึ่งมีขวดแก้วสีน้ำตาลขึ้นมาให้ดู

“นี่ขวดที่แม่กินครับ โรงพยาบาลเก็บตัวอย่างไปแล้ว”

หลินเยว่ชิงไม่ได้แตะ

“ผลออกเมื่อไรคะ”

“หมอบอกว่าบางส่วนอาจได้คืนนี้ แต่ถ้าจะดูละเอียดคงต้องรอ”

“งั้นก็รอค่ะ”

สีหน้าเฉิงเหวินหาวเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“แค่นี้หรือครับ”

“คุณอยากให้ฉันทำอะไร”

คำถามกลับมาตรงจนเขาชะงัก

“ผมเรียกคุณมา เพราะคุณเตือนเรื่องแม่ก่อนหมอจะเจออะไร”

“ค่ะ”

“ผมก็เลยคิดว่า คุณอาจรู้ว่าต้องทำยังไงต่อ”

“รู้กับช่วยได้เป็นคนละเรื่องนะคะ”

หลินเยว่ชิงมองไปยังคนบนเตียง

“ฉันเห็นว่าดวงสุขภาพคุณแม่ตกผิดปกติ เลยให้มาตรวจ ตอนนี้หมอเจอปัญหาแล้ว ส่วนต้นเหตุยังไม่รู้ ฉันจะไม่เดาสิ่งที่ยังไม่เห็นเพื่อให้คุณรู้สึกว่าฉันเก่งค่ะ”

เฉิงเหวินหาวเม้มปาก ประตูเปิดขึ้นก่อนที่เขาจะตอบ ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารจากเคาน์เตอร์พยาบาล เฉิงเหวินหาวเรียกว่า “พ่อ” เฉิงจื้อเฉียงรู้จากลูกชายแล้วว่าหลินเยว่ชิงเป็นใคร เขาเพียงพยักหน้าให้ตามมารยาท ก่อนหันไปดูภรรยาบนเตียง

“หมอให้รอผลเพิ่มอีกชุด”

จากนั้นจึงมองมาทางหลินเยว่ชิง

“เหวินหาวบอกว่าคุณเป็นคนให้มาตรวจตั้งแต่เมื่อวาน”

“ค่ะ”

“ต้องขอบคุณตรงนั้น”

เขาไม่ได้แสดงท่าทีดูแคลนเหมือนเฉิงเหวินหาวเคยทำ แต่ความเชื่อถือก็ยังไปไม่ถึงขั้นฝากชีวิตภรรยาไว้กับคนที่เพิ่งพบครั้งแรก

“แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว ผมขอถามตรง ๆ คุณคิดว่าคุณช่วยอะไรได้บ้าง”

“ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ค่ะ”

คำตอบนั้นกลับทำให้เฉิงเหวินหาวเป็นฝ่ายขัดขึ้น

“คุณรู้ก่อนว่าแม่จะทรุด แต่พอมาถึงจริงกลับบอกว่ายังตอบไม่ได้?”

หลินเยว่ชิงหันกลับไปหาเขา

“มีปัญหาอะไรกับคำตอบนี้คะ”

“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“แล้วหมายความว่าอะไร”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนความกังวลตลอดทั้งคืนจะทำให้ถ้อยคำที่ออกมาแข็งกว่าที่ตั้งใจ

“ผมอยากรู้ว่าคุณทำได้จริงแค่ไหน ถ้าคุณช่วยแม่ผมได้ ผมจะยอมรับทุกอย่างที่เคยพูดกับคุณผิดทั้งหมด”

เฉิงจื้อเฉียงมองลูกชายทันที หลินเยว่ชิงกลับหัวเราะเบา ๆ เพียงครั้งเดียว ไม่ได้ขำเรื่องคนป่วย แต่ขำประโยคที่ได้ยิน

“ฉันต้องช่วยคุณแม่ เพื่อให้คุณยอมรับว่าฉันมีความสามารถหรือคะ”

เฉิงเหวินหาวหน้าแข็ง

“ผมไม่ได้—”

“เมื่อวานคุณไม่เชื่อฉัน ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้คุณยังไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน”

เธอหยิบกระเป๋าขึ้นจากพนักเก้าอี้

“แต่ถ้าคุณเรียกฉันมาเพราะอยากทดสอบว่าใครถูกใครผิด ฉันกลับก่อนนะคะ”

เฉิงเหวินหาวรีบขวางทางด้วยคำพูด ไม่ได้ขยับตัวไปกั้น

“เดี๋ยวก่อนครับ”

หลินเยว่ชิงหยุด เขาคงเพิ่งรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป เพราะคราวนี้ไม่มีคำแก้ตัวออกมาทันที เฉิงจื้อเฉียงวางแฟ้มลงบนโต๊ะ

“เหวินหาว ถ้าจะขอให้คนช่วย ก็พูดให้เหมือนมาขอ”

น้ำเสียงของพ่อทำให้เฉิงเหวินหาวเงียบลง เขาหันไปมองแม่บนเตียง เมื่อวานยังคิดว่าคำเตือนของหลินเยว่ชิงอาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เช้าวันนี้เห็นแม่เรียกชื่อเขาผิดและแพทย์เคร่งเครียดขณะเปิดผลตรวจ ความมั่นใจเดิมก็เริ่มสั่นคลอน

จะยอมรับว่ากลัวก็ยาก จะยอมรับว่าตัวเองเคยผิดก็ยากไม่ต่างกัน แต่สองอย่างนั้นไม่ได้สำคัญกว่าคนบนเตียง เขาหันกลับมา

“คุณหลิน ผมขอโทษครับ”

คราวนี้คำพูดไม่มีประโยคตามหลังมาหักล้างตัวเอง

“ผมยังไม่เข้าใจสิ่งที่คุณทำทั้งหมด และคงไม่เปลี่ยนเป็นเชื่อทุกอย่างในวันเดียว แต่แม่ผมทรุดตามที่คุณเตือนจริง”

เขาหยุดเพียงเล็กน้อย

“ถ้าคุณเห็นอะไรที่อาจช่วยแม่ผมได้ ขอให้ช่วยด้วยครับ ผมไม่ได้เรียกคุณมาเพื่อพิสูจน์แล้ว”

หลินเยว่ชิงไม่ได้ทำให้เขาขอซ้ำ

“ฉันช่วยดูได้ค่ะ แต่หมอต้องรักษาต่อเหมือนเดิม ไม่มีใครหยุดยา หยุดตรวจ หรือเอาคุณแม่ออกจากโรงพยาบาลเพราะคำพูดของฉัน”

“ครับ”

“ส่วนขวดนั้น อย่าให้ญาติคนไหนเอากลับจนกว่าผลตรวจจะครบ”

เฉิงจื้อเฉียงตอบแทนลูกชาย

“เรื่องนั้นผมจัดการเอง”

หลินเยว่ชิงจึงกลับไปข้างเตียง คุณนายเฉิงยังหลับอยู่ เธอไม่ได้ใช้ยันต์ ไม่แตะเครื่องมือแพทย์ และไม่ทำอะไรให้คนในโรงพยาบาลต้องสงสัย เพียงนั่งลงในระยะที่มองสีหน้าได้ชัดกว่าเดิม เวลาคนป่วยพัก เส้นชะตาจะนิ่งกว่าตอนตื่น หลินเยว่ชิงจึงค่อย ๆ แยกสิ่งที่เกิดจากร่างกายออกจากสิ่งที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น

ไม่พบวิญญาณ ไม่พบร่องรอยของการถูกของ แต่เส้นสุขภาพกลับเหมือนถูกบั่นลงทุกครั้งที่ร่างกายรับบางอย่างเข้าไป เมื่อคืนมันยังพร่า วันนี้ชัดขึ้น หลินเยว่ชิงมองขวดแก้วสีน้ำตาลอีกครั้ง

“ก่อนเริ่มกินของนี้ คุณแม่มีอาการอะไรไหมคะ”

คราวนี้เฉิงเหวินหาวไม่ได้รอให้ถามทีละข้อ

“ไม่ค่อยมีครับ อย่างมากก็เหนื่อยง่ายนิดหน่อย พอเริ่มกินไปประมาณอาทิตย์หนึ่งถึงเริ่มเบื่ออาหาร แล้วน้ำหนักลง หลังจากนั้นมีใจสั่นกับเหงื่อกลางคืน”

“กินทุกวัน?”

“เกือบทุกคืน”

“มีวันไหนหยุดบ้างไหม”

เขานึกอยู่พักหนึ่ง

“มีสองวันตอนออกไปค้างบ้านญาติ แม่ไม่ได้เอาขวดไป วันนั้นเหมือนจะกินข้าวได้มากขึ้น...แต่ตอนนั้นพวกเราไม่ได้สังเกต”

หลินเยว่ชิงรับข้อมูลนั้นไว้

“เอาเรื่องนี้บอกหมอด้วยค่ะ”

“คุณคิดว่าของในขวดเป็นสาเหตุ?”

“ฉันคิดว่ามันควรถูกตรวจให้ละเอียดค่ะ”

“แต่จากดวง—”

“จากดวงฉันเห็นแค่ว่า ทุกครั้งที่มีสิ่งหนึ่งเข้ามาซ้ำ ๆ เส้นสุขภาพตกตาม ฉันไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรจนกว่าคุณจะเล่าเรื่องขวด”

คำตอบนี้ทำให้เฉิงเหวินหาวไม่ถามต่อเรื่องเหนือธรรมชาติอีก ไม่นาน พยาบาลเข้ามาวัดสัญญาณชีพ คุณนายเฉิงตื่นขึ้นระหว่างนั้น เธอลืมตาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจำลูกชายได้

“เหวินหาว...”

“ครับแม่”

“นี่โรงพยาบาลหรือ”

“ครับ”

“พากลับบ้านเถอะ แม่ไม่อยากอยู่”

เฉิงเหวินหาวกำลังจะเกลี้ยกล่อม หลินเยว่ชิงกลับถามขึ้นก่อน

“คุณนาย เมื่อคืนดื่มน้ำบำรุงก่อนมานอนหรือเปล่าคะ”

คนบนเตียงคิดช้ากว่าปกติ

“เมื่อคืน...ไม่ได้ดื่ม”

“วันก่อนล่ะคะ”

“ดื่มสิ...ไม่ดื่มแล้วนอนไม่หลับ”

คุณนายเฉิงหลับตาไปครู่หนึ่ง

“แต่หลัง ๆ กินแล้วขมกว่าเดิม”

เฉิงจื้อเฉียงขยับเข้ามา

“ขมไม่เหมือนเดิม?”

“เหมือนเขาใส่อะไรเพิ่ม”

คำพูดจบลงพร้อมอาการเหนื่อย คุณนายเฉิงจึงไม่ได้ถูกถามต่อ หลินเยว่ชิงไม่จำเป็นต้องรู้สูตรจากปากคนป่วยอีก ผลตรวจของโรงพยาบาลสำคัญกว่า เธอหันไปหาเฉิงเหวินหาว

“ถ้ามีขวดอื่นที่บ้าน เก็บไว้เหมือนเดิม อย่าเปิด อย่าเททิ้ง แล้วเอามาให้โรงพยาบาลดูด้วยค่ะ”

“ยังมีอีกสองขวดครับ”

“งั้นให้คนเอามา”

เฉิงจื้อเฉียงโทรกลับบ้านทันที ระหว่างรอ ไม่มีใครพูดเรื่องพิสูจน์ความสามารถอีก แพทย์เข้ามาในช่วงเย็นพร้อมผลบางส่วนจากห้องตรวจ สิ่งที่ยืนยันได้ตอนนี้คือ น้ำบำรุงมีส่วนประกอบหลายชนิดและมีบางอย่างที่ไม่ควรกินต่อในสภาพที่ผู้ป่วยกำลังมีค่าตับผิดปกติ ส่วนจะเป็นต้นเหตุโดยตรงหรือไม่ยังต้องตรวจเพิ่ม

คำตอบไม่ได้ทำให้โรคหาย แต่เพียงพอให้คนในห้องรู้ว่า การหยุดของในขวดตั้งแต่เมื่อวานไม่ใช่เรื่องเสียเปล่า หลังแพทย์ออกไป เฉิงเหวินหาวเดินมาส่งหลินเยว่ชิงถึงหน้าลิฟต์

“วันนี้ต้องคิดค่าดูเท่าไรครับ”

“ยังไม่ต้องค่ะ”

“ทำไม”

“ฉันยังไม่ได้รักษาคุณแม่”

“แต่คุณมาถึงนี่ แล้วก็”

“ถ้าภายหลังต้องใช้ฉันจัดการอะไร ค่อยคิดตอนนั้นค่ะ”

เขาไม่ได้เถียงเรื่องเงิน ก่อนประตูลิฟต์เปิด หลินเยว่ชิงนึกขึ้นได้จึงหันกลับมา

“อีกอย่างหนึ่ง”

“ครับ”

“คราวหน้าถ้าจะขอให้ใครช่วย อย่าเริ่มด้วยประโยคว่า ถ้าทำได้แล้วฉันจะยอมรับว่าคุณเก่ง”

เฉิงเหวินหาวยกมือแตะปลายจมูกอย่างคนจนคำพูด

“ผมรู้แล้วครับ”

“รู้ก็ดีค่ะ”

“แล้วถ้าผมยังเผลอพูดอีก?”

ประตูลิฟต์เปิดพอดี หลินเยว่ชิงก้าวเข้าไปก่อนตอบ

“ฉันคิดค่าดูแพงขึ้นค่ะ”

เขาหลุดหัวเราะอยู่หน้าประตู

“สมกับเป็นคุณจริง ๆ”

“ฉันถือว่าเป็นคำชมแล้วกันค่ะ”

ประตูลิฟต์เลื่อนปิด คราวนี้เฉิงเหวินหาวไม่ได้มองตามเพื่อรอดูว่าเธอจะพิสูจน์อะไรได้อีก เขากลับเข้าห้องไปหาแม่ พร้อมโทรศัพท์ที่กำลังดังจากคนในบ้าน สองขวดที่เหลือกำลังถูกนำมาที่โรงพยาบาล