LNCrawler

62

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

62

เสียงเคาะประตูดังตอนสิบโมงยี่สิบแปด หลินเยว่ชิงเพิ่งวางกระจกทองแดงลงกลางโต๊ะ เมื่อเปิดประตูก็พบสือเยี่ยนโจวยืนอยู่เพียงลำพัง

“มาตรงเวลาดีนะคะ”

“ผมมาก่อนสองนาที”

“สำหรับนัดสิบโมงครึ่งก็เรียกว่าตรงเวลาค่ะ”

“ผมนึกว่าจะได้คะแนนเพิ่ม”

“ไม่มีคะแนนสำหรับเรื่องพื้นฐานค่ะ”

สือเยี่ยนโจวมองเธอ ก่อนก้าวเข้าห้องตามที่เปิดทางให้ เมื่อคืนเขาเห็นเพียงประตูเหล็กกับบันได วันนี้จึงได้เห็นที่ซึ่งหลินเยว่ชิงใช้ชีวิตจริง ๆ เป็นครั้งแรก

ห้องเช่าไม่กว้าง โต๊ะกินข้าวแบ่งพื้นที่ระหว่างหนังสือเรียนกับพู่กันและกระดาษยันต์ ริมหน้าต่างมีต้นไม้สองกระถาง ส่วนหนังสืออีกส่วนถูกวางชิดผนัง สือเยี่ยนโจวเดินผ่านของทุกชิ้นอย่างระวัง ไม่ขยับมันตามใจตัวเอง

สือเยี่ยนโจวถอดรองเท้าตรงชั้นเล็กข้างประตู ก่อนพบว่ารองเท้าแตะสำหรับแขกมีอยู่เพียงคู่เดียว และเล็กกว่าฝ่าเท้าเขามาก หลินเยว่ชิงเห็นสายตาเขาแล้วก้มมองตาม

“ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ พื้นสะอาด”

“ฉันน่าจะถามขนาดไว้ก่อน” เธอก้มเก็บรองเท้าแตะคู่เล็กหลบจากทางเดิน

“ไม่เป็นไรครับ” สือเยี่ยนโจวถอดรองเท้าของตัวเองวางชิดผนัง แล้วตามเธอเข้าไปโดยไม่รื้อของบนชั้นให้วุ่น

บนโต๊ะมีกระจกทองแดงกับเชือกแดงวางอยู่ข้างกัน หลินเยว่ชิงเตรียมเก้าอี้ไว้สองตัวและกระดาษจดผล สือเยี่ยนโจวนั่งลงฝั่งตรงข้าม

“ต้องทำอะไรบ้างครับ”

“ช่วงแรกไม่ต้องทำอะไร นั่งเหมือนปกติก็พอ”

สือเยี่ยนโจววางโทรศัพท์คว่ำบนโต๊ะแล้วนั่งนิ่ง หลินเยว่ชิงตั้งกระจกตรงกลาง ระวังไม่ให้แขนของทั้งคู่แตะกันก่อนเริ่ม

หลินเยว่ชิงปรับกระจกให้รับแสง เมื่อคืนเธอพบปราณม่วงทองในร่างมากกว่าปกติ แต่ยังไม่รู้ว่าเกิดจากอยู่ใกล้สือเยี่ยนโจวนานขึ้นหรือสัมผัสกัน จึงเตรียมตรวจทั้งสองแบบโดยไม่รบกวนปราณของเขาเกินจำเป็น

หลินเยว่ชิงรอจนแสงบนผิวกระจกนิ่ง เส้นชีวิตของเธอยังเท่าเดิม แม้สือเยี่ยนโจวจะเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ตามที่ขอ ปราณม่วงทองก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเหมือนเมื่อคืน เธอสลับมองข้อมือกับกระจกอีกครั้งก่อนจดผลไว้

สือเยี่ยนโจวไม่เห็นเส้นที่เธอกำลังมอง แต่ยังรออยู่เงียบ ๆ ตั้งแต่เมื่อคืนเขารู้แล้วว่าคำว่าอยู่รอดของเธอไม่ได้หมายถึงเงินค่าเช่าหรือค่าอาหาร ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเธอหยุดเหนือข้อมือ เขาจึงมองตามโดยไม่รู้ตัว

“เหลืออย่างสุดท้ายค่ะ”

เธอยื่นมือขวาเหนือโต๊ะ สือเยี่ยนโจวหงายฝ่ามือให้ ก่อนชะงักเมื่อเห็นขอบพลาสเตอร์ที่นิ้ว

“ไม่โดนแผลค่ะ” หลินเยว่ชิงเลื่อนมือให้พ้นตำแหน่งนั้น “ครั้งนี้ขอสิบวินาทีก่อนนะคะ”

เขาพยักหน้าแล้วปล่อยมือให้เธอจัดตามที่ต้องการ

สือเยี่ยนโจววางมือให้นิ่ง หลินเยว่ชิงวางฝ่ามือลงบนมือเขาเต็ม ๆ แทบจะในจังหวะเดียวกัน แสงสีม่วงทองในกระจกชัดขึ้น ไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเหมือนเมื่อคืน คราวนี้เธอเตรียมสังเกตไว้แล้ว จึงเห็นชัดว่าปราณจากสายวาสนาไหลเข้าสู่ร่างเร็วขึ้นทันทีที่ผิวสัมผัสกัน

เส้นชีวิตเหนือข้อมือขวาก็ขยับตาม

“อย่าเพิ่งปล่อยนะคะ”

“ผมยังไม่ได้ปล่อย”

หลินเยว่ชิงกดจับเวลา สายตาจับอยู่ที่กระจกและเส้นชีวิต ส่วนสือเยี่ยนโจวมองฝ่ามือที่วางทาบมือตน เมื่อคืนเขาจับมือเธอเพื่อดูแผลและติดพลาสเตอร์ แต่ครั้งนี้เธอเป็นฝ่ายยื่นมาเอง เขาจึงไม่ขยับนิ้วแม้แต่ครั้งเดียว กลัวจะทำให้สิ่งที่เธอกำลังตรวจคลาดเคลื่อน

ตัวเลขบนหน้าจอเดินช้ากว่าที่สือเยี่ยนโจวรู้สึก หลินเยว่ชิงยังไม่ถอนมือ เส้นบางเหนือข้อมือของเธอค่อย ๆ ยาวขึ้นในจังหวะที่แสงบนกระจกเข้มกว่าเดิม

โทรศัพท์ดังเมื่อครบสิบวินาที หลินเยว่ชิงถอนมือ แล้วเห็นแสงม่วงทองในกระจกลดลงสู่ระดับเดิม ขณะที่ปราณรอบตัวเขายังปกติ เธอจดผลลงสมุดด้วยความระมัดระวัง ยังไม่คิดนำผลทดลองไปใช้จนกว่าจะรู้ผลระยะยาว

“เป็นเพราะการแตะตัวจริงค่ะ”

สือเยี่ยนโจวมองมือของตัวเอง ก่อนถาม

“แล้วผมเสียอะไรไปไหม”

“สิบวินาทียังไม่เห็นค่ะ แต่แค่นี้สรุปไม่ได้ว่าไม่มีผล”

“วันนี้ยังไม่ลองนานกว่านี้ค่ะ” เธอบอกเมื่อเห็นเขาวางมือรอ “ฉันอยากดูว่าหลังหยุดไปแล้วทั้งคุณและฉันมีอะไรเปลี่ยนอีกไหม”

สือเยี่ยนโจวจึงดึงมือกลับ ไม่เร่งให้เธอใช้โอกาสนี้ทดลองจนได้คำตอบครบทุกอย่าง

เธอเก็บโทรศัพท์ออกจากโต๊ะ อย่างน้อยตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่า การสัมผัสทำให้ปราณซึ่งไหลตามสายวาสนาเข้าสู่ร่างของเธอได้เร็วขึ้น แต่ยังไม่มีเหตุผลให้ทดลองต่อจนกว่าจะรู้ว่าการทำเช่นนี้ส่งผลกับเจ้าของปราณหรือไม่ สือเยี่ยนโจวบอก

“ถ้าครั้งไหนคุณจำเป็นต้องใช้ บอกผมได้”

หลินเยว่ชิงหยุดมือที่กำลังเก็บเชือกแดง

“ง่ายขนาดนั้นเลยหรือคะ”

“คุณบอกว่ามันเกี่ยวกับชีวิต”

“ชีวิตฉันค่ะ”

“คุณเป็นภรรยาผมตามกฎหมาย”

“ในสัญญาหนึ่งปี”

“ตอนนี้ยังไม่ครบ”

เธอเงียบไปชั่วครู่

“ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่คิดจะโทรหาคุณทุกคืนเพื่อขอจับมือสิบวินาทีค่ะ”

“ผมยังไม่ได้เสนอทุกคืน”

หลินเยว่ชิงหลุดหัวเราะ “งั้นก็อย่าเพิ่งให้คุณหลัวจัดตารางนะคะ ฉันยังอยากมองหน้าเขาได้ตามปกติ”

สือเยี่ยนโจวยิ้มแล้วรับคำ เรื่องที่เมื่อคืนยังพูดกันลำบากจึงเบาลงพอให้เธอเก็บเชือกต่อได้

หลินเยว่ชิงเก็บกระจกทองแดงลงบนผ้า ก่อนลุกไปต้มน้ำ เทน้ำเปล่าให้เขาหนึ่งถ้วยแล้วกลับมานั่งฝั่งเดิม สือเยี่ยนโจวรับถ้วยไป

“ผมดูคลิปของคุณแล้วครับ”

“คลิปไหนคะ”

“หลายคลิป หลัวเฉิงส่งให้”

“ตรวจว่าฉันหลอกคนหรือเปล่า?”

“ตรวจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีหลักฐานแค่ไหนครับ” สือเยี่ยนโจวไม่หลบตา “ผมเคยไม่เชื่อคุณจริง แต่ไม่ควรปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงเพราะอธิบายไม่ได้”

หลินเยว่ชิงวางมือจากกล่อง รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ

เขายกถ้วยน้ำขึ้นดื่ม

“ผมเห็นเรื่องเฉียวลู่เหยา เรื่องอันหนิง รวมถึงเหตุอื่นที่มีผลยืนยันภายหลัง”

หลินเยว่ชิงวางฝากล่องกระจกลง

“มีอะไรอยากให้ฉันช่วยหรือคะ”

“มีครับ”

น้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย มุกก่อนหน้าจึงจบตรงนั้นเอง

“เรื่องพ่อแม่ผม”

หลินเยว่ชิงมองเขา ช่วงก่อนหน้านี้ สือเยี่ยนโจวเคยให้เธอดูภาพของบางอย่างจากคดี และพูดถึงสิ่งที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจ แต่ยังไม่ได้ขอให้เธอลองตามหาคนโดยตรง

“คุณอยากให้ฉันหา?”

“ถ้าพ่อกับแม่ยังมีชีวิต ผมอยากรู้ว่าเราพอจะหาทิศทางได้ไหม”

“ลองได้ค่ะ แต่ฉันต้องมีของ”

“อะไรบ้าง”

“รูปที่เห็นหน้าชัด วันเดือนปีเกิด ถ้ารู้เวลาเกิดด้วยก็ดี แล้วก็ของใช้ส่วนตัว”

“ของจากกล่องหลักฐาน?”

หลินเยว่ชิงส่ายหน้า

“ถ้ามีอย่างอื่นเลือกอย่างอื่นดีกว่าค่ะ ของพวกนั้นผ่านมือคนมามากเกินไป ตำรวจ เจ้าหน้าที่ คนเก็บรักษา ร่องรอยปนกันหมด”

“บ้านเก่ายังมีของของพ่อแม่อยู่”

“ของที่ใช้ประจำจะดีที่สุดค่ะ นาฬิกา เครื่องประดับ ปากกา หรือของที่ติดตัวบ่อย ๆ เสื้อผ้าก็ใช้ได้ ถ้าไม่มีใครเอาไปใช้ต่อ”

สือเยี่ยนโจวนึกอยู่ครู่หนึ่ง

“ของแม่มีหวีไม้ที่ใช้มานาน ส่วนของพ่อมีนาฬิกาเรือนหนึ่ง แต่ผมไม่แน่ใจว่ายังอยู่หรือเปล่า”

“ลองหาดูก่อนค่ะ”

“ถ้าของอยู่ครบ คุณทำได้เมื่อไร”

“ให้ฉันเห็นของก่อน ฉันถึงจะรู้ว่าควรใช้วิธีไหน”

“ได้ครับ”

หลินเยว่ชิงมองเขาอีกครั้ง

“ฉันรับปากว่าจะลอง แต่ไม่ได้รับปากว่าจะหาเจอนะคะ”

“ผมรู้”

“ถ้าร่องรอยขาดไปนานมาก อาจไม่เหลืออะไรให้ตาม”

“แค่มีทางลองก็ดีกว่าไม่มี”

เขาไม่ได้ถามว่าแม่นกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ขอคำรับรอง และไม่เสนอเงินเพื่อซื้อความแน่นอนจากสิ่งที่ไม่มีใครรับรองได้ สือเยี่ยนโจววางถ้วยลง

“ต้องเตรียมอะไรให้คุณเพิ่มอีกไหม”

“ตอนนี้เท่านี้ค่ะ”

“แล้วเรื่องของคุณล่ะ”

หลินเยว่ชิงไม่ทันตามคำถาม

“เรื่องอะไรคะ”

“เส้นชีวิต”

เธอมองข้อมือตัวเอง

“ยังไม่ถึงขั้นอันตรายทันทีค่ะ สายวาสนาจากทะเบียนยังประคองอยู่ แล้วฉันก็สะสมบุญเรื่อย ๆ”

“แต่ถึงวันหนึ่งต้องหย่า”

“ใช่ค่ะ”

“ถ้าถึงตอนนั้นยังไม่พอ?”

“ก็หาทางอื่น”

คำตอบเร็วเสียจนเหมือนกำลังพูดถึงเรื่องของคนอื่น สือเยี่ยนโจวจึงถามต่อ

“ถ้าหาไม่ทันล่ะ”

หลินเยว่ชิงยิ้มเล็กน้อย

“อย่างแย่ที่สุดก็แค่ตายค่ะ”

“อย่าพูดคำนั้นง่ายขนาดนั้น”

เธอชะงัก สือเยี่ยนโจวมองตรงมา

“คุณเพิ่งพิสูจน์ได้ว่ามีอีกวิธีช่วยเส้นชีวิต ถ้ามันใช้ได้โดยไม่ทำร้ายผม ก็ศึกษาต่อ ถ้ามีผลเสียค่อยหาวิธีอื่น ไม่จำเป็นต้องกระโดดไปคำสุดท้ายตั้งแต่ตอนนี้”

หลินเยว่ชิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ

“ฉันเพียงพูดถึงความเป็นไปได้ค่ะ”

“ผมรู้”

“คุณฟังเหมือนฉันเป็นคนไข้ของคุณเลยนะคะ”

“คุณเป็นภรรยาผมครับ”

คำนี้ถูกใช้เป็นครั้งที่สองภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง หลินเยว่ชิงก้มเก็บถ้วยของตัวเอง

“ฉันจะถือว่าคุณกำลังรับผิดชอบตามสัญญาค่ะ”

“ตามนั้นก็ได้”

สือเยี่ยนโจวลุกกลับก่อนหมดช่วงเวลาที่หลัวเฉิงกันไว้ เมื่อเรื่องที่ต้องคุยจบ เขาก็ลุกจากเก้าอี้ ตรงชั้นวางรองเท้า เขาเจอรองเท้าแตะคู่เล็กคู่นั้นอีกครั้ง

“คราวหน้าผมเอารองเท้ามาไว้เองได้ไหม”

หลินเยว่ชิงที่ตามมาส่งมองคู่เล็กบนชั้น แล้วขยับมันเข้าไปด้านใน

“เอามาได้ค่ะ แต่อย่าแพงนะ”

“ของที่จะวางในห้องคุณ ต้องให้คุณอนุมัติก่อนด้วยหรือครับ”

“ต้องค่ะ ถ้าแพงเกินไปฉันขายต่อแน่”

เขาหัวเราะแล้วสวมรองเท้า หลินเยว่ชิงเปิดประตูรอ ไม่เร่งให้เขาออกไป สือเยี่ยนโจวหันกลับมาบอกว่าจะให้คนหาของที่บ้านเก่าวันนี้ หากพบแล้วจะติดต่อเธอก่อนนำมา

หลังส่งเขาลงบันได หลินเยว่ชิงกลับมาที่โต๊ะแล้วดูข้อมืออีกครั้ง เส้นชีวิตยังไม่หดกลับ เธอเปิดสมุดเทียบกับภาพที่วาดไว้เมื่อคืน เติมข้อเตือนเรื่องผลระยะยาวก่อนเก็บกระจกลงผ้า เก้าอี้ของสือเยี่ยนโจวยังอยู่ใกล้โต๊ะ เธอขยับมันออกพอให้เดินผ่านแล้วปล่อยไว้ตรงนั้น

ชั้นล่าง หลัวเฉิงรออยู่ในรถตามที่สั่ง ทันทีที่เจ้านายเปิดประตู เขาก็ดูเวลา

“เสร็จแล้วหรือครับ”

“มีหลายอย่างต้องตรวจ”

“ครับ”

หลัวเฉิงไม่ถามต่อ เพียงเปิดตารางงานที่เลื่อนไว้ให้

“กลับบริษัทเลยไหมครับ”

สือเยี่ยนโจวกลับมองเวลา แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“แวะบ้านเก่าก่อน”

“บ้านเก่าของคุณพ่อคุณแม่?”

“ครับ”

“จะให้ผมแจ้งคนดูแลเปิดห้องไว้ไหม”

“แจ้งครับ”

รถออกจากซีเหอได้ไม่นาน สือเยี่ยนโจวก็นึกถึงของสองชิ้นที่ไม่ได้เห็นมาหลายปี หวีไม้ของแม่ กับนาฬิกาของพ่อ ถ้ายังอยู่ที่เดิม เขาจะนำทั้งสองอย่างมาให้หลินเยว่ชิงด้วยตัวเอง