64
64
เงาดำในกระจกแตะถึงขอบ ใต้ผิวหนังตรงท้องแขนขวาของคุณนายเฉิง สิ่งเล็ก ๆ ที่ถูกไล่มาตลอดทางหยุดอยู่เหนือข้อมือไม่ถึงสองนิ้ว หลินเยว่ชิงกระชับปลายเชือกแดง
“อีกครั้งเดียวนะคะ”
คนบนเตียงหายใจแรง เหงื่อชื้นเต็มไรผม มือซ้ายกำผ้าห่มแน่น ส่วนมือขวายังมีเหรียญทองแดงอยู่กลางฝ่ามือ
“ทำเลย...”
เฉิงเหวินหาวประคองไหล่แม่ไว้ตามที่ได้รับคำสั่ง ข้างเตียง เฉิงจื้อเฉียงยืนเกร็งเสียยิ่งกว่าคนป่วย แต่ไม่ยื่นมือเข้าไปแตะแขนขวา หลินเยว่ชิงกดปลายนิ้วลงบนเหรียญ เชือกแดงตึงขึ้นชั่วขณะ เงาดำบนผิวกระจกบิดเป็นเส้นยาว สิ่งใต้ผิวหนังพุ่งลงมาถึงโคนฝ่ามือจนคุณนายเฉิงร้องออกมา
เสียงสัญญาณจากเครื่องข้างเตียงถี่ขึ้น พยาบาลที่เฝ้าอยู่เหลือบดูค่าบนจอแล้วพยักหน้าให้ดำเนินต่อ
“อีกนิดค่ะ”
หลินเยว่ชิงพับผ้าก๊อซสะอาดรองใต้ข้อมือ ก่อนแตะเหรียญลงตรงจุดที่เส้นนูนหยุดอยู่ ความร้อนจากปราณซึมผ่านผิวโลหะเพียงครู่เดียว ผิวหนังบริเวณนั้นก็นูนขึ้นราวกับมีเม็ดเลือดดันจากด้านใน หยดสีคล้ำซึมออกมาตรงรูขุมขน ตามด้วยสิ่งเล็กเท่าเส้นด้าย
ลำตัวสีแดงดำหดตัวอยู่บนผ้าก๊อซ ก่อนพลิกกลับเข้าหาผิวหนังทันที
“อย่าแตะค่ะ”
เฉิงจื้อเฉียงที่ขยับเข้ามาหยุดกึก พยาบาลส่งกระปุกเก็บตัวอย่างให้ หลินเยว่ชิงพับผ้าก๊อซทั้งแผ่นใส่ลงไปแล้วปิดฝาแน่น สิ่งที่อยู่ข้างในกระแทกผนังใสเบา ๆ สองครั้ง เฉิงเหวินหาวถอยห่างจากโต๊ะโดยไม่รู้ตัว
“มันยังมีชีวิต?”
“ค่ะ”
“แล้วมันออกมาได้ไหม”
“ฝาปิดอยู่ค่ะ”
“ผมถามเผื่อไว้”
หลินเยว่ชิงมองระยะห่างระหว่างเขากับกระปุก
“เห็นค่ะ”
คุณนายเฉิงยังมีแรงหัวเราะแผ่ว ๆ
“เมื่อกี้ใครบอกว่าจะช่วยแม่ทุกอย่าง”
“ช่วยครับ แต่ผมไม่ได้บอกว่าจะกอดหนอน”
“ลูกชายฉันเก่งจริง ๆ”
“แม่เพิ่งเจ็บขนาดนี้ ยังมีแรงประชดผมอีกหรือ”
“เพราะเจ็บผ่านไปแล้วถึงมีแรง”
หลินเยว่ชิงปลดเชือกแดงออกจากข้อมือ ก่อนตรวจเส้นสุขภาพอีกครั้ง เงาดำที่เคยรั้งอยู่กลางลำตัวหายไป เหลือเพียงร่องรอยอ่อนล้าจากอวัยวะที่ทรุดมาหลายวัน เฉิงจื้อเฉียงถามทันที
“ออกหมดแล้วหรือครับ”
“ออกแล้วค่ะ แต่ร่างกายคุณนายยังต้องรักษาต่อ กู่ออกไม่ได้ทำให้ค่าตับหรือค่าเลือดกลับเป็นปกติทันที”
“แน่นอนครับ เรื่องหมอเราจะรักษาต่อทั้งหมด”
เฉิงเหวินหาวก้มถามแม่
“ยังหิวเหมือนเมื่อกี้ไหมครับ”
คุณนายเฉิงนิ่งฟังร่างกายตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง
“ยังหิว แต่ไม่เหมือนเดิมแล้ว”
ความหิวที่ก่อนหน้านี้บีบรัดจนแทบคิดเรื่องอื่นไม่ได้ เหลือเพียงความว่างจากการที่ร่างกายแทบไม่ได้รับอาหารมาหลายวัน
“งั้นก็ยังห้ามแอบกินครับ”
“รู้แล้ว”
“แม่ชอบพูดว่ารู้แล้ว แล้วก็—”
“เฉิงเหวินหาว”
“ครับ ผมเงียบ”
คราวนี้เฉิงจื้อเฉียงหลุดหัวเราะจริง ๆ แพทย์เข้ามาตรวจหลังขั้นตอนจบไม่นาน คุณนายเฉิงบอกว่าอาการบิดในท้องและความหิวผิดปกติลดลงชัดเจน แพทย์ยังให้พักกระเพาะตามเดิม และจะติดตามค่าเลือดต่อก่อนเริ่มอาหารอ่อน
“อย่างน้อยวันนี้อย่าเพิ่งคิดเรื่องของบำรุงนะครับ” แพทย์กำชับ
เฉิงจื้อเฉียงตอบเร็วกว่าใคร
“ต่อให้เอามาวางตรงหน้าผมก็ไม่กล้าแล้วครับ”
เฉิงเหวินหาวเหลือบมองกระปุกใส
“หลังเห็นนี่ ผมว่าบ้านเราคงระแวงของในขวดไปอีกนาน”
คุณนายเฉิงหันไปทางหลินเยว่ชิง
“น้ำเปล่ายังดื่มได้ไหม”
“ถ้าหมออนุญาตค่ะ”
“ได้ยินไหม” เธอหันกลับไปหาลูกชาย “ยังมีของที่กินได้”
“แม่ครับ น้ำเปล่าไม่นับเป็นอาหาร”
“สำหรับคนที่อดมาหลายวัน นับหมด”
พอแพทย์ออกไป เฉิงจื้อเฉียงจึงถามเรื่องกระปุกบนโต๊ะ
“ตัวนี้ต้องทำลายยังไงครับ”
“ตอนนี้ยังไม่ทำค่ะ เก็บไว้ก่อน”
“เพราะตำรวจ?”
“เพราะต้นทางของกู่ยังไม่ชัด และของจริงมีประโยชน์กว่าคำอธิบายของฉันค่ะ”
หลินเยว่ชิงขอดูน้ำบำรุงอีกสองขวดที่ยังไม่ได้เปิด โรงพยาบาลเก็บแยกไว้ในถุงซีลเหมือนเดิม แก้วสีน้ำตาลไม่มีฉลาก เมื่อเธอเอากระจกทองแดงเข้าใกล้ ฝ้าดำบาง ๆ ที่ขอบกระจกปรากฏขึ้นคล้ายตอนตรวจคุณนายเฉิง เพียงอ่อนกว่ามาก
“กู่ผ่านของในขวดพวกนี้แน่ค่ะ”
เฉิงจื้อเฉียงสีหน้าเคร่ง
“แปลว่าคนที่ให้ของมา—”
“แปลว่าของมีปัญหาค่ะ ส่วนใครใส่มันลงไปยังต้องหาหลักฐาน”
เขารับคำแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา คุณนายเฉิงเป็นคนขอให้โทรหาญาติซึ่งนำขวดมาให้ เมื่อปลายสายรับ เธอไม่ได้พูดเรื่องกู่ เพียงบอกว่าโรงพยาบาลต้องการรู้ต้นทางของน้ำบำรุงทุกขั้น ญาติฝ่ายนั้นตกใจมาก พูดอยู่พักใหญ่กว่าจะเรียบเรียงได้ว่า ตัวเองไม่ได้ซื้อของชุดนี้ เป็นของฝากจากคนรู้จักเก่าที่เพิ่งกลับมาเมืองหลวงและขอให้ช่วยส่งต่อให้คุณนายเฉิง
“ใครคะ” คุณนายเฉิงถาม
ชื่อที่ได้กลับมาคือ กู้เส้าเหิง คราวนี้คนบนเตียงเงียบไป เฉิงเหวินหาวมองแม่
“แม่รู้จัก?”
“รู้จัก”
คุณนายเฉิงขอให้ญาติส่งแชตทั้งหมดที่เกี่ยวกับน้ำบำรุงมาให้ จากนั้นจึงวางสาย
“เขาเคยเป็นเพื่อนของครอบครัวป้าเมื่อหลายปีก่อน” เธอบอกหลินเยว่ชิง “สนิทกับญาติหลายคน ช่วงหนึ่งชอบอาศัยชื่อคนรู้จักไปขอยืมเงิน บอกว่าจะเอาไปหมุนธุรกิจ”
เฉิงเหวินหาวขมวดคิ้ว
“แล้วแม่ไปเกี่ยวอะไรด้วย”
“เขาเคยบอกคนอื่นว่าป้ารับรองให้ ทั้งที่ป้าไม่เคยรู้เรื่อง พอมีญาติมาถาม ป้าก็บอกความจริง เงินหลายก้อนเลยไม่ได้ออกจากมือคนพวกนั้น”
“เขาโกรธแม่เพราะเรื่องนี้?”
“ตอนนั้นโกรธมาก หลังจากนั้นครอบครัวก็เลิกคบ เขาหายไปหลายปี ป้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลับมาแล้ว”
ข้อความจากญาติถูกส่งเข้ามาพอดี ในแชต กู้เส้าเหิงไม่ได้พูดถึงความขัดแย้งเก่า เพียงบอกว่าตัวเองได้ของบำรุงดีมาจากต่างถิ่น เห็นว่าคุณนายเฉิงช่วงนี้พักผ่อนน้อย จึงฝากมาให้ลอง เฉิงจื้อเฉียงอ่านจบแล้วกดบันทึกภาพทั้งหมด
“ผมจะแจ้งตำรวจ”
“ส่งขวดกับแชตไปพร้อมกันค่ะ” หลินเยว่ชิงบอก “ส่วนกระปุกนี้ให้เจ้าหน้าที่รับไปตามขั้นตอน อย่าเปิดเอง”
“ได้ครับ”
เฉิงเหวินหาวมองชื่อบนหน้าจอแล้วถาม
“คุณดูได้ไหมว่าเขาเป็นคนใส่กู่เองหรือเปล่า”
“ฉันดูร่องรอยได้ แต่ไม่ควรใช้คำของฉันแทนหลักฐานค่ะ ตอนนี้รู้ว่าของออกจากมือเขาและขวดมีกู่ แค่นี้ก็เพียงพอให้ตำรวจเริ่มตรวจแล้ว”
“เข้าใจครับ”
เฉิงจื้อเฉียงโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนหลินเยว่ชิงเก็บของกลับเข้ากระเป๋า
“ค่าตอบแทนครั้งนี้เท่าไรครับ” เขาถามหลังวางสาย
ลูกชายรีบหันมา
“พ่อ อย่าพูดว่าบ้านเราไม่ขาดเงินนะครับ”
“แกยังจำได้อีก?”
“ผมกลัวโดนคิดค่าปวดหัวเพิ่ม”
หลินเยว่ชิงตอบโดยไม่เงยหน้า
“ถ้าคุณไม่เตือน ฉันเกือบลืมแล้วค่ะ”
“เห็นไหมพ่อ”
“แกนี่หาเรื่องให้ตัวเองเก่งจริง”
คุณนายเฉิงหัวเราะจนต้องเอามือกดท้อง
“พอเถอะ ป้าจะเจ็บเพราะพวกแกแทน”
คำว่า ป้า คราวนี้หันมาทางหลินเยว่ชิง เธอบอกค่าดูตามปกติ ไม่รับเงินเพิ่มจากเฉิงจื้อเฉียง
“ถ้าอยากขอบคุณจริง ๆ ดูแลคุณนายให้ดีค่ะ ส่วนค่าตอบแทนฉันคิดเท่านี้”
เฉิงจื้อเฉียงจึงโอนตามจำนวนโดยไม่เถียงอีก ก่อนหลินเยว่ชิงกลับ เฉิงเหวินหาวตามมาส่งถึงหน้าลิฟต์
“คุณหลิน”
“คะ”
“ขอบคุณครับ”
“คุณขอบคุณหลายรอบแล้วนะคะ”
“ครั้งนี้ไม่เหมือนรอบก่อน”
เธอรอฟัง
“เมื่อก่อนผมขอบคุณเพราะคุณเตือนแม่ หรือเพราะคุณยอมมา วันนี้ผมขอบคุณเพราะคุณช่วยแม่จริง ๆ”
หลินเยว่ชิงรับคำง่าย ๆ
“งั้นฉันรับค่ะ”
ประตูลิฟต์เปิดพอดี
“กลับไปเฝ้าคุณนายเถอะค่ะ”
เฉิงเหวินหาวกลับเข้าห้องพักผู้ป่วยหลังประตูลิฟต์ปิด โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นระหว่างทาง ข้อความมาจากผู้ช่วยผู้กำกับคนหนึ่งที่เขารู้จักผ่านกลุ่มศิษย์เก่า บทสมทบหญิงที่นายเคยแนะนำหลินรั่วซินไว้ ทีมกำลังล็อกรายชื่อคืนนี้ ยังยืนยันคำแนะนำเดิมไหม?
เฉิงเหวินหาวหยุดอ่านอยู่หน้าประตูห้อง หลายสัปดาห์ก่อน เขาเคยส่งชื่อหลินรั่วซินไปเอง หลังเห็นข่าวและได้ยินคนรอบตัวพูดถึงเธอ เขาถึงขั้นรับรองว่าเจ้าตัวนิสัยดี ภาพลักษณ์ไม่มีปัญหา ทั้งที่ความจริงไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว
คำตอบครั้งนี้จึงใช้เวลาไม่นาน ถอนคำรับรองส่วนตัวของผมครับ อีกฝ่ายโทรกลับแทบจะทันที
“เกิดอะไรขึ้น นายมีข่าวอะไรหรือ”
“ไม่มีข่าวใหม่ครับ และผมก็ไม่ได้จะให้พี่ตัดเธอออก”
“แล้วถอนทำไม”
“เพราะตอนที่ผมรับรอง ผมพูดจากสิ่งที่ได้ยิน ไม่ใช่จากสิ่งที่รู้เอง ผมเพิ่งเจอมากับตัวว่าการพูดแบบนั้นสร้างเรื่องได้แค่ไหน”
ปลายสายเงียบฟัง เฉิงเหวินหาวพูดต่อ
“ให้เธอแข่งจากออดิชันเหมือนคนอื่นเถอะครับ ถ้าทีมเห็นว่าเหมาะก็เลือก ไม่ต้องนับคำผมเป็นคะแนนเพิ่ม”
“แน่ใจนะ”
“ครับ”
“งั้นผมจะเอาหมายเหตุแนะนำพิเศษออก แล้วส่งคะแนนจริงให้ผู้กำกับตัดสิน”
“ขอบคุณครับ”
เขาวางสายแล้วกลับเข้าไปนั่งข้างเตียงแม่ ช่วงบ่าย โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง ผู้ช่วยผู้กำกับส่งข้อความสั้น ๆ มา คัดใหม่แล้ว คะแนนทดสอบของเธอไม่ถึงสองอันดับแรก ทีมเลือกอีกคน บอกไว้เผื่อนายถาม เฉิงเหวินหาวอ่านจบแล้วตอบเพียง เข้าใจครับ
เขาไม่ได้โทรไปถามต่อว่าใครได้บท คำรับรองที่ไม่ควรมีตั้งแต่แรกถูกถอนออกแล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องของทีมงาน ในเวลาเดียวกัน โทรศัพท์ของผู้จัดการหลินรั่วซินดังขึ้นระหว่างเจ้าตัวกำลังแต่งหน้าอยู่ในกองถ่ายอีกแห่ง ผู้จัดการรับสาย ฟังเพียงไม่กี่ประโยคก็ลุกออกไปคุยนอกห้อง
เมื่อกลับเข้ามา หลินรั่วซินเห็นสีหน้าของเธอจากกระจก
“มีอะไรคะ”
ผู้จัดการปิดประตู
“บทที่ทีมเฉินเคยบอกว่าจะกันไว้ให้...เขาเลือกคนอื่นแล้ว”
มือของหลินรั่วซินหยุดอยู่เหนือกล่องแป้ง
“เมื่อวานยังบอกว่าเหลือแค่คุยสัญญาไม่ใช่หรือคะ”
“เขาบอกว่ารอบสุดท้ายเปลี่ยนกลับไปใช้คะแนนทดสอบทั้งหมด”
หลินรั่วซินวางกล่องแป้งลงช้า ๆ
“ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยน?”
ผู้จัดการยังไม่มีคำตอบ บนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอ ข้อความจากทีมงานมีเพียงประโยคเดียว ขออภัยค่ะ ทางโครงการจะไม่ดำเนินการต่อกับคุณหลินรั่วซินในบทนี้