LNCrawler

71

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

71

เสียงฝีเท้าของชายลึกลับลับเข้าแนวไผ่ สือเยี่ยนโจวตามติด ส่วนหลินเยว่ชิงอยู่ด้านหลัง คอยดูยันต์ทุกครั้งที่เงาชายคนนั้นหายจากสายตา

ชายคนนั้นรู้ทางดี หลบเข้าช่องระหว่างกอไผ่แล้ววกลงเนินซ้ำ ๆ สือเยี่ยนโจวเสียเวลาอ้อมตามหลายครั้ง

“ทางขวาค่ะ!”

สือเยี่ยนโจวเปลี่ยนทิศตามเสียงเธอ หลัวเฉิงกับเจ้าหน้าที่ตามหลังอยู่ พื้นลื่นเพราะฝนเพิ่งหยุด ทุกคนจึงวิ่งได้ไม่เต็มฝีเท้า

ชายลึกลับโผล่ขึ้นให้เห็นอีกครั้งตรงเนินข้างหน้า เขาหันกลับมาแวบหนึ่ง พอเห็นสือเยี่ยนโจวยังตามไม่เลิกก็เร่งหนีต่อ

“พ่อ!”

ชายลึกลับชะงักเมื่อได้ยินชื่อจากปากสือเยี่ยนโจว แต่ยังหนีต่อ ความระแวงทำให้เขาไม่ยอมรอฟัง

ถึงทางแยก หลินเยว่ชิงส่งปราณลงยันต์ ปลายกระดาษเบนไปทางลาดด้านบน ไม่ใช่ทางที่ชายคนนั้นเพิ่งผ่าน

“คุณสือ ไปทางเดิมค่ะ”

“แล้วคุณ?”

“ทางนี้ตัดขึ้นไปข้างหน้าได้ ถ้าเขาเห็นเราตามกันหมด เขาก็จะเปลี่ยนทางอีก คุณไล่ให้เขาอยู่บนแนวเดิม ฉันจะขึ้นไปดักข้างหน้า”

สือเยี่ยนโจวไม่เห็นด้วยกับทางลาดชัน แต่หลินเยว่ชิงได้ยินฝีเท้าห่างออกไปจึงก้าวขึ้นทางซ้ายทันที

“เยว่ชิง ระวังพื้น!”

“รู้แล้วค่ะ”

หลัวเฉิงตามมาทัน สือเยี่ยนโจวให้เจ้าหน้าที่เฉินตามหลินเยว่ชิง ส่วนเขากับหลัวเฉิงและเจ้าหน้าที่อีกคนไล่ตามชายลึกลับต่อ

หลินเยว่ชิงขึ้นเนินที่แทบไม่มีรอยคนเดิน หินใต้ใบไม้พร้อมไหลลงตามเท้า เธอใช้ปราณช่วยทรงตัวเป็นช่วงสั้น ๆ ไม่ฝืนร่างเกินจำเป็น

ยันต์ยิ่งร้อน ฝีเท้าข้างล่างยิ่งใกล้ หลินเยว่ชิงมองผ่านไผ่ เห็นชายลึกลับกำลังวิ่งผ่านทางแคบ หากปล่อยไปเขาจะหลบเข้าป่าทึบได้

เธอใช้รากไม้กับกิ่งไผ่พยุงตัวลงเนิน แล้วกระโดดลงพื้นขวางหน้า เสียงใบไม้ดังทำให้ชายคนนั้นหยุดทันที

ชายคนนั้นหันมาอย่างระแวง ยกมีดสั้นขึ้น หลินเยว่ชิงหยุดในระยะที่เขายังมีทางถอย ไม่เดินเข้าไปกดดัน

“ฟังฉันก่อนค่ะ ฉันจะอยู่ตรงนี้ คุณไม่ต้องถอย”

มือที่ถือมีดยังเกร็งแน่น แต่ชายตรงหน้าไม่ได้หันหนีทันทีเหมือนก่อน หลินเยว่ชิงจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเดิม

“คนที่ตามคุณมาไม่ได้คิดทำร้ายคุณ เขาตามหาคุณมานานมาก”

อีกฝ่ายไม่ตอบ เสียงกิ่งไม้หักดังมาจากด้านหลังแทน

“พ่อ!”

สือเยี่ยนโจวตามมาถึงแล้ว

ชายลึกลับมองข้ามไหล่หลินเยว่ชิงไปทางต้นเสียง สีหน้าซึ่งเคยมีแต่ความระแวงเปลี่ยนไปชั่วขณะ

“ผมสือเยี่ยนโจวครับ”

ชายตรงหน้าถอยหนึ่งก้าว สือเยี่ยนโจวจึงชะลอฝีเท้าลง ไม่พยายามเข้าไปใกล้อีก

“คุณจำชื่อผมได้ไหม”

ริมฝีปากแห้งแตกขยับอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่มีเสียงตอบออกมา

“จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ”

อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าแรง ๆ แล้วถอยหลัง หลินเยว่ชิงเหลือบเห็นดินริมร่องน้ำเก่าซึ่งแตกร้าวอยู่ด้านหลังเขาพอดี

“อย่าถอยค่ะ!”

คำเตือนยังไม่ทันขาด ดินใต้เท้าก็ทรุดครืน ชายลึกลับเสียหลักขาหลุดพ้นขอบ ร่างเอนลงไปด้านล่าง

หลินเยว่ชิงคว้าข้อมือเขาไว้ แรงดึงเกือบพาเธอร่วงตาม ต้องทิ้งเข่าลงกับพื้นแล้วคว้ารากไผ่ไว้

“จับฉันไว้!”

ชายลึกลับยังตื่นตระหนก เขาพยายามดึงแขนกลับตามสัญชาตญาณจนหลินเยว่ชิงต้องออกแรงมากกว่าเดิม

“ถ้าปล่อยตอนนี้คุณตกลงไปจริง ๆ นะคะ!”

เขาเลิกดิ้น หลินเยว่ชิงส่งปราณช่วยรับน้ำหนัก แต่ดินใต้เข่ากลับไหล เธอขยับหนีทันที ปลายไผ่แตกใต้ใบไม้จึงเฉือนน่องผ่านกางเกง

ความเจ็บแล่นขึ้นทันที หลินเยว่ชิงกัดฟัน แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

เจ้าหน้าที่เฉินหมอบคว้าแขนอีกข้าง สือเยี่ยนโจวกับหลัวเฉิงเข้าช่วย ดึงชายลึกลับกลับขึ้นพื้นได้ในที่สุด

ชายคนนั้นคลานถอย ก่อนหยุดเมื่อเห็นเลือดซึมจากน่องหลินเยว่ชิง เจ้าหน้าที่เฉินตรวจพบรอยเฉือนยาวเกือบคืบ

“คุณหลิน โดนอะไรครับ”

“ไผ่บาดค่ะ”

สือเยี่ยนโจวเห็นแผลก็ขยับเข้ามาทันที “แผลลึกไหม”

“ยังไม่รู้ค่ะ เดี๋ยวค่อยดู”

หลินเยว่ชิงกำลังจะนั่งลง แต่ชายที่เพิ่งถูกช่วยกลับขยับเข้ามาเสียก่อน เขาหยุดห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว มองเลือดที่ขา ก่อนก้มมองมือของตัวเองซึ่งยังเปื้อนดินจากขอบร่องน้ำ

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”

ชายตรงหน้ามองเธออีกครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหาสือเยี่ยนโจว คราวนี้เขาไม่ได้ขยับหนี

สือเยี่ยนโจวยังคงยืนอยู่ในระยะเดิม ไม่เร่งเข้าไปหา

“ผมชื่อสือเยี่ยนโจว”

ชายตรงหน้าจ้องเขานิ่ง

“เยี่ยนโจว”

สือเยี่ยนโจวเอ่ยชื่อตัวเองซ้ำ มือชายลึกลับสั่น เขากดขมับเหมือนพยายามนึก ก่อนเปล่งเสียงแหบพร่า

“เยี่ยน...”

หลัวเฉิงเงยหน้าขึ้นทันที แต่สือเยี่ยนโจวยังคงยืนอยู่ตรงเดิม

“ครับ”

ชายตรงหน้ามองเขาอยู่นาน สายตาไล่ตั้งแต่คิ้วลงมาถึงดวงตา เหมือนกำลังค้นหาเค้าบางอย่างที่ตนเคยรู้จัก

“โจว...”

เสียงนั้นเบามาก แต่สือเยี่ยนโจวได้ยินชัด เขาก้าวเข้าไปหนึ่งก้าวแล้วหยุด เว้นระยะไว้ไม่ให้คนตรงหน้าตกใจอีก

“ผมอยู่นี่ครับ”

ชายลึกลับไม่ได้ถอย มือหยาบซึ่งเต็มไปด้วยรอยแตกและแผลเก่ายกขึ้นอย่างลังเล ก่อนแตะข้างแก้มลูกชายเพียงครู่เดียว สือเยี่ยนโจวจับข้อมือนั้นไว้แล้วเรียกเสียงต่ำ

“พ่อ”

ชายตรงหน้ากะพริบตาถี่ขึ้น ริมฝีปากขยับอยู่ครู่หนึ่งก่อนเรียกชื่อออกมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดกว่าเดิม

“เยี่ยนโจว...”

สือเยี่ยนโจวดึงเขาเข้ามากอด ร่างผอมแข็งค้างอยู่พักหนึ่ง มือสองข้างยังตกอยู่ข้างตัว จนผ่านไปครู่หนึ่ง แขนข้างหนึ่งจึงค่อย ๆ ยกขึ้นวางบนหลังลูกชาย สือเยี่ยนโจวไม่ได้พูดอะไรต่อ และคนในอ้อมแขนก็ไม่ได้ผลักเขาออกอีก

หลัวเฉิงปล่อยให้สองพ่อลูกอยู่ด้วยกัน แล้วให้เจ้าหน้าที่เฉินตรวจแผลหลินเยว่ชิง รอยเฉือนยาวแต่ไม่ลึกถึงกล้ามเนื้อ

“ต้องล้างกับห้ามเลือดก่อนครับ ถ้าจะเดินต่อไม่ควรลงน้ำหนักมาก”

“พันให้แน่นก็พอค่ะ”

“ไม่พอครับ”

คนค้านกลับเป็นสือเยี่ยนโจว หลินเยว่ชิงเงยหน้าขึ้น เห็นเขาแยกออกจากพ่อแล้ว แต่ยังยืนใกล้พอที่มือหนึ่งจะจับแขนอีกฝ่ายไว้หลวม ๆ

“ไม่ลึกค่ะ”

“เลือดออกขนาดนี้ยังบอกว่าไม่ลึกอีกหรือครับ”

“ถ้าโดนลึกกว่านี้ ตอนนี้คงไม่ได้มานั่งเถียงกับคุณค่ะ”

สือเยี่ยนโจวมองเธออยู่ครู่หนึ่ง “งั้นก็เลิกเถียงแล้วทำแผลก่อนครับ”

หลินเยว่ชิงเม้มปาก แต่สุดท้ายก็ยอมให้เจ้าหน้าที่เฉินจัดการต่อ น้ำสะอาดถูกเทล้างเศษดินออกจากแผล ความแสบทำให้เธอขมวดคิ้วแต่ไม่ได้ขยับหนี เจ้าหน้าที่เฉินกดผ้าห้ามเลือดอยู่พักหนึ่ง ก่อนพันแผลให้แน่นพอเหมาะ

สือเยี่ยนโจวยังคอยมองมาทางนี้เป็นระยะ จนหลินเยว่ชิงต้องพูดขึ้น

“ดูคุณพ่อคุณเถอะค่ะ ฉันยังอยู่ตรงนี้”

“ผมดูทั้งสองคนได้ครับ”

“วันนี้ทุกคนชอบตอบแบบนี้กันหรือไง”

หลัวเฉิงได้ยินแล้วหลุดหัวเราะเบา ๆ เจ้าหน้าที่เฉินพันผ้ารอบสุดท้าย ก่อนลองกดใกล้ขอบแผลเพื่อเช็กอาการ

“ตรงนี้ล่ะครับ”

“นิดหน่อยค่ะ”

“แล้วตรงนี้?”

“เจ็บกว่าเมื่อกี้”

“งั้นอย่าเพิ่งรีบเดินครับ”

ชายลึกลับมองอยู่ตลอด พอเห็นหลินเยว่ชิงพยายามยันตัวลุก เขากลับเดินเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วพูดด้วยเสียงแหบ

“เลือด...”

หลินเยว่ชิงตอบ “หยุดแล้วค่ะ”

อีกฝ่ายยังจ้องผ้าพันแผล ก่อนชี้มาที่ตัวเอง

“เพราะ...ฉัน?”

“ฉันเป็นคนวิ่งเข้าไปเองค่ะ”

ชายคนนั้นส่ายหน้า สือเยี่ยนโจวจึงแตะแขนพ่อแล้วอธิบายสั้น ๆ

“เธอช่วยคุณไว้ครับ”

เขาหันกลับมามองหลินเยว่ชิงอีกครั้ง สีหน้าปนทั้งรู้สึกผิดและไม่รู้ว่าควรพูดอะไร เธอจึงยิ้มให้เล็กน้อย

“ถ้าอยากขอบคุณจริง ๆ คราวหน้าก็อย่าวิ่งหนีเร็วขนาดนี้ค่ะ พวกเราตามกันจนแทบหมดแรงแล้ว”

ชายตรงหน้ากะพริบตาเหมือนไม่แน่ใจว่าเธอกำลังตำหนิหรือพูดเล่น หลัวเฉิงกลับหัวเราะก่อน สือเยี่ยนโจวเองก็คลายสีหน้าลง ส่วนชายลึกลับมองคนทั้งสองอยู่พักหนึ่ง ก่อนมุมปากที่เต็มไปด้วยหนวดจะขยับนิดเดียว เขาไม่ได้ถอยออกไปอีก

เจ้าหน้าที่เฉินเก็บอุปกรณ์แล้วให้เธอลองเดิน หลินเยว่ชิงลุกขึ้นโดยจับรากไผ่ ขายังรับน้ำหนักได้แต่ตึงตรงแผล

เธอเดินได้เพียงก้าวเดียว สือเยี่ยนโจวก็เข้ามาขวาง

“พอครับ”

“ฉันเดินได้”

“ผมเห็นแล้วครับ”

“แล้วจะขวางทำไมคะ”

เขาไม่ตอบ แต่หันหลังให้เธอแล้วนั่งย่อลง หลินเยว่ชิงมองแผ่นหลังตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

“คุณจะทำอะไร”

“ขึ้นมาครับ”

“ไม่ต้องค่ะ ฉันเดินเองได้”

“ทางกลับไปจุดพักยังอีกไกล”

“ฉันค่อย ๆ เดินก็ได้”

“แล้วถ้าแผลเปิดกลางทาง?”

หลินเยว่ชิงก้มมองผ้าพันแผลตรงน่อง สือเยี่ยนโจวจึงพูดต่อโดยยังไม่ได้หันกลับมา

“วันนี้คุณช่วยพ่อผมจนเจ็บแล้ว อย่าทำให้ผมต้องคอยดูว่าผ้าพันแผลจะเปียกเลือดอีกหรือเปล่าเลยครับ”

เธอมองทางชื้นเบื้องหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนสายตากลับมาที่แผ่นหลังของเขา

“ถ้าหนักก็บอกนะคะ”

“ครับ”

“ฉันหมายถึงบอกจริง ๆ ไม่ใช่ฝืน”

“ขึ้นมาก่อนเถอะครับ”

หลินเยว่ชิงจึงยอมเกาะไหล่เขาแล้วขึ้นหลัง สือเยี่ยนโจวประคองเธอให้มั่นก่อนลุกขึ้น จากนั้นจึงหันไปหาพ่อ

“เราไปจากตรงนี้กันก่อนครับ”

ชายตรงหน้ามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้าวตาม หลัวเฉิงกับเจ้าหน้าที่สองคนเดินกระจายอยู่ด้านข้าง เว้นระยะพอไม่ให้คนที่เพิ่งยอมอยู่กับพวกเขารู้สึกเหมือนถูกล้อม

ทางลงจากเนินยังลื่น สือเยี่ยนโจวจึงเดินช้ากว่าตอนขึ้นมา หลินเยว่ชิงพาดแขนอยู่บนไหล่เขา ไม่ได้หยิบยันต์ตามร่องรอยออกมาอีก

เดินไปไม่นานชายที่ตามหลังสะดุดก้อนหิน เขาก้าวตามให้ทันแล้วจับชายเสื้อสือเยี่ยนโจวไว้หลวม ๆ

สือเยี่ยนโจวชะงัก ก่อนลดฝีเท้าโดยไม่หันกลับ มือข้างนั้นยังจับชายเสื้อเขาไว้ตลอดทาง