73
73
แสงเช้าลอดช่องหิน หลินเยว่ชิงตื่นเพราะความอุ่นในมือ นิ้วเธอยังเกี่ยวกับนิ้วสือเยี่ยนโจวจากเมื่อคืน เขานั่งพิงผนังข้างกันท่าทางแทบไม่ได้นอน
เธอค่อย ๆ ปล่อยมือ แล้วเพิ่งขยับตัว สือเยี่ยนโจวก็ลืมตาขึ้น
“ตื่นแล้วหรือครับ”
หลินเยว่ชิงพยักหน้า ก่อนมองมือเขาอีกครั้ง “เมื่อคืนคุณไม่ดึงมือออกหรือคะ”
“ดึงครับ แต่พอผมขยับ คุณก็จับกลับเอง”
หลินเยว่ชิงเปิดผ้าพันแผลที่น่อง รอยเฉือนหยุดเลือดแล้ว บวมเพียงเล็กน้อย ขยับข้อเท้าได้โดยไม่เจ็บหนักเหมือนเมื่อวาน
สือหมิงเซวียนนั่งมองเธออยู่ตรงข้าม พอเห็นแผลก็จ้องไม่วางตา เธอจึงพันผ้ากลับแล้วบอกเขา
“คุณอาสือ แผลดีขึ้นแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วง”
อีกฝ่ายพยักหน้าช้า ๆ แต่ยังมองขาเธออยู่พักหนึ่ง
สือเยี่ยนโจวเปิดขวดน้ำแล้วส่งให้พ่อ “พ่อครับ ดื่มน้ำก่อน”
สือหมิงเซวียนไม่ยอมรับขวดน้ำจากลูกชาย แต่พอหลินเยว่ชิงดื่มก่อนแล้วยื่นต่อ เขากลับรับทันที
สือเยี่ยนโจวมองอยู่เงียบ ๆ หลินเยว่ชิงเห็นเข้าจึงบอก “คุณอาสือยังจำคุณได้ไม่หมดค่ะ อย่าเพิ่งรีบ”
“ผมไม่ได้รีบครับ”
“งั้นก็ดีค่ะ”
หลัวเฉิงกลับจากตรวจทางแล้วแบ่งอาหารเช้า เจ้าหน้าที่เฉินสำรวจน้ำ เชือก และของสำหรับขากลับ ทุกคนอยากพาสือหมิงเซวียนออกไปพบแพทย์โดยเร็ว
หลินเยว่ชิงกินเพียงเล็กน้อยก่อนเรียกสือหมิงเซวียนมานั่งใกล้ ๆ
“คุณอาสือ ขอข้อมือหน่อยค่ะ ฉันจะเปลี่ยนยันต์ให้”
สือหมิงเซวียนยื่นมือให้ตรวจเอง หลินเยว่ชิงปลดสายรัดที่ข้อมือ แตะชีพจรก่อนเปลี่ยนยันต์ แต่เมื่อส่งปราณลึกลงไปกลับพบพิษปะปนกับร่องอาคม
เมื่อคืนเธอสนใจอาคมสองชั้น จึงไม่ทันเห็นพิษที่สะสมอยู่ในร่างสือหมิงเซวียน บางชนิดจางลงแล้ว บางชนิดอยู่มานานจนร่างกายเริ่มชิน
หลินเยว่ชิงตรวจซ้ำเพื่อให้แน่ใจ ก่อนถาม “คุณอาสือ เวลาปวดหน้าอกเหมือนเมื่อคืน ปกติทำยังไงให้ดีขึ้นคะ”
สือหมิงเซวียนนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง เธอไม่เร่งเขา ไม่นานอีกฝ่ายก็ยกมือแตะหน้าอกตัวเองแล้วตอบอย่างติดขัด
“กิน...แล้วหาย”
“กินอะไรคะ”
เขาหยิบถุงผ้าเก่าจากใต้เสื้อ ข้างในมีรากไม้แห้ง เมล็ดดำ เปลือกแมลง และเศษพืชหลายชนิดปนกัน
เธอรับถุงมาเทลงบนผ้าสะอาด “พวกนี้หรือคะ”
สือหมิงเซวียนพยักหน้า “เจ็บ...กิน”
สือเยี่ยนโจวนั่งใกล้ขึ้น แต่ไม่ได้แย่งถุงจากมือพ่อ เขาถามเบา ๆ “พ่อกินของพวกนี้มานานแล้วหรือครับ”
สือหมิงเซวียนมองลูกอย่างไม่เข้าใจ ก่อนหันกลับหาหลินเยว่ชิง เธอจึงถามแทนโดยไม่รื้อความจำเก่าของเขา
“คุณอาสือหาเองหรือมีใครบอกให้กินคะ”
“หาเอง”
“แล้วรู้ได้ยังไงว่าช่วย”
เขาแตะหน้าอกอีกครั้ง “กินแล้ว...ชา ไม่เจ็บ”
หลินเยว่ชิงตรวจของในถุง เมล็ดดำทำให้ชา เปลือกแมลงสองชนิดมีพิษ ส่วนรากไม้บางอย่างกินได้เพียงน้อย หากสะสมย่อมเป็นอันตราย
เธอเริ่มเข้าใจ สือหมิงเซวียนคงบังเอิญกินบางอย่างแล้วพบว่าความเจ็บจากอาคมลดลง จึงหาอย่างอื่นมาประคองตัวเรื่อย ๆ จนร่างกายคุ้นกับพิษ
“คุณอาสือกินแบบนี้มานานแค่ไหนคะ”
สือหมิงเซวียนพยายามนึก แต่ตอบไม่ได้ เขายกนิ้วเหมือนจะนับอยู่สองครั้ง ก่อนส่ายหน้าอย่างหงุดหงิดกับตัวเอง
หลินเยว่ชิงตรวจชีพจรซ้ำ พิษสะสมมานาน การหยุดทันทีจึงต้องระวังเช่นเดียวกับการกินต่อ
สือเยี่ยนโจวมองกองของบนผ้า “ถ้าอย่างนั้นจากนี้ให้พ่อหยุดเลยได้ไหมครับ”
“หยุดทั้งหมดทันทีไม่ได้ค่ะ อาคมยังอยู่ ถ้าตัดของที่คุณอาสือใช้กดความเจ็บออกในทีเดียว เขาอาจทรมานหนักกว่าเดิม เราต้องค่อย ๆ ลดแล้วใช้ยันต์ช่วยแทน”
“แต่ของพวกนี้มีพิษ”
“เพราะมีพิษถึงต้องควบคุมค่ะ ไม่ใช่ปล่อยให้คุณอาสือหยิบกินตามใจเหมือนที่ผ่านมา”
เธอเก็บของลงถุงแล้วบอก “ถุงนี้ฉันขอเก็บนะคะ ถ้าเริ่มเจ็บบอกฉันก่อน ฉันจะดูว่าต้องใช้ยันต์ช่วยหรือเปล่า”
สือหมิงเซวียนขมวดคิ้วทันที สายตาจับอยู่ที่ถุงผ้าจนเธอต้องยกขึ้นให้ดูอีกครั้ง
“ฉันไม่ทิ้งค่ะ อยู่กับฉันนี่แหละ”
เขายังลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้า
สือเยี่ยนโจวอดถามไม่ได้ “เมื่อกี้ผมเตือนเรื่องกินของพวกนี้ พ่อยังไม่ฟัง แต่เธอเก็บไปทั้งถุงกลับยอมง่าย ๆ หรือครับ”
สือหมิงเซวียนหันมามองลูกชาย ก่อนตอบสั้น ๆ ว่า “เธอ...ช่วย”
สือเยี่ยนโจวเงียบ หลินเยว่ชิงกลับสะดุดกับคำตอบของสือหมิงเซวียน เพราะเขาจำเหตุการณ์เมื่อวานได้
“คุณอาสือยังจำได้ว่าฉันช่วยไว้ค่ะ แปลว่าเรื่องที่เพิ่งเกิดยังจำได้ ที่มีปัญหาน่าจะเป็นความทรงจำก่อนหน้านี้”
สือเยี่ยนโจวถาม “ถ้าไม่ไปสะกิดเรื่องเก่า ตอนนี้พ่อก็ยังจำสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ได้ใช่ไหมครับ”
“น่าจะใช่ค่ะ เรื่องเมื่อวานยังจำได้อยู่ แต่ฉันยังไม่อยากฝืนเปิดความทรงจำเดิมจนกว่าจะจัดการอาคมกับพิษในร่างให้ดีกว่านี้”
หลัวเฉิงฟังอยู่ข้าง ๆ แล้วถาม “งั้นเราควรกลับเมืองก่อน?”
“อย่างน้อยต้องออกจากเขาให้ได้ก่อนค่ะ ถ้าอาการหนักขึ้น ที่นี่ช่วยอะไรได้จำกัด”
สือเยี่ยนโจวพยักหน้า หลัวเฉิงจึงเริ่มจัดของสำหรับขากลับทันที ส่วนเจ้าหน้าที่เฉินออกไปตรวจสภาพทางหลังฝนอีกครั้ง
หลินเยว่ชิงพันยันต์ใหม่ให้สือหมิงเซวียน อาการเขายังสงบ เธอจึงลองเดิน ขาที่มีแผลยังตึงแต่รับน้ำหนักได้ดีกว่าเมื่อวาน
สือเยี่ยนโจวเข้ามาดู “เจ็บไหมครับ”
“วันนี้เดินเองได้ค่ะ ถ้าเจ็บฉันจะบอก ไม่ต้องแบกแล้ว”
คำตอบปิดทางเขาไว้เกือบหมด แต่สือเยี่ยนโจวยังไม่ทันพูดต่อ สือหมิงเซวียนก็หยิบกระเป๋าของหลินเยว่ชิงขึ้นสะพายเสียก่อน
“คุณอาสือ ไม่ต้องค่ะ กระเป๋าฉันเบา”
เขาชี้ที่ขาเธอ “เจ็บ”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ”
สือหมิงเซวียนไม่สนใจ เขาจับสายกระเป๋าไว้แน่นกว่าเดิม สือเยี่ยนโจวจึงเดินเข้าไปหมายจะรับแทน แต่พ่อกลับหันตัวหลบมือทันที
“พ่อครับ ถ้าจะช่วย เดี๋ยวผมถือเอง”
“ไม่หนัก”
น้ำเสียงสั้นแต่ชัดจนไม่เหลือช่องให้ต่อรองมากนัก หลินเยว่ชิงมองสองพ่อลูกอยู่พักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจว่าไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องกระเป๋ายืดยาว
“ให้คุณอาสือถือไปก่อนเถอะค่ะ ถ้าเหนื่อยค่อยเปลี่ยน”
สือหมิงเซวียนพยักหน้าแล้วขยับมายืนข้างเธอ ส่วนสือเยี่ยนโจวมองกระเป๋าบนไหล่พ่ออย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“คุณเพิ่งบอกว่าพ่อมีพิษสะสมในร่างนะครับ”
“ค่ะ แต่กระเป๋าฉันไม่ได้หนัก ถ้าคุณอาสือเหนื่อยฉันจะให้เปลี่ยน”
“ผมถือแทนได้”
หลินเยว่ชิงมองคนที่ยังจับสายกระเป๋าไว้แน่น “แต่คุณอาสือไม่ให้ค่ะ”
สือเยี่ยนโจวถอนสายตากลับมา ส่วนหลัวเฉิงตรวจอุปกรณ์เสร็จพอดีจึงบอกว่าพร้อมออกเดิน
ขากลับเลือกทางที่ปลอดภัยกว่า เจ้าหน้าที่เฉินเดินนำ หลินเยว่ชิงอยู่กลางกลุ่มเพื่อไม่ต้องเร่งฝีเท้า ส่วนสือหมิงเซวียนไม่ยอมห่างจากเธอ
สือเยี่ยนโจวคอยอยู่ใกล้พ่อ เขาเลิกถามอดีตเพราะกลัวกระตุ้นอาคม จึงชวนคุยเรื่องทั่วไป
“พ่อครับ เหนื่อยไหม”
สือหมิงเซวียนส่ายหน้าแล้วเดินต่อ
สือเยี่ยนโจวถามพ่อว่าดื่มน้ำไหม เขาไม่ตอบ แต่พอหลินเยว่ชิงถามซ้ำ “คุณอาสือ ดื่มน้ำไหมคะ” เขากลับตอบทันทีว่า “ดื่ม”
สือเยี่ยนโจวมองพ่ออยู่พักหนึ่ง ก่อนหยิบขวดน้ำส่งให้โดยไม่ได้พูดอะไร
สือหมิงเซวียนไม่เปลี่ยนทางเมื่อสือเยี่ยนโจวเตือนว่าลื่น แต่ทันทีที่หลินเยว่ชิงบอกให้เลี่ยงไปขวา เขาก็ทำตาม
หลังจากนั้นสือเยี่ยนโจวก็เงียบลงจนหลินเยว่ชิงอดถามไม่ได้
“ทำไมไม่คุยกับคุณพ่อแล้วคะ”
“กำลังคิดครับ”
“เรื่องอะไร”
“พ่อจำชื่อผมได้แล้ว แต่เหมือนยังเชื่อคุณมากกว่าผม”
หลินเยว่ชิงหัวเราะ “คุณอาสือเพิ่งเจอคุณในสภาพที่จำอดีตไม่ได้ จะระวังตัวก็ไม่แปลกค่ะ”
“คุณก็เพิ่งเจอ”
“ฉันช่วยเขาตอนตกจากร่องดิน”
“ผมก็ช่วยดึงขึ้นมาครับ”
“คุณจะนับคะแนนเรื่องนี้จริง ๆ หรือคะ”
สือเยี่ยนโจวตอบด้วยสีหน้าเรียบ “ผมแค่บอกว่าผมก็อยู่ตรงนั้น”
“แต่แผลอยู่ที่ขาฉันค่ะ คุณอาสือเห็นทุกครั้งที่หันมา”
เขาเหลือบมองผ้าพันแผลตรงน่องเธอ ก่อนยอมปล่อยเรื่องนี้ไป
สือหมิงเซวียนชะลอให้หลินเยว่ชิงตามทัน แล้วขยับมาคั่นกลางระหว่างเธอกับลูก สือเยี่ยนโจวจึงต้องเดินอีกฝั่ง
“พ่อครับ ผมคุยกับเธออยู่”
“ได้ยิน”
“แล้วทำไมต้องเดินตรงกลาง”
สือหมิงเซวียนหันมามองลูกชาย ก่อนชี้ลงไปที่น่องหลินเยว่ชิง “ขาเจ็บ”
หลินเยว่ชิงหลุดหัวเราะ สือเยี่ยนโจวหันมามองทันที
“เมื่อกี้ยังบอกผมว่าอย่ารีบเลยนะครับ”
“ฉันหัวเราะเรื่องที่คุณอาสือเป็นห่วงขาฉันค่ะ ไม่ได้หัวเราะคุณ”
“ฟังแล้วไม่ได้ดีขึ้นเท่าไรครับ”
คำตอบนั้นทำให้เธอยิ่งขำ แต่คราวนี้ไม่ได้พูดซ้ำ
พักกลางทาง สือเยี่ยนโจวยื่นน้ำให้พ่อ คราวนี้สือหมิงเซวียนรับ แต่กลับส่งต่อให้หลินเยว่ชิงดื่มก่อน
“เธอดื่ม”
หลินเยว่ชิงรับมา “ขอบคุณค่ะ คุณอาสือ”
เธอดื่มสองอึกแล้วส่งคืน สือหมิงเซวียนกลับชี้ไปทางลูกชาย
“ให้เขาถือ”
สือเยี่ยนโจวรับขวดมาโดยไม่ถามอะไรต่อ ขณะที่พ่อนั่งลงข้างหลินเยว่ชิงและดึงสายกระเป๋าบนไหล่ให้เข้าที่ ก่อนก้มมองผ้าพันแผลตรงขาเธอ
“ยังเจ็บ?”
“นิดหน่อยค่ะ เดินต่อได้”
สือหมิงเซวียนพยักหน้า แล้วขยับกระเป๋าของเธอไปไว้ด้านที่ไม่ชนตัวเวลาเดิน
สือเยี่ยนโจวเปิดขวดอีกใบสำหรับตัวเอง นั่งลงฝั่งตรงข้ามและดื่มน้ำเงียบ ๆ ส่วนขวดที่พ่อฝากให้ถือยังอยู่ในมืออีกข้าง
พอถึงเวลาจะออกเดินต่อ สือหมิงเซวียนลุกขึ้นก่อน เขาสะพายกระเป๋าของหลินเยว่ชิงเข้าที่แล้วหันมารอเธอ
สือเยี่ยนโจวลุกตาม พลางมองขวดน้ำในมือตัวเอง ก่อนจะยื่นให้พ่อ
สือหมิงเซวียนไม่รับ เขาเพียงชี้ไปทางหลินเยว่ชิงอีกครั้ง
“ของเธอ”
สือเยี่ยนโจวมองขวด แล้วมองพ่อของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงเดินไปส่งให้เจ้าของโดยไม่พูดอะไรอีก