LNCrawler

76

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

76

คลินิกที่หลัวเฉิงติดต่อไว้ห่างจากเชิงเขาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถเพิ่งจอด หลินเยว่ชิงก็ถูกพาเข้าไปทำแผลใหม่ทันที ผ้าพันแผลตรงน่องผ่านทั้งฝน ดิน และการเดินลงเขามาหลายชั่วโมง หมอจึงล้างแผลอีกรอบ ตรวจว่าไม่มีเศษไม้หรือดินติดอยู่ข้างใน ก่อนปิดด้วยผ้าชุดใหม่

“แผลไม่ลึกครับ แต่ตำแหน่งนี้ขยับทุกครั้งที่เดิน คืนนี้พักขาให้เต็มที่หน่อยจะดีกว่า พรุ่งนี้ถ้าไม่บวม ไม่ร้อน แล้วไม่มีเลือดซึมก็ค่อยเดินทางต่อ”

หลินเยว่ชิงลองขยับข้อเท้า “ถ้านั่งรถกลับไห่เฉิงคืนนี้ล่ะคะ”

“นั่งได้ แต่คุณเพิ่งออกจากเขามา ร่างกายก็คงล้าอยู่แล้ว ถ้าไม่จำเป็นต้องรีบ ผมแนะนำให้พักสักคืน”

สือเยี่ยนโจวซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างรับคำทันที “พักคืนนี้ครับ”

หลินเยว่ชิงหันไป “หมอกำลังแนะนำฉันนะคะ”

“ผมได้ยินครับ”

“แต่คนตัดสินใจควรเป็นฉัน”

หมอหัวเราะพลางเก็บอุปกรณ์ลงถาด “งั้นคนไข้ตัดสินใจเองครับ ส่วนผมยืนยันคำเดิมว่าพักดีกว่า”

หลินเยว่ชิงมองสองคนที่เข้าข้างกันอยู่แล้วจึงไม่เสียแรงเถียงต่อ เธอรับยาแก้ปวดและของทำแผลสำหรับวันรุ่งขึ้นมาเก็บไว้ ก่อนสวมกางเกงลงตามเดิม

ระหว่างรอเอกสาร หลัวเฉิงโทรมาจากรถที่กำลังเดินทางกลับไห่เฉิง สือเยี่ยนโจวเปิดลำโพงให้หลินเยว่ชิงฟังด้วย เสียงยางบดถนนดังอยู่เบา ๆ ก่อนผู้ช่วยจะรายงานอาการคนข้างหลัง

“คุณอายังไม่มีอาการผิดปกติครับ ผมแจ้งหมอจ้าวแล้ว เขาจะตรวจทันทีที่รถไปถึง ส่วนผลละเอียดคงต้องรอพรุ่งนี้เช้า”

หลินเยว่ชิงถาม “คุณอาสือมีเจ็บหน้าอกอีกไหมคะ”

“ยังครับ แต่ถามถึงคุณหลินหลายครั้งแล้ว”

“ถามเรื่องอะไร”

“ถามว่าทำแผลหรือยัง กินข้าวหรือยัง แล้วก็ถามว่าคุณสือพามาหาหมอจริงหรือเปล่า”

หลินเยว่ชิงหลุดหัวเราะเบา ๆ สือเยี่ยนโจวพิงพนักเก้าอี้แล้วถาม “คุณตอบว่าอย่างไรครับ”

“ตอบว่าพามาแล้วครับ คุณอาถึงยอมเอนตัวพัก”

หลัวเฉิงลดเสียงลงเมื่อคนเบาะหลังเริ่มหลับ “ใกล้ถึงแล้วผมจะแจ้งอีกทีครับ”

“ผมจะเข้าไปตอนเช้า” สือเยี่ยนโจวตอบ “คืนนี้ให้คนอยู่กับพ่ออย่าให้ขาด ถ้าเจ็บหน้าอกหรืออาการเปลี่ยน โทรหาผมทันที”

“ครับ”

หลังวางสาย หลินเยว่ชิงยิ้ม “คุณอาสือยอมพักก็ดีค่ะ ตลอดทางเขาไม่ค่อยยอมวางใจใครเลย”

สือเยี่ยนโจวก้มเก็บโทรศัพท์ ไม่พูดถึงเรื่องพ่อเชื่อเธอมากกว่าตนอีก อย่างน้อยคืนนี้พ่อก็ไม่ต้องนอนผวาอยู่กลางป่า

หมอเดินกลับมาพร้อมเอกสารพอดี สือเยี่ยนโจวจึงยุติหัวข้อนั้นและรับกระดาษแทนเธอ

พอออกจากคลินิก เวลาก็เลยสองทุ่มไปแล้ว หลินเยว่ชิงหิวจนไม่อยากนั่งเลือกร้าน สือเยี่ยนโจวจึงให้คนขับแวะซื้อโจ๊กปลา ซาลาเปา และของกินง่าย ๆ จากร้านใกล้ทาง ทั้งคู่กินในรถระหว่างมุ่งไปยังสำนักงานสาขาของสือกรุ๊ปในชิงเฉิง

สือกรุ๊ปมีห้องรับรองอยู่บนชั้นบนสุดของอาคารสาขา ปกติใช้สำหรับผู้บริหารที่เดินทางมาทำงานระยะสั้น จึงไม่ต้องผ่านล็อบบี้โรงแรมหรือฝากชื่อกับคนนอก สะดวกกว่าสำหรับคืนที่ทั้งสองคนไม่ต้องการให้ใครสนใจเป็นพิเศษ

ก่อนถึงอาคาร คนดูแลห้องโทรเข้ามาแจ้งว่าระบบน้ำในห้องรับรองอีกฝั่งมีปัญหาตั้งแต่บ่าย ช่างยังปิดวาล์วไว้ คืนนี้จึงใช้ได้เพียงห้องชุดหลัก

สือเยี่ยนโจวถามรายละเอียดอยู่สองสามประโยค ก่อนวางสายแล้วหันมาทางหลินเยว่ชิง

“ห้องชุดหลักมีห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องทำงานมีโซฟาเบด ผมใช้ห้องทำงาน คุณพักห้องนอน”

“คุณนอนโซฟา?”

“ครับ”

“ถ้าโซฟาสั้นกว่าตัวคุณล่ะ”

“ค่อยว่ากันตอนเห็นของจริง”

หลินเยว่ชิงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “งั้นก็ได้ค่ะ คืนเดียวเอง”

รถเข้าไปจอดชั้นใต้ดินของอาคารโดยตรง พนักงานนำกุญแจขึ้นมาให้แล้วกลับลงไป ไม่ได้อยู่รอรับใช้ต่อ ห้องรับรองเงียบกว่าที่หลินเยว่ชิงคิด มีห้องนั่งเล่นอยู่ตรงกลาง ห้องทำงานอยู่ด้านหนึ่ง และห้องนอนอยู่ลึกเข้าไปอีกฝั่ง

สือเยี่ยนโจววางกระเป๋าของเธอไว้ในห้องนอน ส่วนตัวเองเข้าไปดูโซฟาในห้องทำงาน พอลองกางออกก็พบว่ายาวพอสำหรับผู้ชายตัวสูง แม้จะไม่สบายเท่าเตียง แต่คืนเดียวไม่เป็นปัญหา

หลินเยว่ชิงยกหมอนสำรองจากตู้มาให้ เขารับไปวางตรงหัวโซฟาแล้วลองเอนหลังให้ดู ขายาวเหยียดได้โดยไม่พ้นปลาย เธอจึงเลิกกังวลเรื่องแย่งกันนอนโซฟาแล้วออกไปรินน้ำ

อาหารที่ซื้อจากข้างทางยังเหลือซาลาเปาสองลูกกับโจ๊กอีกครึ่งกล่อง ทั้งคู่จึงนั่งกินต่อที่โต๊ะในห้องนั่งเล่นแทนการแยกเข้าห้องทันที หลินเยว่ชิงกินช้ากว่าตอนอยู่ในรถเพราะเริ่มอิ่ม ส่วนสือเยี่ยนโจวเปิดโทรศัพท์เช็กข้อความจากหลัวเฉิงเป็นระยะ

ตอนเธอเอื้อมไปรับแก้วน้ำ นิ้วเกือบแตะมือเขา หลินเยว่ชิงกลับเปลี่ยนไปจับอีกด้านของแก้วโดยไม่ทันคิด

สือเยี่ยนโจวเห็น แต่ไม่พูด

ไม่นานเธอก็ทำแบบเดียวกันตอนเขาส่งยาให้

ครั้งนี้เขาวางซองยาลงตรงหน้าแทนที่จะส่งถึงมือ

หลินเยว่ชิงเงยหน้าขึ้น “ทำไมมองฉันแบบนั้นคะ”

“กำลังคิดว่าผมทำอะไรให้คุณไม่สบายใจหรือเปล่า”

คำถามมาตรงเกินกว่าจะทำเป็นไม่เข้าใจ หลินเยว่ชิงจึงวางแก้วน้ำลง

“เพราะเรื่องคุณอาสือค่ะ”

“เรื่องที่ผมบอกว่าคุณเป็นภรรยา?”

เธอพยักหน้า “คุณอาสือเพิ่งกลับมา ความจำก็ยังไม่ครบ แล้วตอนนี้เขามองฉันเป็นลูกสะใภ้ไปเรียบร้อย ถ้าวันหนึ่งข้อตกลงของเราครบกำหนด เรื่องมันจะอธิบายยากขึ้น”

สือเยี่ยนโจววางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ “คุณกังวลว่าเขาจะรับไม่ได้?”

“กังวลหลายอย่างค่ะ” หลินเยว่ชิงพูดตรง ๆ “ฉันไม่อยากให้คนเพิ่งได้ครอบครัวกลับมา ต้องมารู้ทีหลังว่าลูกชายแต่งงานกันเพราะข้อตกลง แล้วครบหนึ่งปีก็แยกกัน เหมือนสิ่งที่เขาเข้าใจตลอดหลายเดือนเป็นเรื่องอีกแบบ”

สือเยี่ยนโจวฟังจนจบโดยไม่แทรก

“แล้วคุณอยากให้ผมทำอย่างไรครับ”

“ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มค่ะ แค่ต่อหน้าคุณอาสือ เราอยู่แบบเดิมก็พอ ไม่ต้องทำให้เขาคิดว่าความสัมพันธ์ของเราสนิทกว่าความจริง”

สือเยี่ยนโจวมองแก้วน้ำระหว่างมือทั้งสอง ก่อนกลับมามองเธอ “ตอนนี้ผมทำเกินตรงไหนหรือยัง”

หลินเยว่ชิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ยังค่ะ”

“งั้นผมจะไม่เพิ่มอะไร ส่วนเรื่องหลังครบหนึ่งปี ไว้ถึงเวลาค่อยอธิบายกับพ่อ”

คำตอบเรียบง่ายกว่าที่เธอคาด หลินเยว่ชิงจึงไม่พูดเรื่องนี้ต่อ เธอหยิบยาออกมากินแล้วจัดกล่องอาหารให้เรียบร้อย

สือเยี่ยนโจวถาม “พรุ่งนี้ถ้าหมอจ้าวบอกว่าพ่อยังต้องอยู่โรงพยาบาลหลายวัน คุณจะกลับไปไลฟ์ก่อนหรืออยู่ช่วยเรื่องอาคม”

“ถ้าคุณอาสือไม่มีอาการหนัก ฉันกลับไปเปิดไลฟ์ค่ะ หยุดมาหลายวันแล้ว ส่วนอาคมฉันเข้ามาดูเป็นช่วง ๆ ได้”

“แล้วเรื่องแม่?”

“ฉันต้องขอเวลาตรวจใหม่ หลังคุณอาสือจำรายละเอียดเพิ่ม เราอาจมีจุดเริ่มต้นมากกว่าเดิม แต่ตอนนี้ยังไม่ควรเดา”

สือเยี่ยนโจวพยักหน้า “ครับ”

การคุยเรื่องงานทำให้บรรยากาศกลับมาเป็นปกติ หลินเยว่ชิงเก็บยาแล้วลุกขึ้น สือเยี่ยนโจวเห็นเธอลงน้ำหนักขาได้ดีจึงไม่ได้ห้าม เพียงเลื่อนเก้าอี้ให้พ้นทาง

ก่อนเข้าห้อง เธอหันกลับมาบอก “ถ้าหลัวเฉิงโทรเรื่องคุณอาสือกลางคืน ปลุกฉันด้วยนะคะ”

“ได้ครับ”

“แล้วถ้าคุณนอนโซฟาแล้วปวดหลัง อย่ามาโทษฉัน”

สือเยี่ยนโจวเหลือบมองโซฟาในห้องทำงาน “ผมจะโทษระบบน้ำห้องข้าง ๆ แทนครับ”

หลินเยว่ชิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนกลับเข้าห้อง

เกือบเที่ยงคืน หลัวเฉิงส่งข่าวว่ารถถึงไห่เฉิงแล้ว จ้าวเหวินซิวรับสือหมิงเซวียนเข้าตรวจ อาคมตรงหัวใจยังสงบและยังไม่พบอาการที่ต้องช่วยฉุกเฉิน สือเยี่ยนโจวอ่านข้อความซ้ำก่อนตอบให้ผู้ช่วยพักสลับกับคนเฝ้าคืนนี้ โทรศัพท์ถูกวางไว้ใกล้หมอน เมื่อไม่มีสายเข้ามาอีกเขาจึงปิดไฟ

เช้าวันต่อมา หลินเยว่ชิงตื่นเพราะกลิ่นอาหารจากห้องนั่งเล่น พอออกมาก็เห็นโจ๊กหมู ขนมปัง และนมถั่วเหลืองวางอยู่บนโต๊ะ ส่วนสือเยี่ยนโจวนั่งอ่านเอกสารบนแท็บเล็ตพร้อมกาแฟแก้วหนึ่ง

เธอมองเครื่องดื่มของตัวเอง “ทำไมของฉันเป็นนมถั่วเหลือง”

“คุณไม่ชอบกาแฟ”

“ฉันพูดแค่ครั้งเดียว”

“จำได้ครับ”

หลินเยว่ชิงนั่งลงแล้วหยิบนมขึ้นดื่ม ไม่ได้ถามต่อว่าทำไมเขาถึงจำเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ได้ ถ้วยกาแฟอยู่ใกล้มือเขา แต่ของเธอเป็นสิ่งที่ดื่มได้หมดโดยไม่ต้องฝืน

สือเยี่ยนโจวไม่ได้ไล่ถามต่อ เขาเลื่อนจานขนมปังมาใกล้เธอ ก่อนบอกว่าหลัวเฉิงส่งข่าวมาเมื่อเช้า สือหมิงเซวียนตื่นแล้ว อาการดี และยังถามอีกว่าหลินเยว่ชิงเดินได้หรือยัง

“คุณตอบว่าอะไรคะ”

“บอกว่าตื่นแล้ว เดินได้ และกำลังกินอาหารเช้า”

เธอมองเขา “คุณตอบละเอียดกว่าที่ฉันคิด”

“ถ้าตอบสั้น พ่อคงถามหลัวเฉิงซ้ำ”

หลินเยว่ชิงคิดแล้วเห็นด้วย จึงไม่ว่าอะไรต่อ

หลังอาหารเธอเปิดผ้าพันแผลตรวจ แผลไม่บวมเพิ่มและไม่มีเลือดซึม อาการตึงลดลงกว่าคืนก่อนมาก เธอจึงเปลี่ยนผ้าชุดใหม่ตามที่หมอสอนไว้ แล้วเดินไปกลับในห้องสองรอบเพื่อดูว่ามีปัญหาหรือไม่

สือเยี่ยนโจวมองจากโต๊ะทำงาน “วันนี้ไม่ต้องพิสูจน์ให้ผมดูขนาดนั้นก็ได้ครับ”

“ฉันพิสูจน์ให้ตัวเองดูค่ะ”

“ผลเป็นยังไง”

“ผ่าน”

เขายิ้มเล็กน้อย “งั้นไปหาพ่อได้”

หลินเยว่ชิงกำลังเก็บยา โทรศัพท์ของสือเยี่ยนโจวก็สั่นขึ้นพอดี เป็นข้อความจากหลัวเฉิงแจ้งว่า ผลตรวจเบื้องต้นของสือหมิงเซวียนออกแล้ว และจ้าวเหวินซิวต้องการคุยกับทั้งสองคนก่อนเริ่มรักษาขั้นต่อไป

เธออ่านข้อความจากหน้าจอที่เขายื่นให้ ก่อนรีบเก็บของที่เหลือ

“หมอจ้าวน่าจะเจออะไรแล้วค่ะ”

สือเยี่ยนโจวหยิบกุญแจรถขึ้นมา ขณะเดินผ่านเก้าอี้ก็รับกระเป๋าของเธอขึ้นสะพายตามความเคยชิน

หลินเยว่ชิงยื่นมือไป เขาจึงส่งถุงยาให้แทน

“ของเบาช่วยถือได้ครับ”

เธอรับมาแล้วตรวจว่าปิดฝากระจกในกระเป๋าเรียบร้อย ก่อนพยักหน้าให้เขาถือไป ไม่เสียเวลาแย่งกันอีก

ทั้งคู่ลงจากห้องรับรองพร้อมกัน รถจอดรออยู่ชั้นล่างแล้ว สือเยี่ยนโจวบอกคนขับให้กลับไห่เฉิงและตรงไปสถานพยาบาลของจ้าวเหวินซิว หลินเยว่ชิงวางถุงยาไว้ข้างตัว ขณะรถเคลื่อนออกจากสำนักงานสาขา