77
77
ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะกลับไห่เฉิง หลินเยว่ชิงหลับบนรถเกือบครึ่งทาง พอใกล้เที่ยงสือเยี่ยนโจวพาเธอตรงไปสถานพยาบาลของจ้าวเหวินซิว
หลัวเฉิงรับกระเป๋าที่หน้าสถานพยาบาลแล้วรายงานว่า สือหมิงเซวียนหลับดีทั้งคืน ไม่เจ็บหน้าอก ยอมให้แพทย์เก็บตัวอย่างตรวจ มีเพียงตอนเช้าที่ถามหาเยว่ชิงก่อนยอมกินข้าว
“หมอจ้าวว่ายังไงบ้างคะ”
“ผลหลักออกแล้วครับ เขารออธิบายเอง”
จ้าวเหวินซิวรอในห้องตรวจ เขาเปิดผลเฉพาะส่วนจำเป็นแล้วอธิบายอาการสือหมิงเซวียนอย่างตรงไปตรงมา
“พิษที่สะสมมีหลายชนิดจริง บางตัวเหลือน้อยแล้ว บางตัวยังติดในร่างค่อนข้างมาก แต่ข่าวดีคือร่างกายเขาทนมันมานานจนปรับตัวไปส่วนหนึ่ง ตอนนี้ยังไม่มีภาวะฉุกเฉินที่ต้องแก้ภายในวันนี้”
สือเยี่ยนโจวถาม “เอาออกทั้งหมดได้ไหมครับ”
“ได้ แต่ไม่ใช่รวดเดียว” จ้าวเหวินซิวปิดผลตรวจแผ่นหนึ่งแล้วเลื่อนอีกชุดเข้ามา “ถ้าล้างเร็วเกินไป ร่างกายที่อยู่กับสารพวกนี้มาหลายปีอาจรับไม่ทัน ผมจะค่อย ๆ ลดทีละกลุ่มและดูการตอบสนอง ส่วนเรื่องอาการเจ็บตรงหัวใจที่คุณหลินบอกว่าเกี่ยวกับอาคม ผมไม่แตะ ผมจัดการเฉพาะร่างกาย คุณหลินดูส่วนนั้นต่อ”
หลินเยว่ชิงพยักหน้า “แบบนั้นดีที่สุดค่ะ ตอนนี้ฉันยังใช้ยันต์กดอาการไว้ได้ ถ้าฝั่งร่างกายค่อย ๆ ฟื้น การแก้อาคมทีหลังก็ปลอดภัยกว่า”
จ้าวเหวินซิวขอให้แจ้งก่อนทุกครั้งที่หลินเยว่ชิงใช้วิชากับคนไข้ เพื่อให้แพทย์แยกผลของยากับการรักษาของเธอได้
“ตกลงค่ะ”
“อีกอย่าง” จ้าวเหวินซิวหันกลับไปทางสือเยี่ยนโจว “ช่วงสองสามวันนี้อย่าให้เขาเครียดมาก อย่าเร่งความจำ และถ้าไม่จำเป็นก็ยังไม่ควรให้พบคนเยอะ เขาเพิ่งออกจากสภาพแวดล้อมที่อยู่มาหลายปี ความเปลี่ยนแปลงพร้อมกันมากเกินไปไม่ช่วยอะไร”
สือเยี่ยนโจวเข้าใจว่าควรรอให้พ่อพ้นช่วงตรวจรักษาแรกก่อนบอกคุณย่ากับน้องสาว การพบคนที่รอมาสิบหกปีอาจทำให้ทั้งครอบครัวสะเทือนใจและกระตุ้นอาการพ่อ
หลัวเฉิงพาทั้งคู่เข้าห้องพัก สือหมิงเซวียนนั่งริมหน้าต่าง สวมเสื้อสะอาด ผมยาวถูกตัดสั้นและหนวดเคราเก็บเรียบร้อยจนเห็นใบหน้าชัดขึ้นมาก
ความเปลี่ยนแปลงมากเสียจนหลินเยว่ชิงหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง
สือหมิงเซวียนเป็นฝ่ายเห็นเธอก่อน “เยว่ชิง”
“คุณอาสือ” เธอเดินเข้าไปหา “เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างคะ”
แทนที่จะตอบ เขากลับมองลงไปตรงขาเธอก่อน “แผล?”
“ทำใหม่แล้วค่ะ วันนี้เดินได้ดีขึ้นมาก”
สือหมิงเซวียนมองเหมือนยังไม่ค่อยเชื่อ จนเธอลองเดินให้ดูสองก้าวจึงยอมละสายตาจากผ้าพันแผล
สือเยี่ยนโจวเดินตามเข้ามา “พ่อครับ หมอจ้าวบอกว่าผลตรวจดีกว่าที่คิด แต่ต้องรักษาอยู่ที่นี่สักระยะ”
“นานไหม”
“ยังบอกไม่ได้ครับ”
สือหมิงเซวียนไม่ได้สนใจคำว่านานเท่ากับเรื่องที่ค้างอยู่ เขาถามถึงภรรยาทันที “แล้วแม่ของลูกล่ะ”
สือเยี่ยนโจวเลื่อนเก้าอี้มานั่งใกล้ “ยังต้องตามต่อครับ เยว่ชิงบอกว่าจะลองดูร่องรอยอีกครั้งหลังพักให้เต็มที่”
สือหมิงเซวียนมองเธอ หลินเยว่ชิงจึงบอก “ฉันยังมีหวีของเธอ ร่องรอยยังไม่หายค่ะ ความจำที่คุณอาสือเริ่มได้คืนอาจช่วยบอกทิศเพิ่ม แต่วันนี้รักษาตัวก่อนนะคะ ฉันจะตามหาเธอต่อ”
คนฟังเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างยอมรับ
“ช่วยพากลับมาด้วย”
“ฉันจะพยายามเต็มที่ค่ะ”
สือหมิงเซวียนมองเธอแล้วหันไปหาลูกชาย “เยี่ยนโจว ฟังเธอ”
สือเยี่ยนโจวชะงัก “ผมยังไม่ได้เถียงเลยครับ”
“กันไว้ก่อน”
หลินเยว่ชิงหลุดหัวเราะ สือเยี่ยนโจวจึงหันมามองเธอแทน แต่ไม่ได้ว่าอะไร
แพทย์ยังต้องตรวจช่วงบ่าย สือหมิงเซวียนจึงยอมกลับขึ้นเตียง ก่อนหลินเยว่ชิงออกไป เขากำชับให้เธอกลับมาและระวังแผลที่ขา
พอออกจากห้อง หลัวเฉิงส่งหวีไม้ของแม่กับนาฬิกาของพ่อให้สือเยี่ยนโจว เผื่อใช้ตรวจร่องรอยต่อ
หลินเยว่ชิงรับหวีมา “คืนนี้ค่อยลองใหม่ค่ะ ตอนนี้ถ้าใช้ปราณจนหน้ามืด หมอจ้าวคงต้องรับคนไข้เพิ่มอีกคน”
สือเยี่ยนโจวรับนาฬิกาแล้วให้หลัวเฉิงกลับไปพัก เพราะผู้ช่วยเฝ้าพ่อเขามาทั้งคืน
ทั้งคู่รอรถที่สวนข้างอาคาร หลินเยว่ชิงนั่งพัก ส่วนสือเยี่ยนโจวไปซื้อนมถั่วเหลืองอุ่นกับน้ำเปล่ามาให้
เธอรับนมมาแล้วมองฉลาก “ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าคุณซื้อของกินถูกใจฉันเกินไปแล้วนะคะ”
“คุณไม่ได้กินยากครับ”
“ไม่ได้กินยากกับจำได้ว่าฉันไม่ชอบกาแฟเป็นคนละเรื่องกัน”
“ก็จำไปแล้วครับ”
หลินเยว่ชิงเปิดขวดนมแล้วเงียบ ลมช่วงเที่ยงยังเย็น มีเพียงเสียงรถจากถนนใหญ่
สือเยี่ยนโจวนั่งอยู่ข้างกัน ก่อนพูดถึงเรื่องที่ค้างมาตั้งแต่เมื่อคืน
“เมื่อวานคุณบอกว่าไม่อยากให้พ่อเข้าใจความสัมพันธ์ของเราเกินความจริง เพราะพอครบหนึ่งปีเรายังมีข้อตกลงเดิมอยู่”
หลินเยว่ชิงหันมามอง “ค่ะ”
“ตั้งแต่คุณเล่าเรื่องเส้นชีวิตที่หน้าตึกคืนนั้น ผมก็สงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ตอนตกลงแต่งงาน คุณยังไม่รู้ใช่ไหมว่าการสัมผัสโดยตรงจะช่วยได้มากขนาดนี้”
ประโยคนั้นทำให้เธอนิ่งไปนิดหนึ่ง
“ตอนแต่งยังไม่รู้ค่ะ” หลินเยว่ชิงตอบตามตรง “ตอนนั้นฉันรู้เพียงว่าดวงของเราผูกกันแล้วจะช่วยประคองเส้นชีวิตฉันได้ ส่วนเรื่องจับมือสิบวินาทีแล้วเห็นผลชัดขนาดนั้น ฉันเพิ่งรู้ตอนเราลองกันทีหลัง”
“แล้วคุณยอมข้อตกลงหนึ่งปีเพราะคิดว่าพอ?”
“ตอนนั้นหนึ่งปีถือว่านานมากสำหรับฉันค่ะ”
สือเยี่ยนโจวรู้ว่าคำว่า “นานมาก” ของเธอไม่ใช่คำพูดลอย ๆ ครั้งหนึ่งเธอเคยเหลือเวลามีชีวิตเพียงไม่กี่วัน
หลินเยว่ชิงจิบนมแล้วพูด “อีกอย่าง ข้อตกลงคุณย่าชัดดี ไม่จัดงาน ไม่เปิดเผย ต่างคนต่างอยู่ ครบหนึ่งปีก็แยกทาง ฉันได้เวลารักษาชีวิต คุณก็ไม่ต้องมีภรรยามารบกวน แบบนั้นยุติธรรมดีค่ะ”
สือเยี่ยนโจวมองเธอ “ฟังเหมือนสัญญาทางธุรกิจ”
“ตอนแรกมันก็เกือบจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือคะ”
เขาปฏิเสธไม่ได้
หากเป็นเมื่อหลายเดือนก่อน สือเยี่ยนโจวคงไม่เชื่อว่าเพียงจับมือก็ช่วยยืดชีวิตคนได้ แต่ตอนนี้เรื่องเหลือเชื่อเช่นนั้นกลับเป็นสิ่งที่เขาพบทุกวัน
สือเยี่ยนโจวถามต่อ “แล้วตอนนี้ล่ะครับ หลังรู้ว่าปราณของผมช่วยคุณได้มากกว่าที่คิด ข้อตกลงหนึ่งปียังเหมือนเดิม?”
หลินเยว่ชิงใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะไม่รู้คำตอบ แต่เพราะไม่อยากตอบแบบที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด
“ยังเหมือนเดิมค่ะ อย่างน้อยฉันไม่มีเหตุผลจะเปลี่ยนมันฝ่ายเดียว”
“ถ้าครบหนึ่งปีแล้วเส้นชีวิตคุณยังมีปัญหา?”
“ฉันก็ต้องหาวิธีอื่นก่อนถึงวันนั้น”
สือเยี่ยนโจวหันมาทางเธอเต็มตัว “คุณไม่คิดจะขอต่อเวลา?”
“ฉันแต่งกับคุณเพราะจำเป็นต้องรักษาชีวิตจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะใช้เรื่องนั้นผูกคุณไว้ได้เรื่อย ๆ” หลินเยว่ชิงจับขวดไว้ระหว่างมือทั้งสอง “เราตกลงกันหนึ่งปี ฉันก็ยึดหนึ่งปี ถ้าจะมีอะไรเปลี่ยน อย่างน้อยก็ควรเป็นเรื่องที่เราสองคนตกลงใหม่ ไม่ใช่ฉันบอกว่าตัวเองยังต้องการปราณแล้วให้คุณอยู่ต่อ”
สือเยี่ยนโจวไม่ได้ตอบทันที
รถเลี้ยวเข้ามาแล้วแต่ยังติดอยู่หน้าทางเข้า สวนจึงเงียบพอให้ทั้งคู่คุยกันต่อ
“หมายความว่า ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยน คุณก็จะหย่าตามเดิม”
“ค่ะ”
คำตอบออกมาเรียบมาก
หลินเยว่ชิงมองเขาแล้วเสริม “แต่ยังอีกหลายเดือนนะคะ ไม่ต้องทำหน้าเหมือนพรุ่งนี้ต้องไปสำนักงานเขต”
“ผมทำหน้าแบบนั้นหรือครับ”
“นิดหนึ่ง”
“ผมแค่กำลังคิด”
“คิดเรื่องหย่า?”
“คิดว่าคุณวางแผนถึงวันจบไว้เรียบร้อยกว่าผมอีก”
หลินเยว่ชิงหัวเราะเบา ๆ “ตอนเซ็นข้อตกลง คุณเป็นคนกำหนดรายละเอียดมากกว่าฉันนะคะ”
สือเยี่ยนโจวจำได้ดี จึงเถียงไม่ออก
เมื่อรถจอด สือเยี่ยนโจวรอหลินเยว่ชิงลุกเพราะแผลยังตึง พอเธอจะหยิบกระเป๋าจากเบาะ เขาก็ถือให้ก่อน
หลินเยว่ชิงมองกระเป๋าบนไหล่เขา “นี่ถือว่าเกินขอบเขตข้อตกลงหรือเปล่าคะ”
“ถือกระเป๋าให้คนเจ็บยังไม่ถึงขั้นต้องแก้สัญญาครับ”
“ดีค่ะ ฉันกลัวฝ่ายกฎหมายคุณจะคิดค่าบริการเพิ่ม”
สือเยี่ยนโจวเปิดประตูรถให้ “ถ้าคุณยังมีแรงประชด แปลว่าแผลคงดีขึ้นจริง”
หลินเยว่ชิงขึ้นรถโดยไม่ตอบ แต่รอยขำยังไม่หายไปจากหน้า
บนรถสือเยี่ยนโจวรับสายงานสองครั้ง หลินเยว่ชิงจึงดูข้อความในไลฟ์ ผู้ชมถามกันไม่หยุดว่าเธอจะกลับมาเปิดเมื่อไร
เธอประกาศว่าจะงดไลฟ์คืนนี้เพื่อจัดการธุระก่อน แล้วกลับตามตารางคืนถัดไป แม้คนดูประท้วงก็ไม่เปลี่ยนใจ
สือเยี่ยนโจววางสายพอดี “วันนี้ไม่ไลฟ์?”
“ไม่ค่ะ คืนนี้ฉันต้องลองตามร่องรอยคุณแม่คุณอีกครั้ง”
เขานิ่งไปนิดหนึ่งก่อนถาม “ต้องใช้ปราณมากไหม”
“ยังไม่รู้ค่ะ ถ้าร่องรอยอ่อนเท่าเดิมก็คงใช้พอสมควร”
“ถ้าต้องใช้ผม เรียกได้ครับ”
หลินเยว่ชิงหันไป “คุณไม่กลัวฉันใช้จนติดนิสัยหรือคะ”
“เมื่อครู่คุณเพิ่งประกาศว่าจะหย่าตามกำหนด ผมคิดว่าคุณคงไม่ติดง่ายขนาดนั้น”
คราวนี้เธอเป็นฝ่ายเงียบไป
สือเยี่ยนโจวหันมองถนน หลินเยว่ชิงกลับรู้สึกว่าคำแหย่เรื่องปราณเมื่อครู่ฟังต่างจากทุกที
เธอไม่ได้ถามต่อ
ถึงห้องรับรอง หลินเยว่ชิงวางหวีไม้ของแม่สือเยี่ยนโจวข้างกระจกทองแดง เตรียมตรวจร่องรอย เขายกงานกับโทรศัพท์ไปไว้ฝั่งห้องทำงาน แต่ยังเปิดประตูค้าง
ก่อนเริ่ม หลินเยว่ชิงมองหวีในมืออยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปหาเขา
“คุณสือ”
“ครับ”
“ขอมือหน่อยค่ะ”
สือเยี่ยนโจวลุกจากโต๊ะแล้วเดินมาหาโดยไม่ถามว่าใช้กี่วินาที
ครั้งนี้หลินเยว่ชิงเองก็ไม่ได้หยิบนาฬิกาขึ้นมาจับเวลา