LNCrawler

86

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

86

ทางลงจากเขตเหนือค่อนข้างชัน หลินเยว่ชิงจึงไม่เร่งฝีเท้า แผลตรงน่องถูกใช้งานมาตลอดทั้งคืนจนเริ่มตึงขึ้นอีกครั้ง ส่วนสือเยี่ยนโจวเดินตามหลังไม่ห่าง แขนข้างหนึ่งอุ้มแม่ อีกข้างประคองเซี่ยจื่ออันซึ่งแทบลืมตาไม่ขึ้นแล้ว

เด็กชายพยายามฝืนอยู่หลายครั้ง กระทั่งได้ยินเสียงรถจากเชิงเขาจึงเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของสือเยี่ยนโจว

“อาถงมาแล้วหรือยังครับ”

“ใกล้แล้วค่ะ”

หลินเยว่ชิงเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ข้อความล่าสุดจากเซี่ยอวี่ถงบอกว่าเธอมาถึงทางขึ้นด้านหลังแล้ว และกำลังตามตำแหน่งที่ส่งให้ขึ้นมา

เซี่ยจื่ออันพยักหน้า แล้วหลับตาพิงไหล่สือเยี่ยนโจว

ทางเล็กด้านหลังอารามทอดลงไปถึงลานจอดรถเก่าซึ่งแทบไม่มีคนใช้งาน แสงไฟจากรถสองคันลอดผ่านต้นไม้เข้ามาก่อนที่พวกเขาจะเดินพ้นแนวกำแพง

ประตูรถคันหน้าเปิดออกทันที

“จื่ออัน!”

เด็กชายลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย “อาถง…”

เซี่ยอวี่ถงเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่พอเห็นรอยแดงรอบคอหลานกับใบหน้าซีดเซียว เธอกลับชะลอมือก่อนจะรับตัวจากสือเยี่ยนโจว

“เจ็บตรงไหน”

“คอครับ แล้วก็เวียนหัว”

“มีที่อื่นอีกไหม”

เซี่ยจื่ออันส่ายหน้า พอเห็นอายังทำหน้าไม่ดีจึงรีบเติม “นิดเดียวจริง ๆ นะครับ”

“เดี๋ยวหมอเป็นคนบอกว่านิดเดียวหรือไม่นิดเดียว”

แม้น้ำเสียงจะดุ แต่พอเด็กยื่นมือหา เธอก็รับมากอดเสียแน่นจนเซี่ยจื่ออันต้องขยับตัว

“อาถง…หายใจไม่ออกครับ”

เซี่ยอวี่ถงรีบผ่อนแขน ก่อนลูบหลังเขาสองสามครั้ง “ยังมีแรงบ่นก็ดี”

เด็กชายซบลงบนไหล่เธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“ผมกลัว”

มือที่ลูบหลังหยุด

“รู้แล้ว กลับบ้านก่อน”

เซี่ยจื่ออันพยักหน้าแล้วกอดคอเธอแน่นขึ้น

หลินเยว่ชิงไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะ เธอหันไปทางเจ้าหน้าที่ที่มากับเซี่ยอวี่ถงแทน ก่อนบอกตำแหน่งเรือนเก่าและทางลงห้องใต้ดินอย่างกระชับ เรื่องป้ายชื่อเด็กกับตะเกียง หลินเยว่ชิงพูดเพียงว่ามีของเกี่ยวข้องกับเด็กหลายคนอยู่ข้างใน และไม่ควรเคลื่อนย้ายก่อนตรวจให้เรียบร้อย

จากข้อมูลที่พบก่อนหน้านี้ อวิ๋นเจินเลือกเด็กจากวันและเวลาเกิด และป้ายของเซี่ยจื่ออันก็ถูกแยกไว้ในกลุ่มเดียวกับเด็กคนอื่นจริง

เซี่ยอวี่ถงฟังจบก็หันไปบอกคนที่มาด้วยให้ขึ้นไปตรวจด้านบน ส่วนตัวเธอยังไม่ปล่อยเซี่ยจื่ออันออกจากแขน

“ข้างในมีคนอยู่ไหม”

“อวิ๋นเจินยังอยู่ค่ะ”

“สภาพ?”

“ไปดูเองจะชัดกว่าค่ะ”

เซี่ยอวี่ถงพยักหน้า ไม่ถามต่อ

เสียงวิทยุจากคนที่ขึ้นไปก่อนดังแทรกอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อรู้ว่าพบทางเข้าตรงตามตำแหน่งที่หลินเยว่ชิงบอก สีหน้าของเซี่ยอวี่ถงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอส่งเซี่ยจื่ออันให้เจ้าหน้าที่หญิงที่อยู่ใกล้ที่สุด

“พาเขาไปโรงพยาบาลก่อน ฉันตามไปทีหลัง”

เด็กชายรีบจับแขนเสื้ออา “อาถงไม่ไปด้วยเหรอครับ”

“ไป แต่ต้องจัดการข้างบนก่อน”

“นานไหม”

“ไม่รู้”

เซี่ยจื่ออันทำหน้าเหมือนไม่ชอบคำตอบ แต่ก็ไม่ได้งอแง

เซี่ยอวี่ถงแตะหน้าผากเขาเบา ๆ “ไปให้หมอดูก่อน ถ้าอาถงไปถึงแล้วรู้ว่ายังแอบลงจากเตียง จะดุจริงนะ”

เด็กชายรีบรับปาก

ตอนกำลังจะขึ้นรถ เขากลับนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันมาหาหลินเยว่ชิง

“พี่ครับ คนกระดาษของผมล่ะ”

หลินเยว่ชิงหยิบเจ้าตัวเล็กออกจากกระเป๋า

สภาพของมันไม่น่าดูนัก ขาข้างหนึ่งพับจนแทบลากพื้น แขนอีกข้างมีรอยฉีกตรงข้อพับ เซี่ยจื่ออันเห็นแล้วรีบยื่นมือมารับอย่างระวัง

“พังเพราะช่วยผมหรือครับ”

“ใช้มาหลายรอบแล้วค่ะ”

เด็กชายก้มดูมันนานกว่าเดิม “ซ่อมได้ไหม”

“ได้”

สีหน้าเด็กดีขึ้นทันที

เซี่ยอวี่ถงมองคนกระดาษในมือหลาน แล้วหันมาหาหลินเยว่ชิง “ถ้าต้องใช้อะไรเพิ่ม บอกฉันนะ”

“ไม่เยอะค่ะ”

“อย่าปฏิเสธก่อน ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะให้อะไร”

หลินเยว่ชิงไม่ได้ต่อบท เพียงยื่นมือไปรับคนกระดาษคืนเมื่อเซี่ยจื่ออันยื่นมาให้

“ผมกลัวทำขาดครับ”

“งั้นฉันเก็บเอง”

เด็กชายจึงยอมขึ้นรถ

ประตูปิดลง ไม่นานรถคันนั้นก็เคลื่อนออกจากลาน

เซี่ยอวี่ถงยืนมองจนรถลับแนวต้นไม้ ก่อนหันกลับขึ้นไปทางอาราม คราวนี้สีหน้ากลับมาเคร่งเหมือนตอนทำงานตามปกติ

“เรื่องบนเขาฉันจัดการต่อเอง”

หลินเยว่ชิงพยักหน้า

“ถ้ามีอะไรที่ตำรวจแตะไม่ได้ คุณบอกฉันทีหลัง”

“ค่ะ”

เซี่ยอวี่ถงเหลือบมองหญิงในอ้อมแขนสือเยี่ยนโจว แต่เก็บคำถามไว้

เธอเรียกคนขับให้เอารถอีกคันออกมาให้ ก่อนบอกหลินเยว่ชิงว่า หากต้องการข้อมูลจากเหตุด้านบน เธอจะติดต่อภายหลัง

ไม่นานรถก็ออกจากเชิงเขา

สือเยี่ยนโจวนั่งด้านหลังกับแม่ หลินเยว่ชิงนั่งอยู่ข้างกันเพื่อดูอาการระหว่างทาง ตลอดครึ่งชั่วโมงแรกไม่มีใครพูดมาก เสียงเครื่องยนต์กับเสียงล้อบดถนนดังอยู่ในรถเป็นหลัก

หญิงที่นอนอยู่ในอ้อมแขนสือเยี่ยนโจวยังไม่ฟื้น ชีพจรสม่ำเสมอกว่าตอนอยู่ในอาราม แต่ยังอ่อนกว่าคนทั่วไปมาก

หลินเยว่ชิงแตะข้อมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนมือออก

สือเยี่ยนโจวถาม “เป็นยังไงครับ”

“ดีขึ้นค่ะ”

“ต้องส่งปราณอีกไหม”

“ยังไม่ต้อง”

เขารับคำแล้วก้มมองแม่อีกครั้ง

นิ้วของหญิงบนตักเขาเย็นกว่าปกติเล็กน้อย สือเยี่ยนโจวจึงใช้มือห่อไว้โดยไม่รู้ตัว

ผ่านไปพักหนึ่ง เขาถามขึ้นอีก “แม่รับรู้เรื่องข้างนอกมาตลอดหรือเปล่าครับ”

หลินเยว่ชิงเงียบคิดก่อนตอบ “ไม่น่าจะตลอดค่ะ แต่มีบางช่วง”

ก่อนหน้านี้น้องสาวของแม่เคยพูดเองว่าเจ้าของร่างยังตื่นขึ้นมาเป็นบางครั้ง และช่วงหลังมีเสียงเรียกลูกตอนกลางคืน

สือเยี่ยนโจวไม่ได้ถามต่อ

รถแล่นเข้าสู่เขตเมืองในช่วงฟ้าเริ่มสว่าง ก่อนเลี้ยวเข้าอาคารพักฟื้นที่หมอจ้าวใช้ดูแลสือหมิงเซวียนอยู่ก่อนแล้ว

หลัวเฉิงมารออยู่หน้าอาคาร เมื่อเห็นคนในอ้อมแขนเจ้านาย เขาก็หยุดไปนิดหนึ่ง

“คุณนาย?”

“ครับ”

“ครับ” หลัวเฉิงขยับพ้นหน้าประตูทันที

สือเยี่ยนโจวอุ้มแม่ขึ้นไปยังห้องที่เตรียมไว้ฝั่งเดียวกับห้องของพ่อ แต่หลินเยว่ชิงไม่ให้พาเข้าไปหาในทันที

สือหมิงเซวียนเพิ่งฟื้นจากอาคมและยังมีพิษตกค้างในร่าง ก่อนหน้านี้หมอจ้าวต้องเตรียมห้องตรวจไว้ให้โดยเฉพาะ และเขายังต้องพักรักษาต่ออีกระยะ

ส่วนคนที่เพิ่งถูกแยกวิญญาณออกจากร่างก็ไม่ต่างกันนัก

หมอจ้าวมาถึงไม่นานหลังพวกเขาเข้าห้อง เขาตรวจร่างกายพื้นฐานก่อน แล้วให้คนเก็บเลือดไปตรวจเพิ่ม

“ไม่มีบาดเจ็บภายนอกน่าห่วง” เขาบอก “แต่ร่างกายอ่อนมาก ต้องตรวจหลายอย่างก่อนถึงจะสรุปได้”

หลินเยว่ชิงนั่งอยู่ข้างเตียง ไม่ได้แทรกเรื่องเหนือธรรมชาติระหว่างที่หมอตรวจ เธอรอจนหมอจ้าวออกไปจึงแตะชีพจรอีกครั้ง แล้วส่งปราณเข้าไปเพียงบางเบาเพื่อประคอง ไม่ได้ฝืนเรียกสติ

สือเยี่ยนโจวยืนอยู่ข้างเตียงมาตลอด

เวลาผ่านไปเกือบยี่สิบนาที เปลือกตาของหญิงบนเตียงจึงเริ่มขยับ

เขาเห็นก่อนหลินเยว่ชิงจะพูดอะไร

มือที่วางข้างตัวขยับเข้าใกล้เตียงทันที แต่ไม่ได้จับเธอแรง

หญิงบนเตียงขมวดคิ้วเพราะแสง ก่อนค่อย ๆ เปิดตาอีกครั้ง

ภาพตรงหน้าคงยังพร่าอยู่ เธอมองใบหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอยู่นาน

สือเยี่ยนโจวไม่ได้รีบเรียก

ปลายนิ้วของเธอขยับขึ้นช้า ๆ แตะข้างแก้มเขา

“เยี่ยนโจว…”

เสียงแหบมาก

เขาจับมือนั้นไว้ “ครับแม่”

หญิงบนเตียงมองเขาอีกครู่หนึ่ง น้ำตาจึงค่อย ๆ ไหลลงข้างแก้ม

“โตแล้ว…”

สือเยี่ยนโจวพยักหน้าเบา ๆ

เธอไม่ได้ถามว่าผ่านไปกี่ปี ยังไม่มีแรงพอจะถามเรื่องมากมายด้วยซ้ำ มือที่ถูกลูกชายจับไว้ยังสั่นนิด ๆ เหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วคนตรงหน้าจะหายไป

หลินเยว่ชิงลุกออกจากเก้าอี้ช้า ๆ ตั้งใจให้สองแม่ลูกได้อยู่กันเอง แต่คนบนเตียงกลับหันมาเห็นเธอเสียก่อน

“เธอ…”

“หลินเยว่ชิงค่ะ”

อีกฝ่ายมองเธอ “ฉันจำเสียงได้”

หลินเยว่ชิงไม่ได้ถามว่าจำจากตอนไหน เพียงขยับผ้าห่มให้เข้าที่ หญิงบนเตียงหลับตาพักหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามลูกชาย

“พ่อของลูกล่ะ”

สือเยี่ยนโจวนิ่งไปนิดเดียว แม่ของเขาจับสังเกตได้ทันที

“เขาเป็นอะไร”

“ยังอยู่ครับ”

เธอหันมองเต็มตา “อยู่ไหน”

“ที่นี่ครับ”

มือที่จับลูกกลับแน่นขึ้นกว่าเดิม

“ถ้าอยู่ที่นี่ ทำไมไม่มา”

สือเยี่ยนโจวเลื่อนเก้าอี้เข้าใกล้ “พ่อเพิ่งถูกพากลับมาเหมือนกันครับ”

เขาเล่าเพียงว่าพ่อสูญเสียความทรงจำไปหลายปี ถูกอาคมกดไว้ และเพิ่งได้รับการช่วยเหลือก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนนี้อยู่ในการดูแลของหมอจ้าว อาการยังคงที่

สือหมิงเซวียนเคยจำลูกชายได้แล้วบางส่วน และก่อนแยกจากกันยังขอให้สือเยี่ยนโจวพาไปตามหาแม่เมื่อกลับออกจากเขา

หญิงบนเตียงฟังจนจบโดยไม่แทรก น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลกลับมาอีกครั้ง

“เขาอยู่ห้องไหน”

“ฝั่งเดียวกันครับ”

เธอขยับตัวเหมือนอยากลุก แต่เพียงเกร็งแขนก็หมดแรง สือเยี่ยนโจวรีบประคองไว้

“แม่พักก่อน”

“ฉันอยากเห็นเขา”

“ผมรู้ครับ”

“เยี่ยนโจว…”

“พ่อยังอยู่ที่นี่ครับ ไม่ได้ไปไหน”

เธอยอมเอนกลับลงหมอน แม้สายตายังอยู่ที่ประตู หลินเยว่ชิงตรวจชีพจรอีกครั้ง แล้วพูดเพียง “พักสักครู่ก่อนค่ะ”

คราวนี้เธอไม่ฝืน

นอกห้องมีเสียงฝีเท้าดังผ่านไปหลายรอบ หมอจ้าวกำลังคุยกับใครบางคนตรงทางเดิน เสียงไม่ชัดนักในตอนแรก จนกระทั่งมีประโยคหนึ่งลอดผ่านประตูเข้ามา

“คุณสือ กลับไปนั่งก่อนครับ”

คนบนเตียงลืมตาขึ้นทันที สือเยี่ยนโจวเองก็หันไปทางประตู เสียงหมอจ้าวดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิม

“คุณเพิ่งถอดสายตรวจเองนะ จะไปไหน”

ตามมาด้วยเสียงผู้ชายที่แหบเล็กน้อย แต่ทั้งแม่และลูกจำได้พร้อมกัน

“ผมได้ยินเสียง…”

หญิงบนเตียงกำผ้าห่มแน่น

สือเยี่ยนโจวลุกขึ้น เสียงฝีเท้าหยุดอยู่หน้าห้องพอดี.