91
91
รถเคลื่อนผ่านแยกใหญ่ไปพร้อมกับไฟเขียว เซี่ยจิ่งหาวยังพูดเรื่องบ้านที่นัดนายหน้าไว้พรุ่งนี้ต่ออีกพักหนึ่ง ตั้งแต่เจ้าของลดราคาให้เพราะต้องการขายเร็ว ไปจนถึงเพื่อนที่ยืนยันว่าละแวกนั้นเดินทางสะดวกและราคานี้หาไม่ได้ง่าย ๆ
พอรถชะลอตามคันหน้า เขาก็ส่งตำแหน่งกับรูปบ้านให้หลินเยว่ชิงตามที่เธอขอ
“ส่งให้แล้วครับ ถ้าดูแล้วมีอะไรแปลก คุณบอกผมตรง ๆ ได้เลยนะ ผมไม่เสียดายค่ามัดจำหรอก”
หลินเยว่ชิงเปิดดูเพียงครู่เดียว “บ้านไม่มีปัญหาค่ะ”
เซี่ยจิ่งหาวโล่งใจทันที “งั้นพรุ่งนี้ผมไปดูได้?”
“ไปดูได้ค่ะ ส่วนจะซื้อหรือไม่ซื้อ คุณตัดสินใจเอง”
“ผมนึกว่าคุณจะช่วยเลือกให้ด้วย”
“ฉันดูดวง ไม่ได้เป็นนายหน้าค่ะ”
หลินเยว่ชิงจำได้ ครั้งก่อนหลังเจอเรื่องอันตราย เขาเคยตามตื๊อขอเป็นศิษย์อยู่พักหนึ่ง ตอนนั้นความอยากเรียนของเขามาจากความกลัวมากกว่าความตั้งใจ เธอจึงไม่ได้รับปาก
เซี่ยจิ่งหาวรีบอธิบาย “ผมรู้ว่าฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าถ้าเรียนวิชาได้ เวลาเจอผีเจออะไรแปลก ๆ จะได้ไม่ต้องกลัวจนทำอะไรไม่ถูก พอมาเจอเรื่องที่อาราม ผมถึงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเอาไว้เท่หรือเอาไว้ป้องกันตัวอย่างเดียว”
เขาจับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย เมื่อนึกถึงเด็กที่ถูกพาออกมาจากอาคารพัก และป้ายชื่อจำนวนมากในห้องนั้น
“ผมช่วยใครไม่เป็นเลยครับ ต่อให้ยืนอยู่ตรงนั้นก็ได้แต่ทำตามที่คนอื่นบอก ถ้าไม่มีคุณ ไม่มีพี่ผม ไม่มีเจ้าหน้าที่ ผมก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี”
หลินเยว่ชิงฟังโดยไม่ขัด
“ถ้าเริ่มแล้ว จะเลิกกลางทางไม่ได้นะคะ”
เซี่ยจิ่งหาวตอบโดยไม่ต้องคิด “ครับ”
“ช่วงแรกไม่มีอะไรน่าสนุกด้วย”
“เรียนพื้นฐานใช่ไหม ผมทำได้”
“ต้องจำเยอะ”
“ผมจำเก่งนะครับ”
หลินเยว่ชิงเหลือบมองเขา “ครั้งก่อนใครลืมยันต์ไว้ในรถ”
เซี่ยจิ่งหาวเงียบไปทันที ก่อนแก้ตัวเสียงเบา “ครั้งเดียวเองครับ”
เธอไม่ได้พูดซ้ำให้เขาเสียหน้าอีก เพียงบอกว่า “กลับไปเตรียมตัวไว้ค่ะ เดี๋ยวฉันส่งวันที่เหมาะสมให้”
เขาใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะตามความหมายทัน “คุณรับผมแล้ว?”
“ทำพิธีก่อนค่ะ หลังจากนั้นค่อยนับว่าเป็นศิษย์จริง ๆ”
“ต้องเตรียมอะไรบ้างครับ”
“ไว้ฉันส่งรายการให้”
“แล้วผมเรียกอาจารย์ก่อนได้ไหม”
“ยังค่ะ”
“อีกไม่กี่วันเอง”
หลินเยว่ชิงตอบเรียบ ๆ “ถ้ารีบมาก ฉันเลื่อนพิธีออกไปก็ได้ค่ะ”
“ไม่รีบแล้วครับ”
เขายอมง่ายจนเธอไม่ต้องเตือนอีก ตลอดทางที่เหลือแม้เจ้าตัวยังถามเรื่องการเรียนอยู่บ้าง แต่ไม่ได้พูดไม่หยุดเหมือนตอนแรก กระทั่งรถมาจอดหน้าที่พักของหลินเยว่ชิง เขาจึงกำชับอีกครั้งให้เธออย่าลืมส่งวันทำพิธีมาให้
“ไม่ลืมค่ะ”
“ผมกลัวคุณกลับไปแล้วคิดอีกทีว่าไม่รับดีกว่า”
“ถ้าคุณยังถามอยู่เรื่อย ๆ ก็ไม่แน่ค่ะ”
เซี่ยจิ่งหาวรีบปิดปากตัวเองแล้วโบกมือให้จากในรถ
หลินเยว่ชิงขึ้นห้อง จัดของที่จำเป็นออกจากกระเป๋าแล้วไปอาบน้ำ ระหว่างเดินทางเธอหลับมาบ้างแล้ว พอกลับถึงบ้านจริง ๆ จึงยังไม่รู้สึกง่วง แม้เวลาจะล่วงไปค่อนข้างดึก
โทรศัพท์มีข้อความจากคนดูค้างไว้มากกว่าปกติ หลายวันมานี้เธอไม่ได้เปิดไลฟ์ บัญชีประจำบางคนจึงไปคุยกันใต้คลิปเก่า บ้างถามว่าเธอหายไปไหน บ้างเดาว่าคงมีงานด่วน และมีคนหนึ่งส่งรูปของกินมาติดกันสามคืน พร้อมบ่นว่าซื้อรอจนกินหมดก่อนทุกครั้ง
หลินเยว่ชิงอ่านผ่าน ๆ ก่อนเปิดแอปโดยไม่ได้ประกาศล่วงหน้า
คนดูเข้ามาเร็วกว่าที่คิด ภายในเวลาไม่นานชื่อที่คุ้นตาก็โผล่ขึ้นมาหลายบัญชี
หลินเยว่ชิงอ่านเจอพอดี “มีธุระค่ะ”
ขอกะละมังกับชาม: ฉันว่าแล้วว่าถามไปก็ไม่ได้อะไร
คนในห้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนคอมเมนต์ไหลเร็วกว่าเดิม หลินเยว่ชิงปล่อยให้พวกเขาคุยกันไป พอจำนวนผู้ชมเริ่มคงที่ เธอก็เปิดถุงโชคสำหรับสายแรก
ไม่นานชื่อบัญชี ฝนตกตอนเลิกงาน ก็ปรากฏขึ้น
อีกฝ่ายกดเชื่อมสายแทบจะทันที ภาพหญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ ขึ้นมาบนหน้าจอ ด้านหลังเป็นห้องเช่าขนาดไม่ใหญ่ โต๊ะทำงานเต็มไปด้วยเอกสาร หนังสือสอบ และแก้วกาแฟที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง
“สวัสดีค่ะอาจารย์หลิน ฉันมีเรื่องอยากถามพอดีเลยค่ะ เรื่องซื้อบ้าน”
เธอดูตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เสียเวลาพูดเรื่องอื่น พอหลินเยว่ชิงปล่อยให้เล่าต่อ หญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมาเปิดรูปห้องชุดให้ดู
“ฉันทำงานอยู่ต่างเมืองค่ะ ส่วนบ้านเกิดอยู่ไกลพอสมควร เมื่อสองวันก่อนแม่โทรมาบอกว่าเจอโครงการใหม่ใกล้บ้านเดิม ราคาไม่สูงมาก ถ้าฉันตกลง ท่านจะช่วยออกเงินดาวน์ให้ครึ่งหนึ่ง”
ส่วนที่เหลือหญิงสาวต้องจ่ายเอง รวมถึงค่างวดทุกเดือน เธอมีงานประจำและมีรายได้พอรับภาระได้ แต่ตอนนี้ก็ต้องจ่ายค่าเช่าห้องในเมืองที่ทำงานอยู่แล้ว หากซื้อบ้านเพิ่ม เงินเก็บแต่ละเดือนจะเหลือน้อยลงมาก
“แม่บอกว่าฉันทำงานมาสองปีแล้ว ควรมีอะไรเป็นของตัวเองบ้าง ถึงตอนนี้ไม่ได้กลับไปอยู่ วันหนึ่งถ้าย้ายกลับก็ยังมีบ้านรออยู่ ฉันฟังแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผลนะคะ แต่พอคิดเรื่องค่าใช้จ่ายก็ลังเล”
คอมเมนต์เริ่มแบ่งออกเป็นสองฝ่ายทันที
หญิงสาวอ่านแล้วหัวเราะ “นี่แหละค่ะ ฉันถามเพื่อนก็ได้คำตอบประมาณนี้ เลยมาลองถามอาจารย์ดู ถ้าดูจากดวง บ้านหลังนี้ควรซื้อไหมคะ”
หลินเยว่ชิงมองใบหน้าของอีกฝ่าย
เรื่องที่เห็นไม่ได้อยู่ตรงราคาบ้าน และไม่ได้เกี่ยวกับตัวห้องด้วยซ้ำ
“คุณเคยไปดูห้องหรือยังคะ”
“ยังค่ะ แม่เป็นคนไปดู”
หญิงสาวไม่ได้รอให้ถามต่อ เธอเล่าเองว่าแม่ส่งทั้งรูปห้อง แปลน และรายละเอียดโครงการมาให้เกือบหมดแล้ว เพราะรู้ว่าลูกสาวงานยุ่งจึงอาสาจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้
“ตอนแรกฉันก็คิดว่าจะกลับไปดูเองค่ะ แต่ช่วงนี้กำลังมีประเมินที่บริษัท ถ้าลาก็กลัวกระทบงาน แม่เลยบอกว่าไม่ต้องกลับ เดี๋ยวท่านดูแทนให้”
หลินเยว่ชิงถาม “แล้วคุณชอบห้องนี้ไหมคะ”
หญิงสาวชะงัก นิ้วที่กำลังเลื่อนรูปหยุดค้างอยู่บนหน้าจอ
“จริง ๆ ...ฉันยังตอบไม่ได้เลยค่ะ”
เธอหัวเราะอย่างรู้สึกแปลกกับคำตอบตัวเอง “ฉันดูแต่รูปที่แม่ส่งมา ยังไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าชอบแบบไหน เพราะแม่บอกว่าห้องนี้ดี ฉันก็เลยดูเรื่องเงินเป็นหลัก”
หลินเยว่ชิงเองก็ไม่ได้พาคนดูคิดไกล เธอถามเพียงว่า “ถ้าซื้อแล้ว ช่วงที่คุณยังทำงานอยู่ที่นี่ บ้านจะว่างใช่ไหมคะ”
“แม่บอกแบบนั้นค่ะ อย่างมากท่านคงแวะไปดูบ้าง”
หญิงสาวพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนรูปอีกครั้ง
“แม่เลือกไว้ชั้นหกค่ะ ห้องมุม มีสองห้องนอน ท่านบอกว่าเผื่อฉันแต่งงานวันหน้าจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ้าน”
นิ้วของเธอหยุดที่รูปหนึ่งก่อนยื่นเข้าหากล้อง “ห้องนี้แม่ยังบอกว่าจะทำเป็นห้องเด็กไว้เลยค่ะ ทั้งที่ฉันยังไม่มีแฟน”
คอมเมนต์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
หญิงสาวเองก็หัวเราะตาม “ตอนแม่พูด ฉันก็แซวแบบนี้ค่ะ”
หลินเยว่ชิงกลับมองเธออยู่เงียบ ๆ
เส้นทรัพย์บนใบหน้าของหญิงสาวไม่ได้ขาด บ้านหลังนี้จึงไม่ทำให้เธอล้มละลายหรือเจอเคราะห์เงินทอง แต่ตำแหน่งของทรัพย์ซึ่งควรเป็นของตัวเองกลับเบนออกไปทางครอบครัวอย่างชัดเจน
เธอจึงพูดว่า “ไม่ต้องซื้อค่ะ”
เจ้าของสายที่กำลังยิ้มอยู่หยุดทันที “หมายถึงบ้านหลังนี้เหรอคะ”
“ค่ะ”
“เป็นเพราะฉันจะผ่อนไม่ไหว?”
“ไม่ใช่ค่ะ”
“หรือบ้านมีอะไร?”
“บ้านปกติดีค่ะ”
หญิงสาวยิ่งฟังยิ่งงง “ถ้าบ้านไม่มีปัญหา แล้วฉันก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน ทำไมซื้อไม่ได้ล่ะคะ”
หลินเยว่ชิงไม่ได้ปล่อยให้เธอเดาต่อ
“เพราะคุณซื้อไปก็ไม่ได้ใช้ค่ะ”
อีกฝ่ายหัวเราะนิดหนึ่ง “เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้วค่ะ ตอนนี้ฉันทำงานที่นี่ ก็คงไม่ได้กลับไปอยู่ทันที”
“ฉันไม่ได้หมายถึงแค่ตอนนี้ค่ะ”
คนในไลฟ์เองเริ่มจับคำพูดนี้ได้ คอมเมนต์จึงเปลี่ยนจากเรื่องเงินมาเป็นการเดาว่าบ้านอาจมีคนอื่นเข้าไปอยู่ แต่หลินเยว่ชิงไม่อ่านออกเสียงและไม่ได้ตอบการคาดเดาเหล่านั้น
“คุณกลับบ้านครั้งล่าสุดเมื่อไรคะ”
หญิงสาวนิ่งคิด “เกือบสองปีแล้วค่ะ”
“ไม่ได้กลับเลย?”
“ค่ะ”
คราวนี้เธออธิบายเองโดยไม่ต้องรอคำถามต่อ “ฉันเพิ่งเรียนจบได้สองปี พอเข้าบริษัทก็ต้องพยายามให้ผ่านทดลองงาน หลังจากนั้นมีสอบภายในต่อ ตอนนี้กำลังจะประเมินเลื่อนตำแหน่งอีก วันหยุดเลยหมดกับเรียนเพิ่มเกือบทั้งหมด”
“ช่วงเทศกาลฉันก็ไม่ได้กลับ บางครั้งแม่มาหาฉันแทน ท่านชอบบอกว่าไม่เป็นไร ตั้งใจทำงานไปก่อน เรื่องทางบ้านไม่ต้องห่วง”
“อาจารย์หลิน”
“คะ”
“คุณหมายความว่า...ช่วงที่ฉันไม่ได้กลับ มีอะไรที่บ้านที่ฉันไม่รู้ใช่ไหมคะ”
หลินเยว่ชิงตอบเพียงว่า “มีค่ะ”
หญิงสาวนั่งเงียบไป ก่อนจะเลื่อนหน้าจอค้นแชตกับแม่อย่างไม่รู้ตัว ข้อความเกี่ยวกับบ้านมีอยู่มากกว่าที่เธอจำได้ ทั้งรูปห้อง รายละเอียดสินเชื่อ และข้อความเร่งให้ตัดสินใจภายในไม่กี่วัน
“แปลกจัง”
หญิงสาวไม่ทันอ่านคอมเมนต์ เธอยังคงมองโทรศัพท์ในมือ
“แม่คุยเรื่องห้องนอนเล็กกับฉันหลายครั้งมากค่ะ”
“ว่าอะไรบ้างคะ”
“ก็เรื่องเตียง ตู้ แล้วก็โต๊ะเด็ก...” เธอเลื่อนกลับไปดูรูปเดิม ก่อนนิ่งไปอีกครั้ง “ตอนนั้นฉันคิดว่าแม่เตรียมเผื่ออนาคตจริง ๆ เลยไม่ได้สนใจ”
หลินเยว่ชิงถามเพียงอย่างเดียว
“คุณมีหลานไหมคะ”
“มีค่ะ ลูกพี่ชายฉัน อายุห้าขวบ”
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์พุ่งเร็วขึ้นในพริบตา แต่หญิงสาวไม่ได้มองแล้ว เธอถือโทรศัพท์นิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิม
“บ้านหลังนี้...แม่ไม่ได้ตั้งใจซื้อไว้ให้ฉันใช่ไหมคะ”
หลินเยว่ชิงไม่ได้ตอบแทนคนในครอบครัวของเธอ
“คืนนี้ยังไม่ต้องโอนเงินค่ะ”
“แต่แม่รอคำตอบอยู่”
“งั้นคุยกับแม่ให้ชัดก่อนค่ะ”
หญิงสาวเม้มปาก ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นพอดี
ชื่อ แม่ ปรากฏบนหน้าจอ
เธอมองชื่อสายเรียกเข้าอยู่สองวินาที แล้วเงยหน้ากลับมาหาหลินเยว่ชิง
“แม่โทรมาค่ะ”
หลินเยว่ชิงมองเธอ “รับสิคะ”
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนกดรับสาย
“แม่ หนูกำลังจะคุยเรื่องบ้านพอดี...”