บทที่ 4.1 แค่พอแก้ขัด
บทที่ 4.1 แค่พอแก้ขัด
บทที่ 4 แค่พอแก้ขัด‘ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร’
ทินกรมองป้ายสีทองเด่นสง่าติดอยู่หน้าห้องแวบหนึ่ง ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไปภายในห้องสีเทาอึมครึมหลังเคาะส่งสัญญาณ
“ป๊าครับ”
เจ้าสัวจิรโชติเป็นชายวัยหกสิบแปดที่ร่างกายแข็งแรงดี ใบหน้าผ่องใสสมเป็นผู้บริหารของโรงพยาบาล แต่กลิ่นอายบารมีที่แผ่กระจายกลับเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
“มาแล้วเหรอ ทำไมแกกล้าผิดนัดฉัน” น้ำเสียงเข้มงวดเปิดฉากเข้าประเด็น โดยที่สายตาเฉียบแหลมยังกวาดอ่านเอกสารรายงานสรุปผลการประชุมของวันนี้ ซึ่งผลประกอบการออกมาดีจนทำให้ลดความโมโหในตัวทินกรลงไปกว่าครึ่ง
“ขอโทษครับ” ทินกรเอ่ยเสียงเรียบไร้อารมณ์ ไม่มีคำอธิบายใดให้เจ้าสัวโชติได้ฟัง พลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามบิดาท่าทางเย็นชาตามสไตล์
“อย่าให้มีอีก แล้วนี่เจอลูกสาว สส. ประจักรหรือยัง” พอได้ยินคำขอโทษเจ้าสัวจิรโชติก็ละสายตาจากเอกสาร เงยหน้ามาจับจ้องลูกชายแทน
“เจอแล้วครับ”
“ก็ดี ดูแลให้ดีล่ะ นั่นคือขุนของแก” เจ้าสัวจิรโชติไม่จำเป็นต้องขยายความต่อว่าเป็นขุนอย่างไร ทินกรที่ตนเลี้ยงมากับมือย่อมเข้าใจความหมายดี
ขุนที่จะช่วยให้ทินกรนั่งบนตำแหน่งได้อย่างมั่นคง และมีฐานรากที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุน ไม่ได้เด่นสง่าท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่พร้อมจะถูกเตะตัดขาทุกเมื่อหากก้าวพลาด สิ้นตนไปแล้วทินกรจะไม่เหลือใคร ลูกคนอื่นมีตระกูลของมารดาคอยหนุนหลัง ส่วนทินกรเป็นความผิดพลาดของตนที่เลือกแม่ให้มันผิด
แววตาชายสูงวัยเหี้ยมเกรียมขึ้นยามนึกถึงอดีต
“ส่วนหมากที่ใกล้หมดประโยชน์ก็ควรจัดการให้เข้าที่เข้าทาง อย่าให้เชิดหน้าชูตามากนักมันจะเป็นปัญหา จะเก็บไว้เป็นบ้านเล็กฉันไม่ว่า แต่แกต้องจัดการให้ดี อย่าให้มันกระทบความสัมพันธ์กับอัศววัฒนากุล”
“…” เหมือนเดิมคือทินกรไม่ได้ตอบ เพียงรับฟังบิดาสั่งการต่อไปเงียบ ๆ
“ฉันหาคนมาดูแลด้าน Medical Tourism แทนคนของแกได้แล้ว จัดการส่งมอบงานให้เรียบร้อย แล้วสิ้นเดือนหน้าให้ออกซะ”
“ผมจะจัดการเอง มันยังไม่ถึงเวลาที่จะปลดจ๋าออกจากตำแหน่งตอนนี้ อีกอย่าง Medical Tourism Agency หลายที่เป็นคนรู้จักของจ๋าทั้งนั้น ถ้าจู่ ๆ ปลดจ๋า…”
“เรื่องแค่นี้แกไม่มีปัญญาจัดการหรือไง ฉันจะบอกบุญให้แกนะอิกซ์ หุ้นทั้งหมดของฉันในเจอาร์โชติจะไม่มีแบ่งสันปันส่วน ฉันจะยกให้แค่คนคนเดียวเท่านั้น ถ้าแกทำให้ฉันไว้วางใจไม่ได้ เก้าอี้ตัวนี้แกก็จะไม่ได้นั่ง”
แม้จะเป็นลูก หากไม่ได้ดั่งใจเจ้าสัวจิรโชติก็พร้อมจะหันหลังให้อย่างไม่แยแส
การแบ่งหุ้นให้ลูกเท่า ๆ กันไม่เคยมีในหัวสักครั้ง เพราะรู้ว่ามันจะเป็นศึกใหญ่แห่งการฟาดฟันกันในอนาคต จนอาจทำให้เจริญราษฎร์ตกไปอยู่ในมือคนนอกสายเลือด
แม้จะสนุกที่ได้เห็นลูก ๆ ชิงดีชิงเด่นแสดงศักยภาพแข่งขันกัน เพราะมันเป็นตัวการันตีให้ตนเลือกคนมีความสามารถมาสืบทอดกิจการ แต่หากตายไปแล้วความสนุกจะกลายเป็นหายนะทันที
ตนรักบริษัทมากกว่าลูกด้วยซ้ำ ฉะนั้นคนที่จะได้หุ้นของตนในเจอาร์โชติ บริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเข้าไปถือหุ้นรายใหญ่ในเตชะฮอสปิทอล คือคนที่ตนเชื่อมั่นว่าจะพาเจริญราษฎร์ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยิ่งใหญ่กว่าเดิม ในตอนนี้ศักยภาพของทินกรเข้าตามากที่สุด ลูกคนอื่นหัวด้านบริหารงานไม่ได้เรื่องสักคน
“ครับ ผมจัดการได้”
คำขู่นี้ได้ผลกับเขาเสมอ เพราะมันคือเป้าหมายที่เขาเพียรพยายามปีนป่ายอย่างหนัก ยอมทำงานเหมือนวัวเหมือนลามาตลอดหลายปี
ภายในอกรู้สึกหนักอึ้งเล็กน้อยยามนึกไปถึงกชวิภา เธอนั่งในตำแหน่งเมเนเจอร์ดูแลด้าน Medical Tourism จนทำกำไรได้หลายสิบล้านต่อไตรมาสด้วยความสามารถของเธอเอง ไหนเลยจะช่วยเขาวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดจนได้โบนัสพิเศษก้อนโตจากเขาทุกเดือน เธอคงไม่ยอมถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยไม่เป็นธรรมหรอก
“อย่าทำให้ฉันผิดหวังเป็นครั้งที่สอง” เจ้าสัวจิรโชติเตือนสติ เมื่อเห็นแววควบคุมยากของทินกร
“ครับ ผมจะไม่ทำให้ป๊าผิดหวังแน่นอน”
หากไม่ตอบรับด้วยคำว่า ‘ครับ’ เขาคงมานั่งในตำแหน่งลูกชายคนโปรดไม่ได้ และหุ้นในบริษัทเจอาร์โชติคงไม่ได้แตะสักเปอร์เซ็นต์
ขนาดได้แตะยังได้น้อยกว่าลูกคนอื่นของเจ้าสัวโชติ พี่น้องได้คนละสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เขาได้เพียงเจ็ดเปอร์เซ็นต์เท่านั้น และกว่าจะได้เจ็ดเปอร์เซ็นต์นี้มา เขาทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองแทบตาย ส่วนพี่น้องคนอื่นได้หุ้นไปโดยไม่ต้องพิสูจน์อะไรเลย
เฮียปริ๊นได้หุ้นไปโดยไม่มีเงื่อนไข และถือครองตั้งแต่อายุสิบแปด จนตอนนี้อายุสามสิบหกปีแล้ว
เจ๊พรีมได้หุ้นหลังเรียนจบหมอ ตอนนี้อายุสามสิบสี่ปี
ไอ้เสือได้หุ้นไปครอบครองตอนอายุยี่สิบปีบริบูรณ์
ส่วนเขาเพิ่งได้หุ้นไปเมื่อสองปีก่อน จากการทะเยอทะยานสร้างผลงานจนเข้าตาเจ้าสัวโชติ แล้วเหตุผลที่เกือบจะชวดหุ้นพร้อมถูกถีบหัวส่งออกจากวงศ์ตระกูล คือทำให้พ่อโกรธจนควันออกหูจากการพลาดท่าเสียทีกชวิภา
พ่อเขาน่ะเกลียดคนโง่มากกว่าคนชั่ว และน่าจะเกลียดผู้หญิงแบบกชวิภามากกว่าสิ่งใด เธอถูกจัดเป็นประเภทเดียวกับแม่เขาที่พ่อตราหน้าว่าเห็นแก่ตัวรักแต่เงิน
แม่ทิ้งเขาเพราะได้รับเงินก้อนโตจากครอบครัวแม่ใหญ่ ในปีต่อมาก็ไปแต่งงานใหม่กับคนรวยและมีอำนาจมากกว่าพ่อ นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ขับเคลื่อนเจ้าสัวโชติให้แสวงหาเงินทองและอำนาจไม่มีสิ้นสุด ซึ่งท่านก็ทำสำเร็จขึ้นมายิ่งใหญ่อยู่เหนือครอบครัวใหม่ของแม่ เรียกได้ว่าอีกฝ่ายเทียบไม่ติดฝุ่น
เขาเองก็เหมือนกับพ่อ ชอบกลิ่นเงินและอำนาจมันหอมหวานเสียขนาดนั้น
ดีเอ็นเอเจ้าสัวโชติมันแรง ถ้าท่านใดเคยอ่าน ‘สัญญาก่อนหย่า’ จะรู้ว่านิสัยคุณอิกซ์ดีขึ้นแล้วนิดหนึ่ง
Enjoy reading นะคะ