LNCrawler

บทที่ 4.2 ก็พอแก้ขัดได้

ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว(มีอีบุ๊ก/มีเด็ก) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 4.2 ก็พอแก้ขัดได้

ทินกรใช้เวลาพูดคุยอยู่กับบิดาร่วมสองชั่วโมง ก่อนจะกลับมายังห้องพักลูกสาวในสภาพอิดโรย ขายาวเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงพริบพันดาวที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม แขนสองข้างกอดตุ๊กตาเอลซ่าตัวโปรดไว้แน่น ดูน่ารักจนอยากก้มลงไปหอมแก้มสักฟอด แต่ต้องยับยั้งใจเอาไว้ เพราะกลัวจะทำให้คนหลับสนิทตื่นมางอแง จึงเดินผ่านไปยังห้องนอนแขกแทน

แกร็ก…

“มาแล้วเหรอคะ จ๋าแยกเอกสารให้แล้วนะ อันนี้คุณเซ็นได้เลย ส่วนกองนี้คุณลองอ่านแล้วพิจารณาเองอีกที”

เพียงได้เสียงเปิดประตู กชวิภาที่กำลังรอเวลานี้ก็หันไปยิ้มแฉ่งประจบทันที มือบางตบแฟ้มระหว่างอธิบายในสิ่งที่เขาน่าจะรู้อยู่แล้ว ว่ากองไหนคือเอกสารพร้อมเซ็น กองไหนคือเอกสารต้องพิจารณาอีกที เพราะสิ่งนี้เธอไม่ได้ทำให้เขาครั้งแรก แต่ทำให้มาโดยตลอดตั้งแต่มีโอกาสเข้ามาช่วยงานเขา

“ถึงทำดีไปก็ไม่ได้คืนหรอกนะกุญแจรถกับเงินค่าช็อปปิงน่ะ”

ทินกรเดินเลยไปหย่อนกายลงปลายเตียง หันมองหญิงสาวที่ฉีกยิ้มหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าค้างไว้

“ไม่ใช่สักหน่อย จ๋าไม่ได้ทำดีเพื่อหวังผลสักหน่อย” เธอปฏิเสธน้ำเสียงกระเง้ากระงอด ผุดลุกจากโซฟาเดินเร็ว ๆ ไปหาชายหนุ่ม พร้อมแฟ้มเอกสารสีดำติดมือไปด้วย

“อะไรที่ปลอมมันดูออกนะ”

“จริง ๆ นะ จ๋าไม่ได้อยากได้รถกับเงินแล้ว” กชวิภายืนกรานหนักแน่น พร้อมทิ้งตัวนั่งลงปลายเตียงเคียงข้างร่างสูง รถเธอสามารถกลับไปขับเบนซ์อีคลาสคันเก่าของตัวเองได้ ส่วนเงินใช้ขายกระเป๋าแบรนด์เนมสักใบก็น่าจะพออยู่รอดไปจนถึงสิ้นเดือน ฉะนั้นสองสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องมากที่สุดในขณะนี้

“แล้วอยากได้อะไร” คิ้วเข้มเลิกขึ้นถามอย่างรู้ทัน พลางขยับตัวขึ้นไปนั่งเอนหลังพิงหัวเตียง ขาเหยียดไปตามความยาวของเตียงอย่างผ่อนคลาย โดยมีร่างบางคลานตามมานั่งขัดสมาธิ ตาจ้องเป็นประกายไม่ห่าง

“จ๋าอยากได้ตัวละครในบทนี้ ให้จ๋าได้ไหม”

“เธอไม่เหมาะกับบทนางเอกหรอกจ๋า” ทินกรปฏิเสธเสียงแข็งทันทีที่เห็นว่าเธอยกแฟ้มอะไรมาโชว์ มันคือเอกสารขอสปอนเซอร์พร้อมแนบบทละครมาให้อ่านเพื่อพิจารณา ซึ่งเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะรับเป็นสปอนเซอร์ไหม เพราะเท่าที่ฟังจากผู้จัดมาขายงาน ไม่รู้ว่าละครเรื่องนี้จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์โรงพยาบาลมากน้อยแค่ไหน เนื้อเรื่องมันเกี่ยวข้องกับการทำงานของหมอในโรงพยาบาลล้วน ๆ

“จ๋าไม่เอาบทนางเอกก็ได้ จ๋าจะเอาบทนางร้าย” เธอไม่วาดฝันไปไกลถึงบทนางเอกหรอก เอาแค่บทนางร้ายก็พอ เพราะบทมันเด่นพอ ๆ กัน

“เลือกบทได้เหมาะสมกับตัวเองดี” ดวงตากลมโตแวววาวขึ้นตอนพูด แปลว่ากชวิภาชอบบทนี้จริงสินะ จากที่ตั้งใจจะปฏิเสธเด็ดขาดก็ยั้งปากไว้ได้ทัน อยากจะรู้ว่าผู้หญิงมากแผนการคนนี้จะมีไม้เด็ดอะไรมาเป็นข้อต่อรอง

น่าสนุกดี

“ให้จ๋าได้ไหมคุณอิกซ์ ท่านลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่ประทานมันให้จ๋าเถอะนะ ...นะคะคุณอิกซ์ขา” ใบหน้างามฉาบด้วยความออดอ้อน ตากลมโตละห้อยเว้าวอน แต่เมื่อเขายังนิ่งเฉยจึงใช้หัวทุยถูไถกับต้นแขนกำยำ ช้อนตากะพริบปริบ ๆ ซึ่งเป็นท่าไม้ตายของพริบพันดาวยามออดอ้อนพ่อ เธอขอลอกเลียนสักหน่อย เผื่อมันจะใช้ได้ผลเหมือนลูก

“ประจบสอพลอให้มันน้อย ๆ หน่อย” ทินกรถึงกับใจสั่นจนเกือบเผลอใจอ่อน เมื่อถูกอ้อนจากคนที่หน้าเหมือนกับลูกสาวราวกับแกะพิมพ์ ดีที่ฝ่ามือนุ่มวางลงบนโคนขาให้ได้สติก่อน

“คุณไม่ชอบจ๋าประจบสอพลอแบบนี้เหรอ หรือชอบให้จ๋าประจบสอพลอแบบอื่น” ไม่ว่าเปล่ามือเล็กแสนซุกซนลูบไล้คืบคลานเข้าใกล้จุดยุทธศาสตร์สำคัญ

“เบื่อละ กินจนเบื่อ ไม่มีความน่าตื่นเต้นอะไรแล้ว อย่ามายั่วให้เสียเวลา” แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ร่างกายกลับทรยศ …มันตื่นตัว

“…” กชวิภาถึงกับชะงักมือหยุดนิ่ง เมื่อเจอประโยคแรงหยุดโลก เป็นครั้งแรกที่ได้ยินและทำให้ใจเสียหน้าเจื่อนจริง ๆ

เออดี! ปากหมาแบบนี้เธอจะได้ไม่เปลืองตัว ถึงอย่างนั้นเธอก็จะเอาบทละครนี้ให้ได้! ไม่ยอมแพ้หรอก

“ไม่รู้ละ จ๋าอยากเป็นนักแสดงในละครเรื่องนี้ คุณต้องช่วยจ๋า”

ในเมื่อใช้ลูกอ้อนไม่ได้ผลก็ดื้อแพ่งมันแบบนี้แหละ พร้อมถอยห่างเว้นระยะกับเขาประมาณหนึ่งช่วงแขนอย่างคนโกรธเคือง ก็เล่นพูดแรงเสียขนาดนั้น ไม่กระโดดถีบปากตั้งแต่พูดจบก็ดีเท่าไรแล้ว

“อย่าเป็นบ้าอยากมีแสงให้มันมากได้ปะ ไร้สาระ” เขาว่าเสียงขุ่น ไม่พอใจกับท่าทางที่คนตรงหน้าแสดงออก

“ไร้สาระตรงไหนเหอะ คุณคิดดูนะว่าถ้าจ๋าได้แสงจากตรงนี้ การโพรโมตคลินิกศัลยกรรมของเราที่กำลังจะเปิดตัวก็ง่ายขึ้นมากกว่าเดิม มีจ๋าช่วยโพรโมตให้ฟรี ๆ มีแต่ได้กับได้ คุณขาดทุนตรงไหน”

พอกชวิภาพูดถึงคลินิกศัลยกรรม หัวสมองอันชาญฉลาดก็ปิ๊งไอเดียแสนบรรเจิดขึ้นมาทันใด จนสามารถกดข่มความไม่ชอบและไม่อยากให้เธอย่างก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงได้ แต่ก็แสร้งตีสีหน้าขรึมทำลังเลเล่นตัวต่อ

“โพรโมตคลินิกไม่จำเป็นต้องใช้เธอก็ได้จ๋า ดาราเน็ตไอดอลดัง ๆ มีออกเยอะแยะ หมอที่คลินิกก็มีชื่อเสียงความน่าเชื่อถือ แค่วางแผนการตลาดให้ดีก็ได้แล้ว” ที่สำคัญเล่นละครแค่เรื่องเดียวเอาอะไรมาการันตีว่าเธอจะดังได้ แถมประวัติถ้าถูกขุดคุ้ยไม่แน่ว่าดับหรือดังอะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน ลูกก็มีจนโตละ

“แต่ใช้จ๋าโพรโมตไม่ง่ายกว่าเหรอคะ จ๋าสวยขนาดนี้ ไม่เคยเป็นพรีเซนเตอร์คลินิกไหนมาก่อน โพรโมตหัตถการยังไงก็น่าเชื่อถือกว่า” หรือต่อให้เธอไม่ดังเปรี้ยงปร้าง รูปร่างหน้าตาก็ใช้โพรโมตคลินิกได้สบายอยู่ดี

“ก็ได้ ฉันจะช่วยให้เธอได้แสงตามที่เธอต้องการก็ได้ แต่เธอต้องลาออกจากเจริญราษฎร์นะ”

“ทำไมต้องออก” ใจดวงน้อยหล่นวูบ แววตาเจิดจรัสเมื่อครู่หม่นแสงลงทันที เมื่อคาดเดาถึงสาเหตุที่เขาให้ออก

นี่ทินกรไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเกี่ยวข้องยังไงกับเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ ใจร้ายเกินไปแล้ว

“ฉันจะให้เธอมานั่งตำแหน่งซีอีโอบริหารคลินิกแทน เงินที่เคยได้ก็จะได้เท่าเดิม ไม่รวมค่าคอมถ้าทำให้คลินิกมีกำไร”

ทว่าพอได้ยินคำอธิบายของเขา ใจดวงน้อยที่ชอกช้ำก็กลับมาชุ่มฉ่ำ

“แต่ว่า…” ใบหน้างามมีความลังเล เพราะเธอก็รักงานที่ตัวเองทำอยู่ตอนนี้ กว่าจะพาโพรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จได้มันเหนื่อยยากแสนเข็ญ

“เลือกให้ดี เพราะเลือกได้อย่างเดียว พนักงานประจำทำงานเต็มเวลาสองบริษัทไม่ได้หรอกนะ เจริญราษฎร์ไม่อนุญาต”

“ชัวร์ใช่ไหมตำแหน่งซีอีโอ”

“คำไหนคำนั้น”

เขายืนยันหนักแน่น เพราะถือว่าข้อแลกเปลี่ยนนี้สมน้ำสมเนื้อไม่มีใครเสียเปรียบ กชวิภาได้ในสิ่งที่เธอต้องการ เขาเองก็เช่นกัน และตำแหน่งซีอีโอก็ไม่ได้ให้หญิงสาวนั่งมั่วซั่ว กชวิภาเป็นคนเก่ง ฉลาด ไหวพริบดี มีทักษะเอาตัวรอดสูง เพราะหากขาดคุณสมบัติเหล่านี้คงอยู่กับเตชะกิจเจริญไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้

เตชะกิจเจริญเป็นยิ่งกว่ารังเสือรังหมาป่า

“โอเค คำไหนคำนั้น งั้นจ๋าเลือกตำแหน่งซีอีโอ จะให้จ๋ายื่นเรื่องลาออกวันไหนดี” เมื่อเทียบน้ำหนักในใจเรียบร้อย งานใหม่ย่อมดีกว่า แม้จะเสียดายงานเดิมที่ผูกพัน แต่โอกาสเติบโตในหน้าที่การงานมาถึงแล้ว ยังไงก็ต้องคว้าไว้ ไม่รู้ว่าจะถูกทินกรเฉดหัวทิ้งตอนไหน เริ่มได้กลิ่นอายบางอย่างรางๆ แล้ว เธอต้องหาหนทางรอดไว้ให้ตัวเองเยอะ ๆ

อย่างน้อยตำแหน่งซีอีโอนี้ ถ้าไม่ได้ทำต่อแล้วก็เอาไปใส่เรซูเม่ไว้เลือกงานได้มากกว่าเดิม

“คลินิกมีกำหนดเปิดในอีกสองเดือนข้างหน้านี้ เธอควรลาออกเดือนไหนล่ะ”

“เดือนไหนก็ได้ ถ้าจ๋าได้เซ็นสัญญางานใหม่ให้เรียบร้อยก่อน” มันคือหลักประกันของพนักงานกินเงินเดือน ว่าจะไม่ถูกเทกลางอากาศหากลาออกจากงานเดิม

“ฮึ… อาทิตย์หน้าจะเอาเอกสารมาให้เซ็น” ทินกรยิ้มถูกใจในความรอบคอบของหญิงสาว

“งั้นจ๋ายื่นเรื่องลาออกเดือนนี้เลยแล้วกัน สิ้นเดือนหน้าจะได้ออก ว่าแต่จะหาคนมาแทนจ๋าทันไหม”

“ทัน” ไม่ใช่แค่ทัน พร้อมเสียบตำแหน่งเธอเลยละ

“โอเคค่ะ” พอได้ในสิ่งที่ปรารถนา กชวิภาก็กลับมาอารมณ์ดีดังเดิม เธอหมุนตัวเตรียมก้าวขาลงจากเตียงเป็นต้องหยุดนิ่ง เมื่อสุ้มเสียงเข้มห้าวร้องลั่นรั้งไว้

“เดี๋ยว! จะไปไหน”

“ไปนอนกับลูกสิคะ”

“มาช่วยฉันผ่อนคลายก่อน” ทินกรหน้าม้านเอ่ยไม่เต็มเสียง เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายร้องขอ ตลอดมามีแต่กชวิภาเสนอตัวให้ ไม่รู้ครั้งนี้เธอเป็นบ้าอะไร จู่ ๆ ก็จะมาจากไปง่าย ๆ ไม่สานต่อสิ่งที่ค้างไว้ให้เสร็จสิ้น

“ไหนบอกว่าเบื่อกลิ่นเก่า ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นแล้วไง” เธอตีรวนท่าทางหยิ่งผยอง

“ก็พอแก้ขัดได้”



แรกๆ ให้ฮีอิกซ์ไปก่อน หลัง ๆ ค่อยถึงทีจ๋า

Enjoy reading นะคะ

พรุ่งนี้อาจจะมาดึกหรือไม่ได้มานะคะ ช่วงนี้พีกำลังเร่งเคลียร์งานประจำเตรียมย้ายงานใหม่ค่า