บทที่ 5.1 เอาตัวเข้าแลกnc+++
บทที่ 5.1 เอาตัวเข้าแลกnc+++
บทที่ 5 เอาตัวเข้าแลก“ก็พอแก้ขัดได้”
นี่คือสิ่งที่เขาพูด แต่สิ่งที่เขาทำเธอว่ามันเกินกว่าคำว่าพอแก้ขัดนะ ริมฝีปากหนาปล้ำจูบอย่างดูดดื่มชนิดหายใจแทบไม่ทัน เรียวลิ้นร้อนพลิ้วไหวเกี่ยวกระหวัดลิ้นเธอไม่หยุดหย่อน จนต้องทุบอกประท้วงให้ปล่อย
“อื้อ… คุณอิกซ์จูบนานอะไรขนาดนี้ จ๋าเจ็บปากแล้วเนี่ย” ร่างบางที่นอนอยู่ใต้ร่างคนตัวสูงกอบโกยอากาศเข้าสู่ปอดเฮือกใหญ่ เมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ หายใจเต็มอิ่ม เธอบ่นปอดแปดทันที ก็เล่นจูบมาราธอนเสียขนาดนี้ ปากบวมเจ่อเจ็บระบมไปหมด
“ถ้าจะต่อต้านเล่นตัว ที่ตกลงกันไว้เป็นอันยกเลิกทั้งหมด” ทินกรใช้มือค้ำยันพยุงร่างกายให้มั่นคง ยื่นคำขาดเสียงแข็ง นัยน์ตาดำขลับที่เคยดุดันเต็มไปด้วยแรงปรารถนากระหายใคร่
“ใครจะต่อต้านเล่า แค่บ่นเฉย ๆ แล้วจะถามว่ามีถุงยางแล้วเหรอคะ” คนฉลาดย่อมเห็นผลประโยชน์เป็นสำคัญ เพราะงั้นคำที่อยากจะด่าจึงกลืนกลับลงไปในคอ จะจูบนานกว่านี้ก็ได้ไม่ว่า เอาให้ปากเปื่อยไปเลย ยินดีพลีกายถวาย
ว่าแล้วมือเรียวก็ปลดกระดุมชุดนอนจนหมดรังดุมตามด้วยปลดตะขอเสื้อใน โชว์หน้าอกขาวอวบกับหัวนมสีชมพูให้เขาได้ยลโฉมไร้ความเคอะเขิน ก็อยู่กันมาห้าจะหกปี เห็นกันมาทุกตารางนิ้วในร่างกายแล้ว
“ฉันรู้ว่าเธอพกติดกระเป๋าไว้ตลอดจ๋า” นัยน์ตาคมกริบลุกวาว รู้สึกลำคอแห้งผากอยากใช้ปากสัมผัสเต้าอวบนั้นแล้ว ล่อตาล่อใจซะเหลือเกิน
“มันก็ใช่ที่จ๋าพกติดตัวตลอด แต่เหมือนว่ามันจะหมดแล้วมั้งถ้าจำไม่ผิด ไม่ได้ใช้นานเป็นเดือนละ” เธอแกล้งพูดไปอย่างนั้น ทั้งที่มันยังเหลืออยู่ในกระเป๋า แต่แค่ไม่แน่ใจว่าเหลืออยู่กี่ซองไม่ได้ใช้นานตามที่กล่าวอ้างจริง ๆ
“ก็ไปดูสิ”
“ถ้าหมดนี่สดเลยไหม” กระเซ้าสามีทางพฤตินัยน้ำเสียงสนุกสนาน พลางตวัดแขนโอบรอบลำคอแกร่งที่บัดนี้หน้านิ่วคิ้วขมวดเคร่งขรึม สงสัยจะหิวจัด
“ฝันเถอะ”
ทินกรพลิกตัวลงไปนอนหงายบนเตียง ปล่อยร่างบางเดินไปหยิบของสำคัญที่เธอต้องพกติดตัวเสมอ เพราะเขาไม่ชอบพกกระเป๋าสะพาย ก็ต้องเป็นเธอที่พกมันแทน
ตั้งแต่ที่พลาดเขาไม่เคยสดอีกเลย แม้กชวิภาจะฝังยาคุมแล้วก็ตาม เพราะเธอน่ะหลอกเก่งยิ่งกว่าผี
อัยย์จังก็บอกว่าสดได้ ฝังยาคุมแล้ว ที่ไหนได้โกหกทั้งเพ
“เหลืออยู่ชิ้นหนึ่งพอดี”
เสียงสวรรค์ของกชวิภาทำให้คนนอนรอบนเตียงเป่าปากระบายลมหายใจโล่งอก พร้อมดีดตัวลุกขึ้นนั่งลงมือถอดเสื้อผ้าโยนทิ้งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เรือนร่างอรชรก็กำลังทำอยู่เช่นเดียวกัน
กชวิภาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ลงมือถอดเสื้อคลุมที่เพิ่งสวมตามด้วยกางเกงนอนที่หนีบชั้นในติดลงไปด้วย เหลือเพียงกายเปลือยเปล่าล่อนจ้อนไม่ต่างจากคนบนเตียง
ดวงตาหวานฉ่ำกวาดมองหุ่นกำยำไม่ถึงขั้นกล้ามล่ำบึก กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หุ่นนี้มีผลต่ออารมณ์จริง ๆ แฮะ พอไล่สายตาลงต่ำไปหยุดอยู่ที่แก่นกายแท่งใหญ่ เธอยิ่งรู้สึกว่าตัวเองสั่นสะท้าน
ไม่ได้เห็นแค่เดือนกว่า ๆ เธอเป็นไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ
“ขึ้นเตียงมาได้แล้วจ๋า มองอยู่ได้” ทินกรส่งเสียงเร่งเร้า เมื่อเธอเอาแต่มองไม่ยอมขยับทำอะไรสักอย่าง คนยิ่งอยาก ๆ อยู่ ยืนนิ่งอวดเรือนร่างเย้ายวนอยู่ได้
“จ๋าไม่อมให้นะ” เธอว่าพร้อมก้าวขาขึ้นเตียงไปคุกเข่าตรงหน้าร่างสูง ฝ่ามือนุ่มค่อย ๆ ลูบไล้แก่นกายร้อนจัดที่กำลังขยายพองตัวอย่างรวดเร็ว
“อืม… อยากทำอะไรก็ทำ” เขาครางต่ำในลำคอบอก ดวงตาดุจเหยี่ยวหรี่แคบลง เมื่อเห็นว่ามุมปากบางกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ ก่อนจะได้หลับตาพริ้มตัวเกร็ง เมื่อปลายลิ้นอุ่นแตะลงบนหัวบานหยักแล้วตวัดเลียไปรอบ ๆ ส่วนมือนุ่มขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเชี่ยวชาญ
ทินกรไม่ยอมอยู่นิ่งถูกความเสียวซ่านเล่นงานฝ่ายเดียว มือหนายื่นไปสัมผัสโหนกนูน ก่อนเรียวขาสวยจะแยกออกจากกันรู้หน้าที่ ให้มือหยาบกร้านได้ทักทายบดขยี้เม็ดเสียวเรียกน้ำสีใสให้ฉ่ำวาว
เพียงไม่นานร่างกายคนทั้งสองก็พร้อมสำหรับสอดประสาน ทินกรจ้องเขม็งร่างบางที่กำลังสวมถุงยางให้ตัวเอง เมื่อเธอรูดครอบแก่นกายพร้อมใช้งาน เขาก็จับร่างบางพลิกสลับตำแหน่งให้มาอยู่ด้านใน แล้วกดให้นอนราบไปกับเตียงนอนสีขาว เรียวขาสวยขยับแยกรอไร้ความเหนียมอาย
“เรามีเวลาชั่วโมงกว่า ๆ นะ หมอจะมาเช็กอาการอัยย์จังรอบสุดท้ายของวันนี้ตอนสี่ทุ่ม” พอเห็นนาฬิกาติดผนังทำให้นึกได้ว่าหมอบอกจะมาตรวจพริบพันดาวตอนสี่ทุ่ม หากอุณหภูมิปกติไม่มีไข้ก็จะมาตอนหกโมงเช้าเลย
“รอบเดียวเท่านั้นแหละ” จบประโยคแก่นกายลำอวบก็ถูกนำไปจ่อตรงรูรักสีสวย แทนที่ทินกรจะกดเข้าสู่ความอ่อนนุ่มฉ่ำแฉะ เขากลับแกล้งเธอด้วยการจ่อส่วนปลายปาดถูไปตามความยาวของรอยแยก ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มร้ายตอนเห็นสีหน้าแดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ของกชวิภา
“คุณอิกซ์อย่าเล่น เร็ว ๆ เลย”
“เร็ว ๆ ใช่ไหม”
“อื้อ”
จัดให้ตามคำขอ แก่นกายแกร่งกระแทกเข้าสู่ความอ่อนนุ่มครั้งเดียวมิดลำ เล่นเอาคนโดนกระทำตาเบิกกว้างยื่นมือมาจิกเล็บลงบนต้นแขนกำยำเต็มแรง ราวกับจะระบายความทรมานให้เขารับรู้ด้วย
ทินกรหาสนใจไม่ ตอนนี้อารมณ์ของเขาถูกจุดติดแล้วจึงขยับกระแทกต่อไม่ออมแรง จมูกโด่งคลอเคลียซอกคอหอมกรุ่นสูดดมกลิ่นกายเฉพาะตัว มือไม้ก็ไม่อยู่เฉยฟอนเฟ้นบีบขยำอกอวบอย่างเมามัน
“อ๊ะ... อ๊า” คำที่เปล่งออกมาผ่านลำคอมีเพียงเสียงครางกระเส่าเท่านั้น ดวงตาปรือฉ่ำหลับพริ้มด้วยความซ่านเสียว ปล่อยกายปล่อยใจไปตามสัญชาตญาณดิบที่กำลังพุ่งทะยาน
เสียงเนื้อกระทบดังลั่นห้องสอดประสานไปกับเสียงครางต่ำแหบพร่าในลำคอของคนทั้งสอง ทินกรที่ปากบอกว่าเบื่อกลิ่นเก่าไม่มีความตื่นเต้น แต่การกระทำกลับตรงข้าม ริมฝีปากหยักไล่พรมจูบตามผิวเนียนนุ่มทุกตารางนิ้วที่ปากไปถึง ซอกคอหอม เนินอกขาว ยอดทรวงสีสวย แม้แต่หน้าท้องแบนราบเขายังจูบสะเปะสะปะไปทั่วตอนเปลี่ยนท่าทำรัก
“จ๋าจะเสร็จแล้ว ...ขอแรง ๆ หน่อยค่ะคุณอิกซ์ขา” เธอเร่งเร้าเมื่อเข้าใกล้ถึงจุดหมาย พลางขยับสะโพกกลมกลึงร่อนเข้าใส่ความแข็งแกร่งที่เร่งความเร็วซอยถี่ขึ้นตามคำร้องขอ
“อืม!”
ชายหนุ่มขบกรามแน่น หยุดชะงักท่อนเอ็นอวบค้างไว้ จับเรียวขาสวยข้างขวาขึ้นพาดบ่า อีกข้างกดติดไปกับพื้นเตียง เมื่อได้ท่วงท่าที่ถูกใจทินกรก็ขยับซอยต่อแรง ๆ เน้น ๆ ให้เข้าลึกตรงจุดกระสัน ไม่ถึงนาทีต่อมาร่างกายคนทั้งสองเกร็งกระตุกพร้อมกัน
“อื้อ… สบายตัวจัง”
กชวิภาพึมพำเสียงเบา ร่างกายเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศ ก่อนเปิดเปลือกตาขึ้นมองคนอยู่เหนือร่างที่ถอนกายออกห่าง เดินดุ่ม ๆ ไปทางห้องน้ำไม่พูดไม่จา เธอจึงขยับตัวลุกขึ้นนั่งบ้าง เอื้อมมือไปหยิบทิชชูมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายคร่าว ๆ ก่อนลงจากเตียงไปหยิบเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมาสวมใส่ เรียบร้อยก็แยกย้ายตามสเตปเหมือนปกติ
ต่างคนต่างนอนมาเจอกันแค่ตอนมีเซ็กซ์
เธอนอนห้องเล็กในเพนต์เฮาส์หรูสองชั้นขนาดสามร้อยห้าสิบตารางเมตร ชั้นแรกแบ่งเป็นโซนมุมนั่งเล่น ห้องครัว โต๊ะกินข้าว ห้องออกกำลังกาย ห้องทำงาน และห้องนอนเธอ ส่วนชั้นสองหลัก ๆ จะเป็นห้องของทินกรกับพริบพันดาว
ตอนพริบพันดาวแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ เธอนอนกับลูกเป็นหลัก พอลูกสาวรู้ความขึ้นมาหน่อยก็ถูกทินกรจับนอนแยกกัน โดยให้เหตุผลว่าถ้าหากเธอย้ายออก ลูกจะได้ไม่งอแงโหยหาและคุ้นชินกับการนอนคนเดียว
ผิดที่ว่าเธอเป็นคนหน้าหนาดื้อด้านไม่ยอมย้ายออก ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันอย่างที่ยกขึ้นมาอ้างเวลาถูกไล่ แถมยังแอบนอนกับลูกบ่อย ๆ ยามส่งลูกเข้านอน ส่วนเขานอนคนเดียว อัยย์จังไปนอนด้วยเป็นครั้งคราว
เอาncน้ำจิ้มมาฝากค่า
Enjoy reading นะคะ
ส่วนอีบุ๊กกำลังปั่นให้อยู่ค่า