LNCrawler

บทที่ 5.2 ความต้องการของลูกสาว

ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว(มีอีบุ๊ก/มีเด็ก) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 5.2 ความต้องการของลูกสาว

“หม่ามี้! หม่ามี้อยู่ไหน… ฮึก! ฮือ ๆ”

เด็กหญิงลุกขึ้นนั่งสะลึมสะลือหันซ้ายแลขวาราวกับกำลังมึนงง แต่เมื่อไม่เห็นมีใครอยู่กับตัวเองจึงแผดเสียงร้องไห้ดังลั่นเรียกหาแม่

“หม่ามี้อยู่นี่ค่ะ” กชวิภากึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าหาเด็กหญิงที่พอเห็นเธอก็ถลาเข้ามากอดซุกซบ คลุกเคล้าใบหน้าคลอเคลียไม่ห่าง สะอื้นจาง ๆ อยู่ในอก 


“ทำไมร้องไห้คะ หนูไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า บอกหม่ามี้สิ”


คุณแม่ลูกหนึ่งเอนตัวถอยห่างจากลูกสาว แตะหน้าผากวัดอุณหภูมิเผื่อไข้ขึ้น ซึ่งสัมผัสแล้วก็เพียงอุ่น ๆ เหมือนปกติ

“อัยย์จังฝันร้าย ฝันว่า… ฝันตื่นมานอนอยู่คนเดียวไม่มีใครเลย อัยย์จังเสียใจ” เพราะเพิ่งตื่นสมองจึงประมวลผลได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เด็กหญิงเรียบเรียงคำพูดแปลก ๆ

“โอ๋ ๆ หม่ามี้ไปเข้าห้องน้ำมาค่ะ ว่าแต่ทำไมอัยย์จังตื่น ปวดฉี่เหรอหรือปวดหัว”

“อัยย์จังฝันร้าย”

แปลว่าไม่ได้ปวดฉี่และปวดหัว กชวิภายิ้มโล่งใจ

“มันไม่ใช่ความฝันค่ะอัยย์จัง หนูตื่นมาไม่เจอใครเพราะหม่ามี้ไปเข้าห้องน้ำ ปะป๊าทำงานอยู่ในห้องนั้น ส่วนป้าญากลับไปดูแลบ้านให้เรา”

คุณแม่ยังสาวอธิบายว่ามันคือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน พร้อมพาตัวเองขึ้นไปนั่งบนเตียงผู้ป่วยกับลูกสาว เช็ดคราบน้ำตาออกจากหน้ากลม

“ไม่ช่ายยยหม่ามี้ อัยย์จังตื่นมาไม่เห็นใคร อัยย์จังไม่ได้ฝัน อัยย์จังรู้ แต่ที่อัยย์จังฝันน่ะ อัยย์จังฝันว่า…” พริบพันดาวโต้ขึงขัง ทำท่าจะเล่าความฝันให้แม่ฟัง แต่ต้องชะงักทำหน้าครุ่นคิดหนัก

“ฝันว่า?”

“อัยย์จังลืมอ่าหม่ามี้ นึกไม่ออกเลย แต่อัยย์จังรู้แค่ว่าอัยย์จังไม่ชอบ”

“นึกไม่ออกก็ไม่เป็นไรค่ะ สงสัยนางฟ้าจะมาเอาฝันร้ายของอัยย์จังไปทิ้ง เพราะอยากให้อัยย์จังนอนหลับฝันดี” กชวิภาระบายยิ้มเอ็นดูลูกสาวที่พอนึกไม่ออกก็ทำหน้ามุ่ยคิ้วขมวดเหมือนพ่อไม่มีผิด

“น่าจะจริงอย่างที่หม่ามี้ว่า” เด็กหญิงพยักหน้าหงึก ๆ คลี่ยิ้มสดใสเห็นด้วย ก่อนพึมพำเสียงอ้อน “อัยย์จังอยากนอนกอดหม่ามี้”

“มาสิคะ หม่ามี้ก็อยากกอดอัยย์จัง” คนเป็นแม่ตอบตกลงในทันที จัดการปรับเตียงให้สูงพอที่จะอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนได้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเธอก็เอนหลังพิงหมอน อ้าแขนรอรับเด็กเจ้าเนื้อเข้าสู่อ้อมอก

พริบพันดาวจัดท่าทางการนอนตัวเองให้สบาย แขนป้อมทั้งสองข้างกางออกกอดลำตัวแม่ แก้มกลมซบลงกลางอกอุ่นแสนนุ่มนิ่ม

“หม่ามี้เล่านิทานให้อัยย์จังฟังดีกว่า อัยย์จังอยากฟังเรื่องอะไรดี”

“หนังสืออยู่ไหนหม่ามี้”

“อืม… หม่ามี้ลืมหยิบมาจากบ้านน่ะ คืนนี้อัยย์จังฟังนิทานแบบหม่ามี้เล่า แล้วอัยย์จังจินตนาการตามดีไหม” ลืมเสียสนิทว่าลูกสาวชอบฟังนิทานแบบมีภาพประกอบ

“…” เด็กหญิงนิ่งเงียบไม่ตอบ เงยหน้าจ้องแม่ตาแป๋วราวกับจะถามว่าให้จินตนาการอย่างไร

กชวิภาจนปัญญาจะอธิบายเป็นคำพูด จึงลงมือปฏิบัติโดยการเริ่มต้นเล่านิทานเรื่องแรกให้ฟัง คือขอหนูหลับหน่อย ซึ่งจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์แต่ละชนิดนอนแบบไหน

“ดึกแล้วลูกแมวนอนหลับ… ลูกแมวนอนหลับยังไงคะอัยย์จัง ทำให้หม่ามี้ดูหน่อยสิ”

“ลูกแมวนอนหลับแบบนี้ค่าหม่ามี้” เด็กหญิงดีดตัวออกจากอกแม่ กระตือรือร้นสาธิตท่าทางการนอนของลูกแมวให้แม่ดู ด้วยการปีนป่ายขึ้นไปแนบแก้มยุ้ยกับแก้มแม่เลียนแบบท่าทางตามหนังสือ

“เก่งมากค่ะ”

“คิก ๆๆ” พริบพันดาวหัวเราะคิกคักพอใจที่ได้รับคำชม ก่อนจะตาลุกวาวราวกับนึกอะไรออก

“หม่ามี้ ๆ อัยย์จังจะทำให้ดูว่าค้างคาวนอนยังไง”

ไม่ว่าเปล่าเด็กหญิงกลิ้งตัวไปติดขอบเตียง เตรียมสาธิตวิธีนอนห้อยหัวแบบค้างคาวให้แม่ดู แต่แม่เร็วกว่าตะครุบตัวเอาไว้ได้ทัน พริบพันดาวจึงได้แต่ดิ้นขลุกขลักไปมา

“ไม่ต้อง ๆ มันดึกแล้วค่ะ” กชวิภาถอนหายใจยาว เริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เล่านิทานเรื่องนี้ให้ลูกฟัง ดูท่าเจ้าตัวแสบจะคึกแทนง่วงเสียแล้ว

“มันดึกแต่ไฟสว่างนะคะ อัยย์จังทำได้”

“ไฟสว่างก็ทำไม่ได้ค่ะ มนุษย์เรานอนแบบค้างคาวไม่ได้ เดี๋ยวมันจะตกลงไปหัวฟาดพื้นเลือดออกเลยนะ แล้วอัยย์จังจะได้กลับบ้านวันไหนล่ะทีนี้” คุณแม่ยังสาวละล่ำละลักหาข้ออ้าง เพราะเริ่มจะสู้แรงดิ้นของลูกสาวตัวอวบไม่ไหวแล้ว

“ง่ะ!” ถึงจะรู้สึกขัดใจแต่ก็ยอมหยุดนิ่งเชื่อฟัง ไม่ดื้อดึงจะโชว์กายกรรม

“อัยย์จังแค่จินตนาการ แล้วเล่าให้หม่ามี้ฟังว่าสัตว์แต่ละชนิดมันนอนยังไงก็พอแล้วเนอะ”

“ก็ได้…” ตอบรับเสียงหงอย ปีนป่ายกลับขึ้นมานอนบนตัวแม่ท่าเดิมเป๊ะ ๆ

ริมฝีปากเล็กเป็นกระจับสวยคอยเล่าให้แม่ฟังว่าสัตว์แต่ละชนิดนอนยังไง ยามแม่เล่าถึงสัตว์ชนิดนั้น จนเล่ามาถึงเกือบท้ายเรื่อง ดวงตากลมโตใสแจ๋วก็เริ่มปรือง่วงลงเรื่อย ๆ

“ปลาอยู่นิ่ง ๆ ริมสาหร่าย เด็ก ๆ ง่วงนอนหรือยัง”

“ง่วงแล้วค่า…” คนง่วงแต่ฝืนหนังตาเอาไว้ตอบ

“แล้วหนูจะหลับแบบไหนดี แบบเต่า แบบปลา แบบนก หรือหลับแบบไหนดีน้า”

“เด็ก ๆ นอนหลับกับแม่ดีที่สุดค่า …อยากกอดปะป๊าด้วยจัง” เสียงเล็กงึมงำแผ่วเบา ตอบตามหนังสือนิทานที่ฟังบ่อยจนจำได้ ก่อนผล็อยหลับไปในที่สุด

คนเป็นแม่พอได้ฟังประโยคสุดท้ายของลูกได้แต่สะท้านในอก ใช่สิ… อัยย์จังยังไม่เคยนอนแบบสามคนพ่อแม่ลูกสักครั้งเลยนี่นา



Enjoy reading ค่า

อีบุ๊กน่าจะเดือนหน้าได้อ่านกันค่า ส่วนวันที่แน่นอนยังไม่มั่นใจเลยค่ะ ????