บทที่ 5.3 ความต้องการของลูกสาว
บทที่ 5.3 ความต้องการของลูกสาว
เด็ก ๆ นอนหลับกับแม่ดีที่สุดค่า …อยากกอดปะป๊าด้วยจัง” เสียงเล็กงึมงำแผ่วเบา ตอบตามหนังสือนิทานที่ฟังบ่อยจนจำได้ ก่อนผล็อยหลับไปในที่สุดคนเป็นแม่พอได้ฟังประโยคสุดท้ายของลูกได้แต่สะท้านในอก ใช่สิ… อัยย์จังยังไม่เคยนอนแบบสามคนพ่อแม่ลูกสักครั้งเลยนี่นา
ไปเที่ยวต่างประเทศก็จองสองห้องตลอด เพราะพี่เลี้ยงไปด้วยทุกทริป ทำให้ลูกสาวบางครั้งก็นอนกับพี่เลี้ยงสองคน บางครั้งก็นอนกับพ่อ บางครั้งก็นอนกับเธอกับพี่เลี้ยงในห้องเดียวกัน
“หลับแล้วเหรอ ทำไมอัยย์จังตื่น”
ทินกรยืนกอดอกพิงสะโพกกับกรอบประตูดูสองแม่ลูกมาสักพักส่งเสียงถามจากระยะไม่ใกล้ไม่ไกล
“ตกใจหมดเลยทำไมมาเงียบ ๆ! นี่มันโรงพยาบาลนะ คนยิ่งกลัวผีอยู่” กชวิภาสะดุ้งโหยงตกใจหน้าตื่น พอตั้งสติได้ก็พรูลมหายใจออกมาแรง ๆ มองค้อนชายหนุ่มเคือง ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบคำถาม
“ลูกบอกว่าฝันร้ายเลยสะดุ้งตื่น”
พอได้ฟังคำตอบ ขายาวจึงก้าวมาหยุดอยู่ข้างเตียง ลดสายตาคู่คมมองใบหน้ากลมทอประกายห่วงใย มือหนายกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มแผ่วเบาทะนุถนอม
กชวิภารู้สึกมีความสุขระคนอิ่มเอมใจยามได้มองการกระทำแสนอ่อนโยนของทินกรที่มีต่อลูก
เขารักลูกมากจริง ๆ เธอสัมผัสได้ ถึงแม้พริบพันดาวจะเกิดมาจากความเห็นแก่ตัวของเธอที่อยากจะจับพ่อเขา กอปรกับหลงกลคำลวงหลอกฝันของยัยคุณนายมหาประลัยแม่เลี้ยงทินกรที่บอกอยากอุ้มหลาน หากได้อุ้มหลานเธอก็จะได้สวมชุดวิวาห์เข้าพิธีแต่งงาน เป็นสะใภ้เตชะกิจเจริญอย่างเป็นทางการ
เธอที่รักและหลงทินกรหัวปักหัวปำจะรอช้าอยู่ไย จัดให้ตามคำขอสิ
ทว่าความเป็นจริงมันกลับตรงกันข้าม ทั้งหมดคือกลอุบายหลอกให้เธอทำลายทินกร เขาเกือบจะโดนเจ้าสัวโชติเฉดหัวทิ้งแล้วพลาดสมบัติมหาศาล ส่วนเธอก็ได้รับผลกรรมของการกระทำ คือโดนพ่อของลูกเกลียดละมั้ง เพราะทำดีเท่าไรก็ไม่เคยเพียงพอให้ถูกมองว่าดี มีความเหมาะสมกับเขา
คิดแล้วก็แค้น!
“คุณอิกซ์ จ๋าว่าเรามีวันแฟมิลีดีไหม”
“?”
“ก็แบบว่านอนด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกงี้สักหนึ่งวัน เมื่อกี้ก่อนหลับอัยย์จังบอกว่าอยากให้เรานอนด้วยกันสามคน”
“แต่ฉันได้ยินว่าอยากกอดปะป๊าด้วยจัง” เพราะภายในห้องเงียบกริบไม่มีเสียงอื่นใดรบกวน เขาจึงได้ยินประโยคคำพูดของลูกชัดแจ๋ว
“ความหมายมันก็เหมือนกันนั่นแหละ” เถียงข้าง ๆ คู ๆ
“ลูกแค่อยากนอนกอดฉันจ๋า ไม่ได้อยากให้เรานอนด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก”
“แล้วนอนด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกมันจะเป็นอะไร ทำไมต้องบ่ายเบี่ยง” กชวิภาชักสีหน้าอย่างหมดความอดทน มันจะอะไรนักก็แค่นอนด้วยกันสามคนเฉย ๆ ทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้
“ไม่อยากนอน” เขาตอบสั้น ๆ ไร้ซึ่งเหตุผลอธิบาย มั่นใจว่าลูกสาวไม่ได้โหยหาการนอนด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกหรอก ทินกรเชื่ออย่างนั้น
ลูกสาวไม่เคยเรียกร้องหรือพูดถึงมาก่อน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมาก ใกล้ถึงเวลาที่ภาพครอบครัวของพริบพันดาวจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะแยกแม่ลูกออกจากกันทันที คงอีกนานกว่างานหมั้นระหว่างเขากับมิราจะเกิดขึ้น มีเวลาให้กชวิภาเตรียมตัวเตรียมใจ และอธิบายให้พริบพันดาวเข้าใจถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนของผู้ใหญ่
วันนี้มาน้อยนิดหนึ่งเพราะเมื่อวานลงให้ไม่หมดค่า
enjoy reading นะคะ