LNCrawler

บทที่ 6 ข้อแลกเปลี่ยน

ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว(มีอีบุ๊ก/มีเด็ก) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 6 ข้อแลกเปลี่ยน

 

บทที่ 6 ข้อแลกเปลี่ยน

 

เดือนต่อมา...

ก๊อก ๆ

“บอสคะ หมอมิรามาขอพบค่ะ”

“เชิญเข้ามาสิ”

ทินกรละสายตาจากหน้าจอแมคบุ๊กมองผู้ช่วยเลขาแวบหนึ่งก่อนเอ่ยอนุญาต ระหว่างรอแขกมาเยือนแผ่นหลังกว้างก็เอนพิงพนักเก้าอี้นวมอย่างผ่อนคลาย หลังตรากตรำอ่านแผนธุรกิจและแก้ไขมันมากว่าสามชั่วโมงไม่ได้พักสายตาเลย

“พี่อิกซ์” มิราส่งยิ้มหวานทักทาย

“ครับ ว่าไง”

ทินกรขานรับน้ำเสียงสุภาพไร้ความเหินห่างและฟังดูละมุนกว่าทุกที เล่นเอาคุณหมอสาวผู้หลงใหลในเสน่ห์คนหล่อแทบเขินม้วน ดีที่เก็บอาการเก่งจึงไม่ได้แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง แต่ใบหน้าก็ยังขึ้นสีแดงอ่อนระเรื่ออยู่ดี

“คือว่า… มิขอพูดตรง ๆ เข้าประเด็นเลยแล้วกันนะคะ” คุณหมอสาวเลื่อนเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้าม แล้วเปิดฉากอย่างตรงไปตรงมา หลังก้มมองนาฬิกาเรือนแพงหลักล้านบนข้อมือ ซึ่งบอกเวลาใกล้หมดเวลาพักแล้ว

เธอมีเวลาคุยกับเขาไม่เกินสิบนาที เพราะต้องเผื่อเวลาเดินทางกลับไปยังตึกทำงานตัวเองด้วย เวลาพักหนึ่งชั่วโมงตอนพักเที่ยงต้องใช้มันให้คุ้มค่า แม้เธอจะเป็นหมอทั่วไปตรวจแต่ OPD ไม่มีเวรดึกเลิกงานตรงเวลา แต่การจะได้พบกับผู้ชายตรงหน้าหลังเลิกงานมันช่างเป็นเรื่องยากเย็น เพราะเขามักออกจากบริษัทไปตั้งแต่สี่โมงครึ่ง และไม่รับนัดหลังจากนี้ด้วยเหตุผลนานาประการในการกล่าวอ้าง

ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ทำงานอยู่ที่นี่ เธอได้พบปะพูดคุยกับทินกรไม่เกินห้าครั้ง จะไปขอร้องผู้ใหญ่จัดแจงให้อีกครั้ง เธอก็หน้าบางอับอาย มันดูไร้ศักดิ์ศรีลดทอนความน่าสนใจของตัวเองลง ที่สำคัญเธอรู้มาว่าทินกรไม่ชอบการถูกบังคับ จึงไม่ได้ให้ครอบครัวไปเร่งรัดพูดเรื่องหมั้นหมาย อยากจัดการมันด้วยตัวเอง

เธอเชื่อในเสน่ห์และมั่นใจในฝีมือตัวเองว่าจะสยบเขาได้

“ดีครับ พี่ก็อยากฟังอะไรแบบนี้แหละ” ทินกรนึกนิยมหญิงสาวขึ้นมาอีกหน่อย อย่างน้อยก็ไม่ทำตัวน่ารำคาญด้วยการพูดจาอ้อมโลกเหมือนแต่ก่อน จึงเปลี่ยนท่านั่งเป็นหลังตรงตั้งตารอฟัง

“พอดีมิรู้มาว่าพี่อิกซ์ตกลงเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับละครช่อง X”

“ใช่ครับ” ในเมื่อรับปากกชวิภาแล้ว เขาจึงต้องทุ่มสุดแรงเพื่อให้ตัวเองได้รับอภิสิทธิ์ในการออกความคิดเห็นเรื่องนักแสดง เสียทั้งเงินและให้ยืมใช้สถานที่ในการถ่ายทำ ดีหน่อยที่ไม่ได้ขาดทุนเพราะยื่นเงื่อนไขการโพรโมตโรงพยาบาลด้วยภาพลักษณ์ดี ๆ

“มิไปแคสต์บทเรื่องนี้มาพอดี แล้วได้ยินข่าวว่าบทนางเอกกับบทนางร้ายถูกล็อกไว้แล้ว”

นางเอกผู้จัดเป็นคนเลือก ส่วนนางร้ายทินกรเป็นคนเลือก และเธอพอเดาได้ว่าเขาเลือกใคร

“ครับ?” ทั้งตอบรับและเลิกคิ้วยกสูงขึ้นเป็นคำถามในคราวเดียวกัน เชิงว่าแล้วไงต่อ

“พี่อิกซ์ช่วยให้มิได้บทนางเอกเรื่องนี้ได้ไหมคะ” มิราช้อนตามองอย่างออดอ้อน

“พี่เพิ่งรู้ว่าเราอยากเป็นนักแสดงด้วย แค่เป็นหมอยังเหนื่อยไม่พออีกเหรอ” ทินกรวางเฉยเหมือนปกติ การหว่านเสน่ห์แบบนี้ไม่มีผลต่อความรู้สึกเขาหรอก ทว่ารอยยิ้มบาง ๆ ก็ไม่ได้เลือนหายไปจากใบหน้า

ไม่เข้าใจพวกผู้หญิงว่าอยากเป็นดารานักแสดงทำไมกันนัก หรือมันเป็นเครื่องช่วยยืนยันความหน้าตาดีของพวกเธอกันนะ

“มิชอบลองทำหลาย ๆ อย่างค่ะ ได้เป็นนักแสดงก็ดี เปิดโอกาสในชีวิตหลาย ๆ ด้าน แถมยังสามารถช่วยโพรโมตโรงพยาบาลเราทางอ้อมได้ด้วย ที่สำคัญมิไม่เอาเปรียบพี่แน่นอน มิจะช่วยพูดเรื่องที่ดินกับคุณพ่อให้ค่ะ” มิราร่ายยาวอย่างมีหลักการ ตบท้ายด้วยการทำข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ

ทั้งที่ความเป็นจริงเธอแค่อยากเป็นดารา ชอบความโดดเด่น รักในการมีชื่อเสียงคนชื่นชม ทำให้เลือกคบเพื่อนในวงการบันเทิงอยู่หลายคน แล้วผู้จัดการเพื่อนนี่แหละที่เป็นคนชักชวนไปแคสต์บทเรื่องนี้ เพราะตัวละครหลักในเรื่องล้วนเป็นหมอ แต่ระดับเธอจะรับบททั่วไปได้ยังไง ในเมื่อกชวิภายังได้รับบทเด่น

นอกเหนือจากละครเรื่องนี้จะเป็นฟอร์มยักษ์ของช่อง ซื้อลิขสิทธิ์จากนิยายยอดฮิตมาทำ ช่วยการันตีความดังให้ด้วย เธอยังต้องการเป็นที่หนึ่งอยู่เหนือผู้หญิงคนเก่าของทินกร

เธอไม่อยากพลาดผู้ชายสมบูรณ์แบบเช่นเขา มิราไม่แน่ใจว่าแอบชอบเขาตั้งแต่เมื่อไร น่าจะชอบมาตั้งแต่เด็กละมั้ง แต่มาแน่ใจว่าชอบจนถึงขั้นอยากได้ก็เมื่อตอนเป็นแพทย์ใช้ทุนปีหนึ่ง

ทินกรมาสัมมนาที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ ด้วยใบหน้าหล่อเหลาบวกส่วนสูงร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร รูปร่างดีเหมือนนายแบบ มีแรงดึงดูดมหาศาลให้มองจนไม่อยากละสายตา และมันไม่ได้เกิดแค่กับเธอคนเดียว แพทย์หญิงในโรงพยาบาลคนอื่น ๆ ต่างก็เพ้อพกถึงเขาข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว

ประจวบกับเธอลาออกจากการเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐหลังใช้ทุนครบหนึ่งปี อีกสองปีที่เหลือเธอทนรับแรงกดดันความเหนื่อยไม่ไหว มันเหนื่อยสายตัวแทบขาดกับการเป็นหมอโรงพยาบาลรัฐ อีกทั้งไม่ได้มีแพลนเรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง จึงให้แม่ช่วยให้เข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลนี้ และให้พ่อช่วยเปรย ๆ กับเจ้าสัวโชติเรื่องเกี่ยวดองกัน แน่นอนว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งต่างเห็นดีเห็นงาม ถึงขั้นนัดดูตัวให้ แต่ก็นั่นแหละทินกรไม่มาตามนัด

“ดีครับ” คราวนี้ทินกรที่ว่ายิ้มยากคลี่ยิ้มออกมาจาง ๆ แบบนี้ค่อยดูน่าสนใจขึ้นมาหน่อย เขานึกว่าจะได้เมียแต่งแบบจืดชืดน่าเบื่อเสียอีก ก็พอมีลูกล่อลูกชนอยู่บ้าง

“พูดอย่างงี้แปลว่าพี่อิกซ์ตกลงจะช่วยใช่ไหมคะ”

“แน่นอนครับ พี่จะช่วย” ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องปฏิเสธ เขาได้ผลประโยชน์ไม่ขาดทุน ก็แค่บทนางเอกละครเท่านั้น ง่ายเหมือนดีดนิ้ว

“งื้อ… ขอบคุณมากเลยนะคะ ยังไงถ้าเย็นนี้พี่อิกซ์ว่าง มิเลี้ยงข้าวค่ะ” มิราฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม ทำเสียงน่ารักมีจริตจะก้าน ดวงตาหยาดเยิ้มแพรวพราวทอประกายด้วยความหวังในประโยคท้าย

“เอาสิ” ไหน ๆ ก็จะเป็นเมียในอนาคต เขาก็ควรจะต้องศึกษาทำความรู้จักเพิ่มมากขึ้นจึงตอบตกลงไม่ยาก

“ร้านไหนดีคะ พี่อิกซ์ชอบกินอะไร” คุณหมอสาวกระตือรือร้นตั้งคำถาม ในที่สุดก็จะได้เดตกับเขาสักที พร้อมกันนั้นก็เริ่มจับทางได้แล้วว่าต้องเป็นผู้หญิงแบบไหนทินกรถึงจะสนใจ

“พี่ตามใจมิเลยครับ มิชอบกินอะไรก็ส่งร้านมาให้พี่ในไลน์ได้เลย เดี๋ยวพี่จองเอง” ต่อให้ไม่ชอบมิรา เขาก็ต้องรักษามารยาท จะให้ผู้หญิงเลี้ยงข้าวได้ไง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น เสียชื่อทินกรสายเปย์หมด

“มิต้องเป็นคนจองหรือเปล่า มิบอกจะเลี้ยงพี่นะ”

“พี่จะให้เราเลี้ยงได้ไง พี่สิต้องเป็นคนเลี้ยง”

“ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ติดอะไรพี่อิกซ์พาอัยย์จังมาด้วยก็ดีนะคะ มิคิดถึงน้อง” อยากได้ใจพ่อเลี้ยงเดี่ยวก็ต้องพิชิตใจลูกให้ได้ด้วย

ทินกรเพียงยิ้มรับไม่ได้ตอบตกลง เพราะยังไม่อาจหาญถึงขั้นกล้าพาพริบพันดาวไปเจอผู้หญิงคนอื่นลับหลังกชวิภา หากหญิงสาวรู้เข้าคงอาละวาดบ้านแตก ไม่คุ้มที่จะเสี่ยง

มาแล้วค่าาาหลังหายไปสองวัน พีออกต่างจังหวัดไม่ได้พกแมคบุ๊กส่วนตัวไปด้วยยย

Enjoy reading นะคะ