บทนำ สามีเฮงซวย
บทนำ สามีเฮงซวย
บทนำ สามีเฮงซวย
กชวิภาไม่แม้แต่จะล้างเครื่องสำอางหนาเตอะที่เกาะอยู่บนใบหน้า เพียงหูได้ยินเสียงผู้กำกับสั่งคัต ซึ่งแปลว่าเธอหมดคิวถ่ายแล้ว พลันกึ่งวิ่งกึ่งเดินมุ่งตรงเข้าห้องพักนักแสดงเปลี่ยนชุดถอดเครื่องประดับคืนฝ่ายคอสตูม
พริบตาเดียวนักแสดงสมทบป้ายแดงไร้ผู้จัดการก็พาตัวเองมานั่งอยู่บนเบาะใต้พวงมาลัยซูเปอร์คาร์ มือเรียวควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าออกมากดเชื่อมเข้ากับรถยนต์ แล้วโทร. ออกหาพี่เลี้ยงลูกสาว
“อัยย์จังเป็นไงบ้าง หลับไปแล้วใช่ไหม จ๋าไม่ได้ยินเสียงเลย”
เพราะไม่ได้ยินเสียงร้องไห้โยเยของลูกสาวดังลอดผ่านมาให้ได้ยินเหมือนก่อนหน้าสักสี่สิบนาที จึงเกิดเป็นคำถามนี้
คำตอบที่ได้รับพลอยทำให้ใจที่ร้อนรุ่มคลายความกังวลลงได้อีกหนึ่งระดับ ลูกสาววัยสามขวบกำลังย่างสี่ขวบในเดือนหน้า ไข้สูงลดลงไปอยู่ในระดับอุณหภูมิปกติเรียบร้อย
“ยังไงถ้าอัยย์จังตื่นโทร. หาจ๋าเลยนะ สักสามชั่วโมงจ๋าก็น่าจะถึงโรงบาลแล้ว” เธอสั่งการพี่เลี้ยงที่เฝ้าไข้ลูกสาวอีกหลายประโยคแล้วกดวางสาย ก่อนต่อสายหาใครอีกคนที่ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ลูกสาวแอดมิต
สายแรกไม่รับ สายสองสายสามก็เช่นกัน
“ไอ้ผัวเฮงซวย!”
กชวิภาสบถด่าด้วยอารมณ์โมโหสุดขีด ลูกก็ป่วย ผัวเฮงซวยโทร. หาก็ไม่ยอมรับสายสักที แถมยังดองแชตไลน์ตั้งแต่เธอมาถ่ายละครที่โคราชเมื่อสองวันก่อน ให้ตายเถอะ!
เมื่อไม่สามารถระบายความหงุดหงิดด้วยการวีนผัวได้ กชวิภาจึงเหยียบคันเร่งเติมความเร็วซูเปอร์คาร์จากร้อยสามสิบขึ้นมาเป็นร้อยสี่สิบ มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเอกชนติดท็อปสามดีที่สุดในเมืองไทย
Ferrari 812 GTS ขับเข้ามาจอดในลานที่มีป้ายเฉพาะผู้บริหารอย่างคุ้นเคย หญิงสาวก้าวเท้าลงจากรถเร่งรีบ มือหอบข้าวของพะรุงพะรัง มือหนึ่งถือกระเป๋า อีกมือถือโทรศัพท์พร้อมกุญแจรถ โดยไม่ต้องรอ รปภ. ที่ทำงานมานานเกินสามปีรู้หน้าที่ดีว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร รีบเปิดปากรายงานทันทีว่าเรียกรถกอล์ฟให้แล้ว
กชวิภากล่าวขอบคุณตามมารยาท
สงสัยท่าทางเธอไม่เหมือนคนจะเข้าตึกเช่นทุกวันกระมัง ซึ่ง รปภ. เดาถูก เธอจะไปตึกผู้ป่วยที่ลูกสาวนอนพักรักษาอาการอยู่ ไม่ได้ขึ้นไปวีนผัวในตอนนี้
รอไม่นานร่างบางก็ได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถกอล์ฟ ใช้เวลาราวห้านาทีก็มาถึงจุดหมายปลายทาง เธอกดลิฟต์ไปยังชั้นผู้ป่วยวีวีไอพี ทว่าไม่ทันจะได้ก้าวพ้นเคาน์เตอร์พยาบาลก็ถูกรั้งไว้ด้วยการกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม เพื่อสอบถามว่าจะไปห้องไหนจะได้เดินไปส่ง พอเธอแจ้งชื่อพร้อมหมายเลขห้องพัก กลับได้คำตอบที่ทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น
“ต้องขออภัยค่ะคุณผู้หญิง ตอนนี้ห้องพักเดี่ยววีวีไอพีหมายเลขห้างดเยี่ยมนะคะ”
“ทำไมถึงงดเยี่ยมเหรอคะ”
ใบหน้างามเคลือบพราวด้วยตื่นตระหนกถามกลับฉันพลัน เพราะนี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เธอเองก็ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเช่นกัน แต่อยู่ในฝ่ายการตลาดดูแลด้าน Medical Tourism [1] ทั้งหมดของเจริญราษฎร์
“เป็นคำสั่งจากทางครอบครัวของคนไข้ค่ะ” ครอบครัวคนไข้ที่แปลว่าลูกสาวผู้บริหารระดับสูงและหลานสาวคนเดียวของ ‘เตชะกิจเจริญ’ นามสกุลเจ้าของโรงพยาบาล
เป็นคำสั่งจากทางครอบครัว ความหมายอีกนัยคือไม่ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เพราะไม่ใช่คำสั่งงดเยี่ยมจากแพทย์
กชวิภาผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่ง ร่างกายที่เกร็งเครียดผ่อนคลายลง แต่ความโมโหยังคงอยู่ มือเล็กกำแน่นข่มกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุหนัก จนใกล้ถึงขีดสุดของความอดทนไม่ให้แสดงออกทางสีหน้า ท่องย้ำ ๆ ในใจว่าพยาบาลทั้งสองคนแค่ทำตามหน้าที่ แต่คนสั่งการลงมานี่สิต้องการอะไร
ใจเย็นเข้าไว้กชวิภา ต้องรักษาภาพลักษณ์ รอไปวีนกับไอ้คนสั่งการ!
“ชื่อกชวิภาค่ะ เป็นแม่น้องพริบพันดาว มีรูปถ่ายสูติบัตรน้องในมือถืออาจใช้ยืนยันความสัมพันธ์ได้ หรือจะให้โทร. เรียกพี่เลี้ยงที่เฝ้าน้องอยู่ในห้องให้ออกมายืนยันก็ได้ค่ะ”
แจ้งชื่อพร้อมสถานะตัวเองให้คู่สนทนาได้รับรู้ หมุนตัวเตรียมจะก้าวเท้าเดินต่อ ทว่าก็ยังถูกรั้งไว้อยู่ดี
“ต้องขออภัยจริง ๆ ค่ะคุณผู้หญิง ช่วยรอสักครู่ได้ไหมคะ ขอทางเราติดต่อสอบถามกับทางครอบครัวผู้ป่วยสักครู่นะคะ”
พยาบาลสาวทั้งสองมองหน้ากันอย่างยากลำบากใจชั่วแวบหนึ่ง ก่อนหนึ่งในสองจะตัดสินใจเอ่ยไม่เต็มเสียงด้วยท่าทางพินอบพิเทา เพราะคนที่กล่าวอ้างว่าเป็นมารดาลูกสาวผู้บริหารระดับสูงที่แว่ว ๆ มาว่าน่าจะได้ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ไม่ได้มีชื่อในรายชื่อให้เข้าเยี่ยมได้ แม้หญิงสาวตรงหน้าจะสวยออราจับระดับดาราหรือไฮโซผู้ร่ำรวย แต่ก็ไม่สามารถอนุญาตได้โดยพลการ
“โอเคค่ะ ไม่ต้องโทร. สอบถามแล้ว เดี๋ยวฉันไปจัดการเอง แล้วจะมาใหม่”
เพียงเท่านี้เธอก็เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง ไอ้ผัวเฮงซวยคิดจะเล่นสงครามประสาทกับเธอสินะ
ได้! งั้นเจอกันแน่ ‘อิกซ์ ทินกร’
เธอไม่โทษเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ทำตามคำสั่งและไม่รู้จักเธอ เพราะโรงพยาบาลเจริญราษฎร์กว้างใหญ่ไพศาล แต่ละแผนกอยู่คนละตึก แถมยังทำงานคนละหน้าที่ ยากที่จะโคจรมาเจอกันได้ง่าย ๆ อีกทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงพยาบาลเธอก็ไม่ได้เข้าร่วมสักเท่าไร ถึงเข้าร่วมก็อยู่ในฐานะพนักงานธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้มีตำแหน่งโดดเด่น
แม้พริบพันดาวจะถูกรู้จักในฐานะลูกสาวประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด และหลานสาวคนเดียวของ ‘ตระกูลเตชะกิจเจริญ’ ผู้ก่อตั้งและบริหารโรงพยาบาลเจริญราษฎร์ในเครือทั้งหมด แต่กับเธอไม่ใช่ น้อยคนนักจะรู้จักเธอในฐานะมารดาของเด็กหญิงพริบพันดาว เนื่องจากถูกสั่งปกปิดไม่ให้เปิดเผยต่อสาธารณะ