LNCrawler

บทที่ 8.1 ลูกสาวพ่อ

ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว(มีอีบุ๊ก/มีเด็ก) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 8.1 ลูกสาวพ่อ

 

บทที่ 8.1 ลูกสาวพ่อ

 

ทินกรนอนไม่หลับทั้งคืน ประโยคทิ้งท้ายก่อนแยกย้ายของกชวิภาวิ่งวกไปวนมาอยู่ในหัว เรื่องหมั้นของเขากับมิรายังไงก็ต้องเกิด มันเป็นเรื่องของธุรกิจการขยายอิทธิพล ส่วนกชวิภาจะทิ้งหรือเก็บเธอเอาไว้ในที่ลับต่ออีกสักระยะ นี่สิประเด็นที่คิดหนัก

ใจหนึ่งก็อยากสบโอกาสนี้ทิ้งไปให้มันจบ ๆ อย่างน้อยก็ได้เบาสบายหู ไม่มีใครมาจู้จี้ขี้บ่นสร้างความรำคาญให้ อีกใจก็วูบโหวงนึกสงสารเธออยู่หน่อย ๆ อย่างน้อยก็อยู่กันมากว่าห้าปี แถมยังเป็นแม่ของลูก ถ้าจะเฉดหัวทิ้งในระยะเวลาอันใกล้คงทำเธอเสียใจหนักจนอาจถึงขั้นเสียหลักได้

แล้วถ้าพริบพันดาวรู้เข้าว่าเขาใจร้ายกับแม่เธอ อาจเกิดภาพจำที่ไม่ดี

แบบนี้ไม่ได้สิ!

ฉะนั้นคงต้องเจรจาเงื่อนไขการอยู่ร่วมกันกับกชวิภาใหม่ ให้เธอโอนอ่อนยอมอยู่ใต้โอวาทอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่สร้างปัญหา และเขาเชื่อว่าเธอจะยินยอมตกลง เพราะหากไม่ใช่เขาใครจะเลี้ยงดูมอบชีวิตอันหรูหราฟุ่มเฟือยให้เธอไหว ผู้หญิงบ้าอะไรช็อปปิงทีเป็นล้าน ๆ บินเที่ยวต่างประเทศแทบทุกสองเดือน

กริ๊งงงงงง!

เสียงนาฬิกาปลุกในตอนหกโมงเช้าหยุดความคิดมากมายให้ชะงักลง มือใหญ่คว้าโทรศัพท์มือถือข้างหัวเตียงมากดปิด พลางขยับตัวลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะใช้มือนวดขมับต่อ

“ปวดหัวตุบเลยกู” คนไม่ได้นอนสบถเบา ๆ กับตัวเองที่เผลอคิดเพลินจนลืมนอน

ทินกรก้มมองเจ้าก้อนกลมที่นอนห่อตัวด้วยผ้าห่มสีฟ้าลายเอลซ่าผืนโปรดของเธออย่างเอ็นดู เหมือนหนอนน้อยเลย แล้วฝันหวานอยู่หรือเปล่านะ ทำไมสีหน้าดูมีความสุขพิลึก

“อัยย์จังครับ ตื่นได้แล้วลูก”

มีเพียงความเงียบเท่านั้น เด็กหญิงยังคงนอนหลับปุ๋ยตามเดิม เอาจริงตั้งแต่อัยย์จังเข้าเรียน Early Years 1 เขาเพิ่งได้ปลุกลูกไปโรงเรียนครั้งแรก ปกติจะเป็นกชวิภากับพี่เลี้ยงดูแลจัดการทั้งหมด

“อัยย์จังตื่นลูก ได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว” ครั้งนี้ไม่ปลุกเพียงปากเปล่า ใช้มือเขี่ยแก้มยุ้ยไปด้วย

“ขี้เซาจังเลยนะเรา...”

สะกิดแล้วก็ไม่ตื่น ทินกรจึงใช้วิธีปลุกแบบเดียวกับกชวิภาคือหอมแก้มกลมจนกว่าจะตื่นแทน จมูกโด่งกดเข้าที่แก้มนุ่มสูดดมความหอมเสียงดังฟอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฟอดด

ฟอดด

ฟอดด

“อือ...หม่ามี้” เสียงเล็กงึมงำงัวเงีย พลิกตัวนอนหงายกลิ้งไปมา

“หม่ามี้ที่ไหน ลืมตามองเร็ว”

“ป่าป๊าาา~” พอลืมตาก็ส่งเสียงเรียกตื่นเต้น ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มสดใสให้พ่อได้ชื่นใจยามเช้า

“ใช่แล้วปะป๊าเอง” ทินกรรู้สึกว่าคุ้มค่าแล้วกับการหอบผ้าห่มมานอนบนเตียงเล็กที่แสนสั้น ขาเขายาวเลยปลายเตียงไปหลายสิบเซนติเมตร

“ปะป๊ามานอนห้องอัยย์จังทำไม อยากกอดอัยย์จังใช่ไหมล่ะ~”

“ใช้แล้ว ปะป๊าอยากกอดอัยย์จังมาก ๆ เลย อยากหอมแก้มด้วย”

จบประโยคคุณพ่อลูกหนึ่งก็ช้อนตัวเด็กอ้วนขึ้นมานอนบนตัก ก่อนจะระดมหอมแก้มซาลาเปาซ้ายขวาด้วยความมันเขี้ยว ลูกสาวเขานี่มันน่ารักจริง ๆ

“คิก ๆ ป่าป๊า~ วันนี้วันเสาร์อะเปล่า” เด็กหญิงหัวเราะครื้นเครงพลางย่นคอดิ้นหนี พยายามใช้มือเล็กดันใบหน้าพ่อออกห่าง เพราะความจั๊กจี้จากหนวดเคราอ่อน ๆ ครูดผิวบอบบาง

“ใช่ที่ไหนล่ะ วันนี้วันศุกร์ครับ” คนเป็นพ่อหยุดแกล้งเอ่ยตอบ

“ปะป๊า อัยย์จังไม่อยากไปโรงเรียน” พอได้ยินว่าเป็นวันศุกร์ไม่ใช่วันเสาร์ก็เริ่มใช้มารยาออดอ้อนพ่อ ใบหน้าสดใสเริ่มซึมลง

“ทำไมล่ะ” ส่วนพ่อหน้าตื่นละล่ำละลักลูบคลำตามร่างกายวัดอุณหภูมิกลัวว่าลูกจะป่วย แต่พอสบสายตาแป๋วที่ใสแจ๋วก็รู้ว่าเด็กหญิงแค่ขี้เกียจไปโรงเรียนเท่านั้น

“อัยย์จังเหนื่อย”

“วันนี้วันศุกร์แล้ว เหนื่อยอีกแค่วันเดียวนะครับคนเก่ง พรุ่งนี้ก็ได้หยุดแล้ว”

“ง่ะ” ส่งเสียงเล็ก ๆ เสร็จก็เม้มปากเป็นเส้นตรงแง่งอน

“วันนี้วันเกิดใครน้า” ทินกรจึงเสเปลี่ยนเรื่องเบนความสนใจ และมันได้ผลทันตาเหมือนเสกมนตร์

“วันเกิดอัยย์จัง ๆ อัยย์จังสี่ขวบแล้วหม่ามี้บอก” พริบตาเดียวใบหน้าแสนงอนก็แปรเปลี่ยนเป็นประดับด้วยรอยยิ้มตื่นเต้น นัยน์ตาสุกสกาวแวววาว ลัลลาดีใจเพราะจะได้แกะของขวัญมากมายแล้ว

“แฮปปีเบิร์ทเดย์นะครับลูกสาวพ่อ กลับจากโรงเรียนเรามาเป่าเค้กกัน” ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักอย่างสุดหัวใจและยอมทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ

“เย่! เป่าเค้ก มีเค้กเอลซ่าให้อัยย์จังใช่ไหมคะปะป๊า”

“ซีเคร็ตครับ กลับจากโรงเรียนก่อนอัยย์จังถึงจะรู้ ตอนนี้เราไปอาบน้ำกันดีกว่า”

จบประโยคทินกรก็อุ้มร่างกลมอวบเข้าไปในห้องน้ำ จัดการถอดเสื้อผ้าอาบน้ำแปรงฟันให้ แต่ใช้เวลานานกว่าปกติ จนป้าญาที่เข้างานตอนหกโมงครึ่งเข้ามาดู พอเห็นว่าพ่อลูกอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้รบกวน กลับออกไปจัดอาหารเช้าขึ้นโต๊ะเตรียมไว้รอ

เวลาล่วงเลยมาจนถึงเจ็ดโมงครึ่ง ซูเปอร์คาร์คันแพงถึงได้ขับออกจากคอนโดฯ ระดับลักเชอรี มุ่งหน้าสู่โรงเรียนนานาชาติที่อยู่ไม่ไกลกันถัดไปไม่กี่ซอย ทว่านี่เป็นเวลาเร่งรีบและเขาใช้รถยนต์จึงใช้เวลาไปร่วมยี่สิบนาที

ส่งลูกเข้าโรงเรียนเรียบร้อย ทินกรก็กลับมานอนต่อจนถึงบ่าย แล้วตื่นมาอาบน้ำนั่งเคลียร์งานอยู่บ้านฆ่าเวลารอออกไปรับลูกเลิกเรียนในตอนบ่ายสองครึ่ง

ร่างสูงสวมใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวโปรด ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่า Moutonrothschild 1982 ไวน์ที่เขาเก็บสะสมมาแรมปีถูกเปิดกินอย่างทิ้งขว้าง

“ยัยจอมล้างผลาญ!”

นัยน์ตาดำดุวาวโรจน์ คำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวคาดโทษยัยตัวแสบ กลับมาเจอดีแน่!

เปิดกินน่ะไม่เท่าไร เขาไม่ได้หวงแหนขนาดนั้น แต่เปิดกินแล้วไม่เก็บเมื่อกินไม่หมด แถมยังวางทิ้งขว้างเหมือนราคาหลักร้อยนี่สิ ตั้งใจกวนประสาทกันชัด ๆ ถึงว่าเมื่อวานไม่โวยวาย ที่แท้ก็มีแผนเอาคืนที่เจ็บแสบมากกว่าด่านี่เอง

 

Enjoy reading นะคะ

อีบุ๊กพีกำลังเร่งมือให้อยู่นะคะ รออีกอึดใจเดียวก็ได้อ่านแล้วค่า