บทที่ 9.2 ลูกสาวแม่
บทที่ 9.2 ลูกสาวแม่
บทที่ 9.2 ลูกสาวแม่
“จ๋ามาขึ้นรถ!”
“หยกกก”
ในที่สุดเวลาหนึ่งชั่วโมงเศษที่แสนยาวนานของกชวิภาก็สิ้นสุดลงเสียที เมื่อหูได้ยินเสียงที่คุ้นเคยร้องเรียกดังลั่น พอหันไปมองสายตาก็ปะทะเข้ากับใบหน้าพริ้มเพราแสนเย่อหยิ่งยื่นผ่านกระจกรถโรลส์รอยซ์
คนรอรีบรวบกระเป๋าใบแพงและถุงผ้าใบใหญ่ ซึ่งบรรจุข้าวของที่ขนออกมาจากเบนซ์อีคลาสคันเก่าอายุแปดปี วิ่งอ้อมไปเปิดประตูขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับทันควัน
“ทำไมโทร. หาฉันได้ยะ ไม่โทร. หาหล่อจึ้งอึ้งสันดานแกล่ะ” วันเวฬาร์เปิดฉากแซะเพื่อนสนิททันที หลังเหยียบคันเร่งเคลื่อนรถคันหรูออกจากอู่ซ่อมรถมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ เร่งด่วน
“กลัวได้นั่งรถทัวร์กลับเองอะดิ” กชวิภากล่าวทีเล่นทีจริง
ความคิดที่จะโทร. หาทินกรให้มารับ มันอยู่ในตัวเลือกลำดับสุดท้ายเลยละ
ตอนรถดับอยู่กลางทางขาออกพัทยา เธอจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด คราแรกกะจะสไลด์รถกลับไปซ่อมที่กรุงเทพฯ แต่อู่ที่มาลากรถ รถสไลด์ไม่ว่างมีคิวงานต่อต้องรออีกหลายชั่วโมง จึงตัดสินใจจอดทิ้งไว้ที่นี่ แล้วหาทางกลับเองโดยอาจจะเหมาแท็กซี่หรือไม่ก็นั่งรถทัวร์
ทว่าจู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนสนิทบอกจะมาทำธุระแถวชลบุรี จึงลองกดโทร. หาดู เผื่อจะพากลับได้เร็วกว่ารถสาธารณะ และถือว่าเธอยังมีโชคเหลืออยู่ วันเวฬาร์บอกจะมารับทันทีหลังเสร็จธุระ
“เลิก ๆ ไปสักทีเหอะ”
“ล้อเล่นน้า ฉันให้เขาจัดการอัยย์จังรอไง วันนี้วันเกิดลูกแก แกจำได้ไหมเนี่ย” กชวิภายิ้มจืดเจื่อนเสเปลี่ยนเรื่องคุย เผลอลืมข้อห้ามสำคัญไปว่าห้ามพูดเรื่องทินกรกับวันเวฬาร์ เพราะเพื่อนสนิทไม่ชอบพ่อของลูกเธอเข้ากระดูกดำ
ไม่ชอบตั้งแต่รู้ว่าคบกันจวบจนปัจจุบัน
วันเวฬาร์คงรู้ว่าทินกรเข้าหาเธอด้วยความไม่จริงใจ พวกเขาอยู่ในแวดวงสังคมเดียวกันมาตั้งแต่เด็กย่อมรู้เช่นเห็นชาติกันดี
แต่วันเวฬาร์ก็ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจปล่อยท้องเพื่อจับทินกร แล้วยังเอาพริบพันดาวไปแลกกับเงิน ฉะนั้นเธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าทินกรหรอก
เธอไม่กล้าเล่าให้เพื่อนฟังเพราะกลัวเพื่อนผิดหวังเลิกคบ แล้วจะไม่เหลือใคร
“ฉันเป็นใครยะ แม่ทูนหัวอัยย์จังนะ ถ้าจำไม่ได้จะมีของขวัญเหรอ หันไปดูข้างหลังสิ” วันเวฬาร์ยอมหยุดกระแนะกระแหนผัวเพื่อน เมื่อเห็นสีหน้าจืดเจื่อนของมัน พลางบุ้ยปากไปทางเบาะรถด้านหลัง ซึ่งมีกล่องของขวัญขนาดใหญ่วางอยู่
“ขอบคุณนะ” สมเป็นแม่ทูนหัวผู้ช่วยคิดชื่อเล่นให้พริบพันดาวจริง ๆ
แท้จริงแล้วเด็กหญิงมีชื่อเล่นว่า ‘อัยย์’ เฉย ๆ ทว่าวันเวฬาร์เห็นว่าหลานหน้าออกไปทางเด็กญี่ปุ่น จึงเติมคำว่า ‘จัง’ ต่อท้ายให้เพิ่มความน่ารัก เธอเองก็เห็นว่าน่ารักดีจึงเรียกตามตั้งแต่นั้นมา
“ขอบคุณทำไม ฉันซื้อให้ลูกฉันไม่ได้ซื้อให้แกสักหน่อย แล้วนี่จัดงานวันเกิดให้ลูกฉันที่ไหน หรูไหม บรรยากาศดีหรือเปล่า ถ้าบ้าน ๆ ฉันไม่ไปนะ” คุณหนูบ้านรวยติดท็อปไฟฟ์ระดับประเทศจีบปากจีบคอพูดน้ำเสียงสูงเหิน ทำเอาคนฟังถึงกับหลุดยิ้มขำ หากคนนอกมาได้ยินด้วยคงรู้สึกหมั่นไส้ไม่น้อย แต่เธอรู้ว่าเพื่อนแค่พูดไปเรื่อยหาแก่นสารความจริงจังไม่ได้หรอก
“จองร้านอาหารอยู่ที่เจริญกรุงไว้ตอนสี่โมง แต่คิดว่าเราคงไปไม่ทันแล้วละ” ใบหน้างามสลดลงเล็กน้อย
“โทรบอกพ่ออัยย์จังเลยว่าเราเลตสองชั่วโมงกว่า วันศุกร์รถติดขนาดนี้ต้องมีปีกบินเท่านั้นแหละถึงจะไปทัน”
เธอโทรบอกทินกรตั้งแต่อยู่ในอู่ตอนบ่ายสามครึ่งแล้ว เขาไม่ได้บ่นหรือต่อว่า เพียงตอบรับสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง เท่านั้นเธอก็รู้แล้วว่าเขาไม่พอใจ แล้วจะให้เธอทำยังไง ใครมันจะรู้ล่ะว่ารถจะพัง ขับมาเป็นเดือนไม่พัง มาพังตอนวันสำคัญ
ส่วนรถยนต์ของทินกรคันที่เธอขับประจำ เมื่อเช้าก็กะใช้ตามปกติ ทว่าเมื่อเปิดประตูจะทิ้งก้นนั่งลงบนเบาะ กลับได้กลิ่นน้ำหอมที่เธอแสนเกลียดโชยเข้าจมูก ทำให้รังเกียจที่จะใช้จึงยอมขับอีแก่เสียดีกว่า
“วันนี้วันเกิดเจ้าสัวด้วย จัดตอนห้าโมงครึ่ง”
“แล้ว?”
“อัยย์จังกับคุณอิกซ์ต้องไปร่วมงาน” อ้อมแอ้มบอกเสียงแผ่ว กะพริบตาปริบ ๆ สื่อสารโดยนัยผ่านทางสายตาให้เพื่อนเข้าใจว่าต้องการสิ่งใด
“โอเค ไม่มีปัญหา เดี๋ยวเราไปหาอัยย์จังที่นั่นกัน” วันเวฬาร์ตอบตกลงโดยไม่ต้องใช้สมองไตร่ตรอง แค่เห็นแววตาเว้าวอนก็เป็นอันเข้าใจ
“รักแก เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน” กชวิภาหวีดร้องดังลั่น แสดงความดีใจอย่างเปิดเผย
ไปคนเดียวน่ะไปได้ แต่ไปสองคนย่อมดีกว่า อย่างน้อยก็มีพวก แล้วพวกของเธอธรรมดาเสียที่ไหน ระดับความยิ่งใหญ่ใครรู้จักชื่อก็ต้องเกรงใจ นี่หลานสาวคนเดียวของท่านชวรัฐ ที่ปรึกษาพรรคการเมืองใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในประเทศเชียว
เวลาผ่านไปราวยี่สิบนาทีกชวิภาก็กดวิดีโอคอลไปหาทินกร เมื่อเขาส่งข้อความมาบอกว่าถึงร้านอาหารแล้ว เธอพูดคุยอธิบายสาเหตุที่ไปไม่ทันให้ลูกสาวฟัง ซึ่งพริบพันดาวเข้าใจในคำว่าอุบัติเหตุได้ดีไร้ซึ่งความงอแง พอถึงเวลาเป่าเทียนก็ถือโทรศัพท์ไปจ่อเค้กก้อนใหญ่ให้เธอได้เป่าผ่านทางออนไลน์ไปพร้อมกัน
พรุ่งนี้ไปงานวันเกิดเจ้าสัวกันค่า
Ebook ยังปั่นอยู่เหมือนเดิมมม
Enjoy reading นะคะ