บทที่ 9.3 แผนการ
บทที่ 9.3 แผนการ
บทที่ 9.3 แผนการ
“คุณ ๆ ครับ คุณท่านเรียนเชิญไปบนเวทีครับ ได้เวลาเป่าเค้กแล้ว”
สามพี่น้องเยื้องกรายขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่าผ่าเผยเพื่อรวมกลุ่มกับคนในตระกูล ซึ่งคนที่สามารถยืนอยู่บนเวทีต่อหน้าแขกเหรื่อในงานได้ จะต้องเป็นคนของเตชะกิจเจริญเท่านั้น ทว่าครั้งนี้แตกต่างไปจากทุกทีเพราะมีคนนอกยืนรวมอยู่ด้วย และกำลังคุยเล่นสนุกสนานอยู่กับหลานสาวคนเดียวของเจ้าสัวจิรโชติ สร้างความฮือฮาให้คนในงานไม่น้อย
“คนใหม่เหรอเฮีย” พัชระกระซิบเย้าแหย่พี่ชายคนรองน้ำเสียงสนุกสนาน หลังจากเห็นว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่กับพริบพันดาวไม่ใช่พี่สะใภ้คนเดิม
“หุบปาก” ทินกรสั่งเสียงเข้ม เหลือบมองมิราเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้ายาว ๆ เข้าไปหาบิดา โดยที่คนล้อมรอบบิดาพร้อมใจเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ
“ป๊า”
“ฉันเรียกขึ้นมาเอง” โดยไม่ต้องรอลูกชายเอ่ยถามให้มากความ เจ้าสัวจิรโชติก็ตัดบทเสียงเย็น สีหน้ายิ้มแย้มตามเดิมเพราะกำลังมีกล้องหลายตัวจับจ้องอยู่
“ป๊าเดินเกมเร็วไป แบบนี้เราจะเสียผลประโยชน์” ทินกรว่าเสียงกระซิบให้ได้ยินสองคน
“แล้วแกคิดว่าเราควรจะทำยังไง”
“จะตกลงหมั้นก็ต่อเมื่อโฉนดที่ดินเป็นชื่อของบริษัทเราแล้ว” ทินกรยกเรื่องที่ดินขึ้นมาเป็นข้ออ้างยื้อเวลา เพราะใจเขามันว้าวุ่นอยู่ไม่เป็นสุขแปลก ๆ จึงคิดว่าการประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการมันยังเร็วเกินไป หากในอนาคตเกิดอะไรขึ้นจะหาทางถอยได้ลำบาก
ถึงกระนั้นก็รู้ดีว่าต่อให้ไม่ได้ประกาศความสัมพันธ์ของเขากับมิราอย่างเป็นทางการ แต่การที่หญิงสาวขึ้นมายืนอยู่บนเวทีพร้อมกับพริบพันดาว เท่านี้ก็สามารถบอกได้แล้วว่าความสัมพันธ์ของเขากับเธอไม่ธรรมดา
เจ้าสัวโชติวางแผนได้อย่างแยบยล
“ฮึ... ดูแลหนูมิราด้วย”
จบบทสนทนาเท่านั้น ทินกรก็เดินหน้าตึงไปทางลูกสาว ซึ่งพริบพันดาวพอเห็นบิดาก็ฉีกยิ้มร่าหน้าระรื่นวิ่งเข้าไปกระโดดกอดขาทันที ทำให้บิดาปรับอารมณ์และสีหน้าแทบไม่ทัน
“ปะป๊า~”
“ครับ ทำไมอัยย์จังได้ใส่ชุดนี้ล่ะหืม” หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อมองชุดที่ลูกสาวสวมใส่ไม่ใช่ชุดเดิม
“พี่พนักงานทำน้ำหกใส่ชุดอัยย์จัง เปื้อนไปหมดเลย อัยย์จังเลยต้องใส่ชุดที่พี่มิซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด” เด็กหญิงอธิบายน้ำเสียงกังวานใส ในขณะที่คนเป็นพ่อเริ่มเครียดหนัก เพราะหากกชวิภารู้เข้าได้หาเรื่องทะเลาะกับเขาอีกแน่
“อัยย์จังมาเป่าเค้กกับอากงมา” เป็นเสียงของเจ้าสัวจิรโชติที่ร้องเรียกหลานสาว
“ได้เลยค่า”
“มิราก็มาด้วยกันสิ”
ทินกรถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วช้อนตัวลูกสาวอุ้มเข้าเอว เพื่อพาไปเป่าเค้กกับเจ้าสัวจิรโชติที่กำลังกวักมือเรียกอยู่ ซึ่งต่อมาเจ้าสัวมากเล่ห์ก็ส่งเสียงเรียกมิรา แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรทำตามมารยาทเพราะเธอก็ยืนอยู่บนเวทีด้วย แต่สำหรับเขามันดูเหมือนเป็นการเติมเชื้อเพลิงเรื่องน่าปวดหัวให้เพิ่มขึ้น
ในทันทีดวงตาคมกริบก็กวาดตามองหากชวิภาที่คาดว่าน่าจะอยู่ข้างล่างเวที ทว่ากลับไม่พบแม้แต่เงา
“วันนี้พี่อิกซ์หล่อมากเลยค่ะ” มิราในชุดราตรีแพงระยับยืนเด่นสง่าอยู่ข้างกายเจ้าสัวจิรโชติตามการจัดแจงของท่าน ขนาบข้างด้วยทินกรที่กำลังอุ้มลูกสาวอยู่ จึงถือโอกาสชวนคุยเพื่อกระชับความสัมพันธ์
“ขอบคุณครับ”
ทินกรกล่าวขอบคุณพร้อมส่งยิ้มตามมารยาท ก่อนจะเลิกสนใจอีกฝ่ายเมื่อไฟบนเวทีดับลง แล้วทุกคนเริ่มร้องเพลงวันเกิดเพื่ออวยพรบิดากับลูกสาวที่มีเค้กก้อนใหญ่คนละก้อนให้เป่า และก้อนของลูกสาวแทนที่จะเป็นเอลซ่าตามที่เขาสั่งการ กลับเป็นสีแดงมิกกี้เมาส์แทน
ความตั้งใจของมิราสินะที่จัดแจง...
มิราฉีกยิ้มกว้างสุขใจ เมื่อทุกอย่างดำเนินไปตามใจเธอต้องการ วันนี้เธอถูกแนะนำตัวทางอ้อมว่าเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลเตชะกิจเจริญ และเพื่อให้ทุกคนในงานได้เห็นภาพความสัมพันธ์อันไม่ธรรมดาของเธอกับทินกรมากขึ้น จึงวางมือไว้บนแผ่นหลังเล็กของเด็กหญิงพริบพันดาวคล้ายโอบกอดแสดงความสนิทชิดเชื้อ
มาแล้วค่าา อีบุ๊กพีจะส่งเข้าระบบพรุ่งนี้เช้านะคะ น่าจะได้อ่านเที่ยงคืนวันที่ 20 นี้ ถ้า meb ยังใช้ระบบเดิม พีเองก็ไม่ได้ลงนิยายนานมาก ๆ แล้ว หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงนักเขียนจะมาแจ้งให้ทราบนะคะ
Enjoy reading ค่า