บทที่ 11.2 ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว
บทที่ 11.2 ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว
บทที่ 11.2 ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้วทินกรกลับไปที่คฤหาสน์หลังงามไม่ใช่เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เพื่อมารับลูกสาวที่เขาฝากฝังให้พี่ชายต่างแม่ช่วยดูแลให้ชั่วคราว เนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกะทันหัน จึงให้พริบพันดาวกับพี่เลี้ยงพักที่นี่หนึ่งคืน ในห้องนอนเก่าของเขาสมัยเด็ก
ทว่าพอเปิดประตูย่างก้าวเข้ามาภายใน ทุกอย่างดูแปลกตาไปหมด ไม่มีอะไรเหมือนเดิมสักอย่างตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ยันสีของผนังห้อง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เขาไม่ได้กลับมานอนคฤหาสน์นี้ตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย
นัยน์ตาคมกริบมีความอ่อนล้าซ่อนอยู่ทอดมองร่างกลมอวบนอนแผ่หลากลางเตียงอย่างเอ็นดู เพียงได้เห็นความเหน็ดเหนื่อยตลอดคืนก็เลือนหาย
“คุณอิกซ์ น้องจ๋าเป็นยังไงบ้างคะ” ป้าญาเดินออกมาจากทางห้องน้ำ ปรี่เข้าไปสอบถามแสดงความห่วงใย ตลอดคืนนางนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ เฝ้ารอคอยฟังข่าวดี
“ฟื้นแล้ว อยู่ในห้องไอซียูรอดูอาการเฉย ๆ ไม่มีอะไรน่าเป็นกังวลมากหรอก” ทินกรตอบห้วน ๆ ตามสไตล์พร้อมโน้มตัวไปจุ๊บแก้มลูกสาวทีหนึ่ง
“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองคนดีให้อยู่รอดปลอดภัย” คนฟังยิ้มออกมีสีหน้าโล่งใจ พนมมือขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตามองไม่เห็นไปรอบทิศ นางรักเจ้านายสาวเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง
“ป้าไปเก็บของเถอะ เราจะกลับบ้านกันแล้ว”
“ได้ค่ะ แต่คุณอิกซ์คะ วันนี้ป้าต้องกลับบ้านที่ประจวบ ตอนเย็นแม่ของป้ามีผ่าตัดใหญ่ ป้าอยากกลับไปดูแลช่วงผ่าตัดน่ะค่ะ” ป้าญาเลียบเคียงบอกเสียงแผ่วเกรงใจ
“ครับ จะกลับตอนกี่โมง มีคนไปส่งหรือยัง” ทินกรแสดงความห่วงใยตามประสาคนที่อยู่กันมานาน ไม่ได้คิดห้ามปราม แม้ต่อไปจะต้องดูแลลูกสาวเพียงลำพังก็ตาม
ที่บ้านมีแค่ป้าญาเป็นพนักงานประจำพักอยู่หอใกล้เพนต์เฮาส์ เข้างานตอนหกโมงเช้า เลิกงานสี่โมงเย็น เวลาหลังจากนั้นนับเป็นโอทีทั้งหมด ส่วนอาหารจะเป็นเชฟทำนำมาส่งให้ในแต่ละมื้อ เมนูจะเป็นกชวิภาเป็นคนเลือกในแต่ละสัปดาห์ แม่บ้านจ้างมาทำอาทิตย์ละสองครั้ง ทำเสร็จก็กลับไม่ได้อยู่ประจำ เขาชอบความเป็นส่วนตัวไม่ชอบให้คนนอกมาวุ่นวายในบ้าน
“กลับช่วงบ่าย น้องสาวกับน้องเขยจะแวะมารับค่ะ พวกเขาทำงานอยู่กรุงเทพฯ เหมือนกัน” นางเป็นสาวโสดคนเดียวในครอบครัว ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กมาตั้งแต่ยังสาว เปลี่ยนเจ้านายไปเรื่อย ๆ เมื่อเด็กเริ่มโต เพราะความถนัดของนางคือเลี้ยงเด็กอ่อนไปจนถึงช่วงอายุสองถึงสามขวบ แต่ที่ยังอยู่ที่นี่เพราะคิดว่าจะทำเป็นที่สุดท้าย หากถูกให้ออกก็จะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดเป็นเพื่อนแม่
“มีเงินไหม ผมจะโอนให้”
“คุณอิกซ์อย่าห่วงเรื่องนั้นเลยค่ะ คุณจ๋าจัดการให้ป้าหมดแล้ว ถ้าแม่ของป้าฟื้นตัวเร็ว ป้าจะรีบกลับมานะคะ” เจ้านายสาวมอบเงินให้ไปดูแลแม่ถึงหมื่นหนึ่งโดยไม่ได้หักจากเงินเดือน
“จ๋าให้ป้าลากี่วันก็อยู่ให้ครบวันลาเลย ไม่ต้องห่วงทางนี้ ...ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้เลยนะ”
คำพูดของพี่เลี้ยงทำให้เขาเห็นถึงความสำคัญของกชวิภามากขึ้นกว่าเดิม ปัญหาจุกจิกภายในบ้านเขาไม่เคยต้องหนักใจเลย เธอจัดการทั้งหมดได้อย่างละเอียดรอบคอบ
ทินกรหยุดกระแสความคิดอันอ่อนไหวตัวเองลง สะบัดหัวตั้งสติ หันไปช้อนตัวพริบพันดาวอุ้มขึ้นจากเตียงพาดบ่าโดยไม่ได้ปลุกให้ตื่น เด็กหญิงขยับตัวเล็กน้อย ปรือตามอง พอเห็นว่าเป็นพ่อก็เอียงคอซบแก้มกับลาดไหล่กว้างหลับตามเดิม
ชายหนุ่มลงมาถึงโถงกว้างทางเดินชั้นหนึ่ง ก็ถูกขวางทางโดยคุณหญิงกุลนันท์ที่เดินสวนเข้ามาด้วยชุดออกกำลังกาย น่าจะเพิ่งไปวิ่งมา ดูแลตัวเองดีสมกับฉายาสาวสองพันปี อายุหกสิบห้าแล้วแต่ใบหน้ายังตึงเปรี๊ยะคงความอ่อนเยาว์
“จะกลับแล้วเหรอ”
“ครับ” ทินกรวางสีหน้าราบเรียบไม่แม้จะยิ้มตอบ พร้อมส่งลูกให้พี่เลี้ยงอุ้มต่อแล้วให้ไปรอที่รถ เขามั่นใจว่าคำพูดต่อจากนี้ของแม่ใหญ่ไม่ควรให้คนนอกได้ฟังด้วย แม้แต่เขาเองยังไม่อยากฟังเลย
“สบายดีนะ เมื่อคืนก็วุ่น ๆ ไม่ได้ทักทายกันเลย” คุณหญิงกุลนันท์ปั้นยิ้มทักทายลูกเลี้ยงด้วยมาดผู้ดีสุภาพ
“ตามสภาพครับ” ไหวไหล่ตอบแกน ๆ
“เราสองคนไม่ได้คุยกันนานแล้ว ไปนั่งคุยกันหน่อยดีไหม” หญิงสูงวัยไม่ได้สนใจท่าทางเหล่านั้น ยังคงใช้น้ำเสียงน่าฟังในการโต้ตอบ เพราะคุ้นชินกับพฤติกรรมไร้มารยาทแบบนี้มาเนิ่นนาน ถึงในสายตาคนภายนอกทินกรจะดูเยือกเย็นเป็นผู้ใหญ่ แต่เนื้อแท้ในสายตานางยังคงเป็นเด็กเปรตเน่าเฟะน่าชิงชังยิ่งกว่าเดิม
“ถึงไม่ได้คุยกับแม่ใหญ่นาน แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนได้คุยกับแม่ใหญ่อยู่ตลอดเลยละครับ” ทินกรกล่าวอย่างมีนัยแฝง ซึ่งเป็นอันรู้กันว่าหมายถึงอะไร
“ฮ่า ๆ เป็นอย่างนั้นเหรอ...” คุณหญิงกุลนันท์หัวเราะร่วนสีหน้าไม่เปลี่ยน สงสัยสายลับที่ส่งไปสอดแนมข้างกายลูกเลี้ยงถูกจับได้เสียแล้ว แปลว่าที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของมันก็จงใจให้นางรู้สินะ
สมกับเป็นลูกที่เจ้าสัวปั้นมากับมือจริง ๆ มากเล่ห์กลซ่อนเขี้ยวเล็บเก่งใช้คนเป็นไม่ต่างจากพ่อ
“แม่ใหญ่มีเรื่องอะไรจะคุยกับผมต่อไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอตัว”
“มีสิ ได้ข่าวว่าจ๋าประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ” แสร้งถามแสดงความห่วงใยไปอย่างนั้น
“ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอกครับ ปลอดภัยแล้ว”
“โล่งอกไปที นึกว่า...”
“ผมขอตัวนะครับ” ทินกรแทรกขึ้นเพื่อตัดจบบทสนทนาอย่างไม่ไว้หน้า เขาไม่มีอารมณ์จะฟังการพูดพร่ำเพรื่อของแม่ใหญ่แล้ว เหนื่อยกายอยากพักผ่อน
“ฉันยังพูดไม่จบ อย่ามาทำตัวไร้มารยาทกับฉัน” คุณหญิงกุลนันท์เดือดดาล
“ผมมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะครับ ถ้าแม่ใหญ่จะพูดอ้อมไปอ้อมมาเพื่อวกเข้าประเด็นเรื่องคู่หมั้นของผม แม่ใหญ่ไปคุยกับเจ้าสัวโชตินะครับ ป๊าเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด ถ้าแม่ใหญ่อยากให้เฮียหมั้นแทนผม แม่ใหญ่ก็จัดการได้เลย ผมยินดีเปิดทางให้อยู่แล้ว รวมถึงตำแหน่งที่แม่ใหญ่หมายตาไว้ให้กับเฮีย แม่ใหญ่ก็จัดการเลยครับ ...ผลักดันเฮียให้เต็มที่ ผมสนับสนุนพี่น้องอยู่แล้ว อย่าเสียเวลามาขัดขาผมด้วยการพยายามหาแผนงานผมไปทำอะไรที่ทำให้เจริญราษฎร์ได้รับผลกระทบเลยครับ”
ทิ้งระเบิดลูกใหญ่เสร็จก็เดินจากไปทันที คราแรกกะจะเฝ้าดูแผนการอย่างเงียบเชียบไม่เปิดหน้าสู้เร็วขนาดนี้ แต่เพราะขี้เกียจเล่นเกมจิตวิทยาแล้ว จึงเปิดเผยทุกอย่างอย่างไม่แยแส
ระดับเจ้าสัวโชติที่ต่อสู้สร้างอาณาจักรหมื่นล้านขึ้นมาได้ด้วยสองมือ คงมีวิจารณญาณมากพอว่าควรไว้วางใจมอบเจริญราษฎร์ไว้ในมือใคร หากเฮียปริญเป็นคมในฝักมีหัวด้านบริหาร เขาก็ยินดีแข่งขันอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่มีวันอ่อนข้อยอมแพ้ง่าย ๆ เส้นทางนี้เขาเพียรพยายามมานาน ไม่ยอมให้ใครมาแย่งชิงไปได้ง่าย ๆ
“เด็กเวร! หยิ่งผยองไปก่อนเถอะ”
ถ้อยคำเถรตรงของทินกรที่ฟังอย่างไรก็คือการหยามเกียรติเหยียบหน้า ทำเอาผู้เป็นแม่เลี้ยงหน้าแดงก่ำ มือกำแน่นด้วยอารมณ์โทสะพุ่งทะยานเสียดฟ้า นึกเกลียดชังทั้งลูกเลี้ยงและผัวชั่วตัวดีที่โคตรลำเอียง ไม่เคยเห็นลูกของนางที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของมันเหมือนกันอยู่ในสายตา ประเคนทุกอย่างให้แต่ลูกชายคนโปรด
Enjoy reading ค่า

Ebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ ในราคาโพรโมชัน 239 บาท หมดโปร 299 บาท มีทั้งหมด 44 บท รวมบทนำ+บทส่งท้าย+ตอนพิเศษ
มีทั้งหมด 132xxx คำค่า
กิจกรรมแจกของรางวัลก็มีอย่าลืมเข้าไปร่วมสนุกกันนะคะ
จิ้มลิงก์ได้เลยยยย
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTY0ODY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ2NTY1OSI7fQ