บทที่ 12.1 ไม่ยอมเลิก
บทที่ 12.1 ไม่ยอมเลิก
บทที่ 12 ไม่ยอมเลิก
ผ่านมาสี่วันแล้ว กชวิภาย้ายออกจากห้องไอซียูหลังนอนอยู่สองวัน ส่วนวันที่สามเธอมานอนพักรักษาตัวในห้องวีไอพี รอผ่าตัดจัดเรียงกระดูกจมูกใหม่ในอีกสองวันข้างหน้า ร่างกายส่วนอื่น ๆ ปกติดี มีรอยฟกช้ำเหลืออยู่บ้างกับข้อมือที่ยังไม่หายขาดมีเจ็บแปลบยามใช้งาน
เช่นในตอนนี้ที่เธอกำลังใช้งานมันเพื่อถอดกางเกงยางยืดเข้าห้องน้ำ ทว่าเป็นต้องชะงักค้างมือไว้ที่ขอบกางเกง เมื่อประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการส่งสัญญาณ
“กำลังทำอะไร” ทินกรถามเสียงเรียบ เลิกคิ้วฉงนกับความตาโตตกใจของเธอที่ดูเล่นใหญ่เกินกว่าเหตุ เขาก็ไม่ได้อยากเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตหรอก เพียงแต่เดินหาทั่วห้องแล้วไม่เจอจึงลองเปิดดู
“คุณเข้ามาทำไม จ๋าจะเข้าห้องน้ำ” พอสติคืนมาก็ตั้งคำถามพร้อมออกปากไล่ แทนที่ทินกรจะปิดประตูแล้วกลับออกไป เขากลับย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
“มาฉันช่วย”
“ไม่คุณอิกซ์! จ๋าทำเองได้ไม่ต้องยุ่ง”
เขาขันอาสาเพราะเห็นว่าข้อมือเธอยังไม่หายดี ทว่าร่างบางกลับปฏิเสธเสียงแข็ง ถอยร่นขาติดกับชักโครกหมดทางหนี
“ก็รู้ว่าทำเองได้ แต่ฉันช่วยจะไม่ดีกว่าเหรอ” โดยไม่ต้องรออนุญาต ทินกรอาศัยความว่องไวจับขอบกางเกงผู้ป่วยพร้อมด้วยชั้นในรั้งลงไปกองที่หัวเข่าหน้าตาเฉยเมยไร้ความประหม่าขัดเขิน
แตกต่างจากกชวิภาที่โกรธจนหน้าแดงก่ำ รีบเอามือปิดบังของสงวนฉับไว “ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคุณอิกซ์!”
“เป็นอะไรจ๋า โวยวายทำไม ทำอย่างกับฉันไม่เคยเห็นไม่เคยจับอย่างงั้นแหละ”
นอกจากจะไม่ออกไปในทันที ทินกรยังยืนมองจุดกึ่งกลางกายสาวสลับกับใบหน้างามอย่างไม่เข้าใจ เชิงว่าเธอจะโวยวายทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตทำไม เขาเห็นบ่อยจนชินตาละ จำเป็นต้องเอามือมาปิดด้วยเหรอ
“เอาเถอะ คุณออกไปได้แล้ว จ๋าจะเข้าห้องน้ำ” เห็นสีหน้าท่าทางของเขาที่มองมาราวกับว่าเธอกำลังดัดจริตเหนียมอายอะไรอยู่ กชวิภาจึงเลิกทำกระมิดกระเมี้ยน
เธอผิดเองแหละที่ไม่คุยกับทินกรเรื่องสถานะให้ชัดเจน ว่าต่อแต่นี้ความสัมพันธ์ของเราจะเหลือเพียงความเป็นพ่อเป็นแม่ให้กับพริบพันดาวเท่านั้น จะไม่มีอะไรเกินเลยลึกซึ้งใด ๆ ต่อกันอีก
ใช่ว่าเธออยากประวิงเวลาเพราะอาลัยอาวรณ์ แต่แค่หาเวลาส่วนตัวสองคนแทบไม่ได้ ทินกรพาลูกย้ายมาอยู่โรงพยาบาลกับเธอ กินนอนใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เหมือนเป็นบ้านอีกหลัง ไล่ให้กลับไปนอนที่บ้านก็ไม่ยอม สารพัดเหตุผลยกมาอ้างจึงจนใจที่จะไล่
ในตอนเช้าทินกรจะไปส่งลูกที่โรงเรียนแล้วไปทำงานต่อ เจอกันอีกทีตอนเย็นลูกเลิกเรียน ค่ำมาเธอก็เข้านอนพร้อมกับลูก จึงหาโอกาสเหมาะ ๆ คุยกันไม่ได้
ส่วนตอนกลางวันเขาทำงาน เธอเองก็มีเพื่อนพี่น้องที่สนิทคอยแวะเวียนมาเยี่ยมอยู่ตลอด เพราะรู้ข่าวจากทีวีและสื่อออนไลน์ที่ประโคมข่าวใหญ่โต อาจจะเพราะด้วยวันเวฬาร์เป็นหลานสาวของผู้มีอิทธิพลทางการเมืองของไทย กอปรกับรถที่เกิดอุบัติเหตุก็เป็นโรลส์รอยซ์ราคาแพงหูฉี่ แถมพวกเธอสองคนก็รอดตายกันมาได้อย่างกับปาฏิหาริย์ ไม่มีใครบาดเจ็บสาหัส ผู้คนจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ ถึงขนาดมีทักมาถามว่าห้อยพระองค์ไหนจะไปบูชาตาม
“ถ้าใส่เองลำบากก็เรียก” ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะยียวนกวนประสาท เห็นท่าทางไว้ตัวของเธอแล้วนึกอยากแกล้งให้โวยวาย
“ไม่เรียกแน่นอน”
กชวิภากระแทกเสียงไล่หลังชายหนุ่มที่ยิ้มกรุ้มกริ่มยอมกลับออกไปแต่โดยดี ทำธุระเสร็จหญิงสาวก็กลับมาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงผู้ป่วย แล้วเริ่มต้นเอ่ยอย่างใจเย็น
“คุณอิกซ์ จ๋ามีเรื่องจะคุยด้วย”
“ว่า?” ทินกรที่นั่งอยู่บนโซฟาขานรับโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากจอมือถือ
“เราเลิกกันเถอะ”
“เป็นบ้าไปแล้วเหรอ!” คนฟังถึงกับเงยหน้าตวัดสายตาขวางจัดมอง โวยวายลั่น ใจสั่นแปลก ๆ ตอนสบสายตากัน
เมียทิ้งพ่อคนปากเก่งแล้วค่า อีบุ๊กยังลดราคาอยู่นะคะ จิ้มลิงก์ได้เลยค่า

Ebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ ในราคาโพรโมชัน 239 บาท หมดโปร 299 บาท มีทั้งหมด 44 บท รวมบทนำ+บทส่งท้าย+ตอนพิเศษ
กิจกรรมแจกของรางวัลก็มีอย่าลืมเข้าไปร่วมสนุกกันนะคะ
จิ้มลิงก์ได้เลยยยย