บทที่ 12 ไม่ยอมเลิก
บทที่ 12 ไม่ยอมเลิก
บทที่ 12 ไม่ยอมเลิก“เราเลิกกันเถอะ”
“เป็นบ้าไปแล้วเหรอ!” คนฟังถึงกับเงยหน้าตวัดสายตาขวางจัดมอง โวยวายลั่น ใจสั่นแปลก ๆ ตอนสบสายตากัน
“จ๋าจริงจัง จ๋าว่าเราจบความสัมพันธ์แบบนี้ของเรากันเถอะ ให้เหลือเพียงความสัมพันธ์พ่อแม่ของอัยย์จังก็พอ คุณเองก็จะมีคู่หมั้นอย่างเป็นทางการแล้ว”
“จะประชดก็ให้มันมีขอบเขตจ๋า ฉันรู้ว่าเธอไม่พอใจเรื่องข่าวฉันกับมิรา ฉันกำลังจัดการให้มันเข้าร่องเข้ารอยอยู่ อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่จะได้ไหม”
กชวิภากลอกตามองบนหลังฟังจบ ทินกรเอาความกล้ามาจากไหนพูดว่า ‘เรื่องเล็ก’ เหอะ! คงเล็กมากสินะ ถึงขนาดช่องทีวีเอาไปตีแผ่เล่าข่าวโครม ๆ ว่าสองตระกูลใหญ่กำลังเกี่ยวดองกัน ก็เล่นควงกันขึ้นไปบนเวทีวันสำคัญของเจ้าสัวจิรโชติเสียขนาดนั้น ใครก็เดาออกว่าเป็นการเปิดตัวคบหากันอย่างเป็นทางการ
แล้วเธอล่ะ จะกลายเป็นตัวอะไรได้ถ้าไม่ใช่มือที่สาม หากยังอยู่กับเขาต่อ แค่ที่เขามาเฝ้าทุกวันก็ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านจะตายอยู่ละ
“จ๋าไม่ได้ประชดเลยสักนิด จ๋าจริงจัง”
คราวนี้นัยน์ตาคู่หวานฉายแววจริงจัง ดูไม่ใช่การประชดประชันเหมือนทุกทีที่ผ่านมา ผิดที่ว่าทินกรไม่เชื่อ ถึงแม้จะมีสำนวนที่ว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่ใช้กับกชวิภาผู้มากเล่ห์เพทุบายไม่ได้หรอก
“ถ้าเหงาหรือเบื่อไม่มีอะไรจะพูด ก็กดโทรศัพท์แล้วช็อปปิงซะนะ อนุญาตให้ตัดบัตรเครดิตฉันได้ไม่จำกัดวงเงิน”
ถือเสียว่าเป็นค่าปลอบขวัญที่ทำเธอเสียใจหนักหน่วง จนต้องใช้วิธีสิ้นคิดนี้มาเรียกร้องความสนใจ หากเป็นก่อนที่เขาจะรู้ใจตัวเองเห็นความสำคัญของเธอ กชวิภาได้น้ำตาซึมแน่ เพราะเขาจะถือเอาคำพูดเมื่อกี้เป็นจริงเป็นจัง ตัดขาดความสัมพันธ์โดยไม่ลังเล
“ได้! ไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ แต่จ๋าถือว่าจ๋าได้พูดแล้ว” กชวิภาหัวเราะขื่นในลำคอ ไม่รู้จะสมเพชหรือเวทนาตัวเองดี แต่ก่อนเธอประชดเขาบ่อยจนคำพูดหมดความน่าเชื่อถือแล้วสินะ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเธอจะแสดงให้เขาเห็นเองว่าพูดจริง
ออกจากโรงพยาบาลเธอจะย้ายออกจากเพนต์เฮาส์ทันที หลังพิจารณาทบทวนอย่างละเอียดรอบคอบแล้วว่า สิ่งที่จะทำต่อจากนี้ส่งผลดีต่อทั้งตัวเธอและลูกสาว
“แล้วจมูกจะทำที่นี่เลยไหม หรืออยากไปทำที่อื่น มีในใจหรือเปล่า เกาหลีก็ได้ จะได้ถือโอกาสพาลูกไปเที่ยวด้วยเลย เราไม่ได้พาลูกไปเที่ยวด้วยกันหลายเดือนแล้ว” เพราะไม่อยากพูดประเด็นนี้ต่อใจมันสั่นไหวไม่หยุด ทินกรจึงเปลี่ยนเรื่องอย่างจงใจ พยายามทำใจให้เย็นสงบ เมินเฉยต่อสายตาเย็นชาของกชวิภา
ตีขลุมเอาว่าเธอยังโกรธจึงมีท่าทีเฉยชาและไว้ตัว ซึ่งเขาโคตรไม่ชอบเลย
“ทำที่นี่แหละ จ๋าตกลงกับพี่พรีมแล้วว่าจะเป็นเคสรีวิวให้กับโรงพยาบาลแล้วก็คลินิก”
“ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ”
“จ๋าอยากได้เงิน”
การแยกทางของเธอกับทินกรคงไม่จบอย่างรอมชอมเป็นแน่ เธอยังมีหนี้ที่ยังไม่ได้คืนเขาอยู่สามสิบล้าน ไม่นับรวมกับเงินยี่สิบล้านที่ได้จากการเซ็นสัญญายกสิทธิ์การเลี้ยงดูพริบพันดาวให้เขา เพราะงั้นในเวลานี้ไม่ว่ามีงานอะไรเข้ามาเธอก็ทำหมดไม่เกี่ยงขอแค่ได้เงิน คิดว่าหากคืนเงินครบทุกบาททุกสตางค์ เธออาจมีสิทธิ์ต่อรองขอสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรคืนได้
“ซีอีโอคนเก่ง” ชายหนุ่มยิ้มปะเหลาะชม เนื้อภายในอกกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ เมื่อเห็นว่ากชวิภายังมีใจนึกถึงผลประโยชน์ของเขาอยู่ คงไม่ได้คิดจะเลิกจริง ๆ แค่ประชดเท่านั้น
“เหอะ! ใกล้ถึงเวลาต้องไปรับอัยย์จังแล้ว” ก่อนจะได้ต่อความยาวสาวความยืดไปมากกว่านี้ กชวิภาก็เหลือบเห็นเวลาบนนาฬิกาแขวนผนังเสียก่อนจึงเตือน
“งั้นฉันไปรับลูกก่อน อยากได้อะไรก็ส่งข้อความมา”
Ebook ลดราคา 7 วันสุดท้ายค่า

Ebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ ในราคาโพรโมชัน 239 บาท หมดโปร 299 บาท มีทั้งหมด 44 บท รวมบทนำ+บทส่งท้าย+ตอนพิเศษ
กิจกรรมแจกของรางวัลก็มีอย่าลืมเข้าไปร่วมสนุกกันนะคะ
จิ้มลิงก์ได้เลยยยย
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTY0ODY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ2NTY1OSI7fQ