LNCrawler

บทที่ 12.5 ไม่ยอมเลิก

ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว(มีอีบุ๊ก/มีเด็ก) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 12.5 ไม่ยอมเลิก

บทที่ 12.5 ไม่ยอมเลิก



“มิคิดจะมีอนาคตร่วมกับพี่จริง ๆ เหรอ นอกจากพี่จะไม่ได้ชอบมิแล้ว พี่ยังชั่วกว่าที่มิคิดไว้อีกเยอะเลยนะ”

ชายหนุ่มสารภาพตามตรงไม่แยแสภาพลักษณ์ ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะไม่เดินหน้าต่อในความสัมพันธ์ครั้งนี้ จึงไม่อยากเสียเวลาเล่นเกมตานี้ให้จบ ฐานอำนาจที่เคยคิดจะใช้จากตระกูลอัศววัฒนากุลตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว เขามั่นใจว่าสามารถสร้างมันขึ้นมาเองได้และจะต้องยิ่งใหญ่กว่าด้วย

ขุนอะไรที่เจ้าสัวโชติหมายตาเอาไว้ให้เขาใช้ ลืมมันไปซะเถอะ

“จะยังไงก็แล้วแต่ มิไม่สนใจ พี่มาทำเหมือนว่าเราเป็นคู่รักกันแล้ว พี่อิกซ์ต้องทำต่อไปจนกว่ามิจะพอใจ” มิรากระแทกเสียงขุ่น ไม่คิดจะยอมอ่อนข้อง่าย ๆ เช่นกัน

เธอไม่ใช่ตาสีตาสาคนธรรมดาไร้ราคาที่เขาคิดจะเล่นตลกยังไงก็ได้ ฐานะทางสังคมก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน ถึงจะไม่ได้มีทรัพย์เป็นหมื่นล้านเหมือนครอบครัวทินกรก็ตาม

“มิคิดว่าตัวเองเป็นใคร” คนโดนสั่งแสยะยิ้มอหังการกดเสียงต่ำขู่กลับ เพื่อเตือนสติเธอว่าอย่าล้ำเส้น ต้องรู้ขอบเขตตัวเองด้วยว่ามีอำนาจแค่ไหน

“พี่อิกซ์!” มิรากัดริมฝีปาก ตาแดงก่ำด้วยความโกรธและเจ็บแค้น เธอพยายามอย่างหนักที่จะเอาใจเขา ผลตอบแทนกลับเป็นคำพูดไร้เยื่อตัดใยเช่นนี้ ชั่วอย่างที่ว่าจริง ๆ

“มิอย่าทำเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อไม่ได้ประโยชน์จากข่าวนี้สิ มิได้กระแสจากข่าวนี้จนได้แสงเป็นที่สนใจของผู้คนไม่น้อยไม่ใช่เหรอ น่าจะส่งผลดีต่อการกรุยทางเข้าสู่วงการบันเทิงของมินะ อีกอย่างพี่ว่ามิก็ไม่น่าจะชอบพี่มากมายขนาดนั้น เราเพิ่งได้คุยกันจริง ๆ จัง ๆ ไม่กี่ครั้งเอง” พอเห็นท่าทางหวาดกลัวเหมือนคนหมดหนทางสู้ ทินกรก็ไม่คิดที่จะรังแกหญิงสาว อย่างไรก็เป็นคนที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กและเธอยังอ่อนด้อยประสบการณ์ จึงพูดคุยด้วยผลประโยชน์เพื่อหาทางจบอย่างรอมชอม

มิราเงียบไปพักใหญ่เพื่อรวบรวมสมาธิตั้งสติ หลังจากมันแตกพ่ายไปจนหมด “ยังไงพี่ก็จะไม่รักมิสินะ ...งั้นเรามาคุยกันด้วยเรื่องผลประโยชน์ก็ได้”

“ดีครับ ว่ามาสิพี่รอฟังอยู่”

“เรื่องของเรามิจะเป็นคนจบมันเอง แต่ระหว่างที่มิยังไม่ออกมาพูดอะไร พี่อิกซ์ก็ไม่มีสิทธิ์ออกมาพูดอะไรเหมือนกัน”

เธอยอมกลืนก้อนความเสียใจลงไปในลำคอ รักษาศักดิ์ศรีให้ตัวเองไม่ให้ดูน่าสมเพชไปมากกว่านี้ ในเมื่อเขายืนกรานที่จะไม่รัก จึงไม่เห็นประโยชน์ที่จะต้องตามตื๊อ เพราะถ้าหากจะให้ทนอยู่กับความสัมพันธ์เหมือนพ่อแม่ที่อยู่กันไปอย่างดาษดื่นไร้รักและภักดี เธอไม่เอา แต่ก็จะไม่ยอมเสียหน้าต่อคนทั้งประเทศว่าเป็นฝ่ายถูกทิ้ง หากใครจะเป็นคนจบความสัมพันธ์ในครั้งนี้ก็ต้องเป็นเธอเอง

ทว่ามันจะเกิดขึ้นหลังจากที่เธอใช้ประโยชน์จากเขาจนหมดแล้วนะ ถึงจะยอมประกาศให้…

เธอยอมแพ้ไม่ได้แปลว่าจะไม่แก้แค้น เพราะงั้นอย่าหวังว่าเขากับกชวิภาจะได้เชิดหน้าชูตาในสังคมอย่างสง่าผ่าเผยเลย ไม่มีทาง!

“ถ้ามิไม่ทำให้พี่กับจ๋าเดือดร้อน พี่ก็รับปากครับ” ทินกรยิ้มเหี้ยมเกรียม รู้ทันแผนการของเธอจึงกล่าวเตือน

การที่เขากับมิรายังคงความสัมพันธ์นี้ไว้ต่อ มันก็ไม่ได้ส่งผลเสียต่อเขา แถมยังช่วยป้องกันความวุ่นวายที่จะเกิดจากเจ้าสัวจิรโชติได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยพ่อเขาก็จะไม่มาวุ่นวายกับกชวิภา ยืดเวลาให้เขาจัดการทุกอย่างให้เข้าร่องเข้ารอยเป็นไปตามแผน ...สร้างฐานอำนาจใหม่ให้ตัวเอง ลงทุนในธุรกิจใหม่โครงการใหญ่ที่จะต้องสร้างผลกำไรให้เขาอย่างมหาศาลในอนาคตอันใกล้

จบการเจรจาที่แสนเสียหน้า มิราก็สะบัดตูดเชิดคอขึ้นออกไป คว้าโทรศัพท์มือถือต่อสายตรงหาบิดา เพื่อย้ำเตือนว่าอย่าเพิ่งยินยอมขายที่ดินในจังหวัดภูเก็ตในเร็ววันนี้ ให้ยื้อไว้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ แต่ไม่ได้เล่าถึงเหตุการณ์ว่าเธอโดนทินกรปฏิเสธตัดสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย เนื่องจากไม่อยากแตกหักยังเห็นประโยชน์ในความสัมพันธ์ครั้งนี้อยู่

ห้านาทีให้หลังผู้ช่วยเลขาสาวก็ถูกเรียกเข้ามาพบ เอมิกาเดินคอตกหน้าหงอยเข้ามาอย่างรู้ชะตากรรม ส่วนเด็กหญิงที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรวิ่งพรวดเข้ามากระโดดเกาะขาพ่อเป็นลูกลิง

“ปะป๊า พี่ตามมาแล้วนะ”

“เหรอครับ งั้นอัยย์จังไปเรียกพี่ตามมาพบปะป๊าหน่อยได้ไหม” ทินกรก้มหน้าลงไปคุยกับลูกสาวที่นั่งทับเท้าพร้อมกอดขาแน่นแล้วหมุนตัวไปมา จนเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่หมุนตามไปด้วย

“อัยย์จังเหนื่อยน้าเพิ่งวิ่งเข้ามาเอง …แต่ไปตามให้ปะป๊าก็ได้”

“ขอบคุณนะครับเด็กดี”

หลอกล่อลูกสาวออกจากห้องแล้ว ทินกรก็โทร. สั่งการให้ศรัณย์รั้งพริบพันดาวเอาไว้ก่อน อีกสามนาทีค่อยพาเข้ามาพร้อมมัน

“พรุ่งนี้ไปยื่นใบลาออกซะ” นัยน์ตาคมกริบทอดมองคู่สนทนาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามราบเรียบ

“บอสคะ” เอมิกากำลังจะอ้าปากประท้วงถึงความไม่ยุติธรรม เป็นต้องหุบฉับพลัน ตัวชาวาบ มือสั่นเทา

“การที่ผมให้คุณยื่นใบลาออกเองนี่คือให้โอกาสแล้ว ความผิดของคุณไม่ใช่มีแค่เรื่องในวันนี้ มันมีมาตั้งแต่ที่คุณเข้ามาทำงานโดยมีจุดประสงค์แอบแฝงเป็นสายสืบไปรายงานคุณหญิงกุลนันท์แล้ว ฉะนั้นไสหัวออกไปตั้งแต่ตอนนี้ซะ” ในตอนที่เขายังมีใจเมตตาอยู่

ทินกรไม่ได้ตะคอกแสดงความเกรี้ยวกราด ยังคงรักษามาดนิ่งเยือกเย็นได้เป็นอย่างดี ทว่าคำพูดของเขาน่าจะรุนแรงและเสียดแทงผู้ช่วยเลขาไม่น้อย เพราะตัวเธอสั่นเทาน้ำตาไหลพรากอาบนองใบหน้า ผิดที่ว่าน้ำตาผู้หญิงเพียงคนเดียวที่มีผลต่อความรู้สึกเขาคือพริบพันดาว

“ออกไปได้แล้ว”

“ขอบคุณมากเลยนะคะสำหรับโอกาสที่มอบให้ดิฉันตลอดมา และขอโทษที่ทำให้บอสผิดหวัง” การทำงานกับทินกรมาสองปีกว่า ทำให้เอมิการู้ดีว่าไร้ประโยชน์จะแก้ตัวหรือขอโอกาส นอกเสียจากก้มหน้าบีบน้ำตายอมรับผิด เพราะหลักฐานการทรยศของเธอคงมีอยู่เต็มมือมัจจุราชคนนี้ การที่ถูกปล่อยไปง่าย ๆ นับว่ามีน้ำใจมากแล้ว

“ผมไม่เคยคาดหวังในตัวคุณ เชิญ” ส่วนสีหน้าคนโดนหักหลังไม่ได้เปลี่ยนไป เพราะรู้ทันแผนการมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ แล้ว ไม่มีทางที่ข้างกายเขาจะว่างเว้นจากคนของแม่ใหญ่

ที่แสร้งหูหนวกตาบอดรับเอมิกาเข้ามาทำงานก็เพื่อให้แม่ใหญ่สบายใจ คิดว่าตัวเองฉลาดเป็นผู้คุมเกมเท่านั้น โครงการส่วนมากของเตชะฮอสปิทอลมันปิดเป็นความลับได้ยากอยู่แล้ว

แต่โครงการหรือแผนงานในอนาคตใดที่สำคัญจริง ๆ เขาจะคิดและทำโดยมีกชวิภาเป็นผู้ช่วยเพียงคนเดียว



กลับมาอัปให้แล้วค่ะ ขอโทษที่หายไปนานไปทำธุระที่จีนมาค่า

Enjoy reading นะคะ

Ebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ ในราคาโพรโมชัน 249 บาท หมดโปร 299 บาท มีทั้งหมด 44 บท รวมบทนำ+บทส่งท้าย+ตอนพิเศษ





จิ้มลิงก์ได้เลยยยย

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTY0ODY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ2NTY1OSI7fQ