บทที่ 13.2 เรื่องราวในอดีต
บทที่ 13.2 เรื่องราวในอดีต
บทที่ 13.2 เรื่องราวในอดีต
“งั้นเราขายบ้านดีไหม...” เธออ้อมแอ้มพูดเสียงอ่อย ไม่แน่ใจว่าตัดสินใจถูกไหมที่เอ่ยออกมา กลัวว่าจะทำให้ผิดใจทะเลาะกันเหมือนครั้งก่อนตอนที่พ่อกับแม่เธอเสีย แล้วครอบครัวล้มละลายต้องขายทรัพย์สินที่มีทั้งหมดใช้หนี้
แต่โกวหลิวกับแปะหลินยืนกรานไม่ยอมให้ขายบ้าน ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของบรรพบุรุษเด็ดขาด
โกวหลิวเป็นพี่สาวคนโตในบรรดาพี่น้องสามคน พ่อเหว่งของเธอเป็นน้องคนสุดท้อง แต่เพราะฉลาดอากงอาม่าจึงไว้ใจให้ดูแลธุรกิจของครอบครัว ซึ่งประกอบกิจการโรงงานเหล็กและโรงงานไม้ แต่เพราะด้วยพ่อบริหารเงินสดได้ไม่ดีจึงหมุนไม่ทัน
ไหนเลยจะเอาเงินสำรองของครอบครัวบวกกับกู้ธนาคารไปลงทุนในธุรกิจ Wellness Nursing Home ศูนย์พักพิงผู้สูงอายุอีก ซึ่งกิจการไปได้ไม่ดีลุ่ม ๆ ดอน ๆ พ่อกับแม่ก็มาเกิดอุบัติเหตุรถชนทำให้ทุกอย่างล้มไม่เป็นท่า เจ้าหนี้ไม่เชื่อใจในการบริหารงานของคนอื่น ไม่ยืดเวลาให้ใช้หนี้ เพราะพ่อเหว่งก็ผิดนัดชำระหลายงวดแล้ว จึงบังคับให้ต้องคืนเงินทันที จำเป็นจะต้องขายธุรกิจและทรัพย์สินมาใช้หนี้
เธอที่เป็นลูกสาวจึงได้แต่ก้มหน้ารับผิดชอบแทนพ่อโดยไร้สิทธิ์ไร้เสียงโต้เถียง แบกหน้าไปอ้อนวอนขอยืมเงินกับทินกร พร้อมยินยอมเซ็นสัญญายกสิทธิ์ในตัวลูกทั้งหมดให้กับเขาเพียงผู้เดียว แลกกับเงินยี่สิบล้านที่ให้เปล่า กับอีกสามสิบล้านที่ให้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย
ในตอนนั้นเธอยอมทั้งหมด เพราะอยากให้พ่อแม่จากไปอย่างสงบไม่ถูกก่นด่าสาปแช่งจนวาระสุดท้าย
เธอทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ในฐานะลูก แต่ในฐานะแม่เธอห่วยแตกไม่มีชิ้นดี
โชคดีที่ทินกรรักลูกสาวมาก เธอจึงยังมีโอกาสได้ทำหน้าที่แม่ชดใช้ความผิด พร้อมกันนั้นเธอก็ทำทุกวิถีทางให้ได้อยู่ต่อทั้งในฐานะแม่และเมีย ซึ่งเธอทำมันสำเร็จจนเป็นสี่ปีที่วิเศษ แม้ทินกรจะสันดานเสียแต่ก็ใจใหญ่สายเปย์ หากทำดีและมีค่ำคืนที่เร่าร้อนก็มักมีรางวัลเสมอ ทำให้เธอพอมีเงินไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อนอยู่บ้าง
“จะขายทำไม นี่มันที่บรรพบุรุษของตระกูลเรานะ โกวไม่ยอมเด็ดขาด” โบกสะบัดมือปฏิเสธ ยืนกรานเสียงแข็งไม่ยินยอม จนเอมมี่ลูกสาวต้องเบรก
“ม้าใจเย็น ฟังน้องก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่ยงไม่เย็นอะไรทั้งนั้นแหละ ม้าไม่ให้ขาย ขายแล้วเวลากลับไทยมาม้าจะไปอยู่ที่ไหน แล้วกู๋หลินของแกก็คงไม่ยอมเหมือนกัน” โกวหลินเริ่มเสียงดังโวยวาย จนไทเลอร์ที่ฟังไม่รู้เรื่องทำหน้าฉงน ส่วนกชวิภาก้มหน้างุดไม่พูดไม่จา
“ม้าเงียบก่อน เอมจะคุยกับน้องเอง ม้ากับไทเลอร์ออกไปนวดตัวรอ”
เอมมี่สั่งน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งผู้เป็นแม่จำต้องฟังเพราะลูกสาวเป็นคนดุและเข้มงวด เมื่อสั่งให้แม่อยู่ในความสงบได้แล้ว ก็หันไปเจรจากับสามีให้พาแม่ออกไปนวดตัวรอ เพื่อขอเวลาส่วนตัวกับน้องสาวลำพัง
“เล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น จ๋ามีเหตุต้องใช้เงินเยอะเหรอ”
“จ๋าเลิกกับคุณอิกซ์แล้ว จ๋าอยากคืนเงินที่ยืมเขามาใช้หนี้ตอนครอบครัวเราล้มละลาย แต่จ๋าไม่ได้จะเอาคนเดียวทั้งหมดนะ จ๋าแค่อยากได้ส่วนแบ่งบ้าง”
ลำพังเงินเก็บบวกกับขายของแบรนด์เนมทั้งหมดที่มีในตัวก็น่าจะได้สักสิบกว่าล้าน ซึ่งมันยังห่างไกลความเป็นจริงที่จะใช้หนี้ให้หมดโดยเร็ว เธอจึงอยากได้เงินจากตรงนี้มาสมทบด้วย ส่วนธุรกิจที่ลงทุนทำกับเพื่อนก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะได้ปันผล ซึ่งต่อให้ได้ก็ได้ไม่เกินห้าล้านอยู่ดี
“ยืมอยู่เท่าไร”
“สามสิบล้าน...”
ผู้เป็นพี่ได้ยินจำนวนเงินก็ถึงกับอึ้งเงียบไปชั่วขณะ คิดหนัก
“จ๋าเห็นว่าโกวก็จะย้ายไปอยู่อเมริกาถาวรกับเจ๊แล้ว แปะหลินก็ปักหลักอยู่เชียงใหม่ เก็บบ้านไว้ก็มีแต่จะผุพัง เลยคิดว่าขายเอาเงินมาแบ่งกันน่าจะดีกว่า...”
“เงินที่ยืมสามีมา คือเอามาใช้หนี้ให้ครอบครัวเราทั้งหมดเลยเหรอ”
กชวิภาพยักหน้าลงแทนคำตอบ ใจดวงน้อยสั่นไหวอยู่ตลอด กลัวว่าพี่สาวจะไม่เชื่อคำพูด หรือไม่ก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้จนอาจตีตัวออกหาก เหมือนกับลูกพี่ลูกน้องอีกสามคนของแปะหลินที่โกรธเธอเพราะแค่เป็นลูกของพ่อ
“ทำไมไม่บอกเจ๊ว่าเจออะไรบ้างตอนครอบครัวเราล้มละลาย ทำไมรับไว้เองคนเดียว” คิดมาตลอดว่าทุกคนในตระกูลช่วยกันใช้หนี้จนปลดแอกได้ถึงแยกย้าย ไม่คิดว่าน้องสาวจะแบกรับไว้คนเดียวทั้งหมด
“จ๋าไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง รู้แค่ว่าจะต้องรับผิดชอบแทนพ่อที่ทำให้ทุกคนลำบาก” ในตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กเพิ่งเรียนจบใหม่ ทั้งยังท้องอ่อน ๆ ตลอดชีวิตไม่เคยต้องคิดหนักหรือใช้ชีวิตลำบาก จึงเสียหลักมืดแปดด้านหาทางออกไม่ได้ ถึงขนาดคิดอยากจะกระโดดสะพานตายตามพ่อกับแม่ไปให้มันจบ ๆ หากไม่ติดว่าตัวเองท้องอยู่ เธอคงลาโลกไปแล้ว
“นี่เป็นเหตุผลที่เราตีตัวออกหากจากเจ๊ด้วยหรือเปล่า”
“อืม... จ๋าไม่รู้ว่าเจ๊จะโกรธหรือเกลียดจ๋าเหมือนคนอื่น ๆ หรือเปล่า จ๋ากลัว”
“ใครสอนให้คิดแบบนั้น ตอนมีก็ใช้ชีวิตสุขสบายด้วยกัน พอล้มจะโทษแค่คนคนเดียวได้ยังไง เจ๊จะเป็นคนไปคุยกับม้าแล้วก็กู๋หลินเอง ประกาศขายไปเลย ได้เท่าไรก็เอาไปใช้หนี้ให้หมด”
เอมมี่เป็นคนฉลาดและคิดอย่างมีเหตุมีผล มองไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องโทษว่าเป็นความผิดของกู๋เหว่งคนเดียว และยิ่งไม่ใช่ความผิดของกชวิภาเลยสักนิด ม้ากับกู๋หลินใช้ชีวิตสุขสบายบนกองเงินกองทอง การงานทำเพียงเหยาะแหยะไม่เอาอ่าว โยนความรับผิดชอบทุกอย่างให้กู๋เหว่งทำคนเดียวมาตลอดตั้งแต่เธอจำความได้ พอคนหาล้มจะมาโยนเป็นความผิด เห็นทีจะไม่ไหว เห็นแก่ตัวเกินไป
ช่วงวิกฤตของครอบครัวเธอรับรู้เพียงผิวเผิน เพราะเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ จึงใส่ใจงานตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้สนใจเรื่องของครอบครัวมากนัก
“เดี๋ยวฉันจะซื้อให้เอง เรียกมาว่าจะเอาเท่าไร”
วันเวฬาร์เปิดประตูเข้ามาทันได้ยินพอดีจึงประกาศกร้าวอย่างแข็งขัน เล่นเอาคนในห้องที่กำลังเคร่งเครียดหันขวับไปมองเป็นตาเดียวกัน
Enjoy reading นะคะ
Ebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ ในราคาโพรโมชัน 249 บาท หมดโปร 299 บาท มีทั้งหมด 44 บท รวมบทนำ+บทส่งท้าย+ตอนพิเศษ
จิ้มลิงก์ได้เลยยยย