LNCrawler

บทที่ 14.1 นางร้ายทั้งในจอและนอกจอ

ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว(มีอีบุ๊ก/มีเด็ก) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 14.1 นางร้ายทั้งในจอและนอกจอ

 

บทที่ 14.1 นางร้ายทั้งในจอและนอกจอ

 

“หม่ามี้~ อัยย์จังมาแล้ว” พริบพันดาวยิ้มแย้มวิ่งขาปัดเข้ามาภายในห้อง หลังจากพ่อเปิดประตูให้ ก่อนจะชะงักเท้าหยุดกึกเมื่อเห็นว่าแม่ไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว เด็กหญิงมีความประหม่าเล็กน้อย จึงเดินกระมิดกระเมี้ยนเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างขาแม่

ทางด้านทินกรเพียงส่งยิ้มแกน ๆ กล่าวทักทายตามมารยาท แล้วเลี่ยงเอาของไปเก็บในห้องพัก

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ครอบครัวกชวิภาได้เจอชายหนุ่มผู้แสนหยิ่งทะนง จึงไม่มีใครถือสา ยิ่งจะเลิกกันแล้วเอมมี่ยิ่งไม่สนใจชวนคุย

“อัยย์จังสวัสดีคุณยายกับป้าเอมมี่สิคะ” คุณแม่ลูกหนึ่งกระซิบข้างหูลูกสาวให้ทักทายผู้ใหญ่ ซึ่งเด็กหญิงก็ทำตามแบบเคอะเขิน ดวงตากลมโตเหลือบมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างไม่ค่อยไว้วางใจ

“ป้าเอมมี่ขอกอดอัยย์จังได้ไหมคะ เราไม่ได้เจอได้คุยกันนานมากเลย” เอมมี่อ้าแขนออกกว้างกวักมือเรียก เจอหลานครั้งล่าสุดยังคลานอยู่เลย มาครั้งนี้ตัวสูงใหญ่วิ่งได้แล้ว

“อัยย์จังไปได้ไหมคะหม่ามี้” พริบพันดาวกระซิบถามแม่ท่าทางไม่แน่ใจ

“ไปได้สิคะ นั่นคุณป้าของอัยย์จังนะ”

เพียงเท่านั้นเด็กเจ้าเนื้อก็เดินกล้า ๆ กลัว ๆ เข้าไปให้ป้าเอมมี่กอด ก่อนจะหัวเราะคิกคักเพราะถูกหอมแก้มฟอดใหญ่ แล้วอุ้มขึ้นไปนั่งบนตัก พร้อมได้รับของฝากข้ามทวีปเป็นตุ๊กตาลูกหมา

“ป้าเอมมี่เป็นใครคะหม่ามี้” พอเริ่มคุ้นเคยเด็กช่างจ้อก็ยิงคำถามที่ตัวเองสงสัยทันควัน

“เป็นพี่สาวของหม่ามี้ค่ะ”

“ว้าว หม่ามี้ก็มีพี่สาวด้วย สุดยอดเลย” กระแสเสียงของเด็กหญิงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ยกเว้นแต่เพียงหญิงวัยหกสิบที่ไม่อยู่ในห้วงอารมณ์จะหัวเราะออกได้

“มีพี่สาวดีไหมคะหม่ามี้” ว่ากันว่าจินตนาการของเด็กล้ำเลิศจนผู้ใหญ่คาดไม่ถึงน่าจะจริง เพราะกชวิภาก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าลูกจะถามคำถามนี้

“ดีสิคะ ดีมาก ๆ เลย” ยิ้มแหยตอบลูกไปแค่นั้น เพราะไม่รู้จะสาธยายอะไรต่อดี นึกเขินอายพี่สาวอยู่หน่อย ๆ หากจะบรรยายว่ามีพี่สาวแล้วดีอย่างไร

“อัยย์จังก็อยากมีพี่สาวเหมือนหม่ามี้บ้าง”

“อืม... อัยย์จังเป็นพี่สาวแทนได้ไหมคะ หม่ามี้ว่าอัยย์จังเหมาะกับการจะเป็นพี่สาวมาก ๆ เลย เพราะพี่สาวน่ะฉลาดแล้วก็ใจดีเหมือนหนูเลย” กชวิภาหลอกล่อ เนื่องจากจนปัญญาจะหาพี่สาวมาให้ลูก เด็กหญิงเป็นหลานคนเดียวของทางพ่อ และก็เป็นพี่คนโตของทางเธอ แปะหลินเพิ่งมีหลานเมื่อสองปีก่อนเอง แล้วไม่รู้ว่าพวกเขายังจะนับญาติด้วยหรือเปล่า

“อือ...ก็ได้ค่ะ อัยย์จังเป็นพี่สาวก็ได้” เด็กหญิงทำหน้าครุ่นคิดหนัก มือกอดอก ก่อนจะผงกหัวหงึกหงักเหมือนจำใจต้องรับตำแหน่งนี้ ทั้งที่เนื้อในอกเต้นระริกดีใจที่ถูกเยินยอแต่เก็บอาการอยู่ ชึ่งเป็นท่าทางที่น่าหมั่นไส้จนเหล่าคนมองหลุดขำ

ทินกรกลับออกมาหลังนำกระเป๋าและแฟ้มเอกสารไปเก็บเรียบร้อย ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับกชวิภาที่เหล่มองมาเพียงหางตาไม่ได้พูดอะไร สายตาเธอจับจ้องเพียงลูกสาวที่สนทนาเป็นภาษาอังกฤษกับป้าเอมมี่และลุงไทเลอร์ ซึ่งถือว่าพริบพันดาวสื่อสารได้ดีสำหรับเด็กสี่ขวบที่เพิ่งเข้าเรียนได้ไม่ถึงสองปีดี

ทินกรนิ่งเงียบไม่ได้ชวนคุยหรือแสดงความเป็นมิตรต่อญาติกชวิภามากนัก เพราะคิดว่าพวกเขาไม่สมควรได้รับไมตรี ตอนแม่ของลูกลำบากไม่เห็นมีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสักคน

“ถ้ายังไงวันนี้เจ๊กลับก่อนแล้วกันนะ จองร้านอาหารไว้ตอนหกโมงครึ่งน่ะ”

“เดี๋ยวจ๋าโทร. หา แล้วเรานัดกินข้าวกันนะ”

“ได้ คุยกันต่อในแชต”

พี่สาวและครอบครัวกลับไปแล้ว เหลือเพียงสามคนพ่อแม่ลูกที่นั่งอยู่บนโซฟาตามเดิม

“อัยย์จังหิวหรือยังคะ”

“หิวแล้วค้า! หิวมาก ๆ ด้วย ท้องร้องจ๊อก ๆ เลย”

“งั้นเราไปกินข้าวกันเถอะ หม่ามี้เตรียมซูชิกับไอศกรีมไว้ให้อัยย์จังแล้ว” กชวิภาดีดตัวลุกจากโซฟาโดยพลันหลังเอ่ยจบ พลางตวัดสายตาเขียวปั๊ดไปหาทินกรอย่างเอาเรื่อง ไม่รู้เขาเป็นบ้าอะไร จู่ ๆ ก็ยื่นแขนมาโอบเอวพร้อมสอดมือเข้ามาใต้ร่มผ้าลูบไล้สีข้างเธอ ดูหื่นกระหายจนน่าตีหัวให้แบะ

ส่วนคนโดนปฏิเสธการใกล้ชิดเพียงพ่นลมหายใจแรง ๆ ทิ้งหลังพิงพนักโซฟาเซ็งจัดเท่านั้น

“เย่ ๆ ไอติม ๆ ไอติม ๆ” เด็กหญิงกระโดดดีใจ ซอยเท้าวิ่งปรู๊ดไปทางห้องอาหาร

“กินซูชิก่อนค่ะ ถึงจะได้กินไอติม” แม่ตะโกนไล่หลัง

“ไม่มีปัญหา อัยย์จังจะกินให้หมดเล้ย”

กชวิภาเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างลูกสาว ซึ่งปีนเก้าอี้ขึ้นไปนั่งเองเป็นที่เรียบร้อย เตรียมพร้อมลงมือทานมื้อเย็นสุด ๆ แม่เปิดกล่องซูชิก็ร้องว้าวทำตาโต ทว่าเด็กหญิงก็ไม่ได้ลงมือกินทันที หันคอไปทางประตูทำหน้าขึงขังตะโกนเรียกพ่อดังลั่น

“ปะป๊ามากินข้าวค่า อัยย์จังกินหมดก่อนไม่รู้ด้วยน้า”

“ค้าบ ๆ ปะป๊ากำลังไปครับ”

สิ้นเสียงไม่ถึงนาที เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็เลื่อนเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้ามสองแม่ลูก ทุกอย่างยังคงดำเนินเหมือนวันวาน สามคนพ่อแม่ลูกนั่งกินข้าวท่ามกลางเสียงเจื้อยแจ้วคุยฟุ้งของเด็กหญิงพริบพันดาว แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือกชวิภาไม่ใส่ใจดูแลคีบอาหารให้ทินกรแล้ว

 

 

Enjoy reading นะคะ

Ebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ ในราคาโพรโมชัน 249 บาท หมดโปร 299 บาท มีทั้งหมด 44 บท รวมบทนำ+บทส่งท้าย+ตอนพิเศษ

 

 

จิ้มลิงก์ได้เลยยยย

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTY0ODY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ2NTY1OSI7fQ