บทที่ 15.2 หักหลัง
บทที่ 15.2 หักหลัง
บทที่ 15.2 หักหลัง
ภูเก็ตเดือนมีนาคมเป็นสิ่งที่ทินกรไม่ปลื้มเพราะอากาศค่อนข้างร้อนจัด ร่างสูงสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวปล่อยลอยชายสบาย ๆ กับกางเกงเดนิมขากว้างสีน้ำเงิน เสริมด้วยแว่นตาสีดำปกปิดดวงตาอันเข้มดุ ผมเผ้าไม่ได้เซตปล่อยตามธรรมชาติให้ตกลงมาปรกหน้าผากเกือบถึงดวงตา ส่งให้ชายหนุ่มดูเหมือนวัยรุ่นยี่สิบต้น ๆ ทว่าออราความหล่อเหลาไม่ได้น้อยลงเลย
ทินกรยืนนิ่งกอดอกอยู่บริเวณโถงต้อนรับของโรงแรม ไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่มองมาอย่างหยาดเยิ้มเต็มไปด้วยความเชื้อเชิญ นัยน์ตาคู่ดุจดจ่อมองหาแค่ร่างเล็กที่บอกกำลังลงมารับ
กชวิภามาถึงก่อนจึงมาเช็กอินเข้าที่พักรอ ซึ่งเขาให้เลขาจองไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เพื่อที่มาถึงจะได้เข้าพักเลย ไม่ต้องรอเช็กอินตามเวลาของโรงแรม
ไม่นานเรือนร่างสวยสะพรั่งก็โผล่มาให้เห็น โดยพลันหัวคิ้วเข้มขยับชิดกันทันที
กชวิภาแต่งตัวได้ประหยัดเนื้อผ้าจนน่าโมโหชะมัด
ไม่แน่ใจว่ากางเกงที่เธอใส่เรียกว่าอะไร แต่มันทั้งรัดรูปและสั้นเสมอเป้า แถมยังมีสายบิกินีสีแดงโผล่ออกมาให้เห็นรำไร ท่อนบนไม่ต่างกัน เสื้อสายเดี่ยวคล้องคอสีขาวรัดรูปโชว์เนินนมขาวจั๊วะ
ปกติเธอแต่งตัวแบบนี้ที่ไหน ถึงไม่ได้แต่งตัวมิดชิดเป็นกุลสตรีไทย แต่ก็ไม่เคยใส่โป๊โชว์อกเกือบครึ่งเต้ากับขาขาวขนาดนี้มาก่อน
“นี่ค่ะคีย์การ์ด” หญิงสาวที่ไม่รู้ว่าถูกมองอย่างไม่ชอบใจ วิ่งกระหืดกระหอบมายื่นคีย์การ์ดให้เขารีบเร่ง
“ทำไมแต่งตัวแบบนี้”
“แต่งไปถ่ายรูปฆ่าเวลามา” เธอมาถึงภูเก็ตตั้งแต่เจ็ดโมงจะย่างแปดโมงแล้ว ด้วยความไม่มีอะไรทำ จึงแบกล้องไปหามุมถ่ายรูปอัปไอจีและถ่ายคอนเทนต์ลงติ๊กต็อก ตามที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์แนะนำ
“ใครถ่ายให้” ทินกรซักไซ้ต่อ สายตาภายใต้กรอบแว่นหรี่ลงสำรวจเรือนร่างอรชร
“ตั้งกล้องถ่ายเองสิมาคนเดียว แล้วคุณจะถามอะไรนักหนากับเรื่องไร้สาระแบบนี้ เอาเวลาไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเถอะ อีกสี่สิบนาทีก็จะถึงเวลานัดแล้วนะ”
น้ำเสียงขุ่นขวางของเขาทำเอากชวิภาฉงนว่าเขาเป็นบ้าอะไรอีก มาวุ่นวายกับการแต่งกายของเธอทำไม จึงกล่าวเตือนเรื่องด่วนที่ผู้บริหารหนุ่มควรให้ความสำคัญ
จู่ ๆ ลูกชายเจ้าของที่ดินก็ขอเลื่อนเวลานัดจากวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง มาเป็นวันนี้ในตอนบ่ายอย่างน่าแปลกใจ และเชิญชวนทินกรไปทานมื้อเที่ยงถึงที่บ้านด้วย
“เดินนำไปสิ” ทินกรเองก็เหมือนเพิ่งได้สติ ยอมโยนเรื่องการแต่งตัวของกชวิภาทิ้งไปก่อน ค่อยคิดบัญชีเอาคืนนี้ ขายาวก้าวตามหลังร่างบางที่หมุนตัวสาวเท้าฉับ ๆ ไปในทันทีไม่รอกันเลย
เมื่อมาถึงห้องสวีตวิวดีมองเห็นทะเลสุดลูกหูลูกตา กชวิภาไม่รีรอรีบเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดที่เตรียมไว้ให้เขาใส่วางไว้ปลายเตียง ก่อนจะหมุนตัวไปหยิบเอกสารสำคัญออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้เขาได้ตรวจทานความเรียบร้อยอีกครั้ง
ริมฝีปากหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ พึงพอใจในการทำงานของหญิงสาว แต่ก็ปากหนักเกินกว่าจะเอ่ยชม บอกเพียงให้เธอไปเปลี่ยนชุดใหม่ ส่วนเขาก็เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายไล่ความเมื่อยขบจากการนั่งบนเครื่องบินนาน ๆ
เวลาผ่านไปราวสามสิบนาที รถเช่าคันแพงก็ขับมาจอดหน้าวิลลาหรูหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นทะเลอันดามัน
กชวิภาเปลี่ยนชุดใหม่ให้ดูเป็นทางการขึ้น เธอไม่เคยทิ้งความเป็นมืออาชีพในการทำงาน เสื้อผ้าหน้าผมก่อนจะออกไปพบลูกค้าในแต่ละครั้งถูกคิดมาอย่างดี รวมถึงทินกรด้วย ทรงผมเขาเธอจัดแต่งเชตขึ้นเปิดหน้าผากโชว์ใบหน้าอันหล่อเหลาให้ได้เห็นสันกรามชัด ๆ
“สวัสดีค่ะท่านกฤติน” กชวิภาเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนากล่าวทักทายชายวัยกลางคนก่อน เมื่อเจ้านายชั่วคราวเธอเอาแต่ยืนนิ่งทำทรงอยู่ เจ้าของบ้านเขาอุตส่าห์ออกมายืนรอรับ เก๊กอยู่ได้
“สวัสดีครับ เรียกผมคุณก็พอไม่ต้องถึงขั้นท่านก็ได้”
กชวิภายิ้มรับสุภาพ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อยให้ทินกรทักบ้าง ในเวลาเดียวกันเธอก็กล่าวทักทายชายอีกคนซึ่งอนุมานได้ว่าเป็นลูกชายของคุณกฤติน พลางยื่นกระเช้าผลไม้พร้อมด้วยถุงกระดาษบรรจุไวน์ราคาแพงที่พกมาจากกรุงเทพฯ ให้กับชายหนุ่มได้ช่วยถือตามที่เขาขันอาสา
“ยินดีที่ได้พบนะครับ” ทินกรเหลือบมองกชวิภาเล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตากลับมาสนใจคู่ค้าพร้อมยื่นมือไปจับตามมารยาทสากล
“เช่นกันครับ”
“ทราบว่าช่วงก่อนหน้านี้คุณมงคลไม่ค่อยสบาย ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วนะครับ”
“คุณพ่อดีขึ้นมากแล้วครับ พูดคุยกินข้าวได้แล้ว เลยให้ผมมาเป็นตัวแทนท่านคุยกับคุณอิกซ์ ยังไงก็เชิญเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า”
จากนั้นคนทั้งสองก็ถูกเชิญให้เข้ามาภายในบ้านพักตากอากาศบรรยากาศดี และได้ทักทายสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวของกฤติน ซึ่งประกอบด้วยภรรยาและลูกสาวอีกสองคน
ระหว่างที่ทินกรถูกเชิญให้ไปนั่งจิบไวน์กับเจ้าของบ้านลำพัง เธอก็อาสาเข้ามาช่วยยกอาหารในครัวมาจัดเสิร์ฟ
“คุณจ๋าเป็นเลขาคุณอิกซ์นานหรือยังคะ”
“นานแล้วค่ะ” กชวิภาชะงักมือที่กำลังจะยกถ้วยต้มยำกุ้ง เงยหน้าขึ้นมาตอบยิ้ม ๆ สวมบทบาทเลขาสาวได้อย่างแนบเนียน แม้จะไม่ได้ถูกแนะนำตัวว่าเป็นเลขาอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หญิงสาววัยยี่สิบสองปีจะเข้าใจอย่างนี้
ก็เธอทำตัวไม่ต่างจากเลขามืออาชีพ เดินตามหลังทินกรต้อย ๆ ในท่าทางสุภาพเจียมเนื้อเจียมตัว ซึ่งเป็นบทบาทที่คุ้นชินเพราะต้องแสดงเสมอยามมาทำงานกับทินกรลำพัง
“เดียร์ขอถามได้ไหมคะ คุณอิกซ์มีแฟนหรือยัง” เดียร์น่าคลี่ยิ้มเขินอาย
“จ๋าไม่แน่ใจเลยค่ะ คุณเดียร์ลองคุยกับคุณอิกซ์ดูนะคะ” ตอบเลี่ยง ๆ ตามแบบฉบับเลขาสาวผู้แสนดีไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย
“บอกเดียร์มาเถอะค่ะคุณจ๋า เดียร์ไม่กล้าถามคุณอิกซ์เอง เดียร์เขิน”
กชวิภาเกาหัวแกรก ถ้าจะเขินแค่ถามสถานะ แล้วจะลงมือจีบผู้ชายสำเร็จเหรอ แต่เห็นแก่ความน่ารักดูไร้เดียงสา เธอจะชี้ทางสว่างไม่ให้หลงเข้าไปในวังวนอันน่าพิศวงนี้เอง
“งั้นสักครู่นะคะ” มือเรียวสวยล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระโปรง พิมพ์ยุกยิกอยู่ชั่วครู่ แล้วยื่นให้อีกฝ่ายได้อ่านบทความพิจารณาเอง
“กินแห้วจริง ๆ ก็ว่าหล่อรวยขนาดนี้ไม่น่าจะโสดได้หรอก”
เลขาชั่วคราวยิ้มขำรับโทรศัพท์คืน ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ สิ่งที่เธอให้อีกฝ่ายดูคือข่าวทินกรกับยัยหมอมิรา
Enjoy reading ค่า
สนใจอีบุ๊กจิ้มลิงก์ได้เลยค่า https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTY0ODY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ2NTY1OSI7fQ