LNCrawler

บทที่ 2.1 พ่อแม่ลูก ?

ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว(มีอีบุ๊ก/มีเด็ก) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 2.1 พ่อแม่ลูก ?

 

บทที่ 2.1 พ่อแม่ลูก ?

 

ทินกรเป็นหนุ่มหล่อผิวแทน หน้าคมเข้มแบบไทยแท้ รูปร่างสูงโปร่งอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ไม่ได้บึกบึน แม้จะมีใบหน้าหล่อเหลาครบเครื่อง แต่เห็นโดดเด่นสุดจะเป็นดวงตาคมกริบที่มีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของผู้คนให้อยากค้นหา ทว่าน้อยคนนักที่จะกล้าเข้าไปทำความรู้จัก เพราะออราความดุดันหยิ่งทะนงแผ่กระจายอยู่รอบตัว โดยเฉพาะเวลาทำงาน เขาจริงจัง มุ่งมั่น สนใจแค่เป้าหมาย

เป้าหมายที่ได้มาโดยไม่สนวิธีการ ขอแค่ได้กำชัยชนะไว้ในมือเป็นพอ นั่นแหละคือนิสัยของทินกร เตชะกิจเจริญ ลูกชายคนที่สามของเจ้าสัวจิรโชติ

แม้ในอดีตสมัยเรียนจะได้ฉายาลูกคนรวยชอบทำตัวหัวควย นิสัยเกเร เที่ยวเตร่ทุกค่ำคืน เสน่ห์เรื่องผู้หญิงไม่ต้องพูดถึง ไม่เคยว่างเว้น ทว่าตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด ชายหนุ่มก็โชว์ศักยภาพในการทำงานจนสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดได้อย่างสมศักดิ์ศรีไร้เสียงคัดค้าน

และตอนนี้ทินกรในวัยสามสิบสองกำลังเป็นที่จับตามองในฐานะนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ผู้พาโรงพยาบาลเจริญราษฎร์ซึ่งอยู่ในเครือบริษัทเตชะฮอสปิทอล ทำกำไรในไตรมาสแรกไปกว่าสามร้อยห้าสิบเจ็ดล้านบาท

แม้จะยังไม่ได้ครอบครองตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างเป็นทางการ แต่เป็นอันรู้กันโดยทั่วไปว่าเก้าอี้นี้จะต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน

พิสูจน์ได้จากการขึ้นกุมบังเหียนบริหารงานภายใต้เงาของ ‘เจ้าสัวจิรโชติ’ ที่เป็นเพียงท่านประธานในนามมาถึงสองปี และสองปีนี้ทินกรพาบริษัทเติบโตไม่หยุด โดยเฉพาะกับผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไหนจะโรงพยาบาลใหม่ทั้งสองแห่งที่เพิ่งเปิดเพิ่มเมื่อสองปีก่อน มีผลดำเนินงานเป็นไปตามแผน

“บอสเราเป็นไรอะพี่ตาม หน้าไม่จอยตั้งแต่พี่มาตามออกไปละ”

“คุณจ๋าเพิ่งมาอาละวาด” ศรัณย์โน้มตัวไปกระซิบข้างหูผู้ช่วยเลขา

เอมิกาวัยยี่สิบหกหลุดยิ้มขำกับคำตอบที่ได้ยิน ซึ่งตัวเองเดาถูก มีไม่กี่เรื่องหรอกที่ทำให้เจ้านายอารมณ์เสียจนสีหน้าออก ระหว่างการประชุมคนในห้องเกร็งไปกันหมด แต่อาละวาดเรื่องอะไรนี่สิ เอมิกาคนนี้อยากรู้

“เรื่องไรอะ”

“เรื่องของเจ้านาย”

บทสนทนาของทั้งสองจบลงในทันทีที่เจ้านายหันหลังกลับมามอง มือของคนทั้งสองประสานไว้ที่หน้าขา พร้อมบรรจงยิ้มสุภาพเตรียมรับคำสั่ง

“ช่วยกันขนเอกสารบนโต๊ะไปที่ห้องพักอัยย์จังหน่อย เดี๋ยวฉันตามไป” ทินกรสั่งการแต่ประโยคปิดท้ายไม่ได้พูดเพื่อให้เลขาได้รับรู้ แต่เป็นการบอกเพื่อให้ไปรายงานกชวิภา

สั่งการเสร็จ ชายหนุ่มก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงตรงไปหาพี่ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก้าวเท้าไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวคนใส่ชุดสครับสีเขียว คุณหมอปริญ ศัลยแพทย์ผ่าตัดหัวใจและทรวงอก

“เฮียปริ๊น... ฝากบอกเจ้าสัวโชติหน่อยว่าเย็นนี้ผมคงไปร่วมโต๊ะทานมื้อเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวไม่ได้”

ครอบครัวที่ไม่เหมือนครอบครัวเลยสักนิด และเขาก็ไม่คิดจะนับตัวเองเข้าไปร่วมด้วย ฉะนั้นการไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาที่บิดานัดจึงเป็นเพียงเรื่องตลก คงจะมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่นอน และเขาก็คิดว่าตัวเองพอจะเดาได้ จึงชิ่งหนีเพื่อเปิดโอกาสให้พี่ชายคนโตได้สร้างผลงานบ้าง

“ติดอะไร”

คุณหมอวัยสามสิบหกเลิกคิ้ว มือขยับแว่นสายตาเล็กน้อยราวกับกำลังวิเคราะห์ว่าคนตรงหน้าจะมาไม้ไหน ทินกรเห็นแบบนั้นจึงกดยิ้มมุมปากกวนโทสะเล็กน้อย

“อัยย์จังป่วย นอนอยู่ห้องวีวีไอพี”

“ปลีกตัวไม่ได้เลยหรือไง สักชั่วโมงสองชั่วโมง”

“ปลีกตัวไม่ได้”

“จ๋ากับพี่เลี้ยงอัยย์จังไปไหน” ปริญเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลจึงซักไซ้ เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่น้องชายกล้าขัดคำสั่งตั้งแต่ได้รับความโปรดปรานจากพ่อ

“เอาเหอะน่าเฮีย ผมไม่ไปละดีแล้ว เดี๋ยวแม่ใหญ่จะกินข้าวไม่อร่อยเปล่า ๆ”

แม่ใหญ่คือแม่ของพี่ชายพี่สาวเขา เป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของเจ้าสัวโชติ เป็นเมียผู้มีฐานะสูงส่งช่วยส่งเสริมสนับสนุนจนทำให้เจ้าสัวโชติผงาดขึ้นมาเป็นใหญ่เรืองอำนาจได้มากขนาดนี้

ส่วนแม่เขาเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่รักกับพ่อมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แอบคบกันลับ ๆ มาตลอดระยะเวลาที่พ่อแต่งงานกับแม่ใหญ่ พอแม่ท้องบวกกับอำนาจบารมีครอบครัวแม่ใหญ่ลดลง พ่อจึงพาแม่เข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกับแม่ใหญ่ แต่แม่ทนอยู่ได้ถึงเขาอายุห้าขวบก็หนีไปไม่กลับมาอีก ไม่ติดต่อเขาด้วยจนถึงปัจจุบัน

เขาจึงเป็นเหมือนหอกข้างแคร่สำหรับแม่ใหญ่ ยิ่งเขากลับมาเป็นผู้เป็นคนจนได้รับความโปรดปรานจากพ่อ แม่ใหญ่ยิ่งเกลียดเข้ากระดูกดำ

เห็นจะมีเพียงน้องชายคนเล็กที่เกิดจากเมียคนที่สาม ที่แม่ใหญ่ไม่ได้แสดงความเกลียดชังออกมาโต้ง ๆ จะด้วยปลงตกกับนิสัยไม่รู้จักพอของพ่อ หรือจะเพราะแม่ของพัชระไม่ได้ด้อยไปกว่าแม่ใหญ่ก็ไม่ทราบ จึงรังแกไม่ได้ง่ายเหมือนกับเขาที่ไม่มีใครคุ้มกะลาหัว

ปัจจุบันแม่ใหญ่ก็เป็นเพียงเมียเดียวของพ่อ เพราะไม่มีใครทนอยู่ในบ้านที่บิดเบี้ยวนี้ได้หรอก มีที่ไหนพ่อสอนให้ลูกแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน

“ไอ้อิกซ์” ปริญใช้น้ำเสียงกดต่ำเตือน แต่สิ่งที่น้องชายต่างแม่แสดงออกมีเพียงรอยยิ้มยียวนเท่านั้น หาได้สลดไม่ สันดานเดิมกวนตีนไม่มีเปลี่ยน หากไม่ติดว่าเป็นน้องจะเอาตีนยันโครมสักที

“เรื่องจริงทั้งนั้นเฮีย แล้วอัยย์จังก็ป่วยนอนอยู่โรงพยาบาลจริง ๆ นี่ไงจ๋าโทร. มาตามละ ผมไปนะ โชคดีครับ”

 

เปิดตัวพี่พระเอกผิวแทนอย่างเป็นทางการค่า

Enjoy reading ค่า

เดี๋ยวพรุ่งนี้พีมาแจก Ebook นะคะ กดเพิ่มเข้าชั้นไว้รอได้เลยค่า