LNCrawler

บทที่ 3.1 ตัวละครลับ

ไม่อยากได้สามีคนนี้แล้ว(มีอีบุ๊ก/มีเด็ก) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 3.1 ตัวละครลับ

 

บทที่ 3 ตัวละครลับ

 

เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง หลังจากกินข้าวร่วมกันสามคนพ่อแม่ลูกจนอิ่มแปล้ คุณหมอเข้ามาเยี่ยมไข้ตรวจอาการเรียบร้อย กชวิภาที่ยังไม่ได้มีเวลาส่วนตัวเช็กข้อความในโทรศัพท์เลยตั้งแต่มาถึง ก็แยกตัวออกมานั่งบนโซฟาลำพัง ปล่อยให้สองพ่อลูกเล่นกันอยู่บนเบาะนุ่ม เสียงหัวเราะร่าเริงของพริบพันดาวดังขึ้นเป็นระยะ แม้จะยังมีไข้อ่อน ๆ แต่ก็ไม่ได้มีอาการเซื่องซึม แถมดวงตายังใสแจ๋วไม่มีอาการง่วงนอนเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ใกล้เวลานอนตามปกติคือหนึ่งทุ่มแล้ว

ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ

“ขอเข้าไปได้ไหมคะ”

“เชิญ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นคนเอ่ยปากอนุญาต ส่วนกชวิภาจ้องเขม็งไปทางประตูอย่างใคร่สงสัย ใครกันที่มาในเวลานี้ น้ำเสียงก็ฟังไม่คุ้นหูเลยสักนิด

พอประตูเปิดร่างบอบบางในชุดเดรสแขนพัฟสีชมพูสุภาพก็ปรากฏ ท่วงท่าการเดินของผู้มาเยือนสง่าผ่าเผยเหมือนหลุดออกมาจากละครแนวผู้ดีสักเรื่อง กชวิภาขมวดคิ้วจ้องเขม็ง พร้อมกันนั้นลางสังหรณ์อันแม่นยำก็เริ่มทำงาน เธอตวัดสายตาไปทางพ่อของลูกทันท่วงที

ทินกรไม่ชายตาแลเธอเลยสักนิด เอาแต่จ้องผู้หญิงที่ยืนยิ้มหวานละมุนอยู่กลางห้อง ในมือเจ้าหล่อนถือถุงใส่กล่องอาหาร

กชวิภาจึงอาศัยจังหวะนี้สังเกตอีกฝ่ายให้ถี่ถ้วน ซึ่งถือว่าเป็นคนหน้าตาดีระดับหนึ่งเลยละ ผิวขาวเนียนละเอียดไม่เห็นแม้รูขุมขน ผมสีน้ำตาลดัดลอนยาวถึงกลางหลัง ทรงผมช่างเข้ากับรูปหน้า ส่งให้ภาพลักษณ์ดูเป็นผู้หญิงอ่อนหวานเรียบร้อย ส่วนสูงก็เรียกได้ว่าตัวเล็กตัวน้อยน่าทะนุถนอม น่าจะสูงไม่เกินร้อยหกสิบห้าละมั้ง

นี่มันสเปกทินกรชัด ๆ เลยนี่ เหอะ ๆ เธอไม่อยู่แค่สองวัน เขาเอาเลยสินะ

กชวิภาไม่ได้ลงมือทำสิ่งใด เธอขอดูสถานการณ์ประเมินอีกฝ่ายก่อนว่ามาในรูปแบบไหน มาแบบเป็นคนรู้จักทั่วไป หรือมาแบบอยากเป็นเมียน้อย จะได้เลือกวิธีจัดการได้ถูก

“พี่อิกซ์ น้องอัยย์จัง สวัสดีจ้ะ” มิราใช้โทนเสียงหวานละมุนทักทายคนในห้องอย่างเป็นกันเอง ราวกับต้องการแสดงออกถึงความสนิทสนม

“มิรามีอะไรหรือเปล่า หรือแค่มาเยี่ยมอัยย์จัง” ทินกรสอบถามแทนการกล่าวทักทาย น้ำเสียงมีความแปลกใจเล็กน้อยที่เธอยังโผล่มาที่นี่เวลานี้ …แปลว่าแผนการจับคู่ให้กับพี่ชายไม่สำเร็จสินะ

“มิราแวะมาเยี่ยมอัยย์จังพร้อมกับเอามื้อเย็นมาส่งค่ะ เห็นคุณลุงบอกว่าพี่อิกซ์ดูแลอัยย์จังเลยไม่ได้ไปทานข้าวตามนัด”

“อ๋อ ขอบคุณนะ” ทินกรกล่าวขอบคุณไปตามมารยาท ไม่ได้ให้ความสำคัญกับหญิงสาวแม้กระทั่งชวนคุย ไม่ใช่ว่าเพราะเกรงใจแม่ของลูก เขาแค่ไม่นิยมชมชอบมิราในแง่พิศวาสก็เท่านั้น

“แล้วนี่น้องอัยย์จังดีขึ้นหรือยังคะ” ในเมื่อเขาไม่ชวนคุย เธอชวนคุยเองก็ได้ มิราย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าสองพ่อลูก วางถุงใส่กล่องอาหารไว้ข้างตัว ก่อนใช้โทนเสียงสองคุยกับเด็กหญิงมัดผมแกละ “ดีขึ้นหรือยังคะตัวเล็ก”

“อะอืม.../ ดีขึ้นแล้วค่า”

ความอดทนของกชวิภาหมดลงแล้ว จึงส่งเสียงผ่านลำคอเรียกร้องความสนใจ ในห้องยังมีเธออีกคนนะ ทำเป็นหัวหลักหัวตออยู่ได้ เป็นจังหวะเดียวกับพริบพันดาวเงยหน้ายิ้มแฉ่งตอบคำถามพอดี

“อ้าวสวัสดีค่ะ มิไม่ทันเห็นเลยว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย ไม่ได้ทักทายเลย เสียมารยาทแล้ว” มิราหันไปมองพร้อมแสร้งทักทายใครอีกคนที่ตัวเองตั้งใจเมินก่อนหน้านี้ด้วยท่าทางเป็นมิตรผูกไมตรี พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“อ๋อ... สวัสดีค่ะ” แหม… ไม่เห็นเธอจริงดิ

ถึงกระนั้นกชวิภาก็แสร้งยิ้มหวานทักทายกลับ อยากรู้ว่าบทสนทนาต่อไปจะเป็นอะไรจึงปกปิดความร้ายกาจมิดชิด เอาหน้ากากความใสซื่อเข้าสู้

“คุณแม่น้องอัยย์จังใช่ไหมคะ”

“ค่ะ”

“ยินดีที่ได้เจอนะคะ มิก็ว่าน้องอัยย์จังน่ารักเหมือนใคร เหมือนคุณแม่นี่เอง ดีเอ็นเอชัดเจนมากเลยค่ะ หน้าเหมือนคุณแม่เป๊ะ ๆ ไม่เหมือนพี่อิกซ์เลยสักนิด แต่ก็ดีแล้วค่ะน่ารักเหมือนคุณแม่แบบนี้ ...คุณพ่อหน้าดุเกิน” คุณหมอสาววัยยี่สิบห้ากล่าวทีเล่นทีจริง ก่อนหันไปยู่หน้าใส่ทินกรอย่างหยอกเย้าหลังจบประโยคท้าย

น้ำเสียงและรอยยิ้มระหว่างพูดหากฟังโดยไม่อคติ บทสนทนาก็ดูธรรมดาไม่มีอะไรแอบแฝง แต่กชวิภากลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกแซะ

จะบอกว่าลูกเธอไม่น่าจะใช่ลูกของทินกรสินะ

เหอะ ๆ

“ขอบคุณนะคะ ใคร ๆ ก็ว่าอัยย์จังหน้าเหมือนจ๋าไม่เหมือนพ่อเขาเลยสักนิด แต่คุณอิกซ์ก็น่าจะชอบนะคะที่อัยย์จังหน้าเหมือนจ๋า เห็นชมลูกว่าน่ารักไม่ขาดปาก หลงลูกหนักมาก”

กชวิภายิ้มแย้มเชือดนิ่ม ไม่ได้มีความตื่นตระหนกในแววตาสักนิด เพราะมิราไม่ใช่คนแรกที่พูดแบบนี้

พริบพันดาวอายุได้ห้าเดือนก็ถูกพาไปตรวจดีเอ็นเอแล้ว เนื่องจากเจ้าสัวโชติสงสัยว่าไม่ใช่ลูกของทินกร ทว่าก็โดนผลตรวจดีเอ็นเอตีแสกหน้ากลับมา เพราะผลที่โชว์ในกระดาษยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือดจริงแท้แน่นอน

ลูกสาวเธอแค่ผิวขาวจั๊วะ ตากลมโตบ้องแบ๊ว ปากนิด จมูกหน่อย หน้าตาออกไปทางเด็กญี่ปุ่นไม่ได้ดูไทยแท้เหมือนพ่อก็เท่านั้น

พวกเขาทำราวกับว่าไม่เคยเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ซับซ้อน ยีนเด่น ยีนด้อย ยีนแฝงพวกนี้ ขนาดเจ้าสัวโชติผิวขาวหน้าอย่างกับคนจีนโพ้นทะเล ทินกรยังออกมาผิวสองสีหน้าไทยแท้ได้เลย

“ลืมแนะนำตัวไปเลย มิรานะคะ เรียกมิก็ได้ เป็นรุ่นน้องพี่อิกซ์ เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วค่ะ แล้วมิก็เป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลเจริญราษฎร์ด้วย” มิราเสเปลี่ยนเรื่องคุย หลังเผลอสบตากับทินกรแล้วเห็นประกายตาไม่พอใจอยู่เนือง ๆ

ครั้นตั้งสติได้จึงรู้ว่าตัวเองพลาดแล้วที่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำสติ จนเผลอแซะอีกฝ่ายด้วยเรื่องลูกหน้าไม่เหมือนพ่อ ระดับเตชะกิจเจริญคงพิสูจน์ความเป็นสายเลือดแล้วเรียบร้อย ไม่ตกมาถึงมือเธอให้จัดการหรอก

“จ๋าค่ะ” กชวิภาแนะนำตัวสั้น ๆ ไม่ได้อธิบายตัวตนยาวเหยียดเหมือนเจ้าหล่อน รู้แน่ชัดแล้วว่าผู้หญิงคนนี้อยากได้ผัวเธอ ทั้งจากคำพูดและแววตาวับวามแปลก ๆ ยามมองทินกร

หากในยามปกติเธอคงจิกกัดไม่ไว้หน้าไปแล้ว แต่ครั้งนี้เห็นทีต้องยั้งไมตรี เพราะอีกฝ่ายท่าจะพิเศษพอตัว ถึงขนาดเรียกเจ้าสัวโชติผู้ทรงอำนาจว่าคุณลุง ฉะนั้นเธอต้องระแวดระวังไม่สร้างปัญหาให้ตัวเองซวยเพิ่ม

แค่นี้พ่อผัวก็ไม่ชอบขี้หน้าจะตายชักอยู่แล้ว ถึงจะไม่ได้อยากเอาใจเจ้าสัวโชติ แต่เธอก็ยังต้องเกรงใจอยู่ดี

“โอ๊ะ เกือบลืมไปเลย พี่อิกซ์คะ คุณลุงฝากให้มิมาบอกพี่ว่า คุณลุงรออยู่ที่ห้องทำงานนะคะ มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”

มิราหันไปคุยกับผู้ชายที่ตัวเองต้องตาต้องใจหมายปองมานานต่อ กดความหงุดหงิดปนหวาดกลัวไว้ลึก เธอหงุดหงิดที่ยังเห็นว่าทั้งสามคนอยู่ด้วยกันเหมือนเป็นครอบครัว และหวาดกลัวว่าจะเข้าไปแทรกกลางไม่ได้ ไม่ใช่สิ จะใช้คำว่าแทรกกลางไม่ได้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นแค่พ่อแม่ให้ลูกเท่านั้น ส่วนเธอเป็นถึงว่าที่คู่หมั้นที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องตรงกันว่าเหมาะสม

“ขอบคุณนะ”

“ยินดีค่ะ งั้นมิไปก่อนนะคะ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าน่าจะลืมกระเป๋าไว้บนรถคุณลุง” มิราแสร้งพูดว่าลืมกระเป๋าทั้งที่ไม่ได้ลืม เพื่อตอกย้ำความสำคัญของตัวเอง แล้วกดผู้หญิงอีกคนในห้องให้รู้สถานะว่าเป็นได้เพียงแม่ของลูกทินกรเท่านั้น คนที่ครอบครัวเขาชอบและยอมรับคือเธอต่างหาก

“พี่มิไปก่อนนะคะน้องอัยย์จัง พรุ่งนี้เช้าจะแวะเอาขนมมาฝาก”

“ขนมเหรอคะ?”

“ใช่ค่ะขนม”

“เย่! ขนม ขอบคุณนะคะพี่มิ”

พริบพันดาวทำหน้าตื่นเต้นขึ้นมาทันที ชูมือเหนือศีรษะร้องดีใจ จนหญิงสาวที่บอกว่าจะเอาขนมมาฝากขยับเท้าเข้าไปใกล้มากขึ้น ยกมือลูบศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดูยิ่งยวด

“น่ารักจังเลย... แล้วชอบตุ๊กตามิกกี้เมาส์ที่พี่มิเอามาให้ไหมคะ”

“ชอบค่ะ อัยย์จังชอบที่ซู้ดเลย” เด็กหญิงผงกหัวหงึกหงักหลายที ซึ่งเป็นท่าทางที่บ่งบอกว่าชอบจริง ๆ ไม่ได้แสร้งทำเพื่อเอาใจผู้ใหญ่

“พี่มิก็ดีใจที่สุดเลย ที่อัยย์จังชอบเหมือนกันค่ะ”

กชวิภานั่งมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ ไม่ได้พูดหรือแสดงความรู้สึกผ่านสีหน้า แม้ในใจจะวูบโหวงแปลก ๆ

เธอไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เพราะมาวุ่นวายกับทินกรเป็นทุนเดิม และยิ่งไม่ชอบมากกว่าเดิมที่ลูกสาวดูเหมือนจะชอบอีกฝ่ายด้วย

 

 enjoy reading ค่า