LNCrawler

บทที่ 9ิ ตรวจสอบ

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 9ิ ตรวจสอบ

บทที่ 9 ตรวจสอบ

 

ผ่านไปสามวัน ในที่สุดอันซูหยวนก็ได้ติดตามกลุ่มตระกูลจางและตระกูลเวินมาที่นี่ คุณชายเวินแทบจะจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะอย่างไร เธอก็แค่คนที่บังเอิญอยู่ที่นั่น ไร้ค่าและไร้พลังโดยสิ้นเชิง 

          

  ซูหยวนเห็นด้านหลังของชายหนุ่มมีค้อนขนาดใหญ่อยู่ด้วย ท่าทางของเขาเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อย่างจริงจัง ในขณะที่คุณหนูจางสวมชุดป้องกันที่บางเบาราวกับต้องการไปเดินเล่น ข้างเอวมีมีดสั้นและมีแส้สีดำที่พันอยู่รอบๆ ดูไม่เหมือนหญิงสาวขี้ขลาดที่ลงไปนั่งร้องไห้ครั้งก่อน

            

คุณชายเวินเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกเหมือนว่าตนเองถูกหลอกตลอดเวลาที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เมื่อเวลาผ่านไป เขามีเวลาคิดเกี่ยวกับมันมากขึ้นและเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ชายหนุ่มเชื่อว่าตนเองถูกหลอกในช่วงเวลาที่ผ่านมา และเหตุการณ์ในวันนั้นก็ต้องเป็นหญิงสาวที่จงใจสร้างปัญหาขึ้น

           

 เธอคงไม่ต้องการที่จะหมั้นหมายกับเขา จึงใช้เวลาที่ชั่วร้ายนี้เพื่อทำให้เขาแสดงความเห็นแก่ตัวออกมา

 

“เอาล่ะทั้งสองคน พวกเธอมีเวลา 8 ชั่วโมงในการอยู่ที่นี่ กลับมารวมตัวกันก่อนจะครบ 8 ชั่วโมง โดยฉันจะให้คนจากทั้งสองฝ่ายติดตามไปช่วยเก็บกวาดด้วย ใครก็ตามที่ล่าได้มากกว่า มีแกนพลังงานที่มากกว่าคนนั้นจะเป็นผู้ชนะ” บิดาของคุณหนูจางเอ่ยขึ้น ความดุดันของเขายังคงเหมือนเดิม ซึ่งด้านหลังของเขาก็มี “จางอู่หยาง” ติดตามด้วย

            

ผู้คนมากมายไม่กล้าสบตากับเขาโดยตรง แม้แต่ผู้นำตระกูลเวินก็ยังทำได้แค่ให้กำลังใจคนของตนเองเท่านั้น แม้ว่าวันนี้จะเกิดเรื่องขึ้น ทว่าพวกเขาก็ยังต้องการ “การหมั้นหมาย” ระหว่างสองตระกูล เพื่อผลักดันธุรกิจของตระกูลเวินอยู่ดี ดังนั้นการใช้การแข่งขันในวันนี้เพื่อทำให้ตระกูลจางพ่ายแพ้จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก

            

ในอนาคตพวกเขาไม่ต้องเสแสร้งอีกต่อไป ด้วยการเดิมพันครั้งนี้ คนตระกูลจางจะไม่สามารถพูดอะไรได้อีกนอกจากรับเอาตระกูลเวินเข้าไปในฝ่ามือ

 

“เธอมีหน้าที่ในการรวบรวมซากอสูรกลายพันธุ์ที่หลานสาวของฉันสังหารได้ตามทาง แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นยกให้เธอ” จางอู่หยางกล่าวกับซูหยวนโดยตรง

            

เธอสบตากับเขา ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเช่นนั้นด้วย เธอรู้อยู่แล้วว่าคนใหญ่คนโตเหล่านี้เมินเฉยต่อขยะเศษซากสัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้น ทว่า...ที่ผ่านมา พวกเขาเพียงจัดการพวกมันแล้วก็ทิ้งไว้เช่นนั้นไม่ใช่หรือ? ทำไมต้องให้เธอเข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ด้วยกันล่ะ

            

แม้ซูหยวนจะสงสัย แต่เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เธอจะไม่ถามให้มากความ หญิงสาวรับฟังคำสั่งและพยักหน้ารับเท่านั้น

 

“ฉันสามารถนำออกไปกองรวมกันที่นี่ได้ใช่ไหมคะ”

 

“ได้” จางอู่หยางพยักหน้ารับ ดังนั้นซูหยวนจึงผ่อนคลายลง

            

เมื่อมาที่นี่ เธอไม่สามารถใช้ “การรวบรวมผลผลิตได้” ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะต้องรู้แน่ว่าเธอมีพลังประหลาดอย่างนั้น แต่ซูหยวนก็มั่นใจว่าเธอสามารถไล่ตามเก็บเกี่ยวผลผลิตของพวกเขาได้ทัน ขอเพียงรถเข็น 500 เครดิตของเธอไม่พังไปเสียก่อน

            

ต้องบอกว่าหลังจากที่เธอได้ดื่มและกินอาหารอย่างดี ซูหยวนก็ฟื้นพลังของตนเองขึ้นมาไม่น้อย ไม่สิ! ต้องบอกว่าเธอรู้สึกว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่า เหมือนกับว่ามีพลังมากขึ้นกว่าชีวิตก่อนเสียอีก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่นี่มีพลังงานแปลกประหลาดเช่นที่พวกเขากล่าวถึงด้วยหรือไม่ ต่อให้เป็นคนชั้นต่ำอย่างซูหยวนก็ยังได้รับสิทธิประโยชน์ไปด้วย

           

ซึ่งถ้าเธอมีโอกาส ซูหยวนก็อยากจะไปวัดค่าพลังงานเหมือนที่พวกนักล่าชอบทำด้วยเหมือนกัน แต่การจะวัดค่าพลังนั้นยังมีค่าใช้จ่าย จนกว่าจะมีเงินมากพอที่ไม่ต้องเสียดาย 500 เครดิต เธอก็ตั้งใจว่าจะใช้เงินนั่นกับตนเอง

           

 การล่าได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ผู้นำตระกูลจางให้สัญญาณ ทั้งสองแยกกันออกล่าสัตว์กลายพันธุ์เพื่อไม่ให้ต้องแย่งเหยื่อตัวเดียวกัน ซูหยวนมองดูแผนที่และพบว่าเส้นทางที่คุณหนูจางมานั้นต้องใช้เวลาค่อนข้างนานเพื่อที่จะไปถึงบริเวณที่มีจุดสีแดงจำนวนมาก ในขณะที่เส้นทางของคุณชายเวินนั้นเต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธุ์มากมาย

            

มองดูผิวเผินแล้วเหมือนคุณหนูจางจะเสียเปรียบในเรื่องจำนวน แต่ถ้าล่าเร็วกว่าและไปถึงจุดสีแดงหนาแน่น เธอจะสามารถช่วงชิงโอกาสล่าที่มากกว่าได้อย่างแน่นอน

            

ซูหยวนมองดูการต่อสู้ที่รวดเร็วและทรงพลังของหญิงสาว ไม่เหมือนกับการใช้ดาบใหญ่ฟันศัตรูครั้งเดียวขาดเป็นสองท่อน คุณหนูจางผู้นี้อาศัยความเร็วของตนเองเพื่อพุ่งเข้าไปโจมตีจุดสำคัญ โดยมีดสั้นทั้งสองในมือนั้นเหมือนกับเครื่องจักรกล เมื่อถูกกระตุ้นโดยพลังงานก็ทำให้ฉายร่องไฟสีแดงขึ้นจนลุกโชนไปทั่วทั้งใบมีด และนั่นก็ทำให้สัตว์กลายพันธุ์ไม่สามารถรับมือกับมันได้

            

นอกจากใช้มีดสั้นทั้งสองแล้ว คุณหนูจางยังสามารถหยิบเอาแส้ของตนเอง ฉวยโอกาสโจมตีตอนที่สัตว์กลายพันธุ์ไม่ทันตั้งตัว ความแรงของการตวัดแส้ทำให้สัตว์กลายพันธุ์บางตัวล้มลงติดสถานะสตั้นด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าลูกเล่นของเธอช่างน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ

            

แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้มีเวลานั่งชมการแสดงนี้มากนัก เธอยังต้องทำงานหนักด้วยการลากรถเข็นของตนเองไปมา ซากสัตว์อสูรกลายพันธุ์ 4-5 ตัวถูกเข็นออกไปในคราวเดียว แสดงถึงความแข็งแรงในการขนย้ายของเธอด้วย นอกจากนี้การไปและกลับด้วยเวลาที่ไม่นานนัก ทำให้ซากสัตว์กลายพันธุ์ไม่กองพะเนินเหมือนกับตอนที่พวกเขามาล่ากันเอง

            

ขนาดพวกที่เก็บเกี่ยวแกนพลังงานก็ยังไม่สามารถตามความเร็วในการวิ่งไปกลับของซูหยวนได้ทัน

          

  เธอไม่ได้ใช้การเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยซ้ำ ทั้งยังใช้แรงของตนเองทั้งหมดเพื่อลากสัตว์อสูรเหล่านี้ ดีที่รถเข็นนั้นเป็นเครื่องทุ่นแรงที่ดี เมื่อล้อของมันใหญ่ขึ้น การเคลื่อนไหวของซูหยวนก็รวดเร็วขึ้นด้วย

            

จางอู่หยางพยักหน้าอย่างชื่นชม เขารู้สึกว่าเด็กสาวผู้เก็บขยะคนนี้น่าสนใจจริงๆ อีกทั้งยังรู้ว่าเจ้าตัวน่าจะมีความสามารถไม่น้อย อย่างแรกที่เขาเห็นก็คือ...เด็กสาวคนนี้สามารถกลับมายังตำแหน่งของพวกเขาได้ ไม่ว่าพวกเขาจะเดินซ้ายเลี้ยวขวาก็ยังตามมาเจอตลอด แสดงให้เห็นทักษะแกะรอยที่ยอดเยี่ยม

            

อย่างที่สอง เธอไม่เจอกับสัตว์กลายพันธุ์ระหว่างทางเลย บวกกับก่อนหน้านี้ที่เจ้าตัวสามารถซ่อนตัวจากคุณชายจางและหลานสาวของเขาได้ จึงไม่ถูกพวกสัตว์ปีกกลายพันธุ์เหล่านั้นโจมตีและกลายเป็นเหยื่อ ดังนั้นจึงพูดได้แค่ว่าเธอมีทักษะในการรับรู้ที่ดี กับคนแบบนี้...ตระกูลจางยังสามารถใช้งานได้

            

อย่างที่สาม ร่างกายของเธอแข็งแรงไม่เหมือนกับพวกคนระดับต่ำทั่วไป เขาเดาว่าเธออาจจะเคยได้ “ดูดซับแกนพลังงาน” โดยบังเอิญ และการที่เธอไม่ตายไปตั้งแต่ตอนนั้น ก็แปลว่าร่างกายของเธอตอบสนองกับพลังงาน รวมทั้งเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานชั้นยอดด้วย

            

มีหลายครั้งเช่นกันที่ผู้คนดูดซับพลังไปโดยบังเอิญแล้วก็ตกตาย นี่เป็นเพราะร่างกายของพวกเขาไม่เหมาะสมกับการดูดซับพลัง พวกระดับสูงในเขตชั้นในมีวิธีการของพวกเขา ไม่ว่าจะใช้ยาช่วยเหลือ หรือมีเทคนิคประจำแต่ละตระกูลเพื่อลดอันตรายเหล่านี้ แต่กับคนธรรมดา...ถ้าไม่ใช่ผู้มีพรสวรรค์จริงๆก็ไม่มีทางรอดได้

            

ดังนั้นหญิงสาวคนนี้สมควรเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ เขาสามารถเก็บอีกฝ่ายมาชุบเลี้ยงให้เป็นกำลังของตระกูลจางได้อยู่

            

การที่เขาเรียกให้เธอมาทำภารกิจด้วยกันวันนี้ไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือหลานสาวของเขาเท่านั้น แต่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายควรค่าต่อการใช้เงินหรือไม่

            

ด้วยฐานะที่เขาเป็นนักธุรกิจ ย่อมต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงมากเกินไปนัก หากใช้เงินทุ่มเทไปกับคนไร้ประโยชน์ อย่างนั้นเขาคงล้มละลาย...

            

ผ่านไปเกือบ 4 ชั่วโมง ในที่สุดคุณหนูจางก็มาถึงบริเวณที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงแล้ว ซูหยวนพักหายใจชั่วขณะเพื่อตรวจสอบรอบๆ เธอสังเกตเห็นว่าจุดสีแดงพวกนั้นไม่ได้เคลื่อนไหว ก็น่าจะเป็นเพราะบริเวณนี้เป็นรังของพวกมันนั่นเอง หญิงสาวไม่ได้ก้าวเข้าไปใกล้มากนัก สมควรรอให้พวกผู้เก็บแกนพลังงานทำหน้าที่ให้เสร็จก่อนค่อยถึงเวลาของเธอ

            

คุณหนูจางหัวเราะอย่างมีความสุข เธอกระโจนออกไปข้างหน้าก่อนจะใช้แส้ฟาดเข้าที่กลุ่มไม้กลุ่มใหญ่จนในที่สุดมันก็แตกออกเป็นสองซีก เปิดเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวมรกตกว่า 20 คู่ในคราวเดียว

 

“มาเริ่มความสนุกที่แท้จริงได้แล้ว” หญิงสาวพึมพำขึ้นมา เธอปล่อยพลังงานของตนเองมากขึ้นจนมีดสั้นเปล่งประกายสีแดงฉาน เสียงกรีดร้องของสัตว์กลายพันธุ์ดังมากจนซูหยวนต้องรีบปิดหู

            

พวกมันพุ่งเข้าใส่คุณหนูจางเหมือนกับว่ากำลังโกรธเกรี้ยวที่ถูกรบกวนในเวลาพัก แต่หญิงสาวมีหรือจะกลัว ความเร็วของเธอยังเป็นไพ่ตายใบใหญ่ กระโจนซ้ายทีขวาทีค่อยๆเด็ดปีกของแมลงกลายพันธุ์ที่จะตัวสองตัว จนร่างของพวกมันร่วงหล่นลงมาที่พื้น 

            

คนของตระกูลจางแตกฮือ พวกเขาไม่สามารถเข้าช่วยเหลือจัดการสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้ได้ จำเป็นต้องรอให้คุณหนูมาปลิดชีพพวกมันด้วยตนเอง แต่สัตว์กลายพันธุ์ที่ใช้ปีกในการโจมตีศัตรู เมื่อไม่มีปีกแล้วก็เหมือนกับเศษซากธรรมดาๆทั่วไปนี่แหละ พวกมันไม่เป็นอันตรายต่อพวกเขาเลย

            

แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้คิดเหมือนกันกับพวกเขา

            

แม้ว่าเธอจะได้รับชุดป้องกันของตระกูลจางมาแล้ว ทว่า...เธอก็ยังจำได้ว่าเกราะป้องกันของเธอแตกกระจายสองครั้งเพราะพิษของแมลงพวกนั้น เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ว่ามีความสามารถประหลาด ซูหยวนย่อมไม่ต้องการแสดงให้เห็นทักษะในการป้องกันตนเองของเธอ

            

หญิงสาวไม่เข้าใกล้ เพียงยืนอยู่ไกลๆและนับจำนวนของสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้ เทียบกับเศษซากที่คุณชายเวินกำลังล่าอยู่ ตอนนี้คุณหนูจางตามหลังของเขาอยู่ไม่น้อย แต่เวลายังมีอยู่...หากหญิงสาวจัดการสัตว์กลายพันธุ์บริเวณนี้ได้ทั้งหมด เข้าใจว่าน่าจะสามารถเอาชนะได้

            

แสดงให้เห็นว่าทักษะของคุณชายเวินนั้นไม่ได้แย่ แค่อัตราความเร็วในการล่าของเขาต่ำกว่าก็เท่านั้น ส่วนใหญ่คุณชายเวินจะไม่เข้าโจมตีศัตรูที่อยู่เป็นกลุ่ม เขาจึงจำเป็นต้องเสียเวลาหลอกล่อพวกมันให้ติดตามมาจนถึงตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วค่อยจัดการล่าพวกมันทีละตัวสองตัว

           

 การร่ายรำของคุณหนูจางรอบแรกจบลงแล้ว เธอกระโดดลงมาด้านล่างและใช้มีดสั้นของตนเองปลิดชีพพวกมันทีละตัวจนครบ นั่นจึงเป็นเวลาของผู้เก็บแกนพลังงาน พวกเขาจะใช้เวลามากกว่า 30 วินาทีสำหรับสัตว์กลายพันธุ์ 1 ตัว เพื่อไม่ให้แกนพลังงานเสียหายจนไม่สามารถควบแน่นเป็นแกนพลังงานได้อีก และนั่นหมายถึงจำนวนแกนพลังงานที่ลดลงไปเช่นกัน

            

ซูหยวนตั้งท่ารอ เมื่อพวกเขาจัดการเสร็จ เธอก็จะรีบไปยังตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่เพื่อรวบรวมซากสัตว์กลายพันธุ์ทันที เพราะพวกมันมีมากกว่า 10 ตัวในคราวนี้ เธอจึงต้องใช้เวลาไปกลับอยู่บ้าง 

            

หญิงสาวเริ่มปวดขาบ้างแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เธอใช้ความเร็วทั้งหมดของตนเองในการทำงานหนัก แต่ซูหยวนก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นของเครดิตที่กำลังรอเธออยู่ ด้วยจำนวนซากสัตว์กลายพันธุ์ขนาดนี้ เธอน่าจะได้รับเครดิตหลายหมื่นในคราวเดียว

            

อย่างไรก็ตาม...เมื่อการล่ารังที่สองจบลง ซูหยวนเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ หญิงสาวมองไปข้างหน้าด้วยสายตาระแวดระวัง ซึ่งท่าทางเช่นนั้นของเจ้าตัวทำให้จางอู่หยางยกยิ้มพอใจ

 

“เธอรวบรวมครั้งนี้เสร็จและไม่จำเป็นต้องกลับมาแล้ว” เขาออกคำสั่ง ซึ่งเป็นคำสั่งที่ซูหยวนต้องการมากที่สุด ดวงตาของเธอเป็นประกายก่อนจะรีบเข้าไปเก็บเกี่ยวครั้งสุดท้ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

            

ร่างเล็กๆของเธอทำงานรวดเร็วมาก พร้อมกับสีหน้าเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่ใช่เพราะจางอู่หยางสังเกตเธออยู่ตลอด เขาคงจะคิดว่าเจ้าตัวเล็กคนนี้กำลังโลภมากก็เท่านั้น 

           

 อันซูหยวนวิ่งอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีแล้ว เธอรู้ว่าคนที่นี่จะไม่เป็นอะไรต่อให้พวกเขาเจอการโจมตีระลอกใหญ่นั้น ทว่าตัวเธอที่ไร้พลังในการต่อสู้ไม่เหมือนกัน เธอจะต้องตายแน่ๆถ้าวิ่งหนีไปไม่ทันเช่นนี้

           

 ลับหลังหญิงสาวเพียง 1 นาที จู่ๆเสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้น พร้อมกันนั้นมีเสียงหอนที่สั่นสะเทือนทั่วทั้งพื้นที่เขต B จนทำให้คนที่กำลังล่าอยู่รอบๆนั้นตกใจ

 

“นั่นคือเสียงของอะไร!!” คุณชายเวินผู้ไม่รู้ชะตากรรมของตนเองเบิกตากว้าง เขามาล่าในพื้นที่เขต B นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ยังไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับสัตว์กลายพันธุ์ที่ส่งเสียงดั่งสุนัขป่าเช่นนั้นเลย

            

ในขณะเดียวกัน ดวงตาของคุณหนูจางกลับเป็นประกาย...

 

“ถ้าฉันสามารถล่าสัตว์กลายพันธุ์เขต C ได้ในพื้นที่เขต B จะได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นหรือเปล่า” เธอถามทุกคนที่อยู่ที่นี่ พวกเขาเม้มริมฝีปากก่อนจะกดอุปกรณ์สื่อสารเพื่อติดต่อกลับไปยังพื้นที่รวมตัว

 

“ได้ครับ” เมื่อยืนยันแล้ว สีหน้าของเด็กสาวก็มีประกายสนุกสนานมากขึ้น เธอไม่สนใจที่จะล่าสัตว์กลายพันธุ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในรังอีกต่อไป การล่าสัตว์กลายพันธุ์เขต C สมควรจะสนุกมากกว่าใช่ไหม?

 

“บรู้ว!!” เสียงหอนของพวกมันทำให้ซูหยวนที่กำลังวิ่งกลับมาขนลุกซู่ โชคดีที่ตอนนี้เธอใกล้จะถึงจุดรวมตัวแล้ว และไม่ควรจะมีอันตรายใดๆอีก ไม่อย่างนั้นซูหยวนอาจจะเป็นเหยื่อรายแรกๆของมันก็ได้

        

    

……………………………………..